Announcement

Collapse
No announcement yet.

สาย USB มีผลมากไหมครับ

Collapse
X
 
  • Filter
  • Time
  • Show
Clear All
new posts

  • Originally posted by Fourpoint View Post
    #

    ป.ล. เพิ่งนึกถึงตัวอย่างขำๆได้ว่า เคยไปดูเพื่อนทำงานด้านออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ จอ LCD ทุกจอต้องได้รับการคาลิเบรทสีของจอด้วย เครื่องมือแบบเดียวกับพวกเครื่อง spyder ทุกๆ 3-6เดือน(เพราะการแสดงผลของเม็ด pixel บนตัวจอมันเสื่อมไปได้ ต้องปรับใหม่) แต่น่าแปลกที่จอพวกนี้ก็ยังใช้สายแถมปกติทั่วๆไป ทั้งๆที่บางจอราคาเหยีบบแสนก็มี อืม ขนาดงานที่เขาต้องการความถูกต้องของสีสุดๆ เขายังใช้สายแถมหน้าตาปกติธรรมดาเลย ไม่เห็นต้องขวนขวายไปใช้สายราคาหลักหมื่นกันเลยน้อ สงสัยเขาจะไม่มืออาชีพพอเท่านักดูหนังฟังเพลงกระมัง

    ป.ล.2 ยังรอท่านอื่นๆมาแบ่งปันประสบการณ์ ลักษณะของความแตกต่าง ในการรับฟังสายถูกสายแพง จากสายชนิดต่างๆ (USB, HDMI) กันอยู่นะครับ
    กระซิบหน่อยจอของคุณmaxx777ตัวที่แกใช้อยู่นะครับ

    แกก็ใช้สายแถม!!!จะบอกให้ อุอุ ใช้มาสองเกือบสามปีแล้วมั้ง

    ตอนนั้นนะครับ เหยียบแสนจริงๆ แต่ใช้สายแถม !!! อุอุ แวะมาแซวเ่ล่นนะน้อง

    Comment


    • เออมีอีกเรื่องครับในสายusbนี่มันมีไฟ +5กับGroundด้วยใช่มั้ยครับ

      คราวนี้มีน้องคนนึงเค้าบอกว่าเคยตัดสาย+5กับGroundออกแล้วต่อGroundแยกต่างหาก

      เพราะเค้าคิดว่าไฟคอมไม่สะอาดมีnoice Groundก็มีnoice

      ปรากฎว่าDACไม่ทำงานเช็คแล้ว คาดว่าDacต้องใช้ไฟเลี้ยงจากขั้ว+5ไปเลี้ยงวงจรบางส่วนด้วย

      เป็นไปได้ว่าความแตกต่างมันอาจอยู่ที่+5นี่ด้วย สายห่วยๆมันอาจจะแย่ที่นี่หรือเปล่า

      พอพิจรณาจากข้อมูลเเละเหตุผลของคุณFourpoint มันก็เป็นไปได้ ว่า lostไม่น่ามีpattern

      เพราะว่า error ของข้อมูลdigital ที่ทำให้ข้อมูล lostไปทั้งแถบ เฉพาะช่วงความถี่นั้นๆ

      มันจะทำได้ไงยกเว้นเป็นจากต้นทาง ตอนซึ่งต้นทาง A/D ในคอมน่าจะเป็นdigitalหมด
      Last edited by puitam; 13 Jan 2011, 09:55:22.

      Comment


      • สาย USB มี data สองเส้น ไฟสองเส้นครับ
        แต่คาดว่าน่าจะต้องใช้ไฟด้วย ไม่งั้นเวลาเสียบไปที่คอมคงไม่รู้ว่าใช้สาย USB
        น่าจะเป็นแบบนั้นครับ วงเล็บว่าเดาล้วนๆ เพราะยังไม่เคยเล่นสาย USB จริงๆจังๆเลย

        Comment


        • Originally posted by Fourpoint View Post
          #maxxx77


          แต่ปัญหาคือ ข้อมูลที่สูญหายไปในสายถูก มันจะทำให้เกิดการด้อยของรายละเอียดเสียงของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นเลยได้หรือ?
          ทางทฤษฎีก็ว่ากันไปครับ...แต่ทางปฏิบัติเนี่ย!!! ไม่ทราบว่าคุณ Fourpoint คุณเคยลองเปรียบเทียบเรื่องเสียงและภาพระหว่างสาย USB หรือ HDMI ที่เป็นสายแถมกับสายดีๆ (ซึ่งส่วนใหญ่จะมีราคาค่อนข้างแพง) ด้วยตาและหูของคุณเองแล้วหรือยังครับ

          ขอไม่เอาประเภทจับสายแถม สายจีน สายบ้านหม้อคลองถม สายกะล๊อกก๊อกแก๊กมาเทียบกันน่ะครับ เพราะเสียเวลาเปล่า

          ถ้าเคยทดลองและทดสอบด้วยตัวเองแล้ว ฝากรบกวนช่วยเล่าให้ฟังเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันหน่อย

          แต่ถ้ายังไม่เคย!!! เพราะด้วยเหตุผลใดเหตุผลหนึ่งก็ตาม ผมว่า...คุณควรหาเวลาทดสอบเรื่องนี้อย่างจริงๆ จังๆ ก่อนที่คุณจะสรุปประเด็นเป็นจริงเป็นจังน่ะครับ (ไม่ได้ตั้งใจพูดกวนหรือพูดกระทบจริงๆ น่ะครับ)

          เพราะถ้าว่ากันตามหลักวิทยาศาตร์ จริงๆ แล้วมันต้องเริ่มจากการตั้งสมมุติฐานความน่าจะเป็น (ซึ่งก็คือการคาดเดานั่นแหละ) จากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการทดสอบด้วยตัวเองด้วยการจับเอาสิ่งที่เรากำลังถกเกถียงหรือเป็นประเด็น มาจับทดสอบด้วยวิธีการต่างๆ แบบตัวเป็นๆ ทั้งคนทั้งสาย

          และถ้าจะให้เจ๋งจริง ต้องทดสอบด้วยตัวเองและต้องทดสอบให้ถึงแก่นด้วย เพราะถ้าทดสอบไม่ถึงแก่นของมัน คือ...ได้แต่เอาทฤษฎีหรือหลักการนั้นนี้มาหักล้างความน่าจะเป็น ว่า...มันต้องเป็นอย่างนั้น!!! มันต้องเป็นอย่างนี้!!! ผลที่เกิดขึ้นอาจจะคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงไปได้

          เพราะผมเห็นทฤษฎีตามหลักวิทยาศาสตร์มันเปลี่ยนไปอยู่เรื่อย ไม่เคยมันจะตายตัวหรืออยู่นิ่งสักเท่าไหร่ วันนี้นักวิทยาศาสตร์ท่านนี้ว่าอย่างนั้น พออีกไม่กี่ปีต่อมา...ก็มีทฤษฎีของนักวิทยาศาสตร์อีกคนเข้ามาหักล้างและแทนที่ทฤษฎีเดิม

          ตำหรับตำราก็เปลี่ยนหลักสูตรกันไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ลองเอาสิ่งที่คุณเรียนมาในบางเรื่อง ไปพูดให้เด็กรุ่นหลังๆ ฟัง สรุปมันก็ไม่รู้เรื่องเพราะทฟษฎีบางทฤษฎีมันเปลี่ยนไปแล้ว

          เพราะฉะนั้น...ก่อนที่คุณ Fourpoint หรือใครก็ตาม จะสรุปอะไรแบบเป็นจริงเป็นจังแบบนี้ แล้วยังไม่เคยเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างสายแถมกับสาย USB ดีด้วยหูตัวเอง ก็ฝากให้ช่วยทดสอบให้เป็นรูปธรรมด้วยน่ะครับ

          เพราะถ้าจะฟาดฟันเหตุผลกันเป็นจริงเป็นจังขนาดนี้ ก็รบกวนช่วยไปซื้อสายดีๆ มาทดสอบด้วยน่ะครับ จริงๆ แล้ว สาย USB ดีๆ เดี๋ยวนี้มันก็มีให้เลือกตั้งหลายราคา มันก็คงไม่เหนือบ่ากว่าแรงเท่าไหร่ (แต่อยากให้ลองสายของ locus design จังเลย)

          ทดสอบเสร็จแล้วไม่รู้จะเก็บสายไว้ทำอะไร ก็ปล่อยขาย ถ้าปล่อยไม่ได้บอกผม เดี๋ยวผมจะช่วยจัดหาคนรับไปสัมปทานต่อ เพราะเพื่อนๆ ในวงการที่ผมรู้จักมีเยอะไม่ต้องกลัว

          อย่างมากก็ขาดทุนไปไม่กี่ร้อย แต่มันคุ้มค่ากับการที่คุณได้ทดสอบมันด้วยตัวและหูของคุณเอง เวลาพูดอะไรไป จะฟันธงแบบไหน ถ้าบอกว่า...เคยลองฟังด้วยตัวเองแล้วฟังไม่ออก ก็จะไม่มีใครรู้สึกตะขิดตะขวงใจอะไร เพราะมันเป็นประสบการณ์ตรงของคุณ ไม่ใช่แค่หลักการทางทฤษฎีที่ยกมาอ้าง

          ที่กลาวมาทั้งหมด...ไม่ได้มีเจตนาจะหาเรื่องหรือกวนคุณ Fourpoint ให้หงุดหงิดใจเลยน่ะครับ แค่อยากทราบผลจากประสบการณ์ตรงเท่านั้นจริงๆ



          Originally posted by Fourpoint View Post

          ก็เข้าใจครับ ความสุขของคนใช้นะ ผมก็เป็น ยอมเสียเงินแพงๆ ซื้อของบางอย่างที่หน้าตาดูดี วัสดุดูมีคุณภาพ แม้จะทำงานออกมาแล้วได้เท่าๆกับของถูกนั่นแหละ แต่ประเด็นก็คือ เราควรจะรู้ว่าเราคาดหวังอะไรได้จริงๆ บ้าง ผมไม่แย้งคนที่พึงพอใจซื้อของราคาแพงในด้านของความรู้สึก แต่จะแย้งถ้าจะพูดกันในทางวิทยาศาสตร์ครับ

          ผมรู้ว่าคุณคงไม่ได้หมายถึงผมคนเดียว แต่สำหรับประเด็นนี้...แม้ผมจะทำงานทางด้านออกแบบคือเป็นมัณฑนากร ที่ชอบของสวยๆ งามๆ และของมีดีไซน์ แต่ผมก็ไม่ได้ใช้ชีวิตแบบฟุ่มเฟือยน่ะครับ

          จริงอยู่ว่า...ผมชอบซื้ออะไรที่มันดูดี (จุดนี้ผมยอมรับ) แต่ถึงกระนั้น...ผมก็ไม่ได้ร่ำรวยและหน้ามืดถึงขนาดยอมจ่ายเงินแพงๆ เพื่อแลกกับของที่มีดีแค่หน้าตา แต่คุณภาพกลับธรรมดาและหาซื้อได้ตามท้องตลาด

          เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น เขาเรียกว่า...ใช้เงินไม่เป็นครับ (ประโยคนี้ผมพูดสำหรับคนที่มีสถานะทางการเงินประมาณผมน่ะครับ คือปานกลางไม่รวยไม่จน ไม่ได้หมายถึงคนที่มีอันจะกินที่ซื้ออะไรก็ไม่เดือดร้อน)


          Originally posted by Fourpoint View Post
          ป.ล. เพิ่งนึกถึงตัวอย่างขำๆได้ว่า เคยไปดูเพื่อนทำงานด้านออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ จอ LCD ทุกจอต้องได้รับการคาลิเบรทสีของจอด้วย เครื่องมือแบบเดียวกับพวกเครื่อง spyder ทุกๆ 3-6เดือน(เพราะการแสดงผลของเม็ด pixel บนตัวจอมันเสื่อมไปได้ ต้องปรับใหม่) แต่น่าแปลกที่จอพวกนี้ก็ยังใช้สายแถมปกติทั่วๆไป ทั้งๆที่บางจอราคาเหยีบบแสนก็มี อืม ขนาดงานที่เขาต้องการความถูกต้องของสีสุดๆ เขายังใช้สายแถมหน้าตาปกติธรรมดาเลย ไม่เห็นต้องขวนขวายไปใช้สายราคาหลักหมื่นกันเลยน้อ สงสัยเขาจะไม่มืออาชีพพอเท่านักดูหนังฟังเพลงกระมัง

          ก่อนหน้านี้...ผมเคยได้มีโอกาสออกแบบหนังสืออยู่ 2-3 เล่ม การ calibrate หน้าจอมอนิเตอร์นั้นถือว่ามีความจำเป็น บางโรงพิมพ์ที่ผมดิวงานด้วย เขาจะทำกันทุกๆ 2 อาทิตย์เลย

          ที่ต้องทำก็เพื่อปรับการแสดงผลของหน้าจอ ให้แสดงผลทางด้านสีออกมาถูกต้องและใกล้เคียงสีจริงมากที่สุด ซึ่งในส่วนนี้ ทางโรงพิมพ์เค้าจะมีการทำ profile เก็บค่าสีเอาไว้เพื่อจะได้ทำการ matching กับเครื่องพิมพ์หรือเครื่อง printer

          เพื่อที่เวลาเขาจะ print proof งานมาให้เราดู สีจะได้ใกล้เคียงกับสีการพิมพ์เวลาออกมาเป็นหนังสือ

          ส่วนเรื่องสาย...ผมว่าคุณเอามาโยงกับเรื่องงานการพิมพ์ ก็ฟังดูแปลกๆ ไปสักนิดถึงมากมาย เพราะผมก็จับงานทางด้านนี้อยู่เหมือนกัน

          ดังนั้น...เมื่อคุณอ้างมาถึงจุดนี้ ผมก็อยากรบกวนให้คุณ fourpoint ลองสวมหัวใจของเจ้าของโรงพิมพ์ แล้วลองตอบคำถามง่ายๆ ของผมดูสัก 3 ข้อครับว่า...

          1.ถ้าคุณเป็นเจ้าของโรงพิมพ์ คุณจะซื้อสายดีๆ มาใช้กับเครื่องคอมทุกๆ เครื่องในโรงงานของคุณไหม ทั้งๆ ที่ในตอนนี้คุณใช้สายแถม คุณก็หาตังค์มาใช้ได้อย่างสบายแล้ว

          2.แต่ในทางกลับกัน ถ้าคุณเป็นเจ้าของโรงพิมพ์ แต่คุณชอบเล่นเครื่องเสียงหรือชุดโฮม แล้วรู้ว่าสายเส้นนี้มีผลทำให้ชุดเครื่องเสียงและชุดโฮมของคุณดีขึ้น แม้มันจะดีขึ้นเล็กน้อย ระดับรายได้อย่างเจ้าของโรงพิมพ์ที่มีรายได้เอาว่าหลายแสนบาทต่อเดือน เป็นคุณ!!! คุณจะซื้อไหม

          3.ถ้าในกรณีที่บังคับซื้อและต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง...คุณจะซื้อสายดีๆ เพื่อไปใช้กับเครื่องคอมที่โรงงาน!!! หรือว่าเอาไปใช้กับอุปกรณ์ที่บ้านของคุณ

          ในส่วนคำถามทั้ง 3 ข้อ กรุณาช่วยตอบด้วยน่ะครับ ผมอยากทราบว่า...คุณจะตอบอย่างไร

          และจากประโยคข้างบน...ทำให้ผมจับประเด็นได้ว่า คุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้เล่นเครื่องเสียงอย่างจริงๆ จังๆ แน่นอน เพราะฉะนั้น จึงไม่ใชเรื่องแปลกอะไรเลยที่คุณจะมีความคิดแบบนี้ต่อกลุ่มคนที่เล่นเครื่องเสียง

          แต่จะใช้คำพูดอะไรฝากนิดนึงว่า...แม้มันไม่หยาบคาย แต่ถ้ามันไปกระทบกระเทียบคนอื่น ถ้าเลี่ยงได้ก็เลี่ยงเถอะครับ เพราะข้อมูลหลายๆ อย่างของคุณก็ค่อนข้างเป็นประโยชน์

          แต่ขอบอกอย่างว่า...วงการนี้ มันมีอะไรที่เหนือหลักการทางวิทยาศาสตร์จะมาอธิบายมากนัก เพราะผมเห็นพี่ๆ ที่เป็นถึงระดับดอกเตอร์หรือคนที่มีภูมิปัญญาดีๆ ที่ไม่ใช่จะมีใครมาจูงจมูกง่ายๆ ซื้ออุปกรณ์จำพวกนี้มาใช้ก็มีเยอะ

          เพราะฉะนั้น...คนที่เล่นแล้วเจอสิ่งต่างๆ ที่อธิบายไม่ถูกกับตัวเอง มาเจอกับคงที่ไม่เล่นที่เอาแต่พูดยกหลักการนู่น นี่ นั่นมาหักล้าง โดยไม่เคยผ่านประสบการณ์ทางโสตประสาทจากอุปกรณ์ที่มีความหลากหลายทั้งเรื่องคุณภาพและราคา

          ต่อให้พุดกันให้ตาย ก็ไม่มีวันจูนกันติดหรอกครับ เชื่อผมเหอะ...เหนื่อยแรงเปล่าๆ
          Last edited by maxxx77; 13 Jan 2011, 12:47:31.

          Comment


          • Originally posted by puitam View Post
            เออมีอีกเรื่องครับในสายusbนี่มันมีไฟ +5กับGroundด้วยใช่มั้ยครับ

            คราวนี้มีน้องคนนึงเค้าบอกว่าเคยตัดสาย+5กับGroundออกแล้วต่อGroundแยกต่างหาก

            เพราะเค้าคิดว่าไฟคอมไม่สะอาดมีnoice Groundก็มีnoice

            ปรากฎว่าDACไม่ทำงานเช็คแล้ว คาดว่าDacต้องใช้ไฟเลี้ยงจากขั้ว+5ไปเลี้ยงวงจรบางส่วนด้วย

            เป็นไปได้ว่าความแตกต่างมันอาจอยู่ที่+5นี่ด้วย สายห่วยๆมันอาจจะแย่ที่นี่หรือเปล่า
            เคยพูดถึงบ้างแล้วครับ ถ้าตัดสายที่เป็นไฟออกไป ต้องเช็ควงจรด้านในครับ ว่าใช้ไฟ5v usb รึเปล่า
            ถ้าใช้ต้องแก้วงจรใหม่
            (ถ้ามันไม่ได้ใช้ตัดกับไม่ตัด ก็ไม่ต่างกันเท่าไรหรอก)

            --------------

            ส่วนเรื่องภาคจ่ายไฟ ของ digitalมีผลมั้ย คงไม่ต้องพูดมาก
            ลองกันมาเยอะแล้ว มันต่างแบบหูตะกั่วก็ฟังกันออก ไม่ต้องเทสละเอียดเลย
            พวกที่โมซาวน์การ์ด อย่างc filter ตัวใกล้ชิพdspนี้ก็ใช้(dsp นี้ก็ตัวพ่อdigital แล้ว
            มีน้อยตัวนักที่มีanalog outด้วย)
            คนทำมาแล้ว เป็น10
            แต่สายมีผลต่อภาคจ่ายไฟดิจิตอลแค่ไหน นี้ไม่ชัวร์

            ---------

            อันนี้ไม่ได้ให้เหตุผลเรื่องสายสัญญาณน่ะ เพราะอย่าง coax spidf หัวrcaไม่ได้ใช้ไฟเลย
            ถ้าหัวoptical ตรงสายก็ไม่ได้ใช้ไฟ แต่ตรงหัวแปลง ใช้ไฟ

            แค่บอกเรื่องระบบไฟไว้

            ----------

            edit : - -. เออ ถ้าอยากลองทางดิจิตอล เนี้ย ผมยังเชียร์สายcoax หัว rcaน่ะ มันหาง่ายราคาถูก
            ราคาไม่แพงมาก็ได้ของชนิดที่ตัวนำมันต่างกันเยอะมากแล้ว
            แต่ระบบรับส่งข้อมูลมันอาจจะคนละแบบกับhdmi -usbมั้ง
            เห็นในบรรดาคนที่่เชื่อทางสายดิจิตอลมีผลเองก็ตาม เขาก็ว่าสายcoaxเนี้ยฟังง่ายสุด
            Last edited by ManiacMaew; 13 Jan 2011, 10:27:56.

            Comment


            • Originally posted by puitam View Post
              เออมีอีกเรื่องครับในสายusbนี่มันมีไฟ +5กับGroundด้วยใช่มั้ยครับ

              คราวนี้มีน้องคนนึงเค้าบอกว่าเคยตัดสาย+5กับGroundออกแล้วต่อGroundแยกต่างหาก

              เพราะเค้าคิดว่าไฟคอมไม่สะอาดมีnoice Groundก็มีnoice

              ปรากฎว่าDACไม่ทำงานเช็คแล้ว คาดว่าDacต้องใช้ไฟเลี้ยงจากขั้ว+5ไปเลี้ยงวงจรบางส่วนด้วย

              เป็นไปได้ว่าความแตกต่างมันอาจอยู่ที่+5นี่ด้วย สายห่วยๆมันอาจจะแย่ที่นี่หรือเปล่า

              พอพิจรณาจากข้อมูลเเละเหตุผลของคุณFourpoint มันก็เป็นไปได้ ว่า lostไม่น่ามีpattern

              เพราะว่า error ของข้อมูลdigital ที่ทำให้ข้อมูล lostไปทั้งแถบ เฉพาะช่วงความถี่นั้นๆ

              มันจะทำได้ไงยกเว้นเป็นจากต้นทาง ตอนซึ่งต้นทาง A/D ในคอมน่าจะเป็นdigitalหมด
              ตัดสายไฟออกทั้ง2เส้น DACไม่ทำงาน
              ขอตอบว่า ไม่ใช่เรื่องDACต้องใช้ไฟเลี้ยงเพียงประเด็นเดียวครับ เพราะ สายเส้นนั้นถ้าเอาไปต่อกับDACที่มีระบบไฟเลี้ยงในตัวเองก็ไม่ทำงานเช่นกัน

              คุณFourpoint คุณAvant หรือใครก็ได้ที่เข้าใจเรื่องระบบการรับส่งข้อมูล น่าจะให้คำอธิบายได้ว่าจริงๆเกิดจากสาเหตุใด


              -------------------------------------------------------


              Originally posted by Fourpoint
              ป.ล. เพิ่งนึกถึงตัวอย่างขำๆได้ว่า เคยไปดูเพื่อนทำงานด้านออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ จอ LCD ทุกจอต้องได้รับการคาลิเบรทสีของจอด้วย เครื่องมือแบบเดียวกับพวกเครื่อง spyder ทุกๆ 3-6เดือน(เพราะการแสดงผลของเม็ด pixel บนตัวจอมันเสื่อมไปได้ ต้องปรับใหม่) แต่น่าแปลกที่จอพวกนี้ก็ยังใช้สายแถมปกติทั่วๆไป ทั้งๆที่บางจอราคาเหยีบบแสนก็มี อืม ขนาดงานที่เขาต้องการความถูกต้องของสีสุดๆ เขายังใช้สายแถมหน้าตาปกติธรรมดาเลย ไม่เห็นต้องขวนขวายไปใช้สายราคาหลักหมื่นกันเลยน้อ สงสัยเขาจะไม่มืออาชีพพอเท่านักดูหนังฟังเพลงกระมัง
              คุณไม่รู้จริงๆหรือว่า ทำไมในงานสื่อสิ่งพิมพ์ถึงเน้นเรื่องการคาริเบทหน้าจอ ?

              บอกแบบนี้ เข้าใจว่าน่าจะยังไม่เคยรู้หรือไม่เข้าใจหรือไม่เคยพิมพ์งานสีด้วยตัวเอง
              คุณเคยถามเพื่อน หรือ เพื่อนคุณเคยบอกหรือเปล่าว่า ปัญหาเรี่องสีของหน้าจอกับสีของเครื่องพิมพ์มีเรื่องไรบ้าง
              แนะนำให้ลองกลับไปถามเพื่อนคนที่คุณอ้างถึงสักนิด เพื่อจะได้มีข้อมูลครบถ้วนมากขึ้น

              ถ้าต้องการตรวจสอบเพียงแค่เบื้องต้น คุณลองหาแผ่นงานพิมพ์ที่ยังเป็นแผ่นใหญ่ที่ออกจากแท่นพิมพ์ยังไม่ผ่านการตัด ลองสังเกตุดีๆว่ามีอะไรพิมพ์อยู่ตามขอบกระดาษนั้นบ้าง


              ที่ต้องยกมาพูดถึง เพราะ เรื่องการคาริเบทหน้าจอของงานพิมพ์ กับ คนเล่นภาพเล่นเสียง มันเป็นคนละเรื่องกัน

              คนเล่นเสียงเล่นภาพจนถึงระดับนึง เค้าไม่ได้สนใจหรอกว่าสิ่งที่เห็นสิ่งที่ได้ยิน มันคือเสียงหรือภาพที่ถูกต้อง100%
              เค้าเน้นและสนใจเพียงแค่มันใช่สไตล์ที่เค้าชอบหรือเปล่า เค้าใช้แล้วมีความสุขหรือเปล่า เค้าใช้แล้วคุ้มกับเงินที่เสียไปหรือเปล่า


              Originally posted by Fourpoint
              คือในทางดิจิตอล มันไม่มี 0 อ่อน 1 เข้มไงครับ ถ้าข้อมูลได้รับผ่านค่า threshold จนอ่านค่าได้ มันก็ได้ผลลัพธ์เท่าๆกัน ไม่ว่าเบื้่องหลัง logic 1 นั้่นจะสัญญาณดีมาก หรือมีสัญญาณรบกวนมากหน่อยแต่ยังพออ่านค่าได้ แต่ความหมายที่ส่งเข้า DAC ก็คือ 1 เหมือนกันเป๊ะๆ input เท่ากัน output ออกมาต้องเท่ากันครับ ถ้า input เท่ากัน แต่ output ไม่เท่ากันขึ้นกับอารมณ์ สงสัย DAC จะเสียมากกว่า แต่ถ้าคุณบอกว่ามีความแตกต่างในสายถูกจริงๆ นั่นคือสายถูกต้องเกิดความผิดพลาดของชุดข้อมูลขึ้นแล้วล่ะ คืออาจมีข้อมูลบางส่วนสูญหายไป(อ่านค่าไม่ได้เลย) จากสัญญาณรบกวนต่างๆ ซึ่งสายแพงอาจป้องกันได้ดีกว่า เลยได้ข้อมูล 100% ครบถ้วน?
              ทฤษฏีข้อมูลเรื่องดิจิตอลโลจิค01พื้นฐานข้างบนนี้ มีส่วนไหนหรือจุดไหน สำหรับใช้ตอบข้อสงสัยที่คุณManiacMaewทดลองไว้ ได้หรือเปล่าครับ

              ถ้าได้ รบกวนช่วยอธิบายหน่อย ผมจะได้มีความรู้ติดตัวมากขึ้น
              ถ้าไม่ได้ คุณคิดว่าควรใช้ทฤษฏีแบบไหนเพื่อหาคำตอบครับ
              Last edited by keang; 13 Jan 2011, 11:28:15.

              Comment


              • Originally posted by tiger X-fi View Post
                ส่วนสาย USB ผมมองว่าต่าง
                เพราะยังใช้โลหะ ในการส่งข้อมูล รับกระแสไฟฟ้า
                โลหะต่างกัน หรือขนาดของโลหะที่ต่างกัน..ย่อมให้ผลต่างกัน

                ไม่มี DAC ลอง ไม่งั้นจะลอง ทำสาย USB 3แบบมาเทียบครับ
                1.สายทองแดงฝอย
                2.สายทองแดงแกนเดี๋ยว
                3.สายเงิน(แท้)แกนเดี๋ยว
                สายอนาล็อคสายอย่างให้ผลแตกต่างกันคนละแบบเลย...เสียงคนละแนวกันเลย
                ชักอยากลองดุสิว่า...สายดิจิตอล....จะให้ผลต่างกันอย่างไร
                Last edited by tiger X-fi; 9 Feb 2011, 13:15:50.

                Comment


                • Originally posted by tiger X-fi
                  ไม่มี DAC ลอง ไม่งั้นจะลอง ทำสาย USB 3แบบมาเทียบครับ
                  1.สายทองแดงฝอย
                  2.สายทองแกนเดี๋ยว
                  3.สายเงิน(แท้)แกนเดี๋ยว
                  สายอนาล็อคสายอย่างให้ผลแตกต่างกันคนละแบบเลย...เสียงคนละแนวกันเลย
                  ชักอยากลองดุสิว่า...สายดิจิตอล....จะให้ผลต่างกันอย่างไร
                  ขอแบบที่4ด้วย ได้ป่าวครับ
                  ปลายสายข้างนึงให้ต่อสลับสายชุด"D+"กับ"D-" เพียงด้านข้างเดียว ส่วนปลายสายอีกข้างก็ต่อตามปรกติ

                  แก้ไขตัวสายอาจจะยุ่งยากเกินไป ใครมีเครื่องที่มีพอร์ทUSBก็ลองได้
                  ง่ายๆ แค่สลับที่ตัวRอินพุทของพอร์ทUSBแทนก็ได้ ได้ผลแบบเดียวกัน

                  Comment


                  • นอกจากตัวนำแล้ว การเข้าสาย เอาชิวมาใส่ อะไรก็ไม่รู้ พันกันง่องแง่งของสาย ของแต่ละบริษัทก็ไม่เหมือนกันอีก
                    ต่างก็เรียกเป็นเทคโนโลยีนั่นนี่เพิ่มศัพท์เทคนิคมาได้อีก มันมีอะไรอีกตั้งเยอะแยะเลยเพราะการทำแบบนี้ต้นทุนจะสูง
                    ถ้ามันไม่จริงบริษัทก็คงไม่กล้าทำ อะนะ
                    สายอนาล๊อคเอามาต่อดิจิตอลก็เคยแล้ว,สลับกันอีกก็ทำแล้วแฮะ
                    Last edited by lplline; 13 Jan 2011, 11:25:10.

                    Comment


                    • อ่านกระทู้นี้แล้วคัน เลยไปซื้อสาย USB รุ่นถูกสุดของ Audioquest จากปิยะนัส
                      เสียบและเปิดฟังครั้งแรก "เห้ย อะไรว่ะ" แบบไม่ต้องสังเกตุและให้อุปทานช่วยแต่อย่างใด
                      ไม่รู้จะอธิบายยังไง เรื่องทฤษฎีก็ไม่ค่อยจะรู้เรื่อง เอาเป็นว่าเสียงที่ออกมาต่างก็แล้วกัน

                      เทียบกับสายแถมจาก Box External Harddisk

                      Comment


                      • แล้วสาย SATA ฮาร์ดดิสล่ะครับ

                        Comment


                        • ขอแอบเม้าท์นิดนึงว่า...ด้วยความที่กระทู้นี้กำลัง Hot วันนี้พี่แต้มเลยมาบีบคอขอยืมสาย polestar ของผมไปเทสกับชุดของแก

                          คิดว่าไม่น่าเกินวันนี้ แกคงมาคุยให้ฟังว่าผลเป็นอย่างไร ส่วนว่า...แกจะฟังออกหรือไม่ออก ไม่รู้เหมือนกัน (แต่ผมว่าแกฟังไม่ออกหรอก เพราะรายนี้!!! วิทยาศาสตร์จ๋าเสียเหลือเกิน 555 แซวเล่นน่ะจ๊ะพี่จ๋า อิอิอิ)

                          Comment


                          • โห๋มาดักคอกันอย่างนี้ พี่มียึด เออจะบอกว่ามันให้ความรู้สึกที่ดีจริงๆนะเวลาใชัสายแพงๆนี่

                            แต่เดี๋ยวผลเป็นไงผมขอเวลาฟังนิดนึง

                            โชคดีผมคุ้นกับเสียงสายlaser printer samsung พอเปลี่ยนสายแล้วน่าจะพอบอกความแตกต่างได้

                            Comment


                            • Originally posted by fenderfree View Post
                              แล้วสาย SATA ฮาร์ดดิสล่ะครับ
                              เท่าที่ผมเข้าใจ หรือเดานั่นเอง สายฮาร์ดดิสมันเหมือนทั่วไปมั้ง ผิดพลาดส่งใหม่ สายแพงๆบ้านๆ คงไม่ต่างกัน เพราะไม่ค่อยเห็นวงการเขาพูดถึงเท่าไหร่ประกอบกับยี่ห้อดีดีไม่ค่อยเห็นด้วย
                              แต่ในส่วนของ player จะดึงข้อมูล 100% จากฮาร์ดดิสมาพักเข้าแรมแล้วดึงไป ยำกะ cpu อีกที อันน่าไม่รู้ถูกไหมเพราะเดาล้วนๆ
                              แต่ว่ามันมีโปรแกรม player นึงไม่เหมือนใคร Cplay เลยขอเอาคำพูดของพี่คนนึงมา ที่ผมเคยแนะนำเขาไปแล้วพี่แกไปอ่านภาษาอังกฤษมาเป็นงี้แฮะ
                              ''ส่วนระบบภายในของ cPlay เกี่ยวกับ AWE ก็ต้องยกใหเค๊าครับว่าทำได้จริง ที่มีที่เด็ดคือ มันจะแปลง Flac เป็น Wave แล้วเก็บเข้า Ram อีกที สิ่งที่พิสูจน์ได้ก็คือ Notebook ผม จะค่อนข้าง Sensitive กับการสั่นสะเทือน (เป็นระบบป้องกัน Harddisk นั้นแหละครับ) ถ้าใช้ Foobar แล้วขยับ Notebook แรงหน่อย เสียงเพลงจะหายไปชั่วขณะ เพราะมันต้องไปอ่านจาก Harddisk นะครับ แต่ สำหรับ cPlay ที่อ่านจากแรม โดยตรง มันไม่มีผลเลยครับ ไม่ว่าNotebook มันจะสะเทือนขนาไหนก็ตาม ซึ่งก็แปลว่าโปรแกรมมันทำได้จริงครับ เพราะด้วย AWE หรือ เปล่าที่ทำให้ cPlay มันดี เพราะคำนวณไว้ก่อนแล้ว เพื่อให้ไม่เกิด Jitter ที่ทำให้เสียงมัน Drop ลงแล้วก็ไม่เก็บไว้ที่ Ram แทน ไว้เดี๋ยวผมอ่าน Text ที่ Web เค๊าก่อนนะครับแล้วค่อยมาเล่าให้ฟังทีหลัง

                              อีกเม้นนึงหลังจากพี่เขาอ่านต่อมา
                              ไปอ่าน Text มาแล้ว เป็นจริงดังว่า เรื่องการลด Jitter แล้วลงไปใน Ram ที่ใช้ แต่ จริงแล้ว AWE ผมสอบไม่ผ่านอะครับ ลองตั้งค่าตามก็แล้ว ก็ไม่สามารถ ใช้ Function นี้ได้ครับ มันขึ้น ไม่ Sucess ตอนดู Digonose ครับ
                              แต่เรื่องการเก็บใน RAM ทำหรือ ไม่ทำ AWE ก็เก็บครับ เพียงแต่อาจจะเก็บกระจาย ถ้าเป็น AWE สำเร็จ มันจะกันที่ส่วนหนึ่งของ RAM ครับ ข้อดีหลักอีกอย่างคือ ประมวลผล Flac เก็บไปเป็น Wave ที่แรมนะครับ เพราะฉะนั้นไม่ต้อง
                              ห่วงเรื่อง File Lossless มันจัดการได้ดีเยี่ยมครับ''
                              จิงมันมีอีกโปรแรกม ที่พอๆกันกับ cplay คือ amara ที่ใช้ได้กับเครื่อง mac เท่านั้น ราคาสูงไปหน่อย 2 หมื่นกว่า - -a
                              Last edited by lplline; 13 Jan 2011, 18:46:35.

                              Comment


                              • เข้าใจนิดๆ แต่ขอบคุณมากครับ ^^ อย่างนี้แรมไม่ดีก็เก็บข้อมูลผิดก็พาลเสียงเพี้ยน ด้วยน่ะสิเนี่ย ตอนที่เราเล่นเพลง
                                ข้อมูลก็ต้องผ่านสาย SATA ถ้าสายไม่ดีมันต้องเพี้ยนแน่ๆ แบบว่า CPU จะเดาข้อมูลที่หายไป (อ่านๆมาหน้าแรกๆไม่รู้ผมเข้าใจผิดหรือเปล่า)
                                ถ้าเดาผิดเสียงมันก็ต้องเพี้ยน ไปๆมาๆเลยมาถึง CPU ถ้าความสามารถในการ เดา ข้อมูลที่ตกหล่น ไม่ถูกเสียงจะเพี้ยนหรือเปล่า
                                ขอโทษด้วยนะครับถ้าผมโพสอะไรไร้สาระ แต่ผมสงสัยจริงๆ (อยากจะฟังออกมั่ง จะได้ลองให้มันรู้เองเลย) ขอบคุณครับ ^^

                                Comment

                                Working...
                                X