Originally posted by keang
View Post
Announcement
Collapse
No announcement yet.
สาย USB มีผลมากไหมครับ
Collapse
X
-
in-phase out-phase เป็นพื้นฐานในการฟังที่ควรให้ความสนใจ
สเตปต่อไป ก็ลอง สลับสัญญาณซ้ายขวา > ลองสลับขั้วลำโพงแค่ข้างเดียว บวกเป็นลบ ลบเป็นบวก
ผ่านตรงนี้ได้ ก็จะมีจุดสังเกตุในการฟังสำหรับลองเรื่องอื่นๆได้แล้ว
ถ้าไม่แน่ใจว่า เรารู้เพราะเราทดสอบด้วยตัวเองหรือเปล่า อยากจะทดสอบตัวเองอีกขั้นก็ไม่ยาก
แอดแทร็คพวกนี้ในโปรแกรมหรือเครื่องเล่น แล้วให้สุ่มสลับเปิดแทร็คเอาเอง
โดยตัวเราห้ามแอบดูว่าเปิดแทร็คไหนอยู่ ห้ามตุกติกกับตัวเองโดยเด็ดขาด
ใครที่ขยันฝึกขยันลองก็จะมีจุดสังเกตุมากขึ้นเรื่อยๆ เวลาทดสอบก็จะได้คำตอบในแต่ละครั้งเร็วขึ้นเรื่อยๆ
Comment
-
in-phase = ต่อสัญญาณถูกขั้ว บวกเป็นบวก ลบเป็นลบ
out-phase = ต่อสัญญาณผิดขั้ว บวกเป็นลบ ลบเป็นบวก
เป็นการต่อแบบถูกเฟสหรือผิดเฟส ทั้ง2แชนแนล
ที่ยากขึ้นจะเป็นแบบต่อผิดแค่แชนแนลเดียว
ผมใช้แผ่นTest & Burn-In CD ของ XLO+Sheffield Lab ชุดแรก(ไม่มีวางขายแล้ว)

หลังจากนั้นไม่นานเค้าออกชุดใหม่ เป็นแผ่นทอง (ผมไม่ได้ซื้อแผ่นชุดใหม่ เพราะ ชุดเก่าก็มีสิ่งที่จำเป็นครบถ้วนอยู่แล้ว)
Test & Burn-In CD: Audiophile Reference CD > คลิก


- Special fully surround-sound compatibility XLO technical tracks will burn-in new stereo and home theater components and demagnetize existing ones, to ensure peak performance and freedom from electronic "glare"
- State-of-the-art audiophile 24K gold pressing for incredible sound
- HDCD-encoded with 20-bits of musical information for unprecedented clarity
This CD is all you need to set-up and accurately fine tune your system and listening room acoustics. It includes channel identification, in phase/out of phase test for speaker placement, a selection of musical tracks, system burn-in, verifiable checks for sound staging, imaging, and correct presentation of depth. Plus it includes a unique, one of a kind demagnetizing track that can dramatically improve the sound of your entire system. This 24k gold CD features new 20 bit+ digital encoding process that provides a stunning breakthrough in CD sound quality. A must for serious audiophiles
1. Technical Tracks: Channel Identification
2. Technical Tracks: Voice In-Phase
3. Technical Tracks: Voice Out-Of-Phase
4. Technical Tracks: Clap Track
5. Technical Tracks: 315 Hz Test Tone
6. Technical Tracks: 'Prof.' Johnson Does Something Spatinal
7. Technical Tracks: Demagnetizing Sweep
8. Technical Tracks: Demagnetizing Fade
9. Technical Tracks: System Burn-In
10. Music Tracks: Mono, In-Phase
11. Music Tracks: Mono, Out-Of-Phase
12. Music Tracks: Stereo, Out Of Absolute Phase
13. Music Tracks: 'Stormy Weather' - Eileen Farrell/Loonix McGlohon
14. Music Tracks: 'Shiny Stockings' - Bob Lark/DePaul University Jazz Ensemble I
15. Music Tracks: Morton Gould: Derivations, 'Rag' Movement - John Bruce Yeh/DePaul University Jazz Ensemble I
16. Music Tracks: Janacek: Sinfonietta, 'The Queen's Monastery' - Jose Serebreir/Czech State Philharmonic
17. Music Tracks: Franaz Biebl: 'Ave Maria' - Timothy Seelig/The Turtle Creek Chorale
18. Music Tracks: Weinberger: 'Polka And Fugue' - Frederick Fennell/Dallas Wind Symphony/Paul Riedo
หลังจากXLOออกแผ่นทดสอบชุดแรก ก็มีผู้ผลิตรายอื่นทะยอยออกแผ่นทดสอบของตัวเองLast edited by keang; 7 Jan 2011, 19:42:53.
Comment
-
รอคำตอบอยู่นะครับ ว่าสายดีที่เพิ่มขึ้นแบบต่างๆ แยกกันตั้งแต่ ภาพ HDMI เสียง HDMI และ USB DAC นั้นแตกต่างอย่างไรกับสายห่วยราคาถูก?Originally posted by Fourpoint View Postแหมถ้าจะใช้ความรู้สึกตัดสิน ก็จบข่าวครับ ไม่ต้องเถียงกันทั้งนั้น :P
คุณ #keang ครับ
ผมยังรอคำตอบเชิงลึกอยู่ว่า กรณีสัญญาณรบกวนแบบไหน ที่จะทำให้ differential signal เกิดการสลับ logic bit ได้อย่างสมบูรณ์แบบครับ? (สมบูรณ์แบบคือ จับไม่ได้ว่ามันเกิดข้อผิดพลาดไปแล้วนะ)
แล้ว ค่าผิดพลาด logic bit แบบไหน ที่ทำให้เกิด เสียงแหบ ไม่มีมิติ ภาพสีไม่สด ไม่คมชัด ฯลฯ ?
ประเด็นอยู่ที่ว่า ข้อผิดพลาดที่เกิดจากสัญญาณรบกวนในระบบดิจิตอล ในกรณีที่ protocol นั้นๆไม่ได้ตรวจสอบความถูกต้องปลายทาง(เช่น HDMI ส่วนภาพ)นั้นมีโอกาสเกิดขึ้นไหม ตอบตรงๆว่ามีครับ แต่มีแล้วเรารับรู้ได้ชัดเจนว่าเกิดข้อผิดพลาดนะ เช่นกรณีภาพ HDMI ส่งเป็น pixel ถ้าข้อมูลสูญเสียไป จะเกิดจุดเพี้ยนขึ้น ณ pixel นั้นๆ ผมก็เลยต้องถามกลับว่า ที่คุณว่า สายถูกภาพไม่สวย นั้นหมายถึงเกิดจุดแบบที่ผมว่าหรือเปล่า? เพราะมันไม่มีทางที่จะเกิดความผิดพลาดที่เป็นรูปแบบ จนสามารถเกิดความรู้สึกแบบ สีไม่สด เส้นไม่คม ได้เลย ถ้าจะยืนยันว่ามี ก็ช่วยอธิบายให้ตรงประเด็นด้วยครับว่าเกิดได้อย่างไร ใครใช่สายเส้นละหมื่นช่วยตอบที
ส่วนเรื่องเสียง HDMI มีการเข้ารหัส ECC อยู่แล้ว แถมอาจเข้ารหัสต่างๆอีกชั้น(เช่นพวก DolbyTrueHD/DTS-HD MA) ซึ่งถ้ามีข้อผิดพลาดจนแก้ไขไม่ได้ ต้องdrop แน่นอน สัญญาณเสียงก็ต้องเงียบหาย(disconnect) หรือเกิดเสียงที่รับรู้ได้แน่นอนว่าเกิดความผิดพลาดแล้วนะ ผมก็ถามต่อว่า คนที่เคยลองใช้สายแถมถูกๆ เคยประสบแบบนี้ไหม? แล้วสายแพงที่ว่าดี มันแค่ทำให้ไม่เกิดเสียงเงียบเท่านั้นใช่ไหม? เพราะถ้าบอกว่าข้อผิดพลาดนั้น ทำให้เสียงไม่มีมิติ ไม่กังวาล กลางไม่อิ่ม แหลมไม่สุด นั้นผมจินตนาการด้วยความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไม่ออกจริงๆ ว่าจะเกิดขึ้นได้อย่างไรครับ?
ส่วน USB DAC ขอบคุณที่เคยยกข้อมูลมาอธิบายแล้วว่า มันไม่มีการตรวจสอบข้อมูลปลายทางจริงๆ แต่ก็ต้องถามต่อ ว่าถ้าเกิดข้อผิดพลาดแบบ jitter เสียงที่ออกก็คือ เสียงคลิก เสียงสะดุด แล้วถามว่าคนใช้สายถูกๆเคยเจอไหม? แล้วสายแพงนั้น ทำให้ไม่เกิดเสียงคลิกเท่านั้นใช่ไหม แล้วข้อดีแบบ เสียงอิ่ม มีมิติ จะเกิดจากอะไร ในเมื่อการสลับบิทเพียงไม่กี่บิท หรือข้อมูลหายไปบางส่วน ไม่สามารถทำให้เกิดรูปแบบอย่างแน่นอนจนออกมาเป็นโทนได้? แล้วถ้าสายถูกฟังแล้วไม่เจอเสียงคลิก เสียงสะดุด แสดงว่าข้อมูลที่ได้มานั้น 100% เท่าเที่ยมกับสายแพงใช่ไหม?
จริงๆอยากลองเขียนโปรแกรมทดสอบข้อผิดพลาดด้วยนะ ว่าใน file เพลงๆนึง ถ้าเราแอบสลับเปลี่ยนบิท หรือข้อมูลหายไปบางช่วง เสียงที่ออกมาจะเป็นอย่างไร เสียงจะไม่อิ่ม ไม่กังวาล แบบที่เหล่าทวยเทพเขาว่ากัน หรือเกิดแค่เสียงคลิก เสียงกระโดด ที่รับรู้ได้ง่ายว่าข้อมูลนั้นเสียแน่ๆ(ถ้าเกิดจากสายก็สายเสียแล้ว ไม่ใช่สายห่วย)
ป.ล. การวัดระดับการฟังของหูแต่ละคน มีการทดสอบแน่นอนครับ เป็นการทดลองฟังความถี่ย่านต่างๆ ตามรพ.ใหญ่ๆมีห้องตรวจระดับการได้ยินโดยเฉพาะ หรือจะลองเองเล่นๆก่อนก็ได้ ผมเคยเจอใน google เขาจะมีคลิปความถี่ย่านต่างๆให้ลองฟัง ว่าหูเรานั้น หูทองแท้ หรือหูตะกั่วชุบกันแน่ ลองไปทดสอบกันก่อนก็ได้
ขอตรงๆเน้นๆไม่อ้อมค้อม!
Comment
-
ขอแย้งคุณเก่งนะครับ กรณีการเกิด out of phase นั้น สลับขั้วแค่แชแนลเดียวครับ
ถ้าเราต่อผิดทั้งสองแชเนล จะไม่เกิดการ out of phase
ตอบคุณ ManiacMaew
-in phase คือการที่สัญญาณเสียงทั้งสองแชแนล ออกมาปรกติ สายถูก ขั้วถูก ไฟล์ถูก
-out of phase สัญญาณเกิดขึ้นพร้อมกัน แต่จังหวะการสั่นของลำโพงสลับด้านกัน เช่นตอนที่ตัวหนึ่ง
ดูดกลับอีกตัวหนึ่งผลักออกซึ่งอาจจะเป็นได้จากการต่อสายลำโพงผิดแค่แชแนลเดียว หรือต่อสาย
สัญญาณผิดแชแนลเดียว ทำให้คลื่นเสียงที่วิ่งมาที่หูเรานั้นเกิดการหักล้างกันเอง

-phase shift คือสัญญาณเสียงที่เกิดขึ้นอาจจะพร้อมกันหรือไม่พร้อมกันก็ได้ แต่เมื่อมาถึงหูเรานั้น
มาถึงไม่พร้อมกัน ทำให้เฟสคลาดคลื่นกัน

เสริมอันนี้อีกนิดที่ผมเคยโพสใว้ค้านบนนั้นผมพิมเองด้านล่างนี้ที่
ผมเคยศึกษาอ่านมา
เฟส (Phase)
หมายถึงรูปแบบของการเคลื่อนที่ของสัญญาณเสียง 2 สัญญาณ (stereo) ที่เคลื่อนที่ออกไปพร้อมๆกัน หรือ
คลื่อนที่ไม่พร้อมกัน หรือเคลื่นที่ช้าเร็วกว่ากัน หากลักษณะการเคลื่อนที่ของคลื่อนเกิดพร้อมๆกันและเคลื่อนที่มาพร้อมๆกันเรียกว่า อินเฟส(in phase) เสียงที่ได้ยินจะได้ยินครบสมบูรณ์ตามเหล่งกำเนิดเสียงนั้นๆ แต่ถ้าหากการเคลื่อนที่ของรูปคลื่นไม่เหมือนกันและยังกวนกันเองจะทำให้เกิดการหักล้างกันเองเรียกว่า เฟสเอ้า (out of phase)
ซึ่งจะทำให้เสียงที่ได้ยินเกิดอาการเสียงบางขาดน้ำหนัก โดยเฉพาะย่านความถี่ต่ำ จะมีผลโดยตรงทำให้เสียงขาดน้ำหนัก มิติตรงกลางอ่อนตัวลงมีอาการเอียงข้างใดข้างหนึ่ง ในกรณีที่เกิดการคลาดเคลื่อนกันเล็กน้อยจะเรียกว่า
เฟสชิฟท์ (phase shift)
ปล.คัดลอกมาจากหนังสือ Audio Engineer's Handbook ของ อ.โยธินLast edited by fenderfree; 7 Jan 2011, 22:22:05.
Comment
-
ยังรอคำตอบ ที่ถามหลังจากผมถามไปก่อน แต่ยังไม่ตอบผมงั้นหรือครับ ???
หรือว่า ตอบมาแล้วแต่ไม่เน้นให้เห็นชัดๆ ว่า ได้ตอบแล้ว
หลายอย่างที่บางคนบอกเล่ามา ยังมีบางอย่างคลาดเคลื่อนอยู่ ยังไม่อยากระบุว่าเป็นเรื่องอะไรส่วนไหน
แต่หากจะคุยต่อ อยากให้กลับไปทบทวนเรื่องที่เคยบอกเล่าอีกที ถูกต้องทั้งหมด หรือ มีไรคลาดเคลื่อนไปบ้าง
คนอ่านจะได้มั่นใจมากขึ้น หรือ ไม่เกิดอาการสับสนซ้ำสองอีก
ผมว่า ถ้ายังมีข้อสงสัยในเรื่องHDMI กลับไปกระทู้เก่าดีกว่ามั๊ย กระทู้นี้หลายคนอยากให้อยู่เฉพาะเนื้อหาUSB
-------------------------------------------------
ขอบคุณครับที่เพิ่มเติมข้อมูลOriginally posted by fenderfreeขอแย้งคุณเก่งนะครับ กรณีการเกิด out of phase นั้น สลับขั้วแค่แชแนลเดียวครับ
ถ้าเราต่อผิดทั้งสองแชเนล จะไม่เกิดการ out of phase
ถ้าจำไม่ผิดในแผ่นนั้น ผมเคยเช็คด้วยสโคป แทรคout-phaseเป็นการกลับขั้วทั้ง2แชนแนล
ถ้าเป็นการต่อลำโพงแบบout-phaseก็คือกลับขั้วทั้ง2แชนแนล ผลคือ แทนที่จะไดอะแฟรมเด้งออก กลับกลายเป็นเด้งเข้า
( ถ้ามีเวลา+โอกาส จะลองเอาสโคปตรวจเช็คอีกครั้งนึง ถ้าไม่ลืมจะมาบอกเล่าอีกครั้ง )
ส่วนเรื่องสัญญาณ2ชุด เอามาเปรียบเทียบ จะเหมือนการเอาลำโพงที่ต่อถูกขั้วทั้ง2ข้างหันหน้าเข้าหากัน จะกลายเป็นมีการหักล้างกันเอง
ถ้าจะให้เฟสถูกต้อง ต้องทำการกลับขั้วลำโพงเพียงข้างนึง
( ในแผ่นทดสอบ เค้าไม่ได้ระบุให้หันลำโพงทั้ง2ข้างหันหน้าเข้าหากัน )
ต้องรอคำตอบจากกูรูผู้รอบรู้เรื่องดิจิตอลแล้วละOriginally posted by ManiacMaewลองแล้ว ตกใจOriginally posted by ManiacMaewจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าต่อทางdigital กลับขั้ว
เช่นหัวcoax
ต่อกราวน์กับสัญญาณ สลับกัน
เดี๊ยวไปลอง
เสียงออกอ่ะ เป็นเพลง แต่ฟังแล้วแปลกไปหน่อย - -.
คิดในใจว่าตอนแรก มันต้องผิดปกติสุดแน่ๆ เลย
เพราะกลับเฟส ค่า0 กับค่า 1 มันต้องสลับกันเลยน่ะ รึว่ายังไง- -?
ว่างๆ ค่อยเทสละเอียด
หมายเหตุ
ลองกับpcน่ะครับ กลับข้างที่หัวเสียบพินเมนบอร์ดเอา
เอะใจ ลงมาโพสถามอีกที ที่บอกว่าต่อกลับขั้ว นี่ต่อยังงัยแบบไหน
เอาเอ้าพุท+ไปต่อเส้นชีลด์ของสายสัญญาณ / เอาสัญญาณเอ้าพุทกราวน์ไปต่ออินเนอร์(ไส้แกนกลางโคแอค)
ต่อแบบนี้หรือแบบไหน ?
เพราะถ้าต่อแบบนี้ ก็มีเสียงออกปรกติอยู่แล้ว เพราะเป็นเพียงการให้สัญญาณ+ไปวิ่งที่ตัวนำชีลด์แทนอินเนอร์ ส่วนสัญญาณกราวน์ไปวิ่งที่อินเนอร์แทน
- ถ้ามองแบบคนเล่นเสียง จะบอกว่า เสียงย่อมต่างกันอยู่แล้ว
- ถ้ามองแบบดิจิตอล อาจจะบอกว่า มันต้องไม่ต่าง เพราะ 0ก็ยังเป็น0 และ 1ก็ยังเป็น1 พูดง่ายๆว่าปลายทางก็ยังดีเทคแค่ว่าเป็น0หรือ1ตรงตามต้นทางLast edited by keang; 7 Jan 2011, 23:57:42.
Comment
-
ใช้สโคปวัดแบบไหนหรอครับ แผ่นนั้น(บน)ถ้าจำไม่ผิดผมว่าไม่มีสัญญาณความถี่เดี่ยวที่กลับเฟส
มีแต่ square wave หรือ sine wave นี่หล่ะที่กลับเฟส
หันลำโพงเข้าหากันไม่เกี่ยวกับการที่ คลื่นเสียงหักล้างกันนะครับ ไม่งั้นคนที่ใช้
head phone คงได้ยินเสียงผิดเพี้ยนกันไปหมดLast edited by fenderfree; 7 Jan 2011, 23:04:53.
Comment
-
ผมมีแต่สโคปธรรมดานี่ละครับ วัดที่ช่วงเวลาเดียวกัน
เพิ่งนึกได้ ถ้ามีแผ่นอยู่ ลองดึงปกหน้าออกมาดู เค้าจะมีบอกรายละเอียดในแต่ละแทรคว่าคือไร บางแทรคสำหรับเบิรน์ตัวอะหลั่ยก็จะมีวงจรให้ดูพร้อมระบุค่าอะหลั่ยด้วย
(ที่ผมอยู่ตรงนี้ไม่มีแผ่นนี้ ใครมีลองเอาข้อความในปกมาโพสรื้อฟื้นความจำก็ดีเหมือนกัน)
เรื่องลำโพงหันหน้าหากัน ลองเช็คอีกทีครับ
ลองเช็คด้วยการเอาลำโพง2ข้าง ตั้งห่.างกันคืบนึงหรือฟุตนึงก็ได้ หันหน้าเข้าหากัน ลองสังเกตุเสียงทุ้มดู
หูฟังคงละอย่างกับลำโพงครับ
- หูฟังแต่ละข้างยิงเสียงเข้าหูเราแบบแยกข้าง + มีกระโหลกกั้นกลางเสียงทั้ง2ข้าง (เท่าที่รู้รูหู2ข้างไม่ทะลุถึงกัน)
- ลำโพงทั้ง2ข้างยิงเสียงเข้าหากันเองโดยตรง
ไปนอนก่อนละครับ พรุ่งนี้วันหยุดต้องรับลูกค้าแต่เช้า + นัดช่างเฟอนิเจอร์ไว้ด้วยLast edited by keang; 7 Jan 2011, 23:58:29.
Comment
-
ยังเข้ามาอ่านอยู่ครับ แต่รู้สึกไม่ดี ถ้ามีคนทะเลาะกันในกระทู้ที่ผมตั้งOriginally posted by XsoeIIsJ View Postรู้สึกเหมือน จขกท ม้วนเสื่อกลับไปนานแล้วน่ะครับ
บางทีเวลาเราเขียนอะไรโดยที่คนที่ไม่เห็นหน้ากัน บางทีรู้สึกแรง
แต่เราไม่รู้ว่าเมื่อเค้ามาอยู่ที่หน้าเรา แล้วเค้าจะพูด เหมือนที่เค้าเขียนหรือเปล่า
Comment
Comment