Announcement

Collapse
No announcement yet.

สาย USB มีผลมากไหมครับ

Collapse
X
 
  • Filter
  • Time
  • Show
Clear All
new posts

  • ที่กระทู้เก่าเคยโพสแหล่งอ้างอิงไว้ทั้งหมดแล้ว

    - ภาพ+เสียง ดิจิตอลทั้งหมดครับ มีเข้ารหัสเหมือนกัน ระบบเสียงจะใช้การเข้าเข้ารหัสแบบ BCH ECC(แบบเดียวกับระบบโทรศัพท์มือถือ)

    ผังการทำงานของระบบภาพ > หน้า11 โพส210


    หน้า12 โพส222
    ผู้พัฒนาระบบHDMI มีการกล่าวถึง Receiver chip (Cable equalization)
    Originally posted by keang
    กลุ่มผู้ร่วมพัฒนาHDMI เช่น Sony, Hitachi, Technicolor SA (ชื่อเดิมคือThomson), Philips, Panasonic Corporation, Toshiba และ Silicon Image

    ผู้ผลิตเหล่านี้ เวลาเค้าทดสอบเค้าจะใส่เอฟเฟคจากสิ่งรบกวนภายนอกเข้าไปด้วย ใส่แบบหนักกว่าที่ใช้งานตามสภาพจริงเยอะ
    อะไรที่เราไม่เจอแต่อาจจะเจอ เค้าก็จะเอามาใช้ในการทดสอบด้วย

    เค้าพบปัญหาว่ามันมีเกิดขึ้นจริงและมีผลกระทบจริง บางอย่างแก้ได้ที่ตัวสาย บางอย่างแก้ด้วยการเพิ่มอุปกรณ์เสริม เช่น
    ( หากปัญหาบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ ก็ไม่นำมาเปิดเผยด้วยเช่นกัน )
    - Receiver chip (Cable equalization)
    - Active cables (active electronics built into cables that boost and extend the cable’s signal)
    - Repater
    - Amplifiers

    ด้วยเหตุข้างบนนี้ ผมจึงไม่ให้ความสำคัญที่จะไปหาข้อมูล ว่า ในทางปฎิบัตินั้นไม่ว่าผู้ผลิตจะใช้ระบบอะไร มันทำได้จริงแค่ไหน
    เพราะแม้แต่ทีมผู้ร่วมพัฒนาเอง เค้ายังไม่คิดว่ามันจะสมบูรณ์100% มันมีโอกาสเกิดขึ้นได้แน่นอน
    เค้าเลยต้องหาวิธีป้องกันแบบอื่นเสริมเข้าไปอีก ซึ่งจุดนี้น่าจะเป็นคำตอบที่ชัดเจนกว่า

    ในความเป็นจริง การเพิ่มReceiver chipเข้าไป ถือเป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิตที่สูงมาก
    เพราะ มูลค่าเพียงแค่5บาท10บาทในต้นทุนการผลิต กว่าจะตัดสินใจใส่เข้าไปได้นั้น ผู้ผลิตต้องคิดแล้วคิดอีก
    เพราะฉะนั้น ถ้ามันเป็นไปตามอุดมคติตามทฤษฎีจริง ผู้ผลิตเค้าไม่ยอมเพิ่มต้นทุนการผลิตโดยไม่จำเป็นแน่นอน

    ขอยกตัวอย่างประกอบเรื่องนึง วงการผู้ผลิตชิ้นส่วนเซมิคอนดัคเตอร์(อิเลคทรอนิคส์)
    แต่เดิมใช้ในการเทียบศักย์ไฟในการเปรียบเทียบแบบdifferential signal ก็พบปัญหาจากสัญญาณรบกวนไม่น้อย
    มีการทดลองเปลี่ยนจากการใช้โวลท์เป็นกระแสแทน ก็แก้ปัญหาเดิมของระบบโวลท์ได้ แต่ทว่ากลับเจอปัญหาอื่นตามมาอีกเหมือนกัน

    สรุป คือ ทุกๆระบบทุกๆรูปแบบ ล้วนมีปัญหาในตัวเองทั้งนั้น ทำให้เอ้าพุทที่ได้ไม่เป็นไปตามหลักทฤษฎีที่คิดไว้



    ถ้าถามผม ในเวลานี้ "Receiver chip(Cable equalization)" น่าจะใส่อยู่หน้า "HDMI receiver chip(TMDS Rx)"
    ( ใส่ "Receiver chip(Cable equalization)" คั่นกลางระหว่าง "สายHDMI" กับ "HDMI receiver chip(TMDS Rx" )

    เหตุผล
    เพราะว่าถ้าReceiver chip(Cable equalization)มันรวมอยู่ในTMDS Rxแล้ว ในHDMI FAQเค้าคงไม่พูดแยกออกมาเป็นchipต่างหากแบบนั้น
    แต่ในอนาคต ไม่แน่ผู้ผลิตไอซีบางรายอาจเอาReceiver chip(Cable equalization)ไปรวมไว้ในHDMI receiver chipตัวเดียวเลยก็ได้
    หน้า13 โพส246
    Originally posted by keang
    1. CEA-861-D video standard ในส่วนของของ video timing requirements, discovery structures, and data transfer structure
    2. Clock recovery ลองดูว่ามีการสร้างไรขึ้นมาทดแทนส่วนที่สูญเสียไปบ้าง
    3. Low-voltage differential signaling (LVDS) (HDMIเลือกใช้)
    4. High-voltage differential signaling (HVD)

    อ่านโครงสร้างและที่มาที่ไปดีๆ แล้วจะรู้ว่า " จุดด้อยของLVDSคืออะไร "
    หลังจากนั้นจะได้คำตอบว่า "ระบบHVD" ถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออะไร และ เพราะอะไร

    ระบบHVD ถูกสร้างขึ้นมาใช้งานที่ต้องการประสิทธิภาพสูงกว่า LVDS (ที่HDMIเลือกใช้)


    - มีคนเคยบอกว่า มีการตรวจสอบว่าข้อมูลต้นทางกับปลายทางต้องเหมือนกันทั้งหมด ถ้ามีข้อมูลผิดพลาดก็จะมีการรีเควสส่งคำร้องขอให้ส่งใหม่ ประมาณว่า ต้องถูกต้อง100%เท่านั้นถึงจะให้ผ่านไปได้

    เคยมีคนพูดประมาณว่า เชื่อว่า ระบบที่HDMIเลือกใช้นั้น ไม่มีโอกาสผิดพลาดได้ในโลกจริง

    เคยขอคำยืนยันว่า เป็นอย่างนั้นจริงหรือ? หรือ มีการดรอปทิ้ง หรือ อะไรยังงัยก็บอกหน่อย
    เวลาล่วงเลยผ่านไปนานพอสมควรจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้คำยืนยันจากกูรูทั้งหลาย


    ประโยคนึงที่โพสไว้ที่กระทู้เก่า > หน้า12 โพส237
    Originally posted by keang
    เสริมด้วยนิยายเรื่องนึง

    ระวังเรื่องที่คิด ว่า
    " ไม่มีการตรวจสอบข้อมูล, ตรวจสอบข้อมูลได้ไม่100%แล้วมันดรอปทิ้ง แต่จริงๆกลายเป็น มันปล่อยออกไป "

    เพราะถ้าเป็นแบบนี้ คงกลายเป็นเรื่องตลกแบบขำไม่ออกกัน

    เหตุผลที่ต้องเน้นตรงหลักการทำงานของระบบของตัววงจร เพราะเป็นมูลเหตุที่จะบอกว่า หมอผีนั้นรู้จักผีดีแค่ไหน หรือ รู้จักผีจริงหรือไม่

    ภาพ เอ้าท์พุทที่เราจะรับรู้ได้ อยู่ที่จอแสดงผล
    เสียง เอ้าท์พุทที่เราจะรับรู้ได้ อยู่ที่เครื่องเสียง
    บ้านคนใช้กับในห้องทดสอบ สิ่งหนึ่งที่ต่างกันแน่ๆ คือ ตามบ้านคนใช้ส่วนใหญ่ ระบบไฟจะไม่มีระบบกราวน์ดิน
    Last edited by keang; 7 Jan 2011, 03:23:41.

    Comment


    • จากที่ถามนะครับว่า สาย USB มีผลมากไหม
      ตรงนี้คนถามเขาก็รู้แล้วว่ามีผล แต่เค้าไม่มั่นใจว่าคุ้มไหมที่จะลงทุน

      ตอบเลยนะครับ มีผลไม่มากครับ
      ถ้ามีงบ 5000 ผมจะซื้อลำโพงราคา 4500-4800 สาย ไม่เกิน 200-500 บาท
      ถ้ามีงบ 10000 ผมจะซื้อลำโพงราคา 9000 สายไม่เกิน 500-1000 บาท
      ถ้ามีงบ 50000 ผมจะซื้อลำโพงราคา 45000-48000 สายไม่เกิน 2000-3000 บาท

      Comment


      • ต่อครับ ลืมม...
        ความหมายในการเปรียบเทียบในการยกตัวอย่างก็คือ
        การลงทุนให้สิ่งที่สำคัญกว่า จะคุ้มค่ามากกว่าครับ
        แต่ไม่ใช่ว่าสาย USB มันไม่สำคัญซะทีเดียวนะครับ
        แต่ควรจัดลำดับความสำคัญนั่นเองครับ

        Comment


        • เอาให้พอดีกับ System ที่มี

          ถ้าลำโพง-แอมป์เป็นแสน ใช้สายแถมก็ไม่ไหวนะ

          ถามว่าต่างมั๊ย ผมว่าต่างนะ

          แต่ทุกวันนี้ก็ใช้สายแถมจาก Box HDD เพราะหลักๆแล้วฟังจาก COAX
          Last edited by Reach; 7 Jan 2011, 07:12:48.

          Comment


          • วัดได้แต่ความถี่และเฟสเท่านั้น ผมใช้มาไม่รู้กี่โปรแกรม ใช้เป็นเครื่องวัดโดยตรงราคาเป็นแสนก็วัดบางอย่างไม่ได้พวก
            น้ำหนัก มิติ(ใกล้-ไกล /สูงต่ำ) etc.
            Originally posted by JO View Post
            GT200 ฝรั่งก็เป็นคนคิดครับ(ขายดีด้วยครับและประเทศจนๆซื้อไม่ได้แน่นอน)
            เพราะฉนั้นการขายดีหรือคนรวยซื้อไม่แปลว่าของมันดีจริงๆเสมอไปครับ

            ถ้าจะให้ชัวร์ต้องเข้าห้องเก็บเสียงแล้วเปิดแทร็กเดียวกันแล้วใช้ไมค์จับแล้วเทียบกราฟของ sine wave ครับ
            ใช้หูคนมันไม่นิ่งไม่ชัวร์เท่าเครื่องวัดหรอกครับแล้วก็เถียงกันไม่จบด้วย

            Comment


            • เห็นราคา usb แล้วเลิกคิดซื้อเลย ถ้าสัก ห้าร้อยพอไหว

              Comment


              • ผมว่ากระทู้มันจะไม่ยาวขนาดนี้ ถ้าแต่ละคนตอบให้ตรงคำถาม จขกท.

                เขาถามว่า USB มีผลไหม...จริงๆ แล้ว ถ้าใครฟังออกก็ตอบว่ามี!!! แล้วก็บอกเหตุผล ส่วนใครฟังไม่ออก!!! ก็ตอบว่าไม่มีแล้วก็บอกเหตุผล แค่นี้ก็น่าจะจบเรื่อง ไม่เห็นจะตั้งเอาข้อมูลมาหักล้างกันเป็นจริงเป็นจังขนาดนี้เลย เดี๋ยวจะพาลทะเลาะกันป่าวๆ

                เรื่องแบบนี้...ยังไงก็เถียงกันไม่มีวันจบแน่ๆ อารมณ์ประมาณว่า...ผีมีจริงหรือไม่ ไอพวกที่เคยเห็นก็ยืนยันว่ามี ใครที่ไม่เคยเห็นก็ยืนยันว่าไม่มี สรุปก็เถียงกันไม่มีวันจบ

                เพราะฉะนั้น...ไม่ว่าใครจะมีความเห็นอย่างไร ก็อย่าไปพาดพิงความคิดเห็นของคนอื่นจะดีที่สุดครับ คิดเสียว่าเอาประสบการณ์ของแต่ละคนมาแชร์กันก็พอแล้ว ความเห็นของใครไม่ตรงกับเรา ก็อ่านผ่านๆ ไปแล้วให้ผู้อ่านเขาตัดสินใจเอาเอง



                ส่วนของผมนั้น...สาย USB มีผลไหม ขอตอบว่ามีผล แต่ถ้าถามว่าคุ้มไหม... ก็อาจจะไม่คุ้มนักในแง่ของสิ่งที่ได้มา แต่ทั้งนี้ก็คงขึ้นอยู่กับความพอใจของแต่ละท่านครับ คนที่มีชุดเครื่องเสียงเป็นล้าน กับจ่ายค่าสายไปหลักหมื่น สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาแม้เพียงเล็กน้อย อาจจะคุ้มสำหรับเขาก็ได้

                Comment


                • เดี๋ญวผมทำชุด low end มั้ง
                  เครื่องเสียงหลักร้อย สาย usb หลักสิบ 555+

                  Comment


                  • จริง ๆ แล้วทุกคนมีคำตอบในตัวเองอยู่แล้ว ว่าจะเลือกยังไง
                    ถ้ามี dac ราคา 3000 บาท คงไม่มีใครซื้อสาย usb ราคา 7500 บาท(สมมุติ) มาใช้กับ dac ตัวนี้หรอก

                    แต่ถ้าใครมี dac ราคา 30,000 บาท คงไม่ใช้สาย usb ราคา 100 หรอก (รวยกว่ากรณีแรกประมาณนึง มั้ง อิอิ)

                    (แต่อาจจะมีก็ได้ อิอิ)

                    ฝากไว้เป็นแนวคิดการลงทุนเรื่องเครื่องเสียง เอาไว้เป็นข้อมูลประกอบ
                    เห็นเค้ามีสูตรการลงทุนเรื่องจำพวกนี้เช่น

                    สัดส่วนการลงทุน แอมป์ : ลำโพง : เครื่องเล่น : เครื่องเคียง เป็น 30%: 30% : 30% : 10 %
                    แต่สัดส่วนไม่มีตายตัว แต่เครื่องเคียงกรณีนี้เป็นสาย usb และอื่น ๆ คงไม่ใช่ 50% ของราคารวมหรอก
                    มันก็เป็นตัวสะท้อนว่า เราจะใช้สายดีแค่ไหน

                    Comment


                    • Originally posted by TroRuwA View Post
                      เดี๋ญวผมทำชุด low end มั้ง
                      เครื่องเสียงหลักร้อย สาย usb หลักสิบ 555+
                      ผมจดลิขสิทธิ์ไว้....มาเลียนแบบผมได้ไง
                      ตอนนี้กำลังปั้น STK4112 ให้เป้นดาวอยู่....555+
                      โปรแกรมหน้าฉายเรื่อง....สายไฟแข็ง....มาทำสายลำโพง
                      Last edited by tiger X-fi; 7 Jan 2011, 12:55:00.

                      Comment


                      • แหมถ้าจะใช้ความรู้สึกตัดสิน ก็จบข่าวครับ ไม่ต้องเถียงกันทั้งนั้น :P

                        คุณ #keang ครับ

                        ผมยังรอคำตอบเชิงลึกอยู่ว่า กรณีสัญญาณรบกวนแบบไหน ที่จะทำให้ differential signal เกิดการสลับ logic bit ได้อย่างสมบูรณ์แบบครับ? (สมบูรณ์แบบคือ จับไม่ได้ว่ามันเกิดข้อผิดพลาดไปแล้วนะ)

                        แล้ว ค่าผิดพลาด logic bit แบบไหน ที่ทำให้เกิด เสียงแหบ ไม่มีมิติ ภาพสีไม่สด ไม่คมชัด ฯลฯ ?

                        ประเด็นอยู่ที่ว่า ข้อผิดพลาดที่เกิดจากสัญญาณรบกวนในระบบดิจิตอล ในกรณีที่ protocol นั้นๆไม่ได้ตรวจสอบความถูกต้องปลายทาง(เช่น HDMI ส่วนภาพ)นั้นมีโอกาสเกิดขึ้นไหม ตอบตรงๆว่ามีครับ แต่มีแล้วเรารับรู้ได้ชัดเจนว่าเกิดข้อผิดพลาดนะ เช่นกรณีภาพ HDMI ส่งเป็น pixel ถ้าข้อมูลสูญเสียไป จะเกิดจุดเพี้ยนขึ้น ณ pixel นั้นๆ ผมก็เลยต้องถามกลับว่า ที่คุณว่า สายถูกภาพไม่สวย นั้นหมายถึงเกิดจุดแบบที่ผมว่าหรือเปล่า? เพราะมันไม่มีทางที่จะเกิดความผิดพลาดที่เป็นรูปแบบ จนสามารถเกิดความรู้สึกแบบ สีไม่สด เส้นไม่คม ได้เลย ถ้าจะยืนยันว่ามี ก็ช่วยอธิบายให้ตรงประเด็นด้วยครับว่าเกิดได้อย่างไร ใครใช่สายเส้นละหมื่นช่วยตอบที

                        ส่วนเรื่องเสียง HDMI มีการเข้ารหัส ECC อยู่แล้ว แถมอาจเข้ารหัสต่างๆอีกชั้น(เช่นพวก DolbyTrueHD/DTS-HD MA) ซึ่งถ้ามีข้อผิดพลาดจนแก้ไขไม่ได้ ต้องdrop แน่นอน สัญญาณเสียงก็ต้องเงียบหาย(disconnect) หรือเกิดเสียงที่รับรู้ได้แน่นอนว่าเกิดความผิดพลาดแล้วนะ ผมก็ถามต่อว่า คนที่เคยลองใช้สายแถมถูกๆ เคยประสบแบบนี้ไหม? แล้วสายแพงที่ว่าดี มันแค่ทำให้ไม่เกิดเสียงเงียบเท่านั้นใช่ไหม? เพราะถ้าบอกว่าข้อผิดพลาดนั้น ทำให้เสียงไม่มีมิติ ไม่กังวาล กลางไม่อิ่ม แหลมไม่สุด นั้นผมจินตนาการด้วยความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไม่ออกจริงๆ ว่าจะเกิดขึ้นได้อย่างไรครับ?

                        ส่วน USB DAC ขอบคุณที่เคยยกข้อมูลมาอธิบายแล้วว่า มันไม่มีการตรวจสอบข้อมูลปลายทางจริงๆ แต่ก็ต้องถามต่อ ว่าถ้าเกิดข้อผิดพลาดแบบ jitter เสียงที่ออกก็คือ เสียงคลิก เสียงสะดุด แล้วถามว่าคนใช้สายถูกๆเคยเจอไหม? แล้วสายแพงนั้น ทำให้ไม่เกิดเสียงคลิกเท่านั้นใช่ไหม แล้วข้อดีแบบ เสียงอิ่ม มีมิติ จะเกิดจากอะไร ในเมื่อการสลับบิทเพียงไม่กี่บิท หรือข้อมูลหายไปบางส่วน ไม่สามารถทำให้เกิดรูปแบบอย่างแน่นอนจนออกมาเป็นโทนได้? แล้วถ้าสายถูกฟังแล้วไม่เจอเสียงคลิก เสียงสะดุด แสดงว่าข้อมูลที่ได้มานั้น 100% เท่าเที่ยมกับสายแพงใช่ไหม?

                        จริงๆอยากลองเขียนโปรแกรมทดสอบข้อผิดพลาดด้วยนะ ว่าใน file เพลงๆนึง ถ้าเราแอบสลับเปลี่ยนบิท หรือข้อมูลหายไปบางช่วง เสียงที่ออกมาจะเป็นอย่างไร เสียงจะไม่อิ่ม ไม่กังวาล แบบที่เหล่าทวยเทพเขาว่ากัน หรือเกิดแค่เสียงคลิก เสียงกระโดด ที่รับรู้ได้ง่ายว่าข้อมูลนั้นเสียแน่ๆ(ถ้าเกิดจากสายก็สายเสียแล้ว ไม่ใช่สายห่วย)

                        ป.ล. การวัดระดับการฟังของหูแต่ละคน มีการทดสอบแน่นอนครับ เป็นการทดลองฟังความถี่ย่านต่างๆ ตามรพ.ใหญ่ๆมีห้องตรวจระดับการได้ยินโดยเฉพาะ หรือจะลองเองเล่นๆก่อนก็ได้ ผมเคยเจอใน google เขาจะมีคลิปความถี่ย่านต่างๆให้ลองฟัง ว่าหูเรานั้น หูทองแท้ หรือหูตะกั่วชุบกันแน่ ลองไปทดสอบกันก่อนก็ได้

                        Comment


                        • หาใครซักคน ไปจิกหูผู้ผลิตสาย usb แพงๆมาตอบก็น่าจะกระจ่างนะผมว่า ฮ่าๆๆ

                          Comment


                          • Originally posted by tiger X-fi View Post
                            ผมจดลิขสิทธิ์ไว้....มาเลียนแบบผมได้ไง
                            ตอนนี้กำลังปั้น STK4112 ให้เป้นดาวอยู่....555+
                            โปรแกรมหน้าฉายเรื่อง....สายไฟแข็ง....มาทำสายลำโพง
                            น่าลองปิดตาฟังแบบไม่มีอคติ ว่าอันไหนเสียงดีกว่า ให้อีกคนเป็นคนเสียบ ท่าจะมันส์

                            Comment


                            • Originally posted by maxxx77 View Post
                              ผมว่ากระทู้มันจะไม่ยาวขนาดนี้ ถ้าแต่ละคนตอบให้ตรงคำถาม จขกท.

                              เขาถามว่า USB มีผลไหม...จริงๆ แล้ว ถ้าใครฟังออกก็ตอบว่ามี!!! แล้วก็บอกเหตุผล ส่วนใครฟังไม่ออก!!! ก็ตอบว่าไม่มีแล้วก็บอกเหตุผล แค่นี้ก็น่าจะจบเรื่อง ไม่เห็นจะตั้งเอาข้อมูลมาหักล้างกันเป็นจริงเป็นจังขนาดนี้เลย เดี๋ยวจะพาลทะเลาะกันป่าวๆ

                              เรื่องแบบนี้...ยังไงก็เถียงกันไม่มีวันจบแน่ๆ อารมณ์ประมาณว่า...ผีมีจริงหรือไม่ ไอพวกที่เคยเห็นก็ยืนยันว่ามี ใครที่ไม่เคยเห็นก็ยืนยันว่าไม่มี สรุปก็เถียงกันไม่มีวันจบ

                              เพราะฉะนั้น...ไม่ว่าใครจะมีความเห็นอย่างไร ก็อย่าไปพาดพิงความคิดเห็นของคนอื่นจะดีที่สุดครับ คิดเสียว่าเอาประสบการณ์ของแต่ละคนมาแชร์กันก็พอแล้ว ความเห็นของใครไม่ตรงกับเรา ก็อ่านผ่านๆ ไปแล้วให้ผู้อ่านเขาตัดสินใจเอาเอง



                              ส่วนของผมนั้น...สาย USB มีผลไหม ขอตอบว่ามีผล แต่ถ้าถามว่าคุ้มไหม... ก็อาจจะไม่คุ้มนักในแง่ของสิ่งที่ได้มา แต่ทั้งนี้ก็คงขึ้นอยู่กับความพอใจของแต่ละท่านครับ คนที่มีชุดเครื่องเสียงเป็นล้าน กับจ่ายค่าสายไปหลักหมื่น สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาแม้เพียงเล็กน้อย อาจจะคุ้มสำหรับเขาก็ได้
                              ขอบคุณครับ อันนี้เจตนาผม กลัวเหมือนกันกลัวจะทะเลาะกันซะก่อนก็เลย อยากปิดกระทู้ แต่ห้ามไม่ทันซะแล้ว ลากยาวเลย

                              Comment


                              • ถ้ามีเวลา+อยากทดสอบตัวเอง หาแผ่นทดสอบที่มีแทร็ค in-phase, out-phase, สลับสัญญาณซ้าย-ขวา
                                ฟัง+หาจุดสังเกตุ ว่า ตรงไหนคือจุดที่แตกต่างของแต่ละแบบ

                                ลองบ่อยๆ ฝึกบ่อยๆ เดี๋ยวก็มีจุดสังเกตุเพิ่มขึ้น ได้ทักษะการสังเกตุการฟังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
                                ช่วยลดโอกาสที่จะพลาดจะเพี้ยนจากการฟังเพียงแค่น้ำเสียงอย่างเดียวไปได้เยอะ

                                อันไหนฟังไม่ออก ก็อย่าไปฝืนให้ฟังออก ไม่ต้องเร่ง ไม่ต้องรีบ ระบบประสาทโดยรวมจะเครียดเปล่าๆ
                                รอให้ร่างกายปลอดดปร่งพร้อมเมื่อไหร่ก็ค่อยมาลองฟังใหม่

                                ประเด็นสำคัญ ฟังออก ฟังไม่ออก ไม่ใช่เรื่องสำคัญ อย่าหลอกตัวเองแล้วกัน

                                Comment

                                Working...
                                X