Announcement

Collapse
No announcement yet.

สาย USB มีผลมากไหมครับ

Collapse
X
 
  • Filter
  • Time
  • Show
Clear All
new posts

  • Originally posted by Doglover View Post
    ยังเข้ามาอ่านอยู่ครับ แต่รู้สึกไม่ดี ถ้ามีคนทะเลาะกันในกระทู้ที่ผมตั้ง

    บางทีเวลาเราเขียนอะไรโดยที่คนที่ไม่เห็นหน้ากัน บางทีรู้สึกแรง
    แต่เราไม่รู้ว่าเมื่อเค้ามาอยู่ที่หน้าเรา แล้วเค้าจะพูด เหมือนที่เค้าเขียนหรือเปล่า
    เอ ผมเห็นแต่ว่าเรากำลังถกเถียงกันด้วยเหตุผลนะครับ ไม่มีคำหยาบคายตรงไหนจนเรียกว่าการทะเลาะกันสักหน่อย จิกกัดเหน็บกันบ้างพอเป็นพิธี ถ้าบังคับว่าทุกกระทู้ต้องเห็นไปในทางเดียวกัน ถึงจะตอบได้ อันนี้ก็คงไม่เกิดประโยชน์อะไรล่ะครับ

    ส่วนถ้าบางท่านไม่อยากตอบเรื่องอื่น ก็แล้วแต่ครับ กระทู้เก่าผมขี้เกียจไปถกกันเรื่อง e spin กลับทิศแล้วล่ะนะ :P ส่วนเรื่องยก paper มาแย้ง ผมก็เคยถามไปในกระทู้ก่อนแล้วว่า ตรงไหนกันแน่ที่คือประเด็น เพราะผมก็นั่งไล่อ่านไปหลายอันแล้วพบว่า มันเป็นแึ่ค่ datasheet ที่ไม่เกี่ยวกับประเด็นที่ว่า ความผิดพลาดจนเกิดการสลับ logic bit นั้นเกิดไำ้ด้อย่างไร และถ้าเกิดแล้วส่งผลอย่างไร ถ้าจะท่องกันแค่ว่า อุปกรณ์ทุกชิ้นมันไม่ 100% มันมีข้อผิดพลาด แล้วก็บอกว่าสายแพงดีกว่า ก็ไม่รู้จะโ้ต้แย้งอะไรต่อไปล่ะครับ

    เพราะประเด็นที่ผมว่าทุกคนสงสัยก็คือ สายแพงนั้นดีกว่า ทำให้ภาพคมชัด สีสันสดใส เสียงอิ่ม ก้องกังวาล กว่าสายถูกได้อย่างไร เน้นว่าได้อย่างไรตะหาก ข้อผิดพลาดของอุปกรณ์นั้นมีโอกาสเกิดขึ้นได้เสมอ ผมเคยนั่งคำนวณ raw error rate ของสัญญาณหัวอ่าน HDD แล้วทราบดี แต่เกิดแล้วรับรู้ได้ (ทั้งdetect ด้วย algorithm หรือด้วย visual inspection) กับเกิดแล้วรับรู้ไม่ได้(เช่นการเพี้ยนของโทนสี หรือโทนเสียง ที่แยกแยะได้ยาก ที่อาจเกิดจากการสลับ logic บิทสมบูรณ์แบบ) นั้นแตกต่างกันนะครับ ตรงนี้แหละ ที่คนส่วนใหญ่เห็นแตกต่างกัน และผมคิดว่าไ่ด้ตั้งคำถามไว้ตรงประเด็นสุดๆ ที่ผู้ที่เคยศึกษาทางด้านดิจิตอลโดยตรงมาบ้าง น่าจะเข้าใจประเด็นสำคัญ

    และคำถามที่เกี่ยวกับ USB DAC ตรงกับกระทู้นี้ โต้งๆ ว่าสายถูกนั้น ทำให้เกิดเสียงอะไรที่แตกต่างจากสายแพง อันนี้ช่วยสงเคราะห์ตอบหน่อย ผมถามตรงๆว่า มันคือ jitter(เสียงคลิก เสียงสะดุด) ใช่หรือไม่ครับ?

    Comment


    • Originally posted by ManiacMaew View Post
      เสียงที่ออกเป็น ข้อมูลdigital ครับ
      Originally posted by keang View Post
      ที่กระทู้เก่าเคยโพสแหล่งอ้างอิงไว้ทั้งหมดแล้ว

      - ภาพ+เสียง ดิจิตอลทั้งหมดครับ มีเข้ารหัสเหมือนกัน ระบบเสียงจะใช้การเข้าเข้ารหัสแบบ BCH ECC(แบบเดียวกับระบบโทรศัพท์มือถือ)

      ผังการทำงานของระบบภาพ > หน้า11 โพส210


      หน้า12 โพส222
      ผู้พัฒนาระบบHDMI มีการกล่าวถึง Receiver chip (Cable equalization)


      หน้า13 โพส246




      - มีคนเคยบอกว่า มีการตรวจสอบว่าข้อมูลต้นทางกับปลายทางต้องเหมือนกันทั้งหมด ถ้ามีข้อมูลผิดพลาดก็จะมีการรีเควสส่งคำร้องขอให้ส่งใหม่ ประมาณว่า ต้องถูกต้อง100%เท่านั้นถึงจะให้ผ่านไปได้

      เคยมีคนพูดประมาณว่า เชื่อว่า ระบบที่HDMIเลือกใช้นั้น ไม่มีโอกาสผิดพลาดได้ในโลกจริง

      เคยขอคำยืนยันว่า เป็นอย่างนั้นจริงหรือ? หรือ มีการดรอปทิ้ง หรือ อะไรยังงัยก็บอกหน่อย
      เวลาล่วงเลยผ่านไปนานพอสมควรจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้คำยืนยันจากกูรูทั้งหลาย


      ประโยคนึงที่โพสไว้ที่กระทู้เก่า > หน้า12 โพส237



      เหตุผลที่ต้องเน้นตรงหลักการทำงานของระบบของตัววงจร เพราะเป็นมูลเหตุที่จะบอกว่า หมอผีนั้นรู้จักผีดีแค่ไหน หรือ รู้จักผีจริงหรือไม่

      ภาพ เอ้าท์พุทที่เราจะรับรู้ได้ อยู่ที่จอแสดงผล
      เสียง เอ้าท์พุทที่เราจะรับรู้ได้ อยู่ที่เครื่องเสียง
      บ้านคนใช้กับในห้องทดสอบ สิ่งหนึ่งที่ต่างกันแน่ๆ คือ ตามบ้านคนใช้ส่วนใหญ่ ระบบไฟจะไม่มีระบบกราวน์ดิน
      ขอบคุณมากครับ ได้ความรู้เพิ่มอีกอย่างแล้ว กำลังหาเรื่องทำโปรเจคใหม่อยู่
      Last edited by puitam; 8 Jan 2011, 16:42:47.

      Comment


      • Originally posted by Fourpoint View Post
        เอ ผมเห็นแต่ว่าเรากำลังถกเถียงกันด้วยเหตุผลนะครับ ไม่มีคำหยาบคายตรงไหนจนเรียกว่าการทะเลาะกันสักหน่อย จิกกัดเหน็บกันบ้างพอเป็นพิธี ถ้าบังคับว่าทุกกระทู้ต้องเห็นไปในทางเดียวกัน ถึงจะตอบได้ อันนี้ก็คงไม่เกิดประโยชน์อะไรล่ะครับ

        ส่วนถ้าบางท่านไม่อยากตอบเรื่องอื่น ก็แล้วแต่ครับ กระทู้เก่าผมขี้เกียจไปถกกันเรื่อง e spin กลับทิศแล้วล่ะนะ :P ส่วนเรื่องยก paper มาแย้ง ผมก็เคยถามไปในกระทู้ก่อนแล้วว่า ตรงไหนกันแน่ที่คือประเด็น เพราะผมก็นั่งไล่อ่านไปหลายอันแล้วพบว่า มันเป็นแึ่ค่ datasheet ที่ไม่เกี่ยวกับประเด็นที่ว่า ความผิดพลาดจนเกิดการสลับ logic bit นั้นเกิดไำ้ด้อย่างไร และถ้าเกิดแล้วส่งผลอย่างไร ถ้าจะท่องกันแค่ว่า อุปกรณ์ทุกชิ้นมันไม่ 100% มันมีข้อผิดพลาด แล้วก็บอกว่าสายแพงดีกว่า ก็ไม่รู้จะโ้ต้แย้งอะไรต่อไปล่ะครับ

        เพราะประเด็นที่ผมว่าทุกคนสงสัยก็คือ สายแพงนั้นดีกว่า ทำให้ภาพคมชัด สีสันสดใส เสียงอิ่ม ก้องกังวาล กว่าสายถูกได้อย่างไร เน้นว่าได้อย่างไรตะหาก ข้อผิดพลาดของอุปกรณ์นั้นมีโอกาสเกิดขึ้นได้เสมอ ผมเคยนั่งคำนวณ raw error rate ของสัญญาณหัวอ่าน HDD แล้วทราบดี แต่เกิดแล้วรับรู้ได้ (ทั้งdetect ด้วย algorithm หรือด้วย visual inspection) กับเกิดแล้วรับรู้ไม่ได้(เช่นการเพี้ยนของโทนสี หรือโทนเสียง ที่แยกแยะได้ยาก ที่อาจเกิดจากการสลับ logic บิทสมบูรณ์แบบ) นั้นแตกต่างกันนะครับ ตรงนี้แหละ ที่คนส่วนใหญ่เห็นแตกต่างกัน และผมคิดว่าไ่ด้ตั้งคำถามไว้ตรงประเด็นสุดๆ ที่ผู้ที่เคยศึกษาทางด้านดิจิตอลโดยตรงมาบ้าง น่าจะเข้าใจประเด็นสำคัญ

        และคำถามที่เกี่ยวกับ USB DAC ตรงกับกระทู้นี้ โต้งๆ ว่าสายถูกนั้น ทำให้เกิดเสียงอะไรที่แตกต่างจากสายแพง อันนี้ช่วยสงเคราะห์ตอบหน่อย ผมถามตรงๆว่า มันคือ jitter(เสียงคลิก เสียงสะดุด) ใช่หรือไม่ครับ?
        อันนี้ผมได้ยินเป็นเสียงเปรี๊ยๆๆตอนที่ลองใช้สายUSBสภาพโทรมๆเก่าๆ สำหรับต่อพ่วงHDDหรือ EXTERNAL CD

        มาลองต่อDACผมดู แต่นานๆจะเป็นที หรือไม่ก็ตอนเปลี่ยนTRACKไปๆมาๆครับ

        แต่สาเหตุไม่รู้ว่าเกิดจากSET ASIO ไว้ไม่ดีหรือเปล่า

        แต่ตอนหลังใช้สายUSBเส้นละ200 และก็set asio ใหม่ตามที่น้องในบอร์ดแนะนำก็ไม่มีอาการอีก

        แต่ก็ฟังความแตกต่างไม่ออกนะครับ บางทีต้องใชั ลำโพงแพงๆ system เทพๆอาจฟังออกก็ได้ครับ

        หลายวันก่อนผมได้คุยกับพี่คนหนึ่ง system ของพี่เค้าระดับอภิมหาเทพ แค่ mini to rcaเสันแค่คืบเดียว ก็ว่ากันหลักหมื่นกว่าขึ้น

        สายusbพี่เค้ามีทั้งcadas polestar kimber และที่สำคัญพี่เค้าใช้ เบคคิ้นโกลด์ แกบอกผมว่าตอนนี้เทคโนโลยี่กำลังเปลี่ยน

        จะมีระบบเชื่อมต่อใหม่ออกมาในช่วงไม่นานนี้ รอดูไปก่อน ใช้เบคคิ้นโกลด์ดีมากๆแล้ว

        แกบอกผมว่าถ้าใช้ asynchrous dacเทพๆตัวละ4-5พัน$ค่อยใช้สายเทพๆ
        Last edited by puitam; 8 Jan 2011, 17:30:18.

        Comment


        • ฟังไม่ออก ผมว่านี่แหล่ะโชคดีที่สุดแล้ว เพราะ ถ้าฟังออก จะมีเรื่องคุ้มไม่คุ้มตามมาอีก

          ถ้าฟังออก จะมีตัวกิเลสตามมาหลอกหลอน อยากรู้นู้นนี่ มีไรให้สงสัยคาใจไปอีก เช่น ถ้าเอาสายนู้นมาต่อจะเป็นงัยน่ะ เอาสายนี่มาต่อจะเป็นงัยน่ะ

          เดี๋ยวนี้ ถ้าไม่จุกจิกกับเรื่องเสียงมาก ฟังออนบอร์ดผมยังว่าเพราะเลย
          แต่ถ้าจะลองอะหลั่ยหรือลองวงจร ถึงจะไปใช้การฟังแบบจับผิด

          Comment


          • Originally posted by keang View Post
            ฟังไม่ออก ผมว่านี่แหล่ะโชคดีที่สุดแล้ว เพราะ ถ้าฟังออก จะมีเรื่องคุ้มไม่คุ้มตามมาอีก

            ถ้าฟังออก จะมีตัวกิเลสตามมาหลอกหลอน อยากรู้นู้นนี่ มีไรให้สงสัยคาใจไปอีก เช่น ถ้าเอาสายนู้นมาต่อจะเป็นงัยน่ะ เอาสายนี่มาต่อจะเป็นงัยน่ะ

            เดี๋ยวนี้ ถ้าไม่จุกจิกกับเรื่องเสียงมาก ฟังออนบอร์ดผมยังว่าเพราะเลย
            แต่ถ้าจะลองอะหลั่ยหรือลองวงจร ถึงจะไปใช้การฟังแบบจับผิด
            อื้อใช่เลยครับ พี่อีกคนแกตอนบ้าเครื่องเสียงมากๆนี่จัดวางลำโพงที สามสี่เดือนกว่าจะลงตัว

            เดี๋ยวขยับเข้าขยับออกหมุนเข้าหมุนออกอีกเป็นเดือน ฟังแล้วเหนื่อย แต่ดูก็มีความสุขดีนะครับ

            ชักพักพี่แกได้rcaมาใหม่อีกคู่ ก็ขยับลำโพงใหม่กันอีกรอบ เฮ้อ....นี่ถ้าเป็นลำโพงตัวยักษ์มีปวดหลังตายเลย

            ตอนหลังแกก็เริ่มปลงๆ และก็บอกว่าเอ๊ย....ตูฟ้งเสียงเพลงเวัยไม่ได้มาฟังเสียงฟิวฮ่าๆๆๆ

            แต่ก็มีอยู่บ้าง

            ผมว่าเสน่ห์ของเครื่องเสียงมันก็อยู่ตรงได้ลองนี่แหละ
            Last edited by puitam; 8 Jan 2011, 18:21:47.

            Comment


            • เอาเพื่อนมาขายดีกว่า (จริงๆเป็นเพื่อนรุ่นพี่ที่สอนเรื่องการฟังให้ผม)

              มีเพื่อนอยู่คนนึง เวลาทำเครื่องเค้าจะเอาจริงเอาจังมาก ประมาณว่า
              ถ้าต้องการรู้ว่าอะหลั่ยตัวนั้นเสียงเป็นงัย จะเปลี่ยนแค่จุดเดียวแล้วลองเสียง
              ตอนลองเสียงง จะปิดไฟ ปิดพัดลม ปิดแอร์ ปิดหน้าต่าง ปิดทุกอย่างที่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้องฟังเพลง
              พอปิดหมด ทีนี้ก็ร้อนสิ สุดท้ายเหลือเกงลิงชิ้นเดียว

              บ้านเพื่อนคนนี้ สายไฟเอซีทุกเส้นในบ้าน(ขอย้ำว่าทั้งบ้าน)จะเช็คทิศทางทุกเส้น
              พวกซีเรียสมากๆ เคยเซ็ทไรไว้แบบไหน จะมาร์คตำแหน่งทุกอย่างไว้เปะๆ ห้ามขยับสายไฟ, สายลำโพง, สายสัญญาณ เลย

              หลังๆมานี่ เริ่มปลงได้แล้วมั้ง ไม่ค่อยเห็นเค้าซีเรียสแบบเก่าแล้ว
              Last edited by keang; 8 Jan 2011, 19:16:47.

              Comment


              • Originally posted by Fourpoint View Post
                เอ ผมเห็นแต่ว่าเรากำลังถกเถียงกันด้วยเหตุผลนะครับ ไม่มีคำหยาบคายตรงไหนจนเรียกว่าการทะเลาะกันสักหน่อย จิกกัดเหน็บกันบ้างพอเป็นพิธี ถ้าบังคับว่าทุกกระทู้ต้องเห็นไปในทางเดียวกัน ถึงจะตอบได้ อันนี้ก็คงไม่เกิดประโยชน์อะไรล่ะครับ

                ส่วนถ้าบางท่านไม่อยากตอบเรื่องอื่น ก็แล้วแต่ครับ กระทู้เก่าผมขี้เกียจไปถกกันเรื่อง e spin กลับทิศแล้วล่ะนะ :P ส่วนเรื่องยก paper มาแย้ง ผมก็เคยถามไปในกระทู้ก่อนแล้วว่า ตรงไหนกันแน่ที่คือประเด็น เพราะผมก็นั่งไล่อ่านไปหลายอันแล้วพบว่า มันเป็นแึ่ค่ datasheet ที่ไม่เกี่ยวกับประเด็นที่ว่า ความผิดพลาดจนเกิดการสลับ logic bit นั้นเกิดไำ้ด้อย่างไร และถ้าเกิดแล้วส่งผลอย่างไร ถ้าจะท่องกันแค่ว่า อุปกรณ์ทุกชิ้นมันไม่ 100% มันมีข้อผิดพลาด แล้วก็บอกว่าสายแพงดีกว่า ก็ไม่รู้จะโ้ต้แย้งอะไรต่อไปล่ะครับ

                เพราะประเด็นที่ผมว่าทุกคนสงสัยก็คือ สายแพงนั้นดีกว่า ทำให้ภาพคมชัด สีสันสดใส เสียงอิ่ม ก้องกังวาล กว่าสายถูกได้อย่างไร เน้นว่าได้อย่างไรตะหาก ข้อผิดพลาดของอุปกรณ์นั้นมีโอกาสเกิดขึ้นได้เสมอ ผมเคยนั่งคำนวณ raw error rate ของสัญญาณหัวอ่าน HDD แล้วทราบดี แต่เกิดแล้วรับรู้ได้ (ทั้งdetect ด้วย algorithm หรือด้วย visual inspection) กับเกิดแล้วรับรู้ไม่ได้(เช่นการเพี้ยนของโทนสี หรือโทนเสียง ที่แยกแยะได้ยาก ที่อาจเกิดจากการสลับ logic บิทสมบูรณ์แบบ) นั้นแตกต่างกันนะครับ ตรงนี้แหละ ที่คนส่วนใหญ่เห็นแตกต่างกัน และผมคิดว่าไ่ด้ตั้งคำถามไว้ตรงประเด็นสุดๆ ที่ผู้ที่เคยศึกษาทางด้านดิจิตอลโดยตรงมาบ้าง น่าจะเข้าใจประเด็นสำคัญ

                และคำถามที่เกี่ยวกับ USB DAC ตรงกับกระทู้นี้ โต้งๆ ว่าสายถูกนั้น ทำให้เกิดเสียงอะไรที่แตกต่างจากสายแพง อันนี้ช่วยสงเคราะห์ตอบหน่อย ผมถามตรงๆว่า มันคือ jitter(เสียงคลิก เสียงสะดุด) ใช่หรือไม่ครับ?
                ว่าจะไม่ตอบอะไรแล้วนะครับ เรื่อง e spin เป็นหัวใจหลักของการเล่นเครื่องเสียงเลยก็ว่าได้ มันสามารถโยงไปอธิบายเรื่องที่คนยังไม่ตอบได้หลายเรื่อง เช่นการเบิร์น การแปลงข้อมูล การถอดรหัส
                เรื่องนี้เป็นหัวใจหลักในการศึกษาการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนในโลหะธาตุ ซึ่งปัจจุบันมีการศึกษาแค่ 2 สาขาคือ เคมีแลวิศวะไฟฟ้า โดยเคมีจะเรียนเน้นที่การเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนในออบิทัลของโมเลกุล
                แต่วิศวะไฟฟ้าจะเน้นการเคลื่อนที่ของเทรชโฮลในโลหะ ในระดับ ป.โทที่จบด้านนี้มาโดยเฉพาะในประเทศไทยน่าจะมีไม่ถึง 40 คนต่อปี(เอาที่จบนะ) แล้วในกลุ่มนี้มีสักกี่คนที่เล่นเครื่องเสียงแบบจริงจัง
                มันเลยกลายเป็นเรื่องที่คนไม่ค่อยรู้กัน ผมก็พยายามจะอธิบายให้มันง่ายพอที่จะเข้าใจได้ แต่คุณก็บอกว่าเข้าไม่ถึงและไม่พยายามหาคำตอบต่อ ผมเลยไม่อยากกล่าวถึงอีก ไม่งั้นมันก็วนไม่รู้จบ
                แต่นี่เล่นจิกมาหลายความเห็นละ โดยเฉพาะอีโมค่อนที่แลบลิ้นใส่หลังจบข้อความนะ ผมว่ามันไม่ใช่มารยาทที่ดีเลยนะ มีอะไรก็ค่อยๆคุยกัน ผมเองก็ไม่ชอบให้ใครมาจิกแบบนี้

                สุดท้าย

                ผมเน้นย้ำมาตั้งแต่แรกแล้วว่าในระดับที่เล่นกันส่วนใหญ่ในเว็บของเราผมไม่สนับสนุนให้ซื้อของแพง ให้เอาที่คุณภาพพอเพราะเสียงมันแทบจะไม่เปลี่ยนเลย เอาเงินไปทำส่วนอื่นเถอะ
                ไม่เชื่อก็ย้อนกลับไปอ่านได้ครับ ทั้ง USB และ HDMI ผมเองก็ยังใช้เส้นไม่ถึงพันเลย แต่ไม่ใช่มันไม่มีผล ที่ผมบอกก็เพราะจะได้ไม่จำผิดๆกัน ถ้าให้ยกตัวอย่าง

                1.รถที่ต้องการให้ความเร็วสูงสุดวิ่งเร็วขึ้นจาก 140 เป็น 160 ได้อาจต้องใช้เงินหลักแสน
                2.รถที่ต้องการให้ความเร็วสูงสุดวิ่งเร็วขึ้นจาก 268 เป็น 269 อาจต้องใช้เงินหลายล้านเพื่อแต่งเรื่องเล็กน้อยที่กลุ่ม 1 เห็นว่าบ้าบอ เช่นการปรับองศาสปอยล์เลอร์ 1-2 องศา

                วิทยาศาสตร์ไม่ใช่สิ่งตายตัว ตราบใดที่มันยังมีความเป็นไปได้ที่จะอธิบายทางวิทยาศาสตร์ ลองศึกษาศาสตร์แขนงอื่นแล้วเอามาประกอบกัน เผื่อจะได้คำตอบที่ต่างไปจากเดิม
                Last edited by milestone; 8 Jan 2011, 20:05:01.

                Comment


                • ใจเย็นๆครับ อันไหนไม่น่าสนใจก็ข้ามๆไป ไปใส่ใจก็ไม่มีไรดีขึ้น ทำเป็นมองไม่เห็นไปดีกว่า

                  ยังมีอีกเยอะที่ยังหลงคิดว่า 0กับ1 มันนับ0ไป1เฉพาะช่วงขาขึ้นของสัญญาณ หรือ มันนับ1ไป0เฉพาะช่วงขาลงของสัญญาณ หรือ มีสัญญาณรบกวนเฉพาะขาขึ้นกับขาลงของสัญญาณ ซึ่งสอบตกตั้งแต่คิดหรือพูดแบบนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว
                  แค่นั้นไม่พอ ยังสอบตกซ้ำสองจากการที่คิดว่า ภาพล้มหรือไม่มีภาพเกิดจากข้อมูลผิดพลาดเฉพาะในเส้นDATAเท่านั้น

                  หากใครกังวลเรื่องสัญญาณดีไม่ดี เรื่องสัญญาณรบกวน แนะนำให้ทำสายกราวน์ดินของทุกเครื่อง จะลดปัญหาเอฟเฟคจากสัญญาณรบกวนต่างๆได้


                  ปล.
                  ผมขอกล่าวคำ "ขอโทษ"กับคุณDoglover ในประเด็นที่ผมมีส่วนทำให้กระทู้ออกทะเล
                  " ขอโทษครับ "
                  Last edited by keang; 8 Jan 2011, 20:42:25.

                  Comment


                  • ใจเย็นๆดีกว่าครับเอาว่าเรามาแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้กัน

                    เพื่อนๆกันทั้งนั้น เราก็มีเรื่องที่รู้และไม่รู้ก็ต้องเรียนรู้กันครับ

                    กระทู้นี้ดีนะครับอ่านข้อมูลจากหลายๆคนผมว่าเป็นมุมมองและข้อมูล

                    ที่ไม่รู้มาก่อนได้ความรู้ดีีครับ

                    Comment


                    • อ่านเงียบๆ แต่เห็นคนพูดถึงเรื่องช่วงขาขึ้น ขาลงของสัญญาณ ก็อธิบายเพื่อความเคลียร์หน่อย เดี๋ยวใครจะเข้าใจผิดอีก
                      ขอบขาขึ้น หมายถึง ช่วงที่"Clock" เปลี่ยนจาก low เป็น hi ซึ่งเป็นสัญญาณมาตรฐานที่ใช้บอกhardware (Logic gate,ชิบ บลาๆ มากมาย) ว่าตอนนั้นข้อมูลใน"Data"พร้อมจะอ่านแล้ว คือเป็น 0 หรือเป็น1เรียบร้อยแล้ว ไม่ได้กำลังเปลี่ยนอยู่
                      เช่น จะส่ง 10001 ก็เป็น
                      (จุด หมายถึงขอบขาขึ้นของclock สีแดงในdataหมายถึง ข้อมูลขณะที่ขอบขาขึ้นในclkมาถึง)
                      CLk: 0 .1 0 .1 0 .1 0 .1 (CLockจะสลับ hi-low ไปเรื่อยๆแบบนี้เสมอตามความถี่ที่ตั้งไว้)
                      Data:1111?0000000000?1111 (1คือไฟสูง 0คือไฟต่ำ)
                      ขอบขาลงก็แค่เปลี่ยนเป็นตอนclkเปลี่ยนจาก1เป็น0น่ะแหละครับ

                      ทำไมต้องตรงขอบขึ้น ทำไมไม่อ่านทุกๆครั้งที่Clockเป็น 1 ไปเลยหละ?
                      นึกถึงกราฟแรงดันของ clock นะครับ(เป็นสี่เหลี่ยมคมๆ บนครึ่ง ล่างครึ่ง ไม่ได้โค้งสวยงามแบบsinwave) 1 คือ ไฟสูงใช่ไหม แล้วตรงไหนมั่งที่สูง? เยอะแยะไปหมด ลองนึกถึงวงจรที่มีclock 1Hz นะครับ (แค่ยกตัวอย่างให้คิดเลขได้ง่ายๆ) ช่วงที่เป็น 1 มันยาวนานถึงเกือบครึ่งวิเลยทีเดียว(แค่เกือบ เพราะไฟกลางๆจะไม่นับว่าเป็นสูงหรือต่ำ) ในขณะที่ช่วงที่เป็นขอบขาขึ้น มันสั้นนิดเดียว นั่นแหละทำไมถึงใช้ตรงขอบขาขึ้นครับ

                      ก็ไม่ค่อยเกี่ยวอะไรกับที่คุยกันอยู่หรอก แต่เผอิญผมพูดถึงไป แล้วก็ลืมนึกว่าวงการอื่นอาจไม่รู้จักขอบขาขึ้น เลยต้องอธิบาย
                      รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ในวิชา Digital System Design ซึ่งน่าจะหาหนังสือง่าย เพราะวิศวะไฟฟ้ากับคอม ต้องเรียน

                      ขอโทษที่ออกทะเล แต่ผมกลัวใครอ่านแล้วเข้าใจผิดจากการพิมพ์อธิบายที่ไม่เคลียร์
                      Last edited by T4st -t1 -s; 8 Jan 2011, 23:08:50.

                      Comment


                      • Originally posted by keang View Post
                        ใจเย็นๆครับ อันไหนไม่น่าสนใจก็ข้ามๆไป ไปใส่ใจก็ไม่มีไรดีขึ้น ทำเป็นมองไม่เห็นไปดีกว่า

                        ยังมีอีกเยอะที่ยังหลงคิดว่า 0กับ1 มันนับ0ไป1เฉพาะช่วงขาขึ้นของสัญญาณ หรือ มันนับ1ไป0เฉพาะช่วงขาลงของสัญญาณ หรือ มีสัญญาณรบกวนเฉพาะขาขึ้นกับขาลงของสัญญาณ ซึ่งสอบตกตั้งแต่คิดหรือพูดแบบนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว
                        แค่นั้นไม่พอ ยังสอบตกซ้ำสองจากการที่คิดว่า ภาพล้มหรือไม่มีภาพเกิดจากข้อมูลผิดพลาดเฉพาะในเส้นDATAเท่านั้น

                        หากใครกังวลเรื่องสัญญาณดีไม่ดี เรื่องสัญญาณรบกวน แนะนำให้ทำสายกราวน์ดินของทุกเครื่อง จะลดปัญหาเอฟเฟคจากสัญญาณรบกวนต่างๆได้


                        ปล.
                        ผมขอกล่าวคำ "ขอโทษ"กับคุณDoglover ในประเด็นที่ผมมีส่วนทำให้กระทู้ออกทะเล
                        " ขอโทษครับ "
                        ไม่ต้องขอโทษหรอกครับ บ้างทีความเห็นของคุณ keang อาจจะมีประโยชน์ สำหรับบางคนนะครับ

                        อิสระภาพทางความคิด มีในตัวตนอยู่แล้ว ขอบคุณทุกท่านนะครับ

                        Comment


                        • Originally posted by maxxx77 View Post
                          เค้าไม่ได้ว่าอะไรน่ะ...อิอิอิ

                          ข้อมูลหลากหลายหน่ะดีครับ ผู้อ่านจะได้ประโยชน์จริงๆ แต่ถ้าให้ดีที่สุด อยากให้เอาข้อมูลที่แต่ละคนได้ทดสอบและผ่านการฟังด้วยหูตัวเองมาแชร์กันจริงๆ (ขอย้ำว่าจริงๆ) จะดีที่สุด

                          ที่ผมพูดเนี่ยหมายถึง...ถ้าใครที่ไปอ่านจากที่นู่นที่นี่มา แล้วเอาข้อมูลเหล่านั้นมาบอกเล่ากันหรือเอามาฟันธงกันว่า...ไม่มีผล หรือมีผล มันก็คงจะไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านเท่าไหร่นัก

                          เพราะมันเป็นเพียงแค่การไปฟังข้อมูลที่บอกเล่าจากคนอื่นแล้วเอามาพูดเท่านั้น ถามว่า...ข้อมูลเหล่านี้มันมีประโยชน์ไหม ก็ขอตอบว่า...มีครับ แต่มันอาจจะสู้ข้อมูลโดยตรงของแต่ละคนไม่ได้ เพราะคนเราทุกคน มันยังแฝงไปด้วยอคติ 4 อยู่เยอะ

                          ก็อย่างที่ผมบอกเอาไว้ว่า...ถ้าลองจริงๆ แล้วฟังไม่ออกก็ว่ากันไปตามนั้น ซึ่งผมว่า...การฟังไม่ออกหรือการฟังออกมันไม่ใช่สิ่งผิดอะไรเลย เพียงแต่ถ้าเราจะตัดสินอะไรแล้ว มันต้องลองให้ถึง และต้องลองให้จริงครับ

                          ว่าแต่ระวังของจะเข้าตัวน่ะพี่แต้ม อิอิอิ
                          +100

                          Comment


                          • การตอบสนองของหูแต่ละคนก็ค่อนข้างจะไม่เหมือนกันซะด้วย
                            บางคนได้ยินเสียงอะไรเสียดสีกัน ก็เสียวฟันแล้ว แต่บางคนก็ไม่เป็น :-)
                            ก็ชัดเจนดี

                            Comment


                            • อืมมมมมมมมมมมม มีเหตุและผลทุกอย่างเลย เก็บข้อมูล +ให้ทุกคนเลยคร๊าบบบบบบบบบบ ทุ่มเทให้กันขนาดนี้

                              Comment


                              • สาย USB ที่ใช้ สาย HGA มาทำ โดยให้น้องในห้อง Hi-Fi ทำ ราคา 1,000ต้นๆ......... เอามาฟังกับ DAC Z2 มีความแตกต่างเป็นที่พอใจ เมื่อเทียบกับสายที่แถมมา

                                ความเห็นผมก็ว่าคุ้มครับ

                                (เหตุผลส่วนตัวก็เหมือนกับที่เปลี่ยนสาย RCA TO RCA 1 คู่ ราคา 1,000ต้นๆ เทียบกับสาย RCA แถม เสียงก็ดีขึ้นครับ)

                                Comment

                                Working...
                                X