nano sec !!! มันเร็วแค่ไหนเนี่ย อยากรู้ๆ
Announcement
Collapse
No announcement yet.
สาย USB มีผลมากไหมครับ
Collapse
X
-
ผลของเสียงเป็นยังไง คำตอบอยู่ใน http://en.wikipedia.org/wiki/JitterOriginally posted by puitam View Post^
ll
ll
โอ้ มาเเจมกันเยอะเลย วันนี้นั่งอ่านเรื่องนี้ยาวเลย จริงๆเรื่องนี้มีหลายหลากจริงๆครัับ จริงๆผมก็คิดแบบพี่เลยครับ แต่มีคนฟังออกครับพี่
เรามันหูกะทะอ่ะพี่ พวกพี่ๆน้องๆที่ฟังออกก็ยืนยันจริงๆครับว่ามันมีผล ซึ่งทำให้ผมสนใจมากก็เลยมาศึกษาว่าเหตุผลจริงๆมันอยู่ที่ไหน
จริงๆเรื่องลี้ลับในวง audiophile มีเยอะครับ ก็ค่อยว่ากันไป
เออไม่ใช่อย่างนั้นครับ คือว่าการส่งข้อมูลมันอาจมีเพี้ยน
1111111000000000[original] ===> 11111110000000_0 [ตำแหน่งที่หายไปจะถูกสุมแทนที่ด้วยตัวเลขอื่นโดยprotocal redbook นะครับ]
ก็จะกลายเป็น===> 1111111000000010 [แบบนี้นะครับซึ่งก็ทำให้การแปลงกลับได้ผลลัพท์ที่เปลี่ยนไป]
จริงๆeffectที่เกิดจากกรณีนี้จะเกิดในช่วงเวลาnano sec ซึ่งผลของเสียงเป็นไงผมไม่รู้เหมื่อนกัน
Link เดียวในหน้า 2 ที่คุณ ManiacMaew โพสไว้แหละครับ
จริงๆไม่อยากเอา wiki มาอ้างเท่าไร แต่ไม่ได้เขียน paper ก็ช่างเถอะ ในนั้นกล่าวไว้ว่า
Jitter in technical terms is the deviation in or displacement of some aspect of the pulses in a high-frequency digital signal. As the name suggests, jitter can be thought of as shaky pulses. The deviation can be in terms of amplitude, phase timing, or the width of the signal pulse. Another definition is that it is "the period frequency displacement of the signal from its ideal location."[citation needed] Among the causes of jitter are electromagnetic interference (EMI) and crosstalk with other signals. Jitter can cause a display monitor to flicker; affect the ability of the processor in a personal computer to perform as intended; introduce clicks or other undesired effects in audio signals, and loss of transmitted data between network devices. The amount of allowable jitter depends greatly on the application.
ก็ตรงตามที่คุณ Fourpoint กล่าว เสียงสะดุด เสียงหาย
แต่ตรงส่วนที่ไม่ได้มีผลกระทบละ ? มันก็จะเหมือนกัน 100% ครับ
ก็ตรงตาม ปล ของคุณ Fourpoint ครับ
จากตรงนี้
ยกตัวอย่างด้วยเสียงมันยาก ยกตัวอย่างด้วยภาพละกัน credit (-_-")(หว้าก้อ,2010)Originally posted by puitam View Post^
1111111000000000[original] ===> 11111110000000_0 [ตำแหน่งที่หายไปจะถูกสุมแทนที่ด้วยตัวเลขอื่นโดยprotocal redbook นะครับ]
ก็จะกลายเป็น===> 1111111000000010 [แบบนี้นะครับซึ่งก็ทำให้การแปลงกลับได้ผลลัพท์ที่เปลี่ยนไป]
จริงๆeffectที่เกิดจากกรณีนี้จะเกิดในช่วงเวลาnano sec ซึ่งผลของเสียงเป็นไงผมไม่รู้เหมื่อนกัน
มีการทดลองโปรแกรมสุ่มเปลี่ยน bit ในภาพ เพื่อให้มองเห็นว่า หากสายสัญญาณไม่ดี bit ผิดเพี้ยน ภาพมันจะเป็นเช่นไร
โดยโปรแกรมนี้จะคัดลอกภาพจากต้นฉบับไปสร้างภาพใหม่ขึ้น โดยทำการสุ่มเปลี่ยน bit หลายๆระดับ
เริ่มตั้งแต่ 1 ใน 1,000,000 bit เรื่อยไป 10, 100, 1000 (หมายถึงทุก 1 การส่งสัญญาณผิดพลาด 1/ล้าน 10/ล้าน ไปเรื่อยๆ)
ภาพ 100%

ต่อมาเป็นภาพที่จำลองว่า ทุกการส่งสัญญาญ digital 1,000,000 ครั้ง จะมี bit ที่ผิดพลาด 1 ครั้ง สังเกตว่าเริ่มจุด pixel ที่แสดงสีผิดพลาดขึ้นมาเล็กน้อย

และเมื่อเพิ่มความผิดพลาดเป็น 10 ต่อ 1,000,000 ครั้ง ก็จะเริ่มเห็น pixel ที่แสดงสีที่ผิดพลาดมากขึ้น

100 ต่อ 1,000,000 ครั้ง

1,000 ต่อ 1,000,000 ครั้ง

จะเห็นได้ว่า ภาพที่ผิดเพี้ยนนั้น เป็นการผิดเพี้ยนที่ pixel แต่ละ pixel ไป
โดยที่ pixel ที่ bit ทุก bit จากต้นฉบับถูกต้อง ก็จะแสดงสีที่ถูกต้องเป๊ะ 100%
และไม่ใช่เป็นการเบลอของภาพ หรือความเข้มของสีแตกต่างกัน
นี่เป็นการยกตัวอย่างของการส่งข้อมูลภาพแบบดิบๆ
ยิ่งถ้าหากว่าภาพที่ส่ง เป็นภาพที่มีการบีบอัดข้อมูลด้วยแล้ว การเปลี่ยน bit แค่ bit เดียว จะส่งผลให้ภาพเละเทะอย่างเห็นได้ชัด
เพราะการบีบอัดข้อมูลจะใช้ข้อมูลเพียงไม่กี่ byte แทนข้อมูลหลายๆ byte (ผิดแค่ตัวเดียวตัวอื่นเละตามกัน)
ซึ่งจะเห็นได้ว่าการผิดพลาดของ bit นั้น เช่น 11111110000000_0 เครื่องมันจะเดา ตรง _ แล้วจะเพี้ยนไปไกลจะเป็นเสียงสะดุด หรือ undesired effect นั่นเอง เพราะเครื่องมันเดาให้กลายเสียงหวานน้อยลง เบสน้อยลงไม่เป็นหรอกครับ ถ้ามีนี่เทพแล้วLast edited by Avant; 5 Jan 2011, 20:36:25.
Comment
-
โอ้...กระทู้นี้ผมเก็บไว้เหมือนกัน ชื่นชมครับ เดี๋ยวพวกบริษัทสาย hdmi เทพๆเค้าค้อนเอานะครับ ฮ่าๆๆๆ
นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ผมสนใจแต่ส่วนตัวไม่ได้ใช้เลยสายพวกนี้ จอผมมัน แค่ DUAL DVI เท่านั้นเอง
เวลาต้องการให้สีถูกต้องก็เอา EYE ONE Display 2 มาเสียบก็แจ่มแล้ว ค่าเดลต้าอีไม่เกิน0.5 ก็พอใจเเล้ว
อย่าว่าไป ตอนนี้ผมเองนะยังลองเอา Monster powerline 400 sig มาเสียบจอเลยอยากรู้ว่าสีมันจะเปลี่ยนมั้ย
ต่อผ่าน magnet cps 8 se เลยครับ ผลคือนอกจากหูกะทะแล้วตาถั่วอีก มองไม่ออกครับ
แต่มีพี่ๆน้องๆเค้าเห็นความแตกต่างของสายhdmi ,usb นะครับ อันนี้ก็เป็นการแลกเปลี่ยนความเห็นกันนะครับไม่่มีใครผิดหรือถูกหรอกครับLast edited by puitam; 5 Jan 2011, 21:00:18.
Comment
-
ลองอ่าน reply หน้าสามของผมดูครับอันนี้เป็นการพูดถึงตัวchip ที่เป็นตัวcontrol การรับส่งข้อมูลทั้งหมดเลยครับOriginally posted by ManiacMaew View Postrep เก่าๆ จะพูดถึงแต่dac
แต่จริงๆ ผมอยากให้พูดถึงชิพตัวรับตัวส่งข้อมูลมากกว่า
(พวกนี้ผมยังไม่ค่อยเข้าใจน่ะ
ชิพdac หลายตัว ต้องการชิพ dir แยกต่างหาก )
ลองอ่านดาต้าชีท ชิพdir ดู ผมก็มึนๆ ใครอ่านเข้าใจก็อธิบายที
Comment
-
อันนี้ไม่เกี่ยวกับกระทู้นี่ใดๆทั้งสิ้นแต่อยากตอบ rep นี่Originally posted by puitam View Postโอ้...กระทู้นี้ผมเก็บไว้เหมือนกัน ชื่นชมครับ เดี๋ยวพวกบริษัทสาย hdmi เทพๆเค้าค้อนเอานะครับ ฮ่าๆๆๆ
พวกบริษัท HDMI ไม่ค้อนหรอกครับ แต่ก็ทำทุเรศๆหลอกชาวบ้านอย่างงี้ไงครับ
Man, this is just sad. Over a year after the internet was set ablaze with rage after seeing Monster's HDMI cable scam, we've just been notified that the tactic is still being used in at least one Fry's Electronics store. For those unaware, the rig works as such: two TVs are set beside each other along with a sign that says "See the Monster HDMI Difference." Trouble is, the "Monster set" (on the right) is connected to its source via an HDMI cable, while the "non-Monster set" (on the left) is connected via composite cable. As in, the lamest looking signal next to using an RF modulator. So, is anyone with any amount of power paying attention to this? We get the feeling "false advertising" is a real understatement of the situation.[Thanks, Jeff]
(จริงๆที่ทำอย่างงี้ก็มีเจ้าเดียว เจ้าเก่า ส่วนHDMI เจ้าอื่นๆเจ้าที่ตรงไปตรงมา จะขายถูกแพงไม่มีใครว่าไม่มีปัญหาขออย่างมาหลอกชาวบ้านก็พอ)Last edited by Avant; 5 Jan 2011, 21:37:50.
Comment
-
เพิ่งเห็นว่าedit ใหม่
-----------------
เคยอ่านที่คุยกันในTafแล้ว
เรื่องasychonus usb กับ asychonus firewire ยาวมาก อ่านได้3หน้าเลิก
รอท่านmilestone มาแจม ได้ยาวแน่น เอิ๊กๆ สงสัยหยุดปีใหม่ ยังไม่มา
----------
พาออกทะเลหน่อย
เคยลองสายd-sub(ไม่รู้มันอนาล็อคหรือดิจิตอล) ไปซื้อสายจีนหัวทองมาเทียบกับสายแถม
ลองถอดเข้าออกเช็คซ้ำอยู่2-3รอบ ลองเบิร์นดูด้วย(ใช้งานปกตินี้แหล่ะเป็นวัน)
บัดซบมาก ปาทิ้งไปแล้วสายจีนเส้นล่ะ300 ใช้แล้ว ตัวอักษรเป็นเงาๆ เหมือน ตัวหนังสือ echo เวลาอ่านการ์ตูน
สายแถมยังดีกว่าเลยLast edited by ManiacMaew; 5 Jan 2011, 21:58:29.
Comment
-
ตัว D-sub นี่ยังเป็นanalogอยู่มั้งครับ ก็เลยต๊องไปเลย มีผลเยอะเลยนะครับOriginally posted by ManiacMaew View Postเพิ่งเห็นว่าedit ใหม่
-----------------
เคยอ่านที่คุยกันในTafแล้ว
เรื่องasychonus usb กับ asychonus firewire ยาวมาก อ่านได้3หน้าเลิก
รอท่านmilestone มาแจม ได้ยาวแน่น เอิ๊กๆ สงสัยหยุดปีใหม่ ยังไม่มา
----------
พาออกทะเลหน่อย
เคยลองสายd-sub(ไม่รู้มันอนาล็อคหรือดิจิตอล) ไปซื้อสายจีนหัวทองมาเทียบกับสายแถม
ลองถอดเข้าออกเช็คซ้ำอยู่2-3รอบ ลองเบิร์นดูด้วย(ใช้งานปกตินี้แหล่ะเป็นวัน)
บัดซบมาก ปาทิ้งไปแล้วสายจีนเส้นล่ะ300 ใช้แล้ว ตัวอักษรเป็นเงาๆ เหมือน ตัวหนังสือ echo เวลาอ่านการ์ตูน
สายแถมยังดีกว่าเลย
Comment
-
เอ็ย ทำงี้มานก็ดูถูกกันเกินไปนะครับตัวเองใช้ hdmi โชว์ลูกค้าของเจ้าอื่นใช้ composite ซะงั้นOriginally posted by Avant View Postอันนี้ไม่เกี่ยวกับกระทู้นี่ใดๆทั้งสิ้นแต่อยากตอบ rep นี่
พวกบริษัท HDMI ไม่ค้อนหรอกครับ แต่ก็ทำทุเรศๆหลอกชาวบ้านอย่างงี้ไงครับ
(จริงๆที่ทำอย่างงี้ก็มีเจ้าเดียว เจ้าเก่า ส่วนHDMI เจ้าอื่นๆเจ้าที่ตรงไปตรงมา จะขายถูกแพงไม่มีใครว่าไม่มีปัญหาขออย่างมาหลอกชาวบ้านก็พอ)
Comment
-
กลับมาเมื่อ 5 นาทีที่แล้ว ยังไม่ได้นอนเลย แต่ต้องไปทำงานแล้ว -*-Originally posted by ManiacMaew View Postเพิ่งเห็นว่าedit ใหม่
-----------------
เคยอ่านที่คุยกันในTafแล้ว
เรื่องasychonus usb กับ asychonus firewire ยาวมาก อ่านได้3หน้าเลิก
รอท่านmilestone มาแจม ได้ยาวแน่น เอิ๊กๆ สงสัยหยุดปีใหม่ ยังไม่มา
----------
พาออกทะเลหน่อย
เคยลองสายd-sub(ไม่รู้มันอนาล็อคหรือดิจิตอล) ไปซื้อสายจีนหัวทองมาเทียบกับสายแถม
ลองถอดเข้าออกเช็คซ้ำอยู่2-3รอบ ลองเบิร์นดูด้วย(ใช้งานปกตินี้แหล่ะเป็นวัน)
บัดซบมาก ปาทิ้งไปแล้วสายจีนเส้นล่ะ300 ใช้แล้ว ตัวอักษรเป็นเงาๆ เหมือน ตัวหนังสือ echo เวลาอ่านการ์ตูน
สายแถมยังดีกว่าเลย
ต่างไม่ต่างเกิดจากอะไรได้บ้าง
1.วงจร
2.สาย
วงจรที่ดี จะมีหน่วยประมวลผลที่มีการตรวจสอบและซ่อมแซมตัวเองหลายรอบเพื่อให้ค่าที่ได้ดีที่สุด ถูกต้องที่สุด ถ้าระบบประมวลผลดี ค่าผิดพลาดที่มีค่าแตกต่างกันไม่มากจะให้ผลไม่ต่างกัน
เช่น 1/1000 หรือ 1/10000 (ค่าสมมุตินะ)เวลาระบบมันซ่อมข้อมูลค่าผิดพลาดที่เกิดก็จะน้อยลงไปอีก ทำให้มันน้อยจนยากจะแยกแยะ
(ข้อเสียของวงจรที่ดีคือมันบอบบางมาก พังง่าย เพี้ยนง่ายถ้าดูแลไม่ดี)
สายที่ดี Noiseที่เกิดขึ้นค่าที่ได้จะน้อยกว่าสายห่วยๆ เมื่อค่าผิดพลาดน้อย ต่อให้วงจรธรรมดาก็ทำให้ค่าถูกต้องมาก
ถ้ามันไม่แย่เกินไปนักก็แยกได้ยากมากๆนะ เพราะส่วนใหญ่ความเพี้ยนมันไม่ได้มากมายอะไรหรอก
ปล.ความเห็นส่วนตัวไม่เกี่ยวกะใคร สาย USB มีผลในเรื่องความคมชัด แต่มันจะไม่มีแนวเสียงเหมือนสายอื่น ผมซื้อในราคาที่แพงในระดับหนึ่งเพื่อคุณภาพ แต่ไม่ลงทุนมากแน่นอน
DAC มันไม่น่ามีแนวเสียงหรอกนะ จะมีก็แค่ความถูกต้อง แนวเสียงของ DAC ที่เกิดขึ้นเกิดจากปรีแอมป์หลังจากมันถอดรหัสมากกว่า ก็ที่โมกันแนวเสียงส่วนใหญ่เกิดจาก opamp มิใช่เหรอ ?
ปล.2 ยังไม่มีนักวิทยาศาสตร์คนไหนในโลกนี้ กล้ารับรองว่าสิ่งที่ตนคิด ไม่มีค่าความผิดพลาดและค่าความเพี้ยน จึงต้องมีค่า Accuracy และ precision เสมอ แต่ตอนเค้าโฆษณาเค้าไม่ได้บอกไว้หรอก
ถ้าพิสูจน์ได้ว่าสายเส้นนี้ มีแต่ค่าความผิดพลาด แต่ไม่มีวันเพี้ยนแน่นอน รางวัลโนเบลปีนี้คงไม่หนีไปจากมือคุณแน่นอนLast edited by milestone; 6 Jan 2011, 05:58:14.
Comment
-
ผมก็เห็นด้วยตรงนี้นะครับ สายดีจิตอลดีดีมันทำให้อะไรๆคมชัดมากขึ้น เพราะลองฟังมากับตัวเทียบกับสาย usb แถมทั่วไป มิติเวทีนิ่งมากขึ้น ไม่สะดุดกุกๆกักๆ ขุ่นมัวเหมือนตอนใช้สาย standard สายแถมกับสายหลักพันนี่ต่างกันค่อยข้างเยอะ หากแต่สายหลักพันขึ้นไปเทียบหลักหมื่นจะแตกต่างกันน้อยกว่า กับพวกสาย hdmi เทียบกันก็เห็นแต่ความคมชัดขึ้นเห็นสีเห็นภาพที่สดใสขึ้น ไม่ได้เห็นเป็นภาพโทนอื่นแต่อย่างใด แนวเสียงที่เปลี่ยนผมก็ว่าอยู่กับ op-amp มากกว่าและก็วงจรอนาลอคทั้งหลายOriginally posted by milestone View Postปล.ความเห็นส่วนตัวไม่เกี่ยวกะใคร สาย USB มีผลในเรื่องความคมชัด แต่มันจะไม่มีแนวเสียงเหมือนสายอื่น ผมซื้อในราคาที่แพงในระดับหนึ่งเพื่อคุณภาพ แต่ไม่ลงทุนมากแน่นอน
DAC มันไม่น่ามีแนวเสียงหรอกนะ จะมีก็แค่ความถูกต้อง แนวเสียงของ DAC ที่เกิดขึ้นเกิดจากปรีแอมป์หลังจากมันถอดรหัสมากกว่า ก็ที่โมกันแนวเสียงส่วนใหญ่เกิดจาก opamp มิใช่เหรอ ?
ปล. เคยอ่านใน taf เห็นเขาบอกว่า ทางการให้งบทุนวิจัยเรื่องสาย usb หลายสิบล้านเหรียญแต่ยังไม่มีใครกล้านำไปวิจัยเลย เพราะฉะนั้นมันก็ไม่มีอะไรชัดเจนนักเกี่ยวกับแนวเสียงที่ได้ของ usb
Comment
-
ขอบคุณทุกท่านครับ ว่าจะให้มันหยุดกระทู้นึกว่าจะมีทะเลาะกันซะก่อนแต่หลังเมื่อมี คนให้ไอเดียแปลกๆเพิ่มมากขึ้น งั้นถามต่อ
ผมอ่านหนังสือมา ออดิโอพไฟล์ เล่มล่าสุด เค้าบอกว่า
ยูเอสบีที่ออกมาจากคอมแต่ละพอร์ตก็ให้เสียงที่แตกต่างกัน เค้าว่างั้น ลองหาอ่านดูนะครับ
สำหรับผมงงเข้าไปอีก ฟังเพลงทียังกะเรียนวิทยาศาสตร์ ทดลองทดลอง
Comment
Comment