Announcement

Collapse
No announcement yet.

IC ขยาย

Collapse
X
 
  • Filter
  • Time
  • Show
Clear All
new posts

  • #91
    Originally posted by lairwtiare View Post
    เห็นภาพละ ถ้าจะใช้ TDA ควรจะเพิ่มไฟให้มากขึ้น เพื่อลดการขลิบด้านเอ้าพุท เสียงก็จะดีขึ้นใช้ไหมท่าน

    ท่านชิฟู นอนดึก รูป Avatar ขอบตาดำละ หน้าตาเริ่มเหมือนรู้สึกละ เหอะๆ
    มาถูกทางละ
    ไอซีแอมป์ตัวนี้ เค้าออกแบบให้ใช้กับแบตรถ 12V
    ซึ่งปกติ ตอนที่ติดเครื่อง แรงดันไฟฟ้าจริงจะอยู่ที่แถวๆ 14.4V เพราะใช้ไฟจากวงจรชาร์จ
    แล้วก็ต่อแบบบริจด์
    ถ้าใช้แบบนี้ output จะจ่ายได้แถวๆ 25 Vp-p เลย
    ซึ่งถ้าเทียบกับตอนนี้ ที่จ่ายได้แค่แถวๆ 9 Vp-p
    แสดงว่า วงจรที่ใช้ตอนนี้ ไม่ได้ใช้ความสามารถจริงของไอซีเท่าไหร่

    วงจรแอมป์ทั่วไปที่ใช้ไฟเลี้ยงต่ำแบบนี้
    เค้ามักนิยมใช้วงจรแบบบริจด์
    เพื่อให้แรงดัน output จ่ายได้มากขึ้น 2 เท่า

    ถ้าใช้ไฟเลี้ยงน้อย แล้วไม่ต่อแบบบริจด์ แรงดัน output จะจ่ายได้น้อยตามไฟเลี้ยง(เปิดดังหน่อยก็ขลิบแล้ว)
    เกนของแอมป์ควรน้อยตามด้วยครับ

    ปกติ ผมนอนเช้าตื่นบ่าย ใช้ชีวิตเหมือนค้างคาวครับ อิ อิ

    Comment


    • #92
      Originally posted by lairwtiare View Post
      ข้างกล่องนี้ "คุณหลอกดาว" จิงๆ เขียน 20W + 20W อิมพิแดนซ์ 4โอมห์
      เราก็ตกใจ (คิดในใจ ทำไมมันทำมาดังจัง เบาสุดก็ดังขนาดนี้ละ หนวกหูแย่) ไปหาซื้อลำโพงมา ได้ 10W 4โอมห์ มา 3 คู่
      [หา 4 โอมห์ยาก ส่วนใหญ่เป็น 8 โอมห์]
      ก็ยังคิดว่าถ้าเปิดดังๆ สงสัยลำโพงอาจมีอันเป็นไปแน่ๆ แต่เราไม่ฟังดังอยู่แล้วไม่น่ามีปัญหา
      พอได้รับการชี้แนะจากที่นี้ อ่าน ดาต้าชีท อ้าว!! มันออกแค่ข้างละ 5-6W เอง ดีนะที่ อิมพิแดนซ์ยัง 4 โอมห์ ตามกล่อง ไม่งั้นต้องหาซื้อลำโพงใหม่เป็นแน่แท้
      มาคิดๆดู ทำไมต้องโกหกด้วย
      มันน่าจะเขียนข้างกล่องไปเลยว่า 5-6W 4 โอมห์ แล้วยังมีหน้ามีเขียนอีกว่า DX-8250 ในวงจรไม่มี IC นี้สักตัว ก็เขียนไปสิ TDA1519B
      (แบบนี้ไปฟ้อง สคบ. ได้ป่าวเนี่ย)
      ผมจะได้ซื้อลำโพง ขนาด 5-6W มันจะได้ตัวเล็กๆหน่อย ตัวใหญ่มันเกะกะโต๊ะ ยิ่งไม่ค่อยมีที่วางของอยู่ . . . . . งึมงำงึมงำ(บ่น)
      ธรรมดาครับ ..IC เรื่องวัตต์ อยู่ที่ภาคไฟด้วย...
      โวลล์-แอมป์ เต็มที่ตามดาต้าชีท...ก็ได้วัตต์เต็มตามไอซี
      น้อยลง -วัตต์ก็น้อยลงตามครับ
      ดูในดาต้าชีท...จะมีกราฟบอกอยู่ครับ

      Comment


      • #93
        20+20 watt. @4 ohm. ถ้าเป็น @8 ohm. ค่า watt. ก็จะลดลงครับ ถึงเค้าจะเขียน ว่า 4 ohm. แต่ก็สามารถต่อลำโพง 8 ohm. ได้แน่นอน
        แต่ที่เค้าบอกสเป็กมา 4 ohm. ก็เพื่อให้ค่า watt. มันดูเยอะเท่านั้นเอง

        Comment


        • #94
          Originally posted by fenderfree View Post
          20+20 watt. @4 ohm. ถ้าเป็น @8 ohm. ค่า watt. ก็จะลดลงครับ ถึงเค้าจะเขียน ว่า 4 ohm. แต่ก็สามารถต่อลำโพง 8 ohm. ได้แน่นอน
          แต่ที่เค้าบอกสเป็กมา 4 ohm. ก็เพื่อให้ค่า watt. มันดูเยอะเท่านั้นเอง
          จะกี่โอมห์ มันก็ต่อกันได้หมดแหละ แต่ถ้ามันไม่แมตซ์กัน จะมีปัญหาเรื่องการถ่ายเท กำลังสูงสุด และอาจเกิด สัญญาณรบกวนได้อีก
          และที่เขาบอกมา 4 โอมห์ มันมาจาก ดาต้าชีทของ ไอซีพาวเวอร์แอมป์
          แต่อย่างไรก็ดี ถ้าต่อแบบบริดจ์ มันจะกลายเป็น 8 โอมห์ ไม่เกี่ยวกับ วัตน์เยอะไม่เยอะทางตรง แต่เกี่ยวกันทางอ้อมคับ

          ดังนั้นที่เขาเขียนข้างกล่องมา เชื่อไม่ได้เลย แต่ไม่รู้ว่าเผอิญหรืออย่างไรได้ ค่าอิมพิแดนซ์ที่เขียนมา ดันตรงกับไอซีพอดี แต่วัตน์นี้อย่างมั่ว ไอซีเขียนข้างกล่องก็อย่างมั่วเลย - - เข้าใจว่าเป็นเทคนิคทางการค้าไว้หลอกคนซื้อโง่ๆ อย่างผม

          Comment


          • #95
            Originally posted by m shifu View Post
            มาถูกทางละ
            ไอซีแอมป์ตัวนี้ เค้าออกแบบให้ใช้กับแบตรถ 12V
            ซึ่งปกติ ตอนที่ติดเครื่อง แรงดันไฟฟ้าจริงจะอยู่ที่แถวๆ 14.4V เพราะใช้ไฟจากวงจรชาร์จ
            แล้วก็ต่อแบบบริจด์
            ถ้าใช้แบบนี้ output จะจ่ายได้แถวๆ 25 Vp-p เลย
            ซึ่งถ้าเทียบกับตอนนี้ ที่จ่ายได้แค่แถวๆ 9 Vp-p
            แสดงว่า วงจรที่ใช้ตอนนี้ ไม่ได้ใช้ความสามารถจริงของไอซีเท่าไหร่

            วงจรแอมป์ทั่วไปที่ใช้ไฟเลี้ยงต่ำแบบนี้
            เค้ามักนิยมใช้วงจรแบบบริจด์
            เพื่อให้แรงดัน output จ่ายได้มากขึ้น 2 เท่า

            ถ้าใช้ไฟเลี้ยงน้อย แล้วไม่ต่อแบบบริจด์ แรงดัน output จะจ่ายได้น้อยตามไฟเลี้ยง(เปิดดังหน่อยก็ขลิบแล้ว)
            เกนของแอมป์ควรน้อยตามด้วยครับ

            ปกติ ผมนอนเช้าตื่นบ่าย ใช้ชีวิตเหมือนค้างคาวครับ อิ อิ
            คนส่วนใหญ่ชอบความดัง แต่ผมชอบความเงียบ เพราะมีประสบการณ์เสียงดังตอนเด็กเยอะเลยไม่ชอบ(คุณพ่อเล่นเครื่องเสียง แบบงูๆปลาๆ)
            แต่เงียบไปก็ไม่ได้ยินอีก เลยอยากได้ดังแบบลงตัวมากกว่า

            Comment


            • #96
              Originally posted by tiger X-fi View Post
              ธรรมดาครับ ..IC เรื่องวัตต์ อยู่ที่ภาคไฟด้วย...
              โวลล์-แอมป์ เต็มที่ตามดาต้าชีท...ก็ได้วัตต์เต็มตามไอซี
              น้อยลง -วัตต์ก็น้อยลงตามครับ
              ดูในดาต้าชีท...จะมีกราฟบอกอยู่ครับ

              Comment


              • #97
                IC TDA1519B เขาออกแบบมาใช้กับลำโพงรถยนต์ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น 4โอมห์ ถ้าต่อกับลำโพง 8โอมห์ ค่ากำลังก็จะลดลงเป็นปกติรวมทั้งความเพี้ยนด้วย ไม่เกี่ยวกับเรื่องสัญญาณรบกวน อันนั้นมันต้องดูส่วน ระบบไฟ สัญญาณเข้า กับการออกแบบวงจร จะใส่ 4โอมห์หรือ 8โอมห์มันก็มีสัญญาณรบกวนได้ทั้งนั้น และก็ค่า Imp ของลำโพงมันเกี่ยวโดยตรงกับค่า วัตต์ ครับ

                Comment


                • #98
                  ลองนึกภาพดูว่าลำโพงก็คือ ตัวต้านทานไฟฟ้าตัวหนึ่ง ในระบบที่ครบวงจรของแอมป์ ถ้าเราเปลี่ยนให้ค่าความต้านทานมันเพิ่มขึ้น ไฟฟ้าก็ไหลเวียนได้น้อยลง
                  ค่าวัตต์ก็น้อยลงถูกมั้ยครับ และในทางกลับกันถ้า เปลี่ยนเป็นค่าน้อยๆ ยิ่งน้อยยิ่งเข้าใกล้คำว่า "ลัดวงจร" แอมป์ต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อให้ได้ค่าวัตต์เพิ่มขึ้น
                  เพราะฉนั้น ค่าค่า ohm นั้นจึงเป็น "ค่าอ้างอิง"เพื่อจะบอกค่าวัตต์เท่านั้นไม่ได้เป็นสเป็คตายตัวแต่อย่างใด
                  เหมือนกับผมบอกว่ารถคันนี้วิ่งได้เร็ว 100 กม./ชั่วโมง มีแรงม้า 300 แรงม้า ที่ 3000 รอบต่อนาที
                  3000 รอบต่อนาที จึงเป็นแค่ค่าอ้งอิงเพื่อที่จะได้รู้ว่า ถ้าให้ได้แรงม้า 300 ต้องทำรอบเครื่องยนต์ไปที่ 3000 รอบ
                  แล้วที่บอกสเป็คลำโพงว่ากี่โอมห์ๆ คุณลองไปวัดสิมันไม่ 4 โอมห์ 8 โอมห์ เป๊ะๆ หรอก แล้วไหนจะมีการเปลี่ยนแปลงอีกตอนที่เราแอมป์ทำงานน่ะ

                  Comment


                  • #99
                    Originally posted by LoveHifi View Post
                    IC TDA1519B เขาออกแบบมาใช้กับลำโพงรถยนต์ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น 4โอมห์ ถ้าต่อกับลำโพง 8โอมห์ ค่ากำลังก็จะลดลงเป็นปกติรวมทั้งความเพี้ยนด้วย ไม่เกี่ยวกับเรื่องสัญญาณรบกวน อันนั้นมันต้องดูส่วน ระบบไฟ สัญญาณเข้า กับการออกแบบวงจร จะใส่ 4โอมห์หรือ 8โอมห์มันก็มีสัญญาณรบกวนได้ทั้งนั้น และก็ค่า Imp ของลำโพงมันเกี่ยวโดยตรงกับค่า วัตต์ ครับ
                    อ้าวความเพี้ยนหรอ เห็น rep ก่อนหน้าท่านใดไม่รู้จำไม่ได้ บอกเป็น สัญญาณรบกวน ฮ่าๆ . . . มึน

                    Comment


                    • Originally posted by fenderfree View Post
                      ลองนึกภาพดูว่าลำโพงก็คือ ตัวต้านทานไฟฟ้าตัวหนึ่ง ในระบบที่ครบวงจรของแอมป์ ถ้าเราเปลี่ยนให้ค่าความต้านทานมันเพิ่มขึ้น ไฟฟ้าก็ไหลเวียนได้น้อยลง
                      ค่าวัตต์ก็น้อยลงถูกมั้ยครับ และในทางกลับกันถ้า เปลี่ยนเป็นค่าน้อยๆ ยิ่งน้อยยิ่งเข้าใกล้คำว่า "ลัดวงจร" แอมป์ต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อให้ได้ค่าวัตต์เพิ่มขึ้น
                      เพราะฉนั้น ค่าค่า ohm นั้นจึงเป็น "ค่าอ้างอิง"เพื่อจะบอกค่าวัตต์เท่านั้นไม่ได้เป็นสเป็คตายตัวแต่อย่างใด
                      เหมือนกับผมบอกว่ารถคันนี้วิ่งได้เร็ว 100 กม./ชั่วโมง มีแรงม้า 300 แรงม้า ที่ 3000 รอบต่อนาที
                      3000 รอบต่อนาที จึงเป็นแค่ค่าอ้งอิงเพื่อที่จะได้รู้ว่า ถ้าให้ได้แรงม้า 300 ต้องทำรอบเครื่องยนต์ไปที่ 3000 รอบ
                      แล้วที่บอกสเป็คลำโพงว่ากี่โอมห์ๆ คุณลองไปวัดสิมันไม่ 4 โอมห์ 8 โอมห์ เป๊ะๆ หรอก แล้วไหนจะมีการเปลี่ยนแปลงอีกตอนที่เราแอมป์ทำงานน่ะ
                      ผมก็คิดตามท่านแหละ แต่ ผมขอยกตัวอย่างจากหนังสือเรียนแบบย่อๆนะคับ
                      สมมติว่าเราแทน แบต + แอมป์ ด้วย วงจรเทียบเท่าแบบเทวีนิน และ มีโหลด(ลำโพง) เป็น Rl ต่ออยู่ที่ขั้วด้านออก
                      จากกฎของจูล กำลังงานที่ส่งให้ความต้านทานโหลด คือ
                      P = I^2Rl = (Vth/Rth+Rl)^2Rl = (Vth^2/Rl)/(1+Rth+Rl)^2
                      จากสมการนี้จะเห็นว่า กำลังในโหลดจะเป็นศูนย์ถ้าความต้านทานโหลดมีค่าน้อยมากๆและเมื่อความต้านทานโหลดมีค่าสูงมากๆ ดังนั้นจะต้องมีค่าความต้านทานโหลดที่เหมาะสมที่สุดที่จะทำให้ได้กำลังใน Rl มีค่าสูงสุด
                      ในการหาเงื่อนไขที่จะทำให้เกิดการถ่ายเทกำลังสูงสุด เราดิฟเฟอเรนชิเอท สมการนี้เทียบกับ Rl แล้วจับให้เท่ากับศูนย์ (อันนี้ถ้าเรียนแคลคูลัสระดับมหาลัยจะเข้าใจ ผมไม่ขออธิบายเพิ่มแล้วกัน ว่าเป็นไปได้ไง)

                      dP/dRl = {[(Vth^2/Rl) x (2Rth/Rl^2)/(1+Rth/Rl)^3]} + {[Vth^2/(1+Rth/Rl)^2] x [(-1)/Rl^2]} = 0
                      2Rth/Rl = 1 + (Rth/Rl)
                      Rl = Rth
                      หมายความว่าการส่งกำลังสูงสุดแก่โหลด จะเกิดขึ้นเมื่อความต้านทานโหลมีค่าเท่ากับความต้านทานภายใน ของโครงข่ายที่ส่งกำลัง ในลักษณะเช่นนี้เราเรียกว่าโหลดเข้ากันได้ (match) กับวงจรนั้น

                      Comment


                      • จากตัวอย่างในหนังสือเรียน สรุปได้ว่า
                        ถ้าลำโพงโอมห์มากกว่า การถ่ายเทกำลังมันก็จะลดลง วัตน์มันก็น้อยลง - ตามที่ท่านบอกนั้นแหละ
                        ถ้าลำโพงโอมห์น้อยกว่า การถ่ายเทกำลังมันก็จะลดลง วัตน์มันก็น้อยลง

                        การจะได้ การถ่ายเทกำลังสูงสุด มันต้อง match กันคับ จะได้ วัตน์เต็ม (ขอใช้คำนี้ละกัน ฮ่าๆ)

                        Comment


                        • Originally posted by fenderfree View Post
                          ลองนึกภาพดูว่าลำโพงก็คือ ตัวต้านทานไฟฟ้าตัวหนึ่ง ในระบบที่ครบวงจรของแอมป์ ถ้าเราเปลี่ยนให้ค่าความต้านทานมันเพิ่มขึ้น ไฟฟ้าก็ไหลเวียนได้น้อยลง
                          ค่าวัตต์ก็น้อยลงถูกมั้ยครับ และในทางกลับกันถ้า เปลี่ยนเป็นค่าน้อยๆ ยิ่งน้อยยิ่งเข้าใกล้คำว่า "ลัดวงจร" แอมป์ต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อให้ได้ค่าวัตต์เพิ่มขึ้น
                          เพราะฉนั้น ค่าค่า ohm นั้นจึงเป็น "ค่าอ้างอิง"เพื่อจะบอกค่าวัตต์เท่านั้นไม่ได้เป็นสเป็คตายตัวแต่อย่างใด
                          ค่าโอมห์ ที่เขียนท้ายลำโพง ไม่ใช่ความต้านทาน แต่เป็นความต้านทานเชิงซ้อน(อิมพิแดนซ์) ที่แปรผันตามความถี่ของสัญญาณไฟฟ้ากระแสสลับ
                          เหมือนกับผมบอกว่ารถคันนี้วิ่งได้เร็ว 100 กม./ชั่วโมง มีแรงม้า 300 แรงม้า ที่ 3000 รอบต่อนาที
                          3000 รอบต่อนาที จึงเป็นแค่ค่าอ้งอิงเพื่อที่จะได้รู้ว่า ถ้าให้ได้แรงม้า 300 ต้องทำรอบเครื่องยนต์ไปที่ 3000 รอบ
                          แล้วที่บอกสเป็คลำโพงว่ากี่โอมห์ๆ คุณลองไปวัดสิมันไม่ 4 โอมห์ 8 โอมห์ เป๊ะๆ หรอก แล้วไหนจะมีการเปลี่ยนแปลงอีกตอนที่เราแอมป์ทำงานน่ะ
                          ตามข้างบนอะคับเป็นความต้านทานเชิงซ้อน ผมไม่มีปัญญาวัดคับ ฮ่าๆ แต่ถูกตรงที่เป็น ค่าอ้างอิง ที่เกี่ยวกับการถ่ายเทกำลังสูงสุด

                          Comment


                          • ถ้าเข้าใจดีแล้ว เวลาท่านเลือกลำโพงจะไม่ใช่ปัญหาเลย ที่บอกว่า 4 โอมห์หายาก ก็ใช้ 8 โอมห์ สิครับ วัตต์ก็ลดลงมาตามส่วน เรื่องการคำนวนท่าน
                            ดีอยู่แล้วก็คำนวนเอา แล้วก็ที่บอกว่า"ดีนะที่ อิมพิแดนซ์ยัง 4 โอมห์ ตามกล่อง" อันนี้ไม่เข้าใจครับ ไม่มีตัวอ้างอิง จะมีผลการวัดได้ไง
                            Last edited by fenderfree; 24 Jan 2014, 08:48:40.

                            Comment


                            • Originally posted by fenderfree View Post
                              ถ้าเข้าใจดีแล้ว เวลาท่านเลือกลำโพงจะไม่ใช่ปัญหาเลย ที่บอกว่า 4 โอมห์หายาก ก็ใช้ 8 โอมห์ สิครับ วัตต์ก็ลดลงมาตามส่วน เรื่องการคำนวนท่าน
                              ดีอยู่แล้วก็คำนวนเอา แล้วก็ที่บอกว่า"ดีนะที่ อิมพิแดนซ์ยัง 4 โอมห์ ตามกล่อง" อันนี้ไม่เข้าใจครับ ไม่มีตัวอ้างอิง จะมีผลการวัดได้ไง
                              1.ผมไม่ได้คำนวณเองคับ ลอกตามหนังสือมา (ความรู้หางอึ่งเหมือนกัน T T)
                              2."ดีนะที่ อิมพิแดนซ์ยัง 4 โอมห์ ตามกล่อง" ผมบ่นอะคับ ที่กล่องมันโกหก ถ้าใช้ลำโพงไม่ตรง เหมือนมันใช้งานไม่เต็มที่ - ผมขอโทษที่ทำให้ท่านเข้าใจผิด
                              3."ดีนะที่ อิมพิแดนซ์ยัง 4 โอมห์ ตามกล่อง" เขาคงอ้างอิงจากสัญญาณความถี่เสียงมั้งคับ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน คงเป็นค่าคร่าวๆ ของเขา

                              Comment


                              • 4Ohm ดังกว่าก็จริง แต่แอมป์ทำงานหนักและร้อน เพราะกระแสไหลผ่านได้เยอะ
                                8Ohm ดังน้อย(กำลังขับหายไปครึ่งนึงของ 4Ohm) แต่แอมป์ทำงานกำลังดี กระแสไหลผ่านได้น้อยกว่า (ไม่กินแอมป์หม้อแปลงเท่า 4Ohm)

                                ส่วนมากฟังในบ้านเขาจะเน้นพวก 8Ohm กัน
                                ส่วน 4Ohm ที่เขาเน้นฟังในรถเพราะว่า แบตกระแสมันสูงมาก มันเพียงพอที่จะเอาเพาเวอร์ขับดอก 4Ohm
                                Last edited by carbon_za; 24 Jan 2014, 09:40:37.

                                Comment

                                Working...
                                X