Announcement

Collapse
No announcement yet.

สาย USB มีผลมากไหมครับ

Collapse
X
 
  • Filter
  • Time
  • Show
Clear All
new posts

  • #91
    ถ้าต่างกันแค่กระจึ๋งเดียว ราคาต่างกันเป็นพันผมก็ไม่เอาหรอกครับไม่คุ้ม
    ประสบการณ์ส่วนตัว spdifจากpc onboard,soundcard,dvd player ผมแยกไม่ออกครับ และลองฟังมาอย่างน้อยเกิน10ตัว ขนาดเสียงจากcoaxกับopticalที่หลายๆคนว่าต่าง ผมยังแยกไม่ออกเลย
    แต่ลำโพงมีผลกว่าเยอะ ไม่ต้องฟังของแพงๆ แค่ลำโพงจีนแดง2ยี่ห้อขนาดเท่ากัน ก็เสียงต่างกันแล้วครับ เล่นลำโพงจะคุ้มตังสุดนะผมว่า
    Last edited by just; 6 Jan 2011, 20:28:45.

    Comment


    • #92
      สำหรับเรื่องการทดลองฟัง ผมคงหาโอกาสไปหาทดลองสาย USB เส้นละหมื่นได้ยากครับ เพราะที่ทำงานเก่าใช้อุปกรณ์ตรวจวัดความถี่ราคาเป็นล้านยังใช้สาย USB แถมอยู่เลย :P ไม่กล้าลงทุนกับสิ่งที่แม้แต่วิทยาศาสตร์ปัจจุบันยังอธิบายไม่ได้ จะขอยืมก็ไม่กล้า กลัวของเสียหาย ไว้เงินเหลือเๆเมื่อไร อาจจะหาลองครับ

      แต่ก็เคยบอกแนวทางไปแล้วว่าการทดลองที่รัดกุม และอ้างอิงต่อได้ควรจะทำอย่างไร A-B test ในการวัดที่ใช้ความรู้สึกตัดสิน โดยไม่มีเครื่องมืดวัดอื่นใดที่สอบเทียบได้ จะเป็นการทดลองที่มี bias ได้ง่าย การทดลองที่ดี ต้องทำถึงขั้น double blinded test ครับ (คนจัดการ กับคนทดสอบ ต้องไม่เจอกัน ไม่เห็นกัน ไม่รู้ว่ากำลังทดสอบอะไร และลำดับการทดสอบต้องสุ่ม!)

      จริงๆอยากให้ท่านที่มี อยู่แล้ว ลองกับตัวเองก็ได้ ไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นเป็นพยาน(ผมเชื่อใจ) แต่ลองกันเองกับเพื่อนท่านก็ได้ครับ ผมออกแบบการทดลองง่ายๆเลียนแบบการทดสอบGT200 โดยยังไม่ต้องคำนึงถึงเรื่องทางสถิติ(ขี้เกียจคำนวน) ให้คุณหาม่านหรืออะไรมากั้นชุดอุปกรณ์ทั้งหมด(ใช้ mouse keyboard ไร้สายต่อมาไว้คุมโปรแกรมก็พอ) ให้คนรับฟังไม่มีทางเห็นว่าต่อชุดไหนอยู่ โดยมีสายสองชุด เอาสาย USB มาตรฐานปกติ(เน้นว่าปกติ ที่ไม่ใช่ฟังแล้ว เกิดเสียง คลิก เสียงกระโดดจนฟังออกง่ายๆว่าสายมันเสียแล้ว) ชุดนึง กับสายราคาแพงชุดนึง หาเทปมาพันหลวมๆ หรือท่อหดมาห่อตลอดเส้น เพื่อไม่ให้ดูจากภายนอกออกว่าเป็นสายอะไร โดยทดสอบแบบนี้
      1. ให้ผู้จัดเตรียม เป็นคนพันสาย เอาคนละสีก็ได้ โดยจดเอาไว้รู้คนเดียวว่า เทปสีไหนคือสายอะไร การเลือกสีเทปก็โยนลูกเต๋าด้วยครับ ผู้จัดเตรียมเสร็จ ก็ไปหลบอีกที่ ไม่ต้องเจอใครทั้งนั้น
      2. ให้ผู้จัดการทดสอบ เข้าไปจัดชุดทดสอบ โดยการเลือกว่าจะใส่สายไหน ให้ใช้การทอยลูกเต๋า ได้ชุดไหนก็จดไว้ตามลำดับ (ถึงได้ซ้ำก็ไม่เป็นไร) โดยกำหนดเวลาจัดชุดไว้สัก 5 นาที(ไม่ว่าจะเปลี่ยนสายเสร็จก่อนหรือไม่ได้เปลี่ยนเลย ก็ต้องรอจนครบ 5 นาที) เพื่อไม่ให้คาดเดาได้ว่า เปลี่ยนสายหรือไม่เปลี่ยน จัดสายเปิดโปรแกรม รอผู้ทดสอบมากดปุ่มฟังเท่านั้น
      2. ระหว่างนั้นผู้ทดสอบ นั่งรออยู่อีกห้อง เอาห้องไกลๆกันหน่อยชนิดที่จะไม่มีทางเห็น หรือเดินสวนกับผู้จัดการทดสอบได้เลย (จริงๆต้องเป็นห้องปิดกั้นการสื่อสาร แต่มันยุ่งยากไป ถือว่าเชื่อใจกัน)
      3. พอครบห้านาที ให้ผู้จัดทดสอบเดินออกมาก่อน แล้วผู้ทดสอบก็เข้าไปในห้อง(โดยที่ต้องไม่เดินสวนกัน หรือเจอกันเลย) แล้วไปนั่งฟังเพลงที่กำหนด จนจบเพลง(เอาเพลงเดิมทุกรอบ) แล้วจดให้คะแนน (สายสองชุด ก็มีแค่ 1 กับ 0 ก็แล้วกัน 1 คือดี 0 คือห่วย)
      4. พอจบเพลงก็ออกจากห้อง แล้วทำซ้ำข้อ 2 ใหม่ เก็บกระดาษทดสอบไว้กับตัวเอง จนครบสักสิบรอบ แล้วค่อยเจอกัน ทั้งสามคน เอามาเฉลยกันว่า ลำดับอะไรใช้สายสี อะไร และสีนั้นจริงๆแล้วเป็นสายอะไร แล้วผู้ฟังเลือกให้คะแนนอย่างไร

      ฟังดูยุ่งยาก และเข้าใจว่าการถอดใส่สายหลายรอบ ก็อาจทำให้เกิดร่องรอยหรือทำให้ขั้วต่อหลวมได้ แต่ก็ต้องบอกว่า การทดลองในสิ่งที่อธิบายด้วยหลักการวิทยาศาสตร์ไม่ได้ ก็ต้องใช้วิธีที่รัดกุมและอ้างอิงได้ครับ ถ้าเอาต่อเชิงสถิติ ต้องคำนวณถึงค่าความเชื่อมั่น และจำนวน sampling ต้องมากกว่านี้อีกเยอะ แต่ถือว่าทำเล่นๆ แค่นี้ก็พอจะบอกต่อได้อย่างเต็มปากแล้วว่า ทดสอบอย่างค่อนข้างรัดกุมแล้วแยกแยะคุณภาพเสียงจากสายราคาหมื่น ออกจากสายราคาถูกๆได้จริงครับ

      แต่ถ้าบอกว่า สลับสายกันเห็นๆ แล้วฟังเทียบกัน ต่างกันเห็นๆ อันนี้ขอนุญาตรับฟัง แต่ไม่เชื่อนะครับ เพราะบอกไปแล้วว่าbias(อคติ) มันเกิดขึ้นได้ง่ายโดยที่ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ โดยเฉพาะกับการใช้ผัสสะรับรู้ สิ่งที่ได้ยิน ได้ยินจริง แต่อาจไม่ใช่เรื่องจริงครับ(อันนี้อ้างคำพระท่านว่าเลยนะ ^^)

      ป.ล. เพิ่มเติมเรื่อง ช่องต่อ USB ช่องต่างๆ ถ้าเป็น PC ช่องต่อด้านหน้าส่วนใหญ่จะความต้านทานสูงกว่า ช่องต่อหลังบอร์ด เพราะสายต่อสำเร็จรูปภายในที่ไปเสียบกับบอร์ดที่แถมมากับเคส มักจะทำแบบคุณภาพต่ำ ทำให้อาจจ่ายไฟเลี้ยงได้ไม่เต็มที่ครับ ดังที่บางครั้งเราอาจจะเสียบพวก HDD ext 2.5นิ้วไม่ติด เพราะไฟเลี้ยงอาจไม่พอ ส่วนระดับไฟเลี้ยงจะมีผลต่อDACมาแค่ไหน ก็ขึ้นกับการออกแบบวงจรแล้วล่ะ แต่จะว่าไปถ้าคุณยังต่อเครื่องเสียงคุณตรงๆกับไฟบ้าน ไม่ได้ต่อผ่าน UPS แบบ True Online หรือ double conversion ก็คงไม่ต้องกังวลเรื่องนี้มากนักหรอกครับ

      Comment


      • #93
        ขออนุญาต เสริมคุณ Fourpoint ครับ

        ก่อนการทดลองข้อ 1 "จำเป็น" ต้องมีการจับมานั่งฟัง เปรียบเทียบ สายถูกสายแพงก่อนจะโดยให้เห็นๆนั้นละ

        และต้องให้คนที่กล่าวว่าสายมีความแตกต่างนั้น แตกต่างอย่างไร เช่น โทนเสียง ความชัด มิติ .... และ อื่นๆ และมีความแตกต่างกับสายถูกยังไง สายถูกเป็นยังไง

        โดยให้จดเขียนบรรยายก็ได้ จนให้ผู้ทดสอบยอมรับนั้นว่าสายแพงนั้นมีความแตกต่างกับสายถูกอีกเส้นที่ใช้ในการทดสอบนี้จริงๆ

        เพื่ออะไร

        เพื่อเปรียบเทียบกับตอนหลังว่าถ้าเราไม่เห็นว่าสายชนิดไหนเราจะมี bias หรือไม่ เมื่อใช้ประสาทหูอย่างเดียว?
        เพื่อกันการอ้างว่าสายที่แพงนั้นของปลอม,ต้องราแพงกว่านี้ แตกต่างมากกว่านี้ (กลับคำไม่ได้แล้วเพราะยอมรับว่ามีความแตกต่างๆจริงๆ ก่อน double blind )
        และจะไม่เกี่ยวกับการหูเทพ หูไม่เทพคนเราได้ยินไม่เท่ากัน เพราะได้ยอมรับตอนแรกไว้แล้วว่าแตกต่างกัน

        นำผลก่อนที่เคลมว่าแตกต่าง มาเทียบกับตอนหลังดูว่าที่ว่าต่างกันนะเราฟังออกจริงหรือ ? หรือว่าอุปทานกันแน่ ?

        อีกนิดครับ จริงๆ 10 รอบนั้นน้อยไป ถ้าคำนวณคร่าวๆ คือ ต้องทายถุก 8-9 รอบเลย ถึงจะเรียกได้ว่ามีความแตกต่าง(จริงควรจะถูกเต็มๆด้วยซ้ำ) ถ้าทายถูก 6 ครั้งแล้วบอกต่างไม่ใช่นะครับ เพราะ % มันจะพอๆกับโยนเหรียญเอา ก็ควรจะทดสอบประมาณ 20 ครั้งอย่างน้อยๆ ให้มี error ได้ใช้ confidence interval ซัก 90-95%
        Last edited by Avant; 6 Jan 2011, 21:03:04.

        Comment


        • #94
          ผมอธิบายเป้นวิทยาศาสตร์ไปหลายรอบแล้วแต่คุณไม่เปิดใจเองนี่ครับ ผมบอกแล้วว่าอุปกรณ์ทุกชนิดในโลกต้องมีค่าความผิดพลาดและค่าการเบี่ยงเบนนะครับ
          อุปกรณ์วัดความถี่หลักล้านนี่คืออะไรเหรอครับ ผมอาจรู้จักก็ได้เพราะอุปกรณ์ด้านความถี่หลักล้านในที่ทำงานผมมีเกือบหมดทุกประเภทครับ ไม่ว่าคลื่นแสงหรือคลื่นเสียง

          ปล.ผมไม่ใช่ผู้ใช้งานแต่เป็นผู้ที่อยู่ในสายการผลิต ตามหลัก ISO ค่าของสิ่งที่ผลิตต้องมีค่า acceptance ของการตรวจวัด ถือเป็นมาตรฐานการผลิตซึ่งเป็นหลักสากลที่ใช้กันทั่วโลกครับ

          ปล.2 ปล.ของคุณผิดหมดเลยนะครับ HDD ที่เสียบภายนอกไม่ติดเนื่องจากไฟไม่พอเค้าจะทำช่องเสียบมา 2 ช่องเพื่อให้ไฟพออยู่แล้วครับ นอกเสียจากสายเกิดออกไซด์ทำให้ค่าความต้านทานมากขึ้น
          ยังผลทำให้เกิดการทอนกระแสจนแม้แต่เสียบ usb 2 ช่องแล้วยังไม่พอ และที่ไฟด้านหลังเครื่องแรงกว่าเล็กน้อยเนื่องจาก
          มันจัมป์อยู่กับบอร์ดซึ่งมักจะมีแหล่งจ่ายเป็น 1500/16 ไม่ก็ 2200/16 เลี้ยงไว้อยู่ แล้วแต่บอร์ด ทำให้กระแสไฟบริเวณนั้นมีมากกว่าช่องด้านหน้า

          ถ้าเปิดตำราเล่มเดิมแล้วได้คำตอบแบบเดิม ก็น่าจะลองหาตำราเล่มอื่นมาเปิดบ้างนะครับ เป็นข้อคิดที่ไอน์สไตน์ได้บอกกับเหล่านักคิดไว้เลยนะ

          สุดท้าย ผมเองก็เป็นคนที่ไม่ใช้สาย usb แพงๆเพราะผมเองก็รู้สึกว่ามันต่างกันน้อย แต่เราไม่มีสิทธิที่จะเอาความคิดของเราเองไปตัดสินคนอื่นนะครับ
          เพราะคุณเองก็คงไม่รู้จริงหรอกว่าเค้าฟังออกจริงหรือไม่ นอกจากตัวเค้าเอง มันเป็นศิลป์ที่แฟงอยู่ในศาสตร์ แค่บางทีเค้าไม่รู้จะเอาวิทยาศาสตร์จุดไหนมาอธิบายแค่นั้นเอง
          Last edited by milestone; 6 Jan 2011, 21:13:28.

          Comment


          • #95
            Originally posted by Fourpoint View Post
            ป.ล. ขอบคุณท่านที่อธิบายเรื่อง jitter ที่ว่าผลก็คือ เสียงคลิก เสียงสะดุดนั่นเอง แต่ก็ยังสงสัยว่า สายUSB ถูกๆ มันเกิด jitter ขึ้นมากจนรับรู้และรำคาญได้เลยหรือ? แล้วอีกอย่างไม่เห็นเวลาขายสายกันจะโฆษณาว่า ลดการเกิดเสียงรบกวนเลย เห็นบอกว่า สายนี้เสียงกลางอิ่ม เสียงจัดจ้าน ไรประมาณนี้กันทั้งนั้น เลยงงว่า พูดถึง jitter เดียวกันหรือเปล่า?
            ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับว่า usb มันลดเสียงรบกวนหรือปล่าว มีแต่แบบนี้ สาย usb ทั่วไปก็เห็นแต่คำว่า usb cable เพิ่งเคยเห็น ww นี่หละที่เป็น usb audio cable
            สาย wireworld ตัวนำข้างในยั๊วเยี้ยไม่ต่างกับพวกสายสัญญาณไม่รู้ทำไม ขนาดเป็นแค่สายดิจิตอลเป็นแบบสาย usb บ้านๆไม่ได้หรือไง
            ทำไมฝรั่งเค้าทำกัน ทำไมไม่คิดเหมือนเราว่าดิจิตอลยังไงก็ไม่ต่าง แปลกเนอะโลกตะวันออก กับตะวันตกเนี่ย หุหุไม่เชื่อยังไงก็ไม่เชื่อครับ
            แต่ผมก็เคยไม่เชื่อเหมือนกัน หุหุ



            อันนี้เป็นส่วนของสาย analog
            Last edited by lplline; 6 Jan 2011, 21:45:04.

            Comment


            • #96
              #milestone วิทยาศาสตร์ของคุณ ที่บอกว่า e spin กลับข้าง 1 ตัวทำให้ logic สลับบิทได้ เสียงเลยแหบพร่า ภาพเลยไม่สดใส สีไม่อิ่ม ผมไม่เข้าใจจริงๆครับ :P

              ในเมื่อการส่งแบบ differential signal มันทำความแตกต่างของแรงดัันเพื่อป้องกันการสลับบิทอยู่แล้ว ถ้า noise มากไป มันก็แค่อ่านค่าไม่ได้ ไม่ได้ทำให้เกิดการสลับ logic ขึ้นมาได้นะครับ ยังไม่ต้องนับต่อถึงชั้นบนๆ อย่างพวก ECC ที่คอย detect อีกชั้นนึงด้วย ผมถามหลายรอบแล้ว ว่าจะเกิดได้อย่างไร เอาแค่ simulate ให้ฟังหน่อยก็ได้ ไม่เห็นคุณจะตอบสักที? เห็นอ้างไปเรื่อง scope ไม่ละเอียดพอที่จะจับความแตกต่างได้บ้าง ก็อ้าว ถ้าตัว decoder ปลายทางมันไม่สนใจ noise ที่น้อยเกินไป ก็แปลว่ามันไม่ได้มีผลต่อ threshold จนเกิดการเปลี่ยนสถานะ logic น่ะซี logic output เท่่าเดิม แล้วหูคุณฟังออกหรือว่า e มันspinกลับข้างไปตัวนึง ทั้งๆที่ logic ที่เข้าสู่ DAC มันเท่าเดิมเป๊ะๆ?

              เรื่อง HDD ext หลายยี่ห้อก็ให้สายเส้นเดี่ยวมานะครับ(เช่น buffalo) พวกสายคู่ส่วนใหญ่เป็น box แบบซื้อแยก แต่ถ้่าใช้กับ M/B รุ่นใหม่ๆไม่ค่อยมีปัญหาแล้วล่ะ ที่เจอคือ M/B รุ่นเก่าๆ ชนิดว่าเพิ่งมี USB2.0ไม่นานนั่นแหละ แล้ว HDD 2.5" รุ่นเก่าๆ(พวกความจุต่ำๆเก่าๆ 60-80GB) รุ่นเก่าก็กินไฟเยอะกว่ารุ่นใหม่ด้วยครับ ว่าแต่ว่า แล้วที่ผมบอกว่าบางครั้งช่องหน้าไฟเลี้ยงไม่พอ เพราะความต้านทานสูง(จะเกิดจากสายต่อห่วย หรือoxideก็เถอะ) มันแตกต่างจากที่คุณอธิบายจนคุณบอกว่าผมพูดผิดหมดตรงไหนล่ะครับ งง?

              สุดท้าย การพึงพอใจในบางสิ่ง อาจไม่ต้องการเหตุผลหรือหลักการทางวิชาการใดๆ แต่ก็ไม่ใช่เอาความพึงพอใจนั้นมาตีัขลุมเหมารวม หรือพยายามอธิบายด้วยวิทยาศาสตร์แบบมั่วๆครับ ผมถึงเคยบอกว่า ผีไม่ได้เห็นกันทุกคน คนเห็นผีอาจจะพึงพอใจที่ได้จ่ายเงินให้หมอผีเพื่อปัดรังควานก็ตามใจ แต่ไม่ใช่ไปอธิบายมั่วๆว่าผีมีจริง เพราะหมอผีมีอยู่มากมายนะครับ :P

              ป.ล. ผมก็เคยอยู่ในวงการ magnetic disk storage มาโดยตรงเหมือนกันครับ digital พื้นฐาน หรือลึกยันทฤษฎีแม่เหล็กไฟฟ้าก็ผ่านมาหมดแล้ว สอบ certificate ของเทคโนโลยีทางนี้โดยตรงก็ได้มาแล้ว แต่ก็ไม่้กล้าอวดอ้างว่าเพราะเคยผ่านอาชีพนี้ ทำให้ผมพูดถูกเสมอ เพราะผมอาจจะจำผิดเอง หรือความรู้ล้าสมัยก็ได้ ถ้าแย้งกันด้วยหลักการ ผมก็รับฟังเสมอครับ

              #Avant ขอบคุณที่เสริมเรื่องหลักสถิติครับ ที่ผมบอกแค่สิบครั้งทีแรก เพราะกังวลว่าเจ้าของสาย/เครื่อง อาจจะกลัวขั้วต่อมันหลวมในกรณีที่ทำหลายครั้งเกินไปน่ะครับ แต่ถ้าเอาแบบ full test case จริงๆก็ต้องอย่างที่คุณว่านั่นแหละ

              Comment


              • #97
                Originally posted by lplline View Post
                ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับว่า usb มันลดเสียงรบกวนหรือปล่าว มีแต่แบบนี้ สาย usb ทั่วไปก็เห็นแต่คำว่า usb cable เพิ่งเคยเห็น ww นี่หละที่เป็น usb audio cable
                สาย wireworld ตัวนำข้างในยั๊วเยี้ยไม่ต่างกับพวกสายสัญญาณไม่รู้ทำไม ขนาดเป็นแค่สายดิจิตอลเป็นแบบสาย usb บ้านๆไม่ได้หรือไง
                ทำไมฝรั่งเค้าทำกัน ทำไมไม่คิดเหมือนเราว่าดิจิตอลยังไงก็ไม่ต่าง แปลกเนอะโลกตะวันออก กับตะวันตกเนี่ย หุหุไม่เชื่อยังไงก็ไม่เชื่อครับ
                แต่ผมก็เคยไม่เชื่อเหมือนกัน หุหุ

                อันนี้เป็นส่วนของสาย analog
                เห็นในรูปบอก jitter-reducing พอเข้าใจ แต่ที่บอกว่า improved clarity, depth and dynamic ฟังแล้วไม่เข้าใจครับ ว่าพัฒนาคุณภาพของอะไรบ้างกันแน่ เขียนคลุมเครือมากๆ เลยถามไงครับว่า ที่บอกว่าสายแพงเสียงดีน่ะ มัน"ดี"กว่ายังไง? ถ้าบอกว่า ทำให้ไม่เจอเสียงกระตุก เสียงคลิก อันนี้พอเข้าใจ แต่สายปกติที่ไม่เสียมันก็ไม่ควรจะเจออยู่แล้วนี่นา ตกลงแล้วสายแพงให้ อะไรเพิ่มขึ้นกันแน่ล่ะ?

                ส่วนสาย analog อันนี้ไม่มีความคิดเห็นครับ เพราะเห็นด้วยว่าคุณภาพของตัวนำ มีผลต่อคุณภาพของสัญญาณโดยตรง(แม้บางอันจะโม้บ้าง)

                ป.ล. ฝรั่งก็มีหมอผีนะครับ เราจะ imply ได้ไหม ว่าเพราะฝรั่งก็มีหมอผี ผีเลยต้องมีจริงแน่ๆ?

                Comment


                • #98
                  นายก.เรียกนายข.ว่าผี นายข.เรียกนายก.ว่าผี
                  สรุป ใครรู้จักผี ใครเคยเห็นผี ใครคือผี อะไรคือเครื่องมือจับผี

                  อยากรู้ว่าสายหลักพันหลักหมื่นมันต่างจริงไม๊ ถ้าอยากรู้อยากพิสูจน์ก็ไปลองฟังจากบ้านที่เค้าใช้อยู่ก็สิ้นเรื่อง
                  แต่ถ้าความคิดพื้นฐานว่ายังคิดเพียงว่ายังงัยก็ไม่ต่างหรอก คงไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวเองอยู่ดี

                  Comment


                  • #99
                    สาย usb ที่เสียงดีนี่เเสดงว่าต้องเป็นสายที่ส่งสัญญานได้ครบถ้วนกว่า ไร้สัญญานรบกวนกว่าสายที่ราคาถูก ผมเข้าใจถูกต้องมั้ยครับเนี่ย

                    เพราะสายแถมนี่มันส่งสัญญานก็ไม่ครบ sound stage เค้ากว้าง5เมตร ดันส่งข้อมูลมาแค่สามเมตร นักร้องเค้าเอื้อนเสียงทอดยาวอยู่10วิแล้วค่อยfade

                    สายถูกๆก็ดั๊นให้เค้าเอื้อนแค่5วิแล้วfadeเลย อย่างนี้สายถูกๆมันก็ใช้ไม่ได้ดิเนอะ ทำเสียงเลอะเลือนพร่าไปหมด

                    มิน่าละ สายแถมที่มากับprinter ที่ออฟฟิสพิมพ์มาทีไรเลือนๆเพี้ยนๆไปหมด ไล่สีไม่ค่อยเนียนเลย ฮ่าๆๆๆ เราก็นึกว่าเด็กมันทำงานไม่ละเอียด

                    มาแซวเล่นคร๊าบ อย่าซีเรียส ...........เออ ยังไม่ได้ลองเอาpk10หัวท้ายwattgateไปหุงข้าวดูเลยอ่ะ...แต่สายแถมมันก็หุงขึ้นหม้อดีนะครับ

                    อย่าซีเรียสเลยครับเพื่อนกันทั้งนั้น
                    Last edited by puitam; 6 Jan 2011, 23:24:26.

                    Comment


                    • เรื่องหูก็สำคัญครับ....
                      ผมมีสายอยู่2 เส้นเสียงดีเหมือนกันผมแยกไม่ออกอันไหนดีกว่า
                      เลยให้พ่อช่วยฟัง...แกให้สลับเทียบอยู่2-3รอบ
                      แกแทงออกมาเลยว่าเส้นนึงมีอารมร์เพลง อีกเส้นนึงเสียงดีแต่ไม่มีอารมณ์เพลง
                      (ฟังออกได้ไงนี่)เลยบอกไม่เข้าใจ...แกเลยอธิบายว่า
                      เส้นที่ไม่มีอารมณ์เพลง ฟังเพราะ...ฟังแล้วอยากนั่งฟังเฉยรับเสียงดนตรี
                      ส่วนเส้นที่มีอารมณ์เพลง...ฟังแล้วอยากร้องตาม....ฟังเพลงสนุกๆๆแล้วอยากจะเต้น
                      คนฟังออกนี่...นี่ฟังออกจริงๆๆครับ
                      --------------
                      อย่างสายไฟ....เมื่อก่อนผมก็ไม่เชื่อ..ว่ามีผลกับเสียง
                      พอลองกับตัวเอง....ชัดครับ...ต่างกันมาก
                      แต่ไม่ใช่ว่าของแพงจะดีเสมอ....ความเหมาะกับชุดที่ใช้ด้วยครับ
                      -------------
                      สายอนาล็อค....ต่างกันแบบชัดมาก...
                      ---------------
                      ส่วนสาย USB ผมมองว่าต่าง
                      เพราะยังใช้โลหะ ในการส่งข้อมูล รับกระแสไฟฟ้า
                      โลหะต่างกัน หรือขนาดของโลหะที่ต่างกัน..ย่อมให้ผลต่างกัน
                      แต่ว่า....จะฟังออก...หรือจะคุ้มค่าหรือป่าว
                      สาย USB ที่แพงมากๆๆ ราคาหลายพันหรือเป็นหมื่น...ผมว่าไม่คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปครับ
                      ---------------
                      ปล...ของทุกสิ่งมีขีดจำกัดอยู่...ไม่ว่าจะเอาของดีๆขนาดไหนมาเพิ่ม
                      เมื่อขีดสุด....ไม่มีทางทำให้ดีขึ้นได้....ย่อมไม่เห็นความแตกต่าง
                      เรื่องความคิดหรือมุมมองที่ต่างกัน...ผมว่าเรื่องดี...เป็นหนทางสู่การทดลอง
                      และค้นหาข้อเท็จจริง....ครับ

                      Comment


                      • ทุกอย่างมีดีนะ แต่ไม่ได้ดีที่สุด ต้องดีอย่างเหมาะสม
                        ที่ว่าสายแพงมันดีกว่ายังไง นี่ ผมก็ไม่รู้จะเอาหลักการไหนมาพูดเหมือนันฮะ มันก็มีแต่ตัวนำหละครับที่เขาเปิดเผย ข้อมูลเชิงลึกของเขาคงไม่เปิดเผยหรอกมันเป็นสูตรตายตัวของแต่ละยี่ห้อน่ะ สายมันราคาก็ไม่น่าคบหาเท่าไหร่เมื่อเทียบกับความยาวที่ได้ แต่ก็ขายดิบขายดีเป็นที่นิยม ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันนะว่าเพราะอะไร อยู่ดีดีผลิตสินค้าขึ้นมาขายออกแบบมาแบบข้าอยากจะทำและราคาสูงขนาดนี้ โอ่คงไม่มีใครบ้าซื้อแน่นอน ถึงว่าคนจะซื้อก็ต้องซื้อจนได้ คนไม่ซื้อยังไงก็ไม่ซื้อ
                        เพราะคนที่ใช้มารีวิวแต่ละคนที่เขียนมาก็ล้วนแต่ ใช้อารมณ์ฟังกันทั้งนั้น
                        ส่วนตัวผมก็ใช้อารมณ์และความรู้สึกฟังเหมือนกัน แต่ที่ฟังออกแน่ๆคือมันคมชัดขึ้น รายละเอียดที่มั่วๆกัน มันก็แตกแยกออกมาอย่างชัดเจน
                        อย่างท่าน puitam ว่าก็ใช่ soundstage เดิมๆจากสายธรรมดา มันไม่เต็มห้อง แต่พอเปลี่ยนแล้วเท่านั้นหละเปิดเมาๆ คลอบคลุมทั่วห้องและ แต่ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าจะเอาหลักการตรงมาประกอบว่า มิติเท่านั้นเท่านี้เส้นเสียงมันจะวิ่งไปทางไหนเบนมายังไง - -a น่ะครับบบ
                        ต้องลองเองเป็นดีที่สุด+กับความสามารถในการฟังของหูเราด้วย บางทีเข้าทางสายเครื่องเสียงหลงทางก็เพราะหลักการนี่หละ
                        Last edited by lplline; 7 Jan 2011, 01:12:32.

                        Comment


                        • Originally posted by lplline View Post
                          ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับว่า usb มันลดเสียงรบกวนหรือปล่าว มีแต่แบบนี้ สาย usb ทั่วไปก็เห็นแต่คำว่า usb cable เพิ่งเคยเห็น ww นี่หละที่เป็น usb audio cable
                          สาย wireworld ตัวนำข้างในยั๊วเยี้ยไม่ต่างกับพวกสายสัญญาณไม่รู้ทำไม ขนาดเป็นแค่สายดิจิตอลเป็นแบบสาย usb บ้านๆไม่ได้หรือไง
                          ทำไมฝรั่งเค้าทำกัน ทำไมไม่คิดเหมือนเราว่าดิจิตอลยังไงก็ไม่ต่าง แปลกเนอะโลกตะวันออก กับตะวันตกเนี่ย หุหุไม่เชื่อยังไงก็ไม่เชื่อครับ
                          แต่ผมก็เคยไม่เชื่อเหมือนกัน หุหุ
                          ฝรั่งเค้าก็ถกเหมือนกันแหละครับ เรื่องนี่ forum ดังๆ มีหมด headfi, AVS ลอง google ก็เจอครับ
                          ถ้าจะเอาเรื่อง digital สาย USB คงไม่มี มีแต่ HDMI

                          แต่ผลทดสอบต่างๆ ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายจากตะวันตกนั้นไปดูเองเลยดีกว่าครับ

                          จาก Popular Mechanic คงรู้จักกันทุกท่านนะครับ



                          CNET คุ้นเคยกันดี

                          Excerpted from: CNET'S QUICK GUIDE: HDMI and HDMI cables http://reviews.cnet.com/hdmi-guide/?tag=nl.e702 What HDMI cable should I buy? By Matthew Moskovciak (March 04, 2008) Edited by David Katzmaier Let's cut to the chase: CNET strongly recommends cheap HDMI cables widely...


                          สำนักข่าว BBC

                          Digital cables for high-definition TVs, called HDMI, can cost up to £110 but are they really worth the investment?


                          Gizmodo

                          Hey guys: I just got back from meeting with Noel Lee from Monster Cable, along with a posse of affiliated ladies and gentlemen, and their heavy equipment.


                          Money Talk "Any Expert Wouldn't agree on it"



                          CBC จาก Canada



                          จาก HDGuru

                          Last edited by Avant; 7 Jan 2011, 02:02:17.

                          Comment


                          • GT200 ฝรั่งก็เป็นคนคิดครับ(ขายดีด้วยครับและประเทศจนๆซื้อไม่ได้แน่นอน)
                            เพราะฉนั้นการขายดีหรือคนรวยซื้อไม่แปลว่าของมันดีจริงๆเสมอไปครับ

                            ถ้าจะให้ชัวร์ต้องเข้าห้องเก็บเสียงแล้วเปิดแทร็กเดียวกันแล้วใช้ไมค์จับแล้วเทียบกราฟของ sine wave ครับ
                            ใช้หูคนมันไม่นิ่งไม่ชัวร์เท่าเครื่องวัดหรอกครับแล้วก็เถียงกันไม่จบด้วย

                            Comment


                            • สอบถามเพิ่มเติมเป็นความรู้นึดนึงนะครับ คือผมเข้าใจว่าสาย hdmi นี่จะส่งสัญญานภาพและเสียงได้พร้อมๆกันใช่มั้ยครับ

                              คราวนี้ตัวสัญญานภาพนี่เป็น digital uncompress ใช่มั้ยครับ แล้วส่วนสัญญานเสียงนี่เป็น analog หรือ digital ครับ

                              Comment


                              • เสียงที่ออกเป็น ข้อมูลdigital ครับ

                                Comment

                                Working...
                                X