Originally posted by พจน์
View Post
Announcement
Collapse
No announcement yet.
เสียงจาก SoundCard -> Amp สู้จากเครื่อง DVD ไม่ได้เลย เพราะอะไรหว่า?
Collapse
X
-
ขออนุญาต ถามท่านพจน์ หน่อยครับ คือ เอ.วี.อาร์.บ้าน เชอร์วูด ซีรี 5 ลำโพง บอสเทค(ชุด 5.1)+ดีวีดี.ไพโอเนียร์ รุ่น 3XX (จำไม่ได้ )เป็นแนวเสียงที่ผมชอบ แล้วจะมาเทียบกับ ชุดลำโพงคอม ให้ได้แนวเดียวกัน ผมมีซาวด์ SB LIVE! 5.1 !อยู่แล้ว อยากหาลำโพงมาเข้าคู่ เป็น 2.1 ก็ได้(เน้นถูก)ขอความกรุณาแนะนำหน่อยครับ
Comment
-
สงสัยชอบเสียงอะไรจัดๆ หละมั้งนี่ 555+Originally posted by ginvi[ View Postขออนุญาต ถามท่านพจน์ หน่อยครับ คือ เอ.วี.อาร์.บ้าน เชอร์วูด ซีรี 5 ลำโพง บอสเทค(ชุด 5.1)+ดีวีดี.ไพโอเนียร์ รุ่น 3XX (จำไม่ได้ )เป็นแนวเสียงที่ผมชอบ แล้วจะมาเทียบกับ ชุดลำโพงคอม ให้ได้แนวเดียวกัน ผมมีซาวด์ SB LIVE! 5.1 !อยู่แล้ว อยากหาลำโพงมาเข้าคู่ เป็น 2.1 ก็ได้(เน้นถูก)ขอความกรุณาแนะนำหน่อยครับ
แต่ "เน้นถูก" แล้วตั้งราคาในใจไว้เท่าไหร่หละ


Comment
-
ขออภัยด้วยพอดี พาครอบควรไปกิน โออิชิ กันมา อิ่มจริงๆOriginally posted by JO View Postคุณยังไม่ตอบคำถามผมเลยนะจะมาถามผมอีกแระ
ถ้าคุณตอบไม่ได้ก็ไม่ต้องต่อความยาวในเรื่อง Digital อีกเพราะคุณยังไม่เข้าใจ Concenpt มันเลย
*** ผมอยากให้คุณพิสูจน์คำว่าไม่สมบูรณ์แต่ให้ปลายทาง Accept ให้ผมดูหน่อยนะครับแสดงให้ดูเป็นแบบ Digi เลยนะครับแบบที่ผมยกตัวอย่างให้ดูในความเห็น #26 (ด้านบน)
อ่ะ อย่างนี้นะครับ คุยกันไป คุยกันมาเริ่มเป็นคนละเรื่องแล้ว ประเด็นคือ สาย Coaxial ไส้ในเป็นโลหะใช่ไหม ทีนี้ ข้อมูล Digital ที่มาจาก Sound Card หรือ เครื่องเล่น DVD ก็ตาม มันแปลงให้เป็นระบบเลขฐานใช่ไหม ข้อมูลก็จะถูกส่งในรูปแบบ Digital ผ่านไปยังสาย Coax แล้วทีนี้ สาย Coax เป็นโลหะใช่ไหม ถ้าใครไม่เชื่อก็ไปผ่าดูได้ครับ จริงๆ แล้วสาย Coax มันก็แทบไม่ต่างจากสาย Interconnect RCA ธรรมาดาเลย ใช้แทนกันได้ด้วยซ้ำ ขอให้มาตรฐานมีค่าต้านทานที่ 75 โอห์ม พอข้อมูลส่งผ่านสาย Coax แล้วทีนี้ ข้อมูลก็จะไปถึง ตัวรับก็คือ พวก Decoder ทั้งหลาย แล้วค่อยส่งต่อเข้า Amp อีกทีแล้วค่อย กลายสภาพเป็นเสียงเพลง
จุดที่ผมกำลังพูดถึงคือเมื่อ สาย Coax เป็นโลหะ นำไฟฟ้า 2 สาย ซึ่ง0 ผมมองว่ามันคือส่วนผสมของความเป็น Analog ผมว่าคุณ Jo มีคำตอบในใจแล้วสำหรับคำถามที่ผมถาม นั่นแหละครับ คือสิ่งผมกำลังพูดถึงอยู่ แม้คุณไม่ตอบก็ไม่เป็นไร แต่ผมรู้คุณมีคำตอบ และ รู้เรื่องในสิ่งที่ผมพูดถึงแล้วครับ
ส่วนเรื่อง Concept ของ Digital ผมอาจไม่ใช่ Engineer ด้านนี้โดยตรง แต่ผมก็พอทราบนะครับ
คือ Nad ไม่ใช่ว่าเข้ากับลำโพงได้ทุกชนิดนะครับ แถมยังต้องดูแต่ละรุ่นด้วย บางรุ่น เข้ากับ Morduan Short Avant มากๆ เลย แต่บางรุ่น เข้ากันไม่ได้ แต่ดันเข้ากับ PSB ได้อย่างสุดยอดเลยครับ ซึ่ง AVR อื่นๆ ก็ด้วย Marantz ก็เข้ากับ Kef ไม่ได้ เสียงจะบางแหลมปี๊ด ไม่มีเนื้อหนังเลย แต่ Marantz ดันเข้า กับ Klipsch หรือ NHT ได้ ส่วนผม ก็ Marantz + Klipsch referance สำหรับฟังเพลง ดูหนัง ดุดัน และได้ใจความดีครับCode:ลำโพง ต้องดี ต้องมี แอม Nad ด้วย ไม่งั้น ฟัง ลำโพง คนอื่น แล้ว กลับมา ฟังของเรา อารม จะเสียเอา เหมือนเวลาไป ฟัง พวก c5 c3 ไร เงี้ย ขอ แซว หน่อย haha
สำหรับคนที่กำลังจะซื้อ AVR กับชุดลำโพง น่าจะลองเช็คที่ piyanas หรือ ถามที่เว็บของ อ.วิจิตร ก่อนนะLast edited by Aeromancer; 2 Jan 2008, 17:50:08.
Comment
-
นี่คุณเข้าใจว่าการการใช้ทองแดงเป็นสื่อกลางแล้วใช้ไฟฟ้าวิ่งผ่านเป็น Analog หรือเนี่ย?Originally posted by Aeromancer View Postอ่ะ อย่างนี้นะครับ คุยกันไป คุยกันมาเริ่มเป็นคนละเรื่องแล้ว ประเด็นคือ สาย Coaxial ไส้ในเป็นโลหะใช่ไหม ทีนี้ ข้อมูล Digital ที่มาจาก Sound Card หรือ เครื่องเล่น DVD ก็ตาม มันแปลงให้เป็นระบบเลขฐานใช่ไหม ข้อมูลก็จะถูกส่งในรูปแบบ Digital ผ่านไปยังสาย Coax แล้วทีนี้ สาย Coax เป็นโลหะใช่ไหม ถ้าใครไม่เชื่อก็ไปผ่าดูได้ครับ จริงๆ แล้วสาย Coax มันก็แทบไม่ต่างจากสาย Interconnect RCA ธรรมาดาเลย ใช้แทนกันได้ด้วยซ้ำ ขอให้มาตรฐานมีค่าต้านทานที่ 75 โอห์ม พอข้อมูลส่งผ่านสาย Coax แล้วทีนี้ ข้อมูลก็จะไปถึง ตัวรับก็คือ พวก Decoder ทั้งหลาย แล้วค่อยส่งต่อเข้า Amp อีกทีแล้วค่อย กลายสภาพเป็นเสียงเพลง
จุดที่ผมกำลังพูดถึงคือเมื่อ สาย Coax เป็นโลหะ นำไฟฟ้า 2 สาย ซึ่ง0 ผมมองว่ามันคือส่วนผสมของความเป็น Analog ผมว่าคุณ Jo มีคำตอบในใจแล้วสำหรับคำถามที่ผมถาม นั่นแหละครับ คือสิ่งผมกำลังพูดถึงอยู่ แม้คุณไม่ตอบก็ไม่เป็นไร แต่ผมรู้คุณมีคำตอบ และ รู้เรื่องในสิ่งที่ผมพูดถึงแล้วครับ
ส่วนเรื่อง Concept ของ Digital ผมอาจไม่ใช่ Engineer ด้านนี้โดยตรง แต่ผมก็พอทราบนะครับ
แล้วเข้าใจว่าใช้แก้วที่มีความหักเหต่ำแล้วให้แสงวิ่งผ่านเป็น Digital หรือเนี่ย?
ผมตอบเลยว่าผิด
(ใช้อากาศเป็นตัวกลางแล้วใช้ RF ก็ส่ง Digital Signal ได้ หรือ แม้แต่เคาะกระป๋องยังส่งสัญญาณแบบ Digital ได้เลย)
แล้วที่ผมถามเมื่อไหร่จะตอบแถไถอยู่ได้
*** ผมอยากให้คุณพิสูจน์คำว่าไม่สมบูรณ์แต่ให้ปลายทาง Accept ให้ผมดูหน่อยนะครับแสดงให้ดูเป็นแบบ Digi เลยนะครับแบบที่ผมยกตัวอย่างให้ดูในความเห็น #26 (ด้านบน)
ลักษณะของสัญญาณทั้ง แสง คลื่นวิทยุ ไฟฟ้าLast edited by JO; 13 Aug 2008, 17:24:12.
Comment
-
อันนี้คุณนัทเค้าแซวแนมๆผมเล่นๆ 555+Originally posted by Aeromancer View Postขออภัยด้วยพอดี พาครอบควรไปกิน โออิชิ กันมา อิ่มจริงๆ
อ่ะ อย่างนี้นะครับ คุยกันไป คุยกันมาเริ่มเป็นคนละเรื่องแล้ว ประเด็นคือ สาย Coaxial ไส้ในเป็นโลหะใช่ไหม ทีนี้ ข้อมูล Digital ที่มาจาก Sound Card หรือ เครื่องเล่น DVD ก็ตาม มันแปลงให้เป็นระบบเลขฐานใช่ไหม ข้อมูลก็จะถูกส่งในรูปแบบ Digital ผ่านไปยังสาย Coax แล้วทีนี้ สาย Coax เป็นโลหะใช่ไหม ถ้าใครไม่เชื่อก็ไปผ่าดูได้ครับ จริงๆ แล้วสาย Coax มันก็แทบไม่ต่างจากสาย Interconnect RCA ธรรมาดาเลย ใช้แทนกันได้ด้วยซ้ำ ขอให้มาตรฐานมีค่าต้านทานที่ 75 โอห์ม พอข้อมูลส่งผ่านสาย Coax แล้วทีนี้ ข้อมูลก็จะไปถึง ตัวรับก็คือ พวก Decoder ทั้งหลาย แล้วค่อยส่งต่อเข้า Amp อีกทีแล้วค่อย กลายสภาพเป็นเสียงเพลง
จุดที่ผมกำลังพูดถึงคือเมื่อ สาย Coax เป็นโลหะ นำไฟฟ้า 2 สาย ซึ่ง0 ผมมองว่ามันคือส่วนผสมของความเป็น Analog ผมว่าคุณ Jo มีคำตอบในใจแล้วสำหรับคำถามที่ผมถาม นั่นแหละครับ คือสิ่งผมกำลังพูดถึงอยู่ แม้คุณไม่ตอบก็ไม่เป็นไร แต่ผมรู้คุณมีคำตอบ และ รู้เรื่องในสิ่งที่ผมพูดถึงแล้วครับ
ส่วนเรื่อง Concept ของ Digital ผมอาจไม่ใช่ Engineer ด้านนี้โดยตรง แต่ผมก็พอทราบนะครับ
คือ Nad ไม่ใช่ว่าเข้ากับลำโพงได้ทุกชนิดนะครับ แถมยังต้องดูแต่ละรุ่นด้วย บางรุ่น เข้ากับ Morduan Short Avant มากๆ เลย แต่บางรุ่น เข้ากันไม่ได้ แต่ดันเข้ากับ PSB ได้อย่างสุดยอดเลยครับ ซึ่ง AVR อื่นๆ ก็ด้วย Marantz ก็เข้ากับ Kef ไม่ได้ เสียงจะบางแหลมปี๊ด ไม่มีเนื้อหนังเลย แต่ Marantz ดันเข้า กับ Klipsch หรือ NHT ได้ ส่วนผม ก็ Marantz + Klipsch referance สำหรับฟังเพลง ดูหนัง ดุดัน และได้ใจความดีครับCode:[B][U][COLOR="Red"][SIZE="4"]ลำโพง ต้องดี ต้องมี แอม Nad ด้วย[/SIZE][/COLOR][/U][/B] ไม่งั้น ฟัง ลำโพง คนอื่น แล้ว กลับมา ฟังของเรา อารม จะเสียเอา เหมือนเวลาไป ฟัง พวก c5 c3 ไร เงี้ย ขอ แซว หน่อย haha
สำหรับคนที่กำลังจะซื้อ AVR กับชุดลำโพง น่าจะลองเช็คที่ piyanas หรือ ถามที่เว็บของ อ.วิจิตร ก่อนนะ
เพราะผมขาย AVR Denon ตัวเก่า และไปซื้อยี่ห้อ NAD มาใช้
คุณนัทเค้าอยากลองแค่นั้นเอง
ไม่ได้ซีเรียสอะไรกัน แซว(ออกบ่อย)ตามประสาฐานะคนรู้จักกัน 55+
(^-^)
---------------------------------------------------------------------------
ขอบคุณทั้ง 2 ท่านด้วยครัย ที่ลงแรงขุดเอาความรู้ด้านฮาร์ดแวร์ มาอธิบายกัน
ทำให้ผมเองก็ได้รำลึกถึงขนาดของหน้าตัดของสายรวมถึงลักษณะจุดเชื่อมต่อของสาย
Fiberoptic ว่ามีลักษณะ ไหนบ้างและลักษณะใดดีที่สุด จากที่ผมลืมไปเกือบจะหมดแล้ว
(เพราะสายตลาดๆ ไม่ค่อยมีให้เลือกมากนัก)
---------------------------------------------------------------------------
เรื่องเสียงเพลงนี่เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์นะจ๊ะ บางทีก็วัดกันจะๆตรงแบบศาสตร์ไม่ได้
เพราะสุดท้ายแล้วก็อยู่ที่ผู้ที่เสพความสุขแต่ละคนจากสิ่งนั้นเองเป็นผู้ตัดสิน
มาเสพฟังสิ่งที่ตัวเองมีความสุขกันดีกว่า...(^-^)...Last edited by พจน์; 2 Jan 2008, 21:42:56.
Comment
-
ต้องขอโทษ ท่าน RAGRAVE ด้วยที่ถามแทรกกระทู้มา คือยังตั้งกระทู้เองไม่เป็นอ่ะครับ แล้วก็ขอถามท่านพจน์ เพิ่มด้วยครับ คือใช้ซีสเต็มเดิม แต่เปลี่ยนเป็นลำโพงของมิสชั่น เพราะผมรู้สึกว่าฟังสบาย เสียงเปิดโปร่งกว่า บอสเท็คอ่ะครับ งบประมาณ 3000.-ประมาณเนี้ย ขอบคุณครับ
Comment
-
Mission ถ้าลำโพงบ้านตัวที่เปลี่ยนเป็นรุ่นเก่า ผิวสีไม้อ่อนหรือสีบีส หรือสีดำOriginally posted by ginvi[ View Postต้องขอโทษ ท่าน RAGRAVE ด้วยที่ถามแทรกกระทู้มา คือยังตั้งกระทู้เองไม่เป็นอ่ะครับ แล้วก็ขอถามท่านพจน์ เพิ่มด้วยครับ คือใช้ซีสเต็มเดิม แต่เปลี่ยนเป็นลำโพงของมิสชั่น เพราะผมรู้สึกว่าฟังสบาย เสียงเปิดโปร่งกว่า บอสเท็คอ่ะครับ งบประมาณ 3000.-ประมาณเนี้ย ขอบคุณครับ
คงเป็นทวีตเตอร์แบบซอฟโดม
ก็คงแก้เรื่องความคมจัดของเสียงจากเดิมได้ครับ
ยี่ห้อนี้ด้วยตัวบุคคิคมันเอง คือ เสียงดี นุ่มนวล ฟังสบาย ราคาคุ้มค่าตัว
เบสนุ่มและมากเกินขนาดตัวมันเอง(เบสเกินตัวนั่นเอง)
ผมก็เคยใช้รุ่น M72i มาก่อน(^-^)
ส่วนลำโพงคอมต้องรอไปเดินดูอีกรอบครับ
เพราะราคา 3 พันนี่ มีตัวเลือกไม่กี่ตัวครับ
ที่คุ้มค่า
ถ้าผมจะแนะนำก็เดินไปลองฟังเองเลยจะดีกว่าครับ
เพราะคนเราอาจชอบได้ไม่เหมือนกัน
ผมคงบอกได้แค่ว่ารุ่นไหนคุ้มค่ากับการเสียเงินบ้างครับ(^-^)
--------------------------------------------------------
ตั้งกะทู้เองไม่ยากครับ
- โดยเลือกห้องที่เราต้องการโพสก่อน
- เมื่อเข้าห้องมาแล้วด้านมุมซ้ายบนจะมีปุ่ม "New Thread" ให้กดครับLast edited by พจน์; 2 Jan 2008, 19:22:05.
Comment
-
อย่างที่ท่านพจน์ว่าครับ สุดท้ายอยู่ที่ผู้เสพ อย่างผมเนี่ยเคยมีความสุขกับหูฟังถูกๆ 25-400 บาท
ฟังเพลงฟังยังไงมันก็เพราะหุหุ แล้วพอได้ฟังหูฟังคู่ละ 3500+ แล้วกลับมาฟังของ ถูกโอ้วแม่จ้าว
ทำไมมัน....แบบนี้ฟระ เกิดความทุกข์ขึ้นมาเพราะความอยากเลยคราวนี้
สรุปตอนนี้เลยพอเพียงครับ หูตะกั่วดีที่สุด สุนทรีย์น้อย แต่ความสุขก็ยังมีเหมือนเดิม
Comment
-
ครับ คืออยากได้มาเป็นไกด์ไลน์ อะครับ ก่อนซื้อผมต้องไปลองฟัง อย่างน้อย 2 - 3 รอบก่อนอยู่แล้ว
และก็ขอบคุณเรื่องวิธีตั้งกระทู้เองด้วย
ส่วนคุณ Gep ตอนนี้ผมเริ่มเป็นอย่างที่คุณว่าไว้ คือมีหูฟังครีเอทีฟรุ่นแถมมากับแบทเทิลฟิลด์2142 แล้วก็มีของจีนตัวละ 300 นี่ก็แอบมองพานาโซนิคนีโอไดเมี่ยม ตัวละ 500 อีกแล้ว 555555
ก็ขอบคุณในคำแนะนำของทั้ง 2 ท่านครับ
Comment
-
ตรงที่บอกว่า " นี่คุณเข้าใจว่าการการใช้ทองแดงเป็นสื่อกลางแล้วใช้ไฟฟ้าวิ่งผ่านเป็น Analog หรือเนี่ย? แล้วเข้าใจว่าใช้แก้วที่มีความหักเหต่ำแล้วให้แสงวิ่งผ่านเป็น Digital หรือเนี่ย? " ไม่ใช่ครับ ผมไม่ได้เข้าใจอย่างนั้น อืมจะบอกว่าไงดีล่ะ ผมจะบอกว่านี่คุณเข้าใจว่าการการใช้ทองแดงเป็นสื่อกลางแล้วใช้ไฟฟ้าวิ่งผ่านเป็น Analog หรือเนี่ย?
แล้วเข้าใจว่าใช้แก้วที่มีความหักเหต่ำแล้วให้แสงวิ่งผ่านเป็น Digital หรือเนี่ย?
ผมตอบเลยว่าผิด
(ใช้อากาศเป็นตัวกลางแล้วใช้ RF ก็ส่ง Digital Signal ได้ หรือ แม้แต่เคาะกระป๋องยังส่งสัญญาณแบบ Digital ได้เลย)
แล้วที่ผมถามเมื่อไหร่จะตอบแถไถอยู่ได้
*** ผมอยากให้คุณพิสูจน์คำว่าไม่สมบูรณ์แต่ให้ปลายทาง Accept ให้ผมดูหน่อยนะครับแสดงให้ดูเป็นแบบ Digi เลยนะครับแบบที่ผมยกตัวอย่างให้ดูในความเห็น #26 (ด้านบน)
ลักษณะของสัญญาณทั้ง แสง คลื่นวิทยุ ไฟฟ้า
ใช่ครับ สัญญาณที่ผ่าน ไปที่สาย Coax เป็น Digital ลองอ่านอีกทีนะครับ ที่ผมบอกว่า กึ่ง Analog นั่นไม่ได้หมายความว่า มันคือ Analog แต่มันมีส่วนผสมของ Analog ครับ สาย Interconnect RCA เป็นแบบไหน ครับ สาย Coax ก็คือแบบเดียวกันนี่แหละ นั่นแหละครับ คือส่วนผสมของ Analog ในสาย Coax ... ต่อมา ผมก็ไม่ได้บอกว่า การส่งสัญญาณ ผ่านสาย Coax มันคือ Analog แต่ผมบอกว่า มันคือกึ่ง Analog เพราะมีส่วนผสมที่ผมว่า เมื่อกี๊นี้นะครับ ย้ำครับ ย้ำ
ผมไม่เคยบอกว่า Coax เป็นการนำสัญญาณ แบบ Analog แต่ผมเคยบอกว่าสาย Coax เป็นสาย กึ่ง Analog เพราะมีความเหมือนกันในทางกายภาพ นะครับ เน้นอีกทีครับ กึ่ง เพราะมีความเหมือนกันกับ สายที่เป็น Analog (Interconnect RCA) แต่มันใช้ผ่าน สัญญาณ Digital ได้ (ย้ำอีกครับว่าได้) ใครไม่เชื่อลองไปหยิบสาย RCA 2 ข้าง มาต่อ เครื่องเล่น DVD หรือ PC ก็ได้ครับ เสียงออกแน่นอน แล้วคุณภาพล่ะ ก็ยืนยันเหมือนที่ผมเรียนไว้ข้างต้นครับ
แล้วถามว่าอะไรนะครับ ขออีกทีนะ หาไม่เจอจริงๆ ผมก็ไม่ได้เถไถอะไรนะ ผมก็พยามกลับเข้าประเด็นเดิม ที่ผมพิมพ์มาทั้งหมด นั่นคือ เรื่องของสาย COAX ดังที่ผมเคยตอบ จขกท นะครับ ไม่ใช่เรื่อง นาย A หรือ นาย B แต่อย่างใด ไม่ใช่เรื่องการสื่อสารกันจะเป็น Digital หรือไม่ ประเด็นคือ สาย Coax มันคือ กึ่ง Analog ทำไมถึงเป็นกึ่ง แล้วทำไมถึงจะไม่เป็นนะครับ
ไม่รู้ผมเขียนเยอะเกินไปหรือเปล่า มันเริ่มแปลกๆ แล้วเริ่มไม่ค่อยตรงกับ ประเด็นเท่าไหร่เลย ส่วนตัวผมไม่ได้ต้องการปั๊ม Credit แต่อย่างใดนะครับ เพียงแค่เราคุยกันนะครับLast edited by Aeromancer; 3 Jan 2008, 03:26:49.
Comment
-
The construction of coaxial cables varies a lot. Design choices affect the size, flexibility, and loss characteristics of the cable. The inner conductor might be a solid wire or stranded. To get better high-frequency performance, the inner conductor may be silver plated. Sometimes copper-plated iron wire is used as an inner conductor.
The insulator surrounding the inner conductor also has variations. The insulator is a dielectric, and the properties of dielectric control some electrical properties of the cable. A common choice is a solid polyethylene insulator. Lower-loss cables will use a foam polyethylene insulator. Solid Teflon is also used as an insulator. Some coaxial lines use air (or some other gas) and have spacers to keep the inner conductor from touching the shield.
There is also a lot of variety in the shield. Convention coaxial cable had braided copper wire forming the shield. That allowed the cable to be flexible, but it also means there are gaps in the shield layer. It also means the inner dimension of the shield varies slightly because the braid cannot be flat. Sometimes the braid is silver plated. For better shield performance, some cables have a double-layer shield. The shield might be just two braids, but it is more common now to have a thin foil shield covered by a wire braid. Some cables may invest in more than two shield layers. Other shield designs sacrifice flexibility for better performance; some shields are a solid metal tube. Those cables cannot take sharp bends: the shield kinks. Many CATV distribution systems used such cables.
The insulating jacket can be made from many materials. A common choice is PVC, but applications may require fire-resistant materials. Outdoor applications may require the jacket to resist ultraviolet light and oxidation. For internal chassis connections the insulating jacket may be omitted.
Connections to the ends of coaxial cables are usually made with RF connectors.
Signal propagation
Open wire transmission lines have the property that the electromagnetic wave propagating down the line extends into the space surrounding the parallel wires. These lines have low loss, but also have undesirable characteristics. They cannot be bent, twisted or otherwise shaped without changing their characteristic impedance. They also cannot be run along or attached to anything conductive, as the extended fields will induce currents in the nearby conductors causing unwanted radiation and detuning of the line. Coaxial lines solve this problem by confining the electromagnetic wave to the area inside the cable, between the center conductor and the shield. The transmission of energy in the line occurs totally through the dielectric inside the cable between the conductors. Coaxial lines can therefore be bent and moderately twisted without negative effects, and they can be strapped to conductive supports without inducing unwanted currents in them. In radio-frequency applications up to a few gigahertz, the wave propagates only in the transverse electric magnetic (TEM) mode, which means that the electric and magnetic fields are both perpendicular to the direction of propagation. However, above a certain cutoff frequency, transverse electric (TE) and/or transverse magnetic (TM) modes can also propagate, as they do in a waveguide. It is usually undesirable to transmit signals above the cutoff frequency, since it may cause multiple modes with different phase velocities to propagate, interfering with each other. The outer diameter is roughly inversely proportional to the cutoff frequency.
The outer conductor can also be made of (in order of decreasing leakage and in this case degree of balance): double shield, wound foil, woven tape, braid. The ohmic losses in the conductor increase in this order: Ideal conductor (no loss), superconductor, silver, copper. It is further increased by rough surface (in the order of the skin depth, lateral: current hot spots, longitudinal: long current path) for example due to woven braid, multistranded conductors or a corrugated tube as a conductor) and impurities especially oxygen in the metal (due to a lack of a protective coating). Litz wire is used between 1 kHz and 1 MHz to reduce ohmic losses. Coaxial cables require an internal structure of an insulating (dielectric) material to maintain the spacing between the center conductor and shield. The dielectric losses increase in this order: Ideal dielectric (no loss), vacuum, air, PTFE-foam, PTFE, polyethylene. It is further increased by impurities like water. In typical applications the loss in polyethylene is comparable to the ohmic loss at 1 GHz and the loss in PTFE is comparable to ohmic losses at 10 GHz. A low dielectric constant allows for a greater center conductor: less ohmic losses. An inhomogeneous dielectric needs to be compensated by a noncircular conductor to avoid current hot-spots.
การคำนวนการสูญเสียข้อมูล
ดังนั้นขั้นแรก การสูญเสีย มีจริง ขั้นสองพรุ่งนี้นะ ไม่ไหวแล้วง่วงจริงๆLast edited by Aeromancer; 3 Jan 2008, 03:28:09.
Comment

Comment