Announcement

Collapse
No announcement yet.

IC ขยาย

Collapse
X
 
  • Filter
  • Time
  • Show
Clear All
new posts

  • Originally posted by carbon_za View Post
    4Ohm ดังกว่าก็จริง แต่แอมป์ทำงานหนักและร้อน เพราะกระแสไหลผ่านได้เยอะ
    8Ohm ดังน้อย(กำลังขับหายไปครึ่งนึงของ 4Ohm) แต่แอมป์ทำงานกำลังดี กระแสไหลผ่านได้น้อยกว่า (ไม่กินแอมป์หม้อแปลงเท่า 4Ohm)

    ส่วนมากฟังในบ้านเขาจะเน้นพวก 8Ohm กัน
    ส่วน 4Ohm ที่เขาเน้นฟังในรถเพราะว่า แบตกระแสมันสูงมาก มันเพียงพอที่จะเอาเพาเวอร์ขับดอก 4Ohm
    โอ๊ว ความรู้ใหม่ ขอบคุณครับ

    Comment


    • ความไว (sensitivity)ของลำโพง จะเป็นสิ่งที่บ่งบอกความดังได้ดีที่สุดครับ

      Comment


      • Originally posted by fenderfree View Post
        ความไว (sensitivity)ของลำโพง จะเป็นสิ่งที่บ่งบอกความดังได้ดีที่สุดครับ
        เห็นด้วยครับ ความไวมาก ไม่กินวัตต์ ช่วยถ่ายทอดรายละเอียดได้ดีด้วยครับ (ขึ้นอยู่กับคุณภาพลำโพงอีก)
        Last edited by carbon_za; 24 Jan 2014, 10:00:14.

        Comment


        • ดูแต่ datasheet ไอซีกันมีใครเคยดู datasheet ของลำโพงกันบ้างมั้ยครับ?
          ถ้าเรื่องความหนักแน่น นี่ยกให้ลำโพงความไวต่ำๆเลย แต่ถ้าเป็นเรื่องมิติเสียง /รายละเอียด ลำโพงความไวสูงกินขาดครับ

          Comment


          • Originally posted by fenderfree View Post
            ดูแต่ datasheet ไอซีกันมีใครเคยดู datasheet ของลำโพงกันบ้างมั้ยครับ?
            ถ้าเรื่องความหนักแน่น นี่ยกให้ลำโพงความไวต่ำๆเลย แต่ถ้าเป็นเรื่องมิติเสียง /รายละเอียด ลำโพงความไวสูงกินขาดครับ
            ขอบคุณครับ ความรู้ใหม่อีกละ ที่นี้อบอุ่นเสมอ แบ่งปันความรู้กันคับ

            Comment


            • 1. วัตต์ของพาวเวอร์แอมป์ ที่ถูกต้อง ได้มาตราฐาน
              จะบอกเป็นตัวเลข Wrms ที่โหลด 2 ,4 ,6 ,8 ฯลฯ Ohm
              ซึ่งจะระบุ %THD ด้วยหรือไม่ก็ได้
              ถ้าไม่ระบุ จะหมายถึงไม่เกิน 10%THD
              โดยใช้สัญญาณซายน์ ช่วงความถี่เสียง (20Hz-20KHz) เป็นตัวทดสอบ

              โหลด 2 ,4 ,6 ,8 ฯลฯ Ohm ที่ใช้ทดสอบ เป็น resistance load ครับ
              ก็คือ มีค่าคงที่ตลอดช่วงความถี่เสียง และกระแส in-phase กับ V
              เค้าไม่ได้ใช้โหลดเป็นลำโพงนะ

              ต่างจากนี้ ถือว่าไม่ได้มาตราฐาน
              เช่น บอกเป็น pmpo
              หรืออย่างตัวที่ซื้อมาที่บอก 20W+20W อันนี้เค้าวัดที่ THD มากมายเกิน 10% ครับ

              2. วัตต์สูงสุดที่พาวเวอร์แอมป์จ่ายได้
              จะขึ้นกับแรงดันสูงสุดที่จ่ายได้(ไม่ขลิบ) กับกระแสสูงสุดที่จ่ายได้(ไม่ขลิบ)
              ปกติแรงดันสูงสุดที่จ่ายได้ จะต่ำกว่าไฟเลี้ยง 2V +-
              ส่วนกระแสสูงสุดที่จ่ายได้ จะขึ้นกับวงจรจำกัดกระแส(current limit) กับวงจร SOA - Safe Operating Area

              วัตต์ = แรงดัน x กระแส
              ถ้าเราใช้โหลดโอมห์สูงๆ จะแรงดันจะขลิบก่อน ก็คือติดที่ V
              ถ้าเราใช้โหลดโอมห์ต่ำๆ จะกระแสจะขลิบก่อน ก็คือติดที่ I

              พาวเวอร์แอมป์ จะจ่ายวัตต์ได้มากสุด ก็ต่อเมื่อใช้โหลดที่มีค่าพอดีกับที่เค้าออกแบบมาครับ (V กับ I ขลิบพร้อมกัน)

              3. จากข้อ 2. เราจึงเห็นว่า เดี๋ยวนี้มันมีแอมป์ที่ระบุว่าใช้กับโหลด 600 โอมห์ได้
              เพราะแอมป์ปกติ ที่เค้าออกแบบสำหรับ 8-32 โอมห์
              พอมาเจอ 600 โอมห์ จะจ่ายวัตต์ได้นิดเดียว เพราะแรงดันจะขลิบก่อน

              เมื่อก่อน มีลำโพงจิ๋ว 2 ทาง 4 นิ้ว ตัวนึงที่เซียนเค้ายกให้ว่าเสียงดีมากๆ
              แต่ลำโพงตัวนี้ มี impedance 16 Ohm และ ความไว 82 dB/W (มั้ง)
              การจะให้ลำโพงตัวนี้ ขับเสียงดังพอ ต้องใช้แรงดันสูงมาก
              พาวเวอร์แอมป์ ที่มาขับ อย่างน้อยๆจึงต้องมีสเปค 200 Wrms(8Ohm) ขึ้นไป

              แล้วก็มีลำโพงอีกตัว ที่เซียนเค้าบอกเสียงใสกริ๊งถึงสวรรค์เลย
              แต่ลำโพงตัวนี้ บางช่วงความถี่ impedance ของลำโพง จะลดเหลือ 1 Ohm
              การจะให้ลำโพงตัวนี้ ขับเสียงใสกริ๊งพอ ต้องใช้กระแสสูงมาก
              พาวเวอร์แอมป์ ที่มาขับ อย่างน้อยๆจึงต้องมีสเปค 200 Wrms(8Ohm) ขึ้นไป

              การที่เราจะบอกว่า แอมป์วัตต์พอหรือไม่พอ สำหรับการฟังเพลงของเรา
              ต้องดูด้วยว่า ใช้กับลำโพงแบบไหน
              ถ้าคุณสมบัติของลำโพงต่างกะชาวบ้านเยอะ
              ก็อาจต้องใช้เป็นร้อยวัตต์ขึ้น อย่างตัวอย่างข้างบนครับ

              Originally posted by m shifu View Post
              ส่วนตัว T-amp TA-2020 อันนี้ใช้ได้ เบสมาครบพอควร
              ลองวัดแบนด์วิท ข้างนึงลงได้ถึง 2x Hz แต่อีกข้าง ตัดแถวๆ 4x Hz (มั้ง)
              สองข้างไม่เท่ากัน แต่ฟังไม่ออกเท่าไหร่ ก็เลยถือว่าใช้ได้
              ใช้อแดปเตอร์ 12V 2A ที่มาด้วยกัน ขับโหลด 6 ohm ขลิบที่ +- 9.xV.
              เปิดฟังเพลงป๊อปร็อคกับลำโพง 8 ohm 90 db/W แบบดังฟังชัด สัญญาณพีคที่ +- 3.xV.
              ถ้าเปิดฟังแบบดังคับห้อง สัญญาณพีคที่ +- 6.xV.
              สรุป ตัว T-amp ใช้ได้ ก็เลยเอามาแทนแอมป์ตัวเดิมเรียบร้อย
              เปิดฟังเพลงปกติ กินไฟไม่ถึง 3 W
              แอมป์ที่ดี ต้องให้ output มากพอที่จะไม่ขลิบ
              ตัวอย่าง แอมป์ที่ผมทดสอบข้างบน
              ป้อนคลื่นซายน์ 20Hz-20KHz กับโหลด R 6 ohm ขลิบที่ +- 9.xV. (=18Vp-p)
              พอทดสอบต่อกะลำโพงตัวที่ใช้จริง 2 ทาง 8 นิ้ว หนักคู่ละ 35 กก.
              เปิดฟังเพลงที่ชอบของจริง แบบดังคับห้อง สัญญาณพีคที่ +- 6.xV. (=12Vp-p)
              แบบนี้ แปลว่า ใช้ได้สบายๆละ ไม่โดนขลิบแน่นอน
              ผมใช้ oscilloscope + มิเตอร์จับยอดคลื่น วัดที่ขั้วต่อลำโพงนะ
              (oscilloscope ก็มีบอกยอดคลื่น แต่มิเตอร์แม่นยำถูกต้องกว่า ก็เลยใช้คู่กัน)

              4. ปกติ Impedance ของลำโพง(ตัวขับ) มันไม่คงที่เป๊ะตลอดช่วงความถี่ของมัน ตามที่ท่านข้างบนบอกนะ
              ถ้ามีวงจร crossover network มารวมด้วย จะยิ่งไปกันใหญ่
              ก็เลยมีเรื่องการ match ของแอมป์กะลำโพง ให้เซียนเค้าอวดวิชากัน
              ถ้าเป็นลำโพงบ้านๆ แอมป์บ้านๆ ก็ไม่ต้องหาเรื่องจับคู่นะ อิ อิ

              สรุปนะ
              เวลาบอกสเปควัตต์ จะทดสอบกับ R ครับ ไม่ทดสอบกะลำโพงนะ
              เวลาทดสอบฟังเพลงกับลำโพง ต้องบอก Impedance และความไว ของลำโพง ครับ

              จำได้ว่าเคยดูสเปคของลำโพง cerwin vega บางตัว หลายตัวความไวเกิน 100 dB/W เลยมั้ง
              แบบนี้ ใช้แค่แอมป์ในลำโพงช้างน้อย (ใช้ไฟจาก USB)
              เปิดก้นซอย ก็ดังถึงต้นซอยเลยครับ (ถ้าซอยตื้นนะ อิ อิ)

              Comment


              • รบกวนถามท่าน m shifu นิดนึงเรื่องสเป็คความไวของลำโพง(sensitivity)ปกติเค้าจะระบุเป็น dB/W หรอครับ ผมเคยเห็นแต่ระบุเป็น dB SPL (1w/1m)
                แล้วแค่ทั้งสองเทียบเคียงกันได้รึเปล่า หรือเทียบกันยังไง

                Edit อ้อ..มันค่าเดียวกันผมตาไม่ดีเอง คิดว่าเป็น dBu. 555
                Last edited by fenderfree; 24 Jan 2014, 18:42:17.

                Comment


                • Originally posted by m shifu View Post
                  1. วัตต์ของพาวเวอร์แอมป์ ที่ถูกต้อง ได้มาตราฐาน
                  จะบอกเป็นตัวเลข Wrms ที่โหลด 2 ,4 ,6 ,8 ฯลฯ Ohm
                  ซึ่งจะระบุ %THD ด้วยหรือไม่ก็ได้
                  ถ้าไม่ระบุ จะหมายถึงไม่เกิน 10%THD
                  โดยใช้สัญญาณซายน์ ช่วงความถี่เสียง (20Hz-20KHz) เป็นตัวทดสอบ

                  โหลด 2 ,4 ,6 ,8 ฯลฯ Ohm ที่ใช้ทดสอบ เป็น resistance load ครับ
                  ก็คือ มีค่าคงที่ตลอดช่วงความถี่เสียง และกระแส in-phase กับ V
                  เค้าไม่ได้ใช้โหลดเป็นลำโพงนะ

                  ต่างจากนี้ ถือว่าไม่ได้มาตราฐาน
                  เช่น บอกเป็น pmpo
                  หรืออย่างตัวที่ซื้อมาที่บอก 20W+20W อันนี้เค้าวัดที่ THD มากมายเกิน 10% ครับ

                  2. วัตต์สูงสุดที่พาวเวอร์แอมป์จ่ายได้
                  จะขึ้นกับแรงดันสูงสุดที่จ่ายได้(ไม่ขลิบ) กับกระแสสูงสุดที่จ่ายได้(ไม่ขลิบ)
                  ปกติแรงดันสูงสุดที่จ่ายได้ จะต่ำกว่าไฟเลี้ยง 2V +-
                  ส่วนกระแสสูงสุดที่จ่ายได้ จะขึ้นกับวงจรจำกัดกระแส(current limit) กับวงจร SOA - Safe Operating Area

                  วัตต์ = แรงดัน x กระแส
                  ถ้าเราใช้โหลดโอมห์สูงๆ จะแรงดันจะขลิบก่อน ก็คือติดที่ V
                  ถ้าเราใช้โหลดโอมห์ต่ำๆ จะกระแสจะขลิบก่อน ก็คือติดที่ I

                  พาวเวอร์แอมป์ จะจ่ายวัตต์ได้มากสุด ก็ต่อเมื่อใช้โหลดที่มีค่าพอดีกับที่เค้าออกแบบมาครับ (V กับ I ขลิบพร้อมกัน)

                  3. จากข้อ 2. เราจึงเห็นว่า เดี๋ยวนี้มันมีแอมป์ที่ระบุว่าใช้กับโหลด 600 โอมห์ได้
                  เพราะแอมป์ปกติ ที่เค้าออกแบบสำหรับ 8-32 โอมห์
                  พอมาเจอ 600 โอมห์ จะจ่ายวัตต์ได้นิดเดียว เพราะแรงดันจะขลิบก่อน

                  เมื่อก่อน มีลำโพงจิ๋ว 2 ทาง 4 นิ้ว ตัวนึงที่เซียนเค้ายกให้ว่าเสียงดีมากๆ
                  แต่ลำโพงตัวนี้ มี impedance 16 Ohm และ ความไว 82 dB/W (มั้ง)
                  การจะให้ลำโพงตัวนี้ ขับเสียงดังพอ ต้องใช้แรงดันสูงมาก
                  พาวเวอร์แอมป์ ที่มาขับ อย่างน้อยๆจึงต้องมีสเปค 200 Wrms(8Ohm) ขึ้นไป

                  แล้วก็มีลำโพงอีกตัว ที่เซียนเค้าบอกเสียงใสกริ๊งถึงสวรรค์เลย
                  แต่ลำโพงตัวนี้ บางช่วงความถี่ impedance ของลำโพง จะลดเหลือ 1 Ohm
                  การจะให้ลำโพงตัวนี้ ขับเสียงใสกริ๊งพอ ต้องใช้กระแสสูงมาก
                  พาวเวอร์แอมป์ ที่มาขับ อย่างน้อยๆจึงต้องมีสเปค 200 Wrms(8Ohm) ขึ้นไป

                  การที่เราจะบอกว่า แอมป์วัตต์พอหรือไม่พอ สำหรับการฟังเพลงของเรา
                  ต้องดูด้วยว่า ใช้กับลำโพงแบบไหน
                  ถ้าคุณสมบัติของลำโพงต่างกะชาวบ้านเยอะ
                  ก็อาจต้องใช้เป็นร้อยวัตต์ขึ้น อย่างตัวอย่างข้างบนครับ



                  แอมป์ที่ดี ต้องให้ output มากพอที่จะไม่ขลิบ
                  ตัวอย่าง แอมป์ที่ผมทดสอบข้างบน
                  ป้อนคลื่นซายน์ 20Hz-20KHz กับโหลด R 6 ohm ขลิบที่ +- 9.xV. (=18Vp-p)
                  พอทดสอบต่อกะลำโพงตัวที่ใช้จริง 2 ทาง 8 นิ้ว หนักคู่ละ 35 กก.
                  เปิดฟังเพลงที่ชอบของจริง แบบดังคับห้อง สัญญาณพีคที่ +- 6.xV. (=12Vp-p)
                  แบบนี้ แปลว่า ใช้ได้สบายๆละ ไม่โดนขลิบแน่นอน
                  ผมใช้ oscilloscope + มิเตอร์จับยอดคลื่น วัดที่ขั้วต่อลำโพงนะ
                  (oscilloscope ก็มีบอกยอดคลื่น แต่มิเตอร์แม่นยำถูกต้องกว่า ก็เลยใช้คู่กัน)

                  4. ปกติ Impedance ของลำโพง(ตัวขับ) มันไม่คงที่เป๊ะตลอดช่วงความถี่ของมัน ตามที่ท่านข้างบนบอกนะ
                  ถ้ามีวงจร crossover network มารวมด้วย จะยิ่งไปกันใหญ่
                  ก็เลยมีเรื่องการ match ของแอมป์กะลำโพง ให้เซียนเค้าอวดวิชากัน
                  ถ้าเป็นลำโพงบ้านๆ แอมป์บ้านๆ ก็ไม่ต้องหาเรื่องจับคู่นะ อิ อิ

                  สรุปนะ
                  เวลาบอกสเปควัตต์ จะทดสอบกับ R ครับ ไม่ทดสอบกะลำโพงนะ
                  เวลาทดสอบฟังเพลงกับลำโพง ต้องบอก Impedance และความไว ของลำโพง ครับ

                  จำได้ว่าเคยดูสเปคของลำโพง cerwin vega บางตัว หลายตัวความไวเกิน 100 dB/W เลยมั้ง
                  แบบนี้ ใช้แค่แอมป์ในลำโพงช้างน้อย (ใช้ไฟจาก USB)
                  เปิดก้นซอย ก็ดังถึงต้นซอยเลยครับ (ถ้าซอยตื้นนะ อิ อิ)
                  ขอบคุณคับ อ่านแล้วรู้สึกฉลาดขึ้นเป็นกองเลย ฮ่าๆ ว่าแต่ THD ย่อมาจากอะไรอะ

                  Comment


                  • THD= total harmonic distortion

                    Comment


                    • Originally posted by fenderfree View Post
                      THD= total harmonic distortion
                      ขอบคุณคับ

                      Comment


                      • OM8381SF (TDA1517) - - - ว่าจะเล่นตัวนี้ แต่รู้สึกว่าจะไม่มีขายแล้ว มันเลิกผลิตไป 3 ปีแล้ว แปลว่ามันจงใจระบายตัวนี้ใส่มั่วมาแน่ๆ หลุดมาตัวนึง T T จะซื้อเพิ่มให้เหมือนกันก็คงไม่มีขายแล้วมั้ง
                        TDA1519B - - - สงสัยต้องเล่นตัวนี้แทน ราคาออนไลน์ ตัวละ 95 บาทแหนะ เหอะๆ ราคาครึ่งนึงของ แผงวงจรขยายที่ซื้อมาเลย = =a

                        Comment


                        • Originally posted by m shifu View Post
                          เสริมท่านเหมียวนะ



                          ถ้าหมายถึงตัว 3.3uF (คงดูไม่ผิด) ที่ติดกะโวลลุ่ม ตัวนั้นเรียกว่า coupling ตามที่ท่านเหมียวบอก
                          จุดประสงค์หลักคือ กั้น dc
                          แต่วงจรแอมป์ของจริง ในทางปฎิบัติ
                          จะออกแบบเป็น HF (High-pass Filter) 20 Hz
                          คือ ออกแบบให้ความถี่ที่สูงกว่า 20Hz ผ่านไปได้เท่านั้น (ต่ำกว่าไม่ให้ผ่าน)



                          OM8381SF กะ TDA1519B เหมือนกันเกือบ 100%
                          ต่างกันแค่เกนที่เค้าฟิกมา
                          10 vs. 100 ลองคิดว่าดู ข้อดีข้อเสียต่างกันยังไง อันไหนเหมาะสมกว่า
                          ic ที่ใช้ไฟเลี้ยงแค่ 12V แบบนี้ ปกติจะให้สัญญาณออกจริงแถวๆ 9 Vp-p เท่านั้น
                          ถ้าเกน 10 แปลว่า input เกิน 900 mVp-p ก็จะขลิบ
                          ถ้าเกน 100 แปลว่า input เกิน 90 mVp-p ก็จะขลิบ

                          opamp ในภาคโทน ก็ให้สัญญาณออกจริงแถวๆ 9 Vp-p เหมือนกัน
                          แต่จ่ายให้ ic amp จริง ต้องไม่เกิน 90 mVp-p หรือ 900 mVp-p เพราะมันจะขลิบ
                          ขนาดสัญญาณน้อยเท่าไหร่ ค่า s/n ก็ยิ่งไม่ดีเท่านั้น
                          ใช้เกนยิ่งมากเท่าไหร่ เสียงรบกวนต่างๆก็ยิ่งมากเท่านั้น

                          เสียงฮัมที่แตกต่างกัน น่าจะมาจากเรื่องเกนที่แตกต่างกัน
                          แต่ถ้าชีลด์ดี กราวด์ดี ไม่มีอุปกรณ์เสื่อม ไม่ใช้ไฟบ้าน เสียงฮัมก็ไม่น่ามีนะ



                          ผมเรียงลำดับความสำคัญ ของคุณสมบัติ ของตัวจ่ายไฟสำหรับแอมป์ที่ดีนะ
                          1. ต้อง isolate
                          2. ไฟเลี้ยงต้องเรียบ
                          จะเห็นว่า ส่วนมากเราเน้นแค่ข้อ 2
                          ข้อ 1 แทบไม่เคยเห็นพูดถึงกันเลย

                          ถ้า isolate แย่ มันจะพันไปหมด เสียงฮัม เสียงจี่ กราวด์ หนักหน่อยก็ไฟรั่วไฟดูด
                          ส่วนไฟเลี้ยง จริงๆไม่ต้องเรียบมากก็ได้ เพราะวงจร bias ใน ic เป็นวงจรจ่ายกระแสคงที่
                          แปลว่าต่อให้ไฟเลี้ยงสวิง ก็ยังทำงานได้ปกติ สัญญาณออกมาไม่แตกต่างแบบมีนัยสำคัญ
                          เพิ่มค่า C กรองไฟเลี้ยงบน pcb แอมป์ จะได้ผลตรงกว่าใช้พวกพาวเวอร์เทพๆนะ

                          ที่เค้าระบุ 12V 2A นั่นคือเปอร์เฟคแล้วครับ
                          ทางปฎิบัติ พวกอแดปเตอร์ของ HDD 3.5" 12V 1.5A ก็น่าจะใช้ได้ดี
                          อแดปเตอร์ส่วนมาก จะให้สายไฟยาว และขนาดเล็ก(awg)
                          ถ้าดูเฉพาะเรื่องการจ่ายไฟฟ้า สายยาวมากเท่าไหร่ ก็แย่เท่านั้น
                          สายขนาดเล็กเท่าไหร่ ก็แย่เท่านั้น
                          เรื่องสายไฟมีผลต่อความเรียบ(load regulation)ค่อนข้างมาก
                          ถ้าเลือกได้ ก็เลือกที่ awg ใหญ่สุด(เบอร์เล็กสุด) และสายสั้นพอดีครับ

                          PSU คอมพ์ ถ้าเอามาใช้กับแอมป์อย่างเดียว โดยทั่วไปก็ใช้ได้นะ
                          แต่ถ้าใช้ PSU คอมพ์ตัวที่อยู่ในคอม แล้วใช้สัญญาณจากคอม มันจะไม่ isolate แน่นอน
                          ยิ่งใช้แอมป์หลายตัวหลายช่อง กราวด์ก็ยิ่งหลายจุด
                          ก็ต้องลองดูเองว่า จะเกิดปัญหาอื่นหรือไม่ ฟันธงไม่ได้ครับ



                          เสียงซ้ายขวาดังไม่เท่ากัน - น่าจะมาจากความคลาดเคลื่อนของโวลลุ่ม กับค่าของอุปกรณ์ในวงจรสองข้างไม่เท่ากัน
                          สนามแม่เหล็กไฟฟ้า ที่มาจากแม่เหล็กลำโพง ปกติไม่แรงทะลุออกมาเหนี่ยวนำจนมีผลกับวงจรครับ
                          ลองไปวัดวอลุ่มมาละ 6 ชาแนล ค่าไม่ตรงกันเลย ขาดเคลื่อนกันมากในแต่ละคู่ ขนาดผมโมดิฟายให้มุนหมุนเท่ากันทั้งหมดนะเนี่ย ส่วนคู่ที่เสียงไม่เท่ากันนี้ อาการหนักเลย ความแตกต่างกันเกิน 70 เปอร์เซ็นต์

                          ยังไงรบกวนแนะนำ ร้านที่บ้านหม้อ ที่ขายวอลุ่ม ที่ 6 ชาแนล ที่ราคาถูกๆหน่อย แตกต่างกันไม่เกิน 20 เปอร์เซ็นต์ในแต่ละชาแนลก็พอรับได้คับ

                          Comment


                          • ผมเข้าใจ วงจรสูงผ่าน ต่ำผ่านละ เห็นมีทั้ง 2 อย่างในวงจรเลย แต่ผมคำนวณได้
                            2.2nF สำหรับต่ำผ่าน
                            2.2uF สำหรับสูงผ่าน

                            แต่ในลายปริ๊นส์ มันเขียน 331 แต่ดันใส่ 621J (Cเซรามิค) - ต่ำผ่าน
                            แล้วก็ 3.3uF แต่ดันใส่ 4.7uF (C อิเล็คโทรไลต์) - สูงผ่าน

                            . . . . . . . . . .

                            Comment


                            • โวลุ่มที่ดีสุด....ประหยัดสุด...คือไม่ใส่
                              ความดังเบา ใช้ที่ตัวเล่น..เหมือนพาวเวอร์แอมป์ครับ

                              Comment


                              • Originally posted by lairwtiare View Post
                                ลองไปวัดวอลุ่มมาละ 6 ชาแนล ค่าไม่ตรงกันเลย ขาดเคลื่อนกันมากในแต่ละคู่ ขนาดผมโมดิฟายให้มุนหมุนเท่ากันทั้งหมดนะเนี่ย ส่วนคู่ที่เสียงไม่เท่ากันนี้ อาการหนักเลย ความแตกต่างกันเกิน 70 เปอร์เซ็นต์

                                ยังไงรบกวนแนะนำ ร้านที่บ้านหม้อ ที่ขายวอลุ่ม ที่ 6 ชาแนล ที่ราคาถูกๆหน่อย แตกต่างกันไม่เกิน 20 เปอร์เซ็นต์ในแต่ละชาแนลก็พอรับได้คับ
                                ผมไม่ได้ต่อแอมป์เล่นเกินสามสิบปีแล้วอ่ะครับ
                                ตั้งแต่เริ่มมีพวกมินิคอมโป ผมไม่มีความคิดจะต่อแอมป์เลย
                                ซื้อสำเร็จดีกว่า สวยกว่า มีจองามๆ มีรีโมท สะดวกสบายกว่ากันเยอะ
                                ส่วนแอมป์ที่ต่อเอง(ออกแบบวงจรเอง) ทุกวันนี้ก็ยังเก็บอยู่ 30ปีไม่ได้เอามาใช้เลย

                                เหลือแต่ลำโพง ที่ยังพอหาเรื่องสนุกได้
                                แต่ตอนนี้ ก็หมดยุคเหมือนกัน

                                ดังนั้น เรื่องหาโวลลุ่มดีๆตอนนี้ ผมไม่รู้เหมือนกันครับ อิ อิ
                                จะเอาที่ค่าเท่ากันค่อนข้างเป๊ะจริง ต้องใช้แบบที่เค้าใช้ r หลายๆตัวมาต่อเป็นโวลลุ่ม
                                เวลาหมุนจะเป็นสเตปนุ่มๆ

                                Comment

                                Working...
                                X