Announcement

Collapse
No announcement yet.

สาย USB มีผลมากไหมครับ

Collapse
X
 
  • Filter
  • Time
  • Show
Clear All
new posts

  • Originally posted by keang View Post
    ถ้ามีเวลา+อยากทดสอบตัวเอง หาแผ่นทดสอบที่มีแทร็ค in-phase, out-phase, สลับสัญญาณซ้าย-ขวา
    ฟัง+หาจุดสังเกตุ ว่า ตรงไหนคือจุดที่แตกต่างของแต่ละแบบ

    ลองบ่อยๆ ฝึกบ่อยๆ เดี๋ยวก็มีจุดสังเกตุเพิ่มขึ้น ได้ทักษะการสังเกตุการฟังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
    ช่วยลดโอกาสที่จะพลาดจะเพี้ยนจากการฟังเพียงแค่น้ำเสียงอย่างเดียวไปได้เยอะ

    อันไหนฟังไม่ออก ก็อย่าไปฝืนให้ฟังออก ไม่ต้องเร่ง ไม่ต้องรีบ ระบบประสาทโดยรวมจะเครียดเปล่าๆ
    รอให้ร่างกายปลอดดปร่งพร้อมเมื่อไหร่ก็ค่อยมาลองฟังใหม่

    ประเด็นสำคัญ ฟังออก ฟังไม่ออก ไม่ใช่เรื่องสำคัญ อย่าหลอกตัวเองแล้วกัน
    สองอันนี้ฟังสนุกครับ ฟังอยู่ช่วงนึง ใช้ในการปรับเซ็ตลำโพงได้ดีพอสมควร

    Comment


    • ผมก็ฝึกฟังจนขึ้นใจละครับ in phsae out phase ช่วยได้เยอะเวลาทำงาน

      Comment


      • in-phase out-phase เป็นพื้นฐานในการฟังที่ควรให้ความสนใจ
        สเตปต่อไป ก็ลอง สลับสัญญาณซ้ายขวา > ลองสลับขั้วลำโพงแค่ข้างเดียว บวกเป็นลบ ลบเป็นบวก
        ผ่านตรงนี้ได้ ก็จะมีจุดสังเกตุในการฟังสำหรับลองเรื่องอื่นๆได้แล้ว


        ถ้าไม่แน่ใจว่า เรารู้เพราะเราทดสอบด้วยตัวเองหรือเปล่า อยากจะทดสอบตัวเองอีกขั้นก็ไม่ยาก
        แอดแทร็คพวกนี้ในโปรแกรมหรือเครื่องเล่น แล้วให้สุ่มสลับเปิดแทร็คเอาเอง
        โดยตัวเราห้ามแอบดูว่าเปิดแทร็คไหนอยู่ ห้ามตุกติกกับตัวเองโดยเด็ดขาด

        ใครที่ขยันฝึกขยันลองก็จะมีจุดสังเกตุมากขึ้นเรื่อยๆ เวลาทดสอบก็จะได้คำตอบในแต่ละครั้งเร็วขึ้นเรื่อยๆ

        Comment


        • in phase out phase นี้เป็นยังไงครับ
          phase shift เหรอ???
          ต้องใช้ไฟล์เทสเท่านั้นใช่มั้ย???

          Comment


          • in-phase = ต่อสัญญาณถูกขั้ว บวกเป็นบวก ลบเป็นลบ
            out-phase = ต่อสัญญาณผิดขั้ว บวกเป็นลบ ลบเป็นบวก
            เป็นการต่อแบบถูกเฟสหรือผิดเฟส ทั้ง2แชนแนล
            ที่ยากขึ้นจะเป็นแบบต่อผิดแค่แชนแนลเดียว


            ผมใช้แผ่นTest & Burn-In CD ของ XLO+Sheffield Lab ชุดแรก(ไม่มีวางขายแล้ว)



            หลังจากนั้นไม่นานเค้าออกชุดใหม่ เป็นแผ่นทอง (ผมไม่ได้ซื้อแผ่นชุดใหม่ เพราะ ชุดเก่าก็มีสิ่งที่จำเป็นครบถ้วนอยู่แล้ว)

            Test & Burn-In CD: Audiophile Reference CD > คลิก



            - Special fully surround-sound compatibility XLO technical tracks will burn-in new stereo and home theater components and demagnetize existing ones, to ensure peak performance and freedom from electronic "glare"
            - State-of-the-art audiophile 24K gold pressing for incredible sound
            - HDCD-encoded with 20-bits of musical information for unprecedented clarity

            This CD is all you need to set-up and accurately fine tune your system and listening room acoustics. It includes channel identification, in phase/out of phase test for speaker placement, a selection of musical tracks, system burn-in, verifiable checks for sound staging, imaging, and correct presentation of depth. Plus it includes a unique, one of a kind demagnetizing track that can dramatically improve the sound of your entire system. This 24k gold CD features new 20 bit+ digital encoding process that provides a stunning breakthrough in CD sound quality. A must for serious audiophiles

            1. Technical Tracks: Channel Identification
            2. Technical Tracks: Voice In-Phase
            3. Technical Tracks: Voice Out-Of-Phase
            4. Technical Tracks: Clap Track
            5. Technical Tracks: 315 Hz Test Tone
            6. Technical Tracks: 'Prof.' Johnson Does Something Spatinal
            7. Technical Tracks: Demagnetizing Sweep
            8. Technical Tracks: Demagnetizing Fade
            9. Technical Tracks: System Burn-In
            10. Music Tracks: Mono, In-Phase
            11. Music Tracks: Mono, Out-Of-Phase
            12. Music Tracks: Stereo, Out Of Absolute Phase
            13. Music Tracks: 'Stormy Weather' - Eileen Farrell/Loonix McGlohon
            14. Music Tracks: 'Shiny Stockings' - Bob Lark/DePaul University Jazz Ensemble I
            15. Music Tracks: Morton Gould: Derivations, 'Rag' Movement - John Bruce Yeh/DePaul University Jazz Ensemble I
            16. Music Tracks: Janacek: Sinfonietta, 'The Queen's Monastery' - Jose Serebreir/Czech State Philharmonic
            17. Music Tracks: Franaz Biebl: 'Ave Maria' - Timothy Seelig/The Turtle Creek Chorale
            18. Music Tracks: Weinberger: 'Polka And Fugue' - Frederick Fennell/Dallas Wind Symphony/Paul Riedo


            หลังจากXLOออกแผ่นทดสอบชุดแรก ก็มีผู้ผลิตรายอื่นทะยอยออกแผ่นทดสอบของตัวเอง
            Last edited by keang; 7 Jan 2011, 19:42:53.

            Comment


            • จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าต่อทางdigital กลับขั้ว
              เช่นหัวcoax
              ต่อกราวน์กับสัญญาณ สลับกัน


              เดี๊ยวไปลอง

              Comment


              • Originally posted by ManiacMaew View Post
                จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าต่อทางdigital กลับขั้ว
                เช่นหัวcoax
                ต่อกราวน์กับสัญญาณ สลับกัน


                เดี๊ยวไปลอง
                อยากลองเหมือนกันแฮะ แต่กลัวได้เบิร์นใหม่ อิอิ

                Comment


                • Originally posted by Fourpoint View Post
                  แหมถ้าจะใช้ความรู้สึกตัดสิน ก็จบข่าวครับ ไม่ต้องเถียงกันทั้งนั้น :P

                  คุณ #keang ครับ

                  ผมยังรอคำตอบเชิงลึกอยู่ว่า กรณีสัญญาณรบกวนแบบไหน ที่จะทำให้ differential signal เกิดการสลับ logic bit ได้อย่างสมบูรณ์แบบครับ? (สมบูรณ์แบบคือ จับไม่ได้ว่ามันเกิดข้อผิดพลาดไปแล้วนะ)

                  แล้ว ค่าผิดพลาด logic bit แบบไหน ที่ทำให้เกิด เสียงแหบ ไม่มีมิติ ภาพสีไม่สด ไม่คมชัด ฯลฯ ?

                  ประเด็นอยู่ที่ว่า ข้อผิดพลาดที่เกิดจากสัญญาณรบกวนในระบบดิจิตอล ในกรณีที่ protocol นั้นๆไม่ได้ตรวจสอบความถูกต้องปลายทาง(เช่น HDMI ส่วนภาพ)นั้นมีโอกาสเกิดขึ้นไหม ตอบตรงๆว่ามีครับ แต่มีแล้วเรารับรู้ได้ชัดเจนว่าเกิดข้อผิดพลาดนะ เช่นกรณีภาพ HDMI ส่งเป็น pixel ถ้าข้อมูลสูญเสียไป จะเกิดจุดเพี้ยนขึ้น ณ pixel นั้นๆ ผมก็เลยต้องถามกลับว่า ที่คุณว่า สายถูกภาพไม่สวย นั้นหมายถึงเกิดจุดแบบที่ผมว่าหรือเปล่า? เพราะมันไม่มีทางที่จะเกิดความผิดพลาดที่เป็นรูปแบบ จนสามารถเกิดความรู้สึกแบบ สีไม่สด เส้นไม่คม ได้เลย ถ้าจะยืนยันว่ามี ก็ช่วยอธิบายให้ตรงประเด็นด้วยครับว่าเกิดได้อย่างไร ใครใช่สายเส้นละหมื่นช่วยตอบที

                  ส่วนเรื่องเสียง HDMI มีการเข้ารหัส ECC อยู่แล้ว แถมอาจเข้ารหัสต่างๆอีกชั้น(เช่นพวก DolbyTrueHD/DTS-HD MA) ซึ่งถ้ามีข้อผิดพลาดจนแก้ไขไม่ได้ ต้องdrop แน่นอน สัญญาณเสียงก็ต้องเงียบหาย(disconnect) หรือเกิดเสียงที่รับรู้ได้แน่นอนว่าเกิดความผิดพลาดแล้วนะ ผมก็ถามต่อว่า คนที่เคยลองใช้สายแถมถูกๆ เคยประสบแบบนี้ไหม? แล้วสายแพงที่ว่าดี มันแค่ทำให้ไม่เกิดเสียงเงียบเท่านั้นใช่ไหม? เพราะถ้าบอกว่าข้อผิดพลาดนั้น ทำให้เสียงไม่มีมิติ ไม่กังวาล กลางไม่อิ่ม แหลมไม่สุด นั้นผมจินตนาการด้วยความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไม่ออกจริงๆ ว่าจะเกิดขึ้นได้อย่างไรครับ?

                  ส่วน USB DAC ขอบคุณที่เคยยกข้อมูลมาอธิบายแล้วว่า มันไม่มีการตรวจสอบข้อมูลปลายทางจริงๆ แต่ก็ต้องถามต่อ ว่าถ้าเกิดข้อผิดพลาดแบบ jitter เสียงที่ออกก็คือ เสียงคลิก เสียงสะดุด แล้วถามว่าคนใช้สายถูกๆเคยเจอไหม? แล้วสายแพงนั้น ทำให้ไม่เกิดเสียงคลิกเท่านั้นใช่ไหม แล้วข้อดีแบบ เสียงอิ่ม มีมิติ จะเกิดจากอะไร ในเมื่อการสลับบิทเพียงไม่กี่บิท หรือข้อมูลหายไปบางส่วน ไม่สามารถทำให้เกิดรูปแบบอย่างแน่นอนจนออกมาเป็นโทนได้? แล้วถ้าสายถูกฟังแล้วไม่เจอเสียงคลิก เสียงสะดุด แสดงว่าข้อมูลที่ได้มานั้น 100% เท่าเที่ยมกับสายแพงใช่ไหม?

                  จริงๆอยากลองเขียนโปรแกรมทดสอบข้อผิดพลาดด้วยนะ ว่าใน file เพลงๆนึง ถ้าเราแอบสลับเปลี่ยนบิท หรือข้อมูลหายไปบางช่วง เสียงที่ออกมาจะเป็นอย่างไร เสียงจะไม่อิ่ม ไม่กังวาล แบบที่เหล่าทวยเทพเขาว่ากัน หรือเกิดแค่เสียงคลิก เสียงกระโดด ที่รับรู้ได้ง่ายว่าข้อมูลนั้นเสียแน่ๆ(ถ้าเกิดจากสายก็สายเสียแล้ว ไม่ใช่สายห่วย)

                  ป.ล. การวัดระดับการฟังของหูแต่ละคน มีการทดสอบแน่นอนครับ เป็นการทดลองฟังความถี่ย่านต่างๆ ตามรพ.ใหญ่ๆมีห้องตรวจระดับการได้ยินโดยเฉพาะ หรือจะลองเองเล่นๆก่อนก็ได้ ผมเคยเจอใน google เขาจะมีคลิปความถี่ย่านต่างๆให้ลองฟัง ว่าหูเรานั้น หูทองแท้ หรือหูตะกั่วชุบกันแน่ ลองไปทดสอบกันก่อนก็ได้
                  รอคำตอบอยู่นะครับ ว่าสายดีที่เพิ่มขึ้นแบบต่างๆ แยกกันตั้งแต่ ภาพ HDMI เสียง HDMI และ USB DAC นั้นแตกต่างอย่างไรกับสายห่วยราคาถูก?

                  ขอตรงๆเน้นๆไม่อ้อมค้อม!

                  Comment


                  • ลองแล้ว ตกใจ
                    เสียงออกอ่ะ เป็นเพลง แต่ฟังแล้วแปลกไปหน่อย - -.
                    คิดในใจว่าตอนแรก มันต้องผิดปกติสุดแน่ๆ เลย
                    เพราะกลับเฟส ค่า0 กับค่า 1 มันต้องสลับกันเลยน่ะ รึว่ายังไง- -?

                    ว่างๆ ค่อยเทสละเอียด

                    หมายเหตุ
                    ลองกับpcน่ะครับ กลับข้างที่หัวเสียบพินเมนบอร์ดเอา

                    Comment


                    • ขอแย้งคุณเก่งนะครับ กรณีการเกิด out of phase นั้น สลับขั้วแค่แชแนลเดียวครับ
                      ถ้าเราต่อผิดทั้งสองแชเนล จะไม่เกิดการ out of phase

                      ตอบคุณ ManiacMaew
                      -in phase คือการที่สัญญาณเสียงทั้งสองแชแนล ออกมาปรกติ สายถูก ขั้วถูก ไฟล์ถูก
                      -out of phase สัญญาณเกิดขึ้นพร้อมกัน แต่จังหวะการสั่นของลำโพงสลับด้านกัน เช่นตอนที่ตัวหนึ่ง
                      ดูดกลับอีกตัวหนึ่งผลักออกซึ่งอาจจะเป็นได้จากการต่อสายลำโพงผิดแค่แชแนลเดียว หรือต่อสาย
                      สัญญาณผิดแชแนลเดียว ทำให้คลื่นเสียงที่วิ่งมาที่หูเรานั้นเกิดการหักล้างกันเอง

                      -phase shift คือสัญญาณเสียงที่เกิดขึ้นอาจจะพร้อมกันหรือไม่พร้อมกันก็ได้ แต่เมื่อมาถึงหูเรานั้น
                      มาถึงไม่พร้อมกัน ทำให้เฟสคลาดคลื่นกัน


                      เสริมอันนี้อีกนิดที่ผมเคยโพสใว้ค้านบนนั้นผมพิมเองด้านล่างนี้ที่
                      ผมเคยศึกษาอ่านมา

                      เฟส (Phase)
                      หมายถึงรูปแบบของการเคลื่อนที่ของสัญญาณเสียง 2 สัญญาณ (stereo) ที่เคลื่อนที่ออกไปพร้อมๆกัน หรือ
                      คลื่อนที่ไม่พร้อมกัน หรือเคลื่นที่ช้าเร็วกว่ากัน หากลักษณะการเคลื่อนที่ของคลื่อนเกิดพร้อมๆกันและเคลื่อนที่มาพร้อมๆกันเรียกว่า อินเฟส(in phase) เสียงที่ได้ยินจะได้ยินครบสมบูรณ์ตามเหล่งกำเนิดเสียงนั้นๆ แต่ถ้าหากการเคลื่อนที่ของรูปคลื่นไม่เหมือนกันและยังกวนกันเองจะทำให้เกิดการหักล้างกันเองเรียกว่า เฟสเอ้า (out of phase)
                      ซึ่งจะทำให้เสียงที่ได้ยินเกิดอาการเสียงบางขาดน้ำหนัก โดยเฉพาะย่านความถี่ต่ำ จะมีผลโดยตรงทำให้เสียงขาดน้ำหนัก มิติตรงกลางอ่อนตัวลงมีอาการเอียงข้างใดข้างหนึ่ง ในกรณีที่เกิดการคลาดเคลื่อนกันเล็กน้อยจะเรียกว่า
                      เฟสชิฟท์ (phase shift)
                      ปล.คัดลอกมาจากหนังสือ Audio Engineer's Handbook ของ อ.โยธิน
                      Last edited by fenderfree; 7 Jan 2011, 22:22:05.

                      Comment


                      • ยังรอคำตอบ ที่ถามหลังจากผมถามไปก่อน แต่ยังไม่ตอบผมงั้นหรือครับ ???
                        หรือว่า ตอบมาแล้วแต่ไม่เน้นให้เห็นชัดๆ ว่า ได้ตอบแล้ว

                        หลายอย่างที่บางคนบอกเล่ามา ยังมีบางอย่างคลาดเคลื่อนอยู่ ยังไม่อยากระบุว่าเป็นเรื่องอะไรส่วนไหน
                        แต่หากจะคุยต่อ อยากให้กลับไปทบทวนเรื่องที่เคยบอกเล่าอีกที ถูกต้องทั้งหมด หรือ มีไรคลาดเคลื่อนไปบ้าง
                        คนอ่านจะได้มั่นใจมากขึ้น หรือ ไม่เกิดอาการสับสนซ้ำสองอีก


                        ผมว่า ถ้ายังมีข้อสงสัยในเรื่องHDMI กลับไปกระทู้เก่าดีกว่ามั๊ย กระทู้นี้หลายคนอยากให้อยู่เฉพาะเนื้อหาUSB


                        -------------------------------------------------


                        Originally posted by fenderfree
                        ขอแย้งคุณเก่งนะครับ กรณีการเกิด out of phase นั้น สลับขั้วแค่แชแนลเดียวครับ
                        ถ้าเราต่อผิดทั้งสองแชเนล จะไม่เกิดการ out of phase
                        ขอบคุณครับที่เพิ่มเติมข้อมูล
                        ถ้าจำไม่ผิดในแผ่นนั้น ผมเคยเช็คด้วยสโคป แทรคout-phaseเป็นการกลับขั้วทั้ง2แชนแนล
                        ถ้าเป็นการต่อลำโพงแบบout-phaseก็คือกลับขั้วทั้ง2แชนแนล ผลคือ แทนที่จะไดอะแฟรมเด้งออก กลับกลายเป็นเด้งเข้า
                        ( ถ้ามีเวลา+โอกาส จะลองเอาสโคปตรวจเช็คอีกครั้งนึง ถ้าไม่ลืมจะมาบอกเล่าอีกครั้ง )

                        ส่วนเรื่องสัญญาณ2ชุด เอามาเปรียบเทียบ จะเหมือนการเอาลำโพงที่ต่อถูกขั้วทั้ง2ข้างหันหน้าเข้าหากัน จะกลายเป็นมีการหักล้างกันเอง
                        ถ้าจะให้เฟสถูกต้อง ต้องทำการกลับขั้วลำโพงเพียงข้างนึง
                        ( ในแผ่นทดสอบ เค้าไม่ได้ระบุให้หันลำโพงทั้ง2ข้างหันหน้าเข้าหากัน )


                        Originally posted by ManiacMaew
                        Originally posted by ManiacMaew
                        จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าต่อทางdigital กลับขั้ว
                        เช่นหัวcoax
                        ต่อกราวน์กับสัญญาณ สลับกัน


                        เดี๊ยวไปลอง
                        ลองแล้ว ตกใจ
                        เสียงออกอ่ะ เป็นเพลง แต่ฟังแล้วแปลกไปหน่อย - -.
                        คิดในใจว่าตอนแรก มันต้องผิดปกติสุดแน่ๆ เลย
                        เพราะกลับเฟส ค่า0 กับค่า 1 มันต้องสลับกันเลยน่ะ รึว่ายังไง- -?

                        ว่างๆ ค่อยเทสละเอียด

                        หมายเหตุ
                        ลองกับpcน่ะครับ กลับข้างที่หัวเสียบพินเมนบอร์ดเอา
                        ต้องรอคำตอบจากกูรูผู้รอบรู้เรื่องดิจิตอลแล้วละ

                        เอะใจ ลงมาโพสถามอีกที ที่บอกว่าต่อกลับขั้ว นี่ต่อยังงัยแบบไหน

                        เอาเอ้าพุท+ไปต่อเส้นชีลด์ของสายสัญญาณ / เอาสัญญาณเอ้าพุทกราวน์ไปต่ออินเนอร์(ไส้แกนกลางโคแอค)
                        ต่อแบบนี้หรือแบบไหน ?
                        เพราะถ้าต่อแบบนี้ ก็มีเสียงออกปรกติอยู่แล้ว เพราะเป็นเพียงการให้สัญญาณ+ไปวิ่งที่ตัวนำชีลด์แทนอินเนอร์ ส่วนสัญญาณกราวน์ไปวิ่งที่อินเนอร์แทน
                        - ถ้ามองแบบคนเล่นเสียง จะบอกว่า เสียงย่อมต่างกันอยู่แล้ว
                        - ถ้ามองแบบดิจิตอล อาจจะบอกว่า มันต้องไม่ต่าง เพราะ 0ก็ยังเป็น0 และ 1ก็ยังเป็น1 พูดง่ายๆว่าปลายทางก็ยังดีเทคแค่ว่าเป็น0หรือ1ตรงตามต้นทาง
                        Last edited by keang; 7 Jan 2011, 23:57:42.

                        Comment


                        • รู้สึกเหมือน จขกท ม้วนเสื่อกลับไปนานแล้วน่ะครับ

                          Comment


                          • ใช้สโคปวัดแบบไหนหรอครับ แผ่นนั้น(บน)ถ้าจำไม่ผิดผมว่าไม่มีสัญญาณความถี่เดี่ยวที่กลับเฟส
                            มีแต่ square wave หรือ sine wave นี่หล่ะที่กลับเฟส
                            หันลำโพงเข้าหากันไม่เกี่ยวกับการที่ คลื่นเสียงหักล้างกันนะครับ ไม่งั้นคนที่ใช้
                            head phone คงได้ยินเสียงผิดเพี้ยนกันไปหมด
                            Last edited by fenderfree; 7 Jan 2011, 23:04:53.

                            Comment


                            • ผมมีแต่สโคปธรรมดานี่ละครับ วัดที่ช่วงเวลาเดียวกัน
                              เพิ่งนึกได้ ถ้ามีแผ่นอยู่ ลองดึงปกหน้าออกมาดู เค้าจะมีบอกรายละเอียดในแต่ละแทรคว่าคือไร บางแทรคสำหรับเบิรน์ตัวอะหลั่ยก็จะมีวงจรให้ดูพร้อมระบุค่าอะหลั่ยด้วย
                              (ที่ผมอยู่ตรงนี้ไม่มีแผ่นนี้ ใครมีลองเอาข้อความในปกมาโพสรื้อฟื้นความจำก็ดีเหมือนกัน)

                              เรื่องลำโพงหันหน้าหากัน ลองเช็คอีกทีครับ
                              ลองเช็คด้วยการเอาลำโพง2ข้าง ตั้งห่.างกันคืบนึงหรือฟุตนึงก็ได้ หันหน้าเข้าหากัน ลองสังเกตุเสียงทุ้มดู

                              หูฟังคงละอย่างกับลำโพงครับ
                              - หูฟังแต่ละข้างยิงเสียงเข้าหูเราแบบแยกข้าง + มีกระโหลกกั้นกลางเสียงทั้ง2ข้าง (เท่าที่รู้รูหู2ข้างไม่ทะลุถึงกัน)
                              - ลำโพงทั้ง2ข้างยิงเสียงเข้าหากันเองโดยตรง


                              ไปนอนก่อนละครับ พรุ่งนี้วันหยุดต้องรับลูกค้าแต่เช้า + นัดช่างเฟอนิเจอร์ไว้ด้วย
                              Last edited by keang; 7 Jan 2011, 23:58:29.

                              Comment


                              • Originally posted by XsoeIIsJ View Post
                                รู้สึกเหมือน จขกท ม้วนเสื่อกลับไปนานแล้วน่ะครับ
                                ยังเข้ามาอ่านอยู่ครับ แต่รู้สึกไม่ดี ถ้ามีคนทะเลาะกันในกระทู้ที่ผมตั้ง

                                บางทีเวลาเราเขียนอะไรโดยที่คนที่ไม่เห็นหน้ากัน บางทีรู้สึกแรง
                                แต่เราไม่รู้ว่าเมื่อเค้ามาอยู่ที่หน้าเรา แล้วเค้าจะพูด เหมือนที่เค้าเขียนหรือเปล่า

                                Comment

                                Working...
                                X