Announcement

Collapse
No announcement yet.

USB cable A-B mini !!! มีผมต่อเสียง?

Collapse
X
 
  • Filter
  • Time
  • Show
Clear All
new posts

  • #31
    ก็นั้นแหระครับ คิดๆ อยู่ระหว่าง ซื้อ สาย usb QED ประมาน 1300 กับเอาเงิน 2 พัน ไปซื้อ x-fi หรือขายลำโพง GMX ไปซื้อตัวอื่นที่ เกรดดีกว่านี้ แต่ยังเป็นลำโพงแนวอึกกะทึกเหมือนเดิม ก็ยังคิดอยู่แต่จะว่าไปอยู่นิ่งๆก็ดีเนอะ เพราะก็ไม่ได้หูทองอะไรแต่ก็แค่คิดว่า เปลี่ยนมันทุกอย่างแล้วเหลือแต่ USB อะครับ เลยชั่งใจอยู่ไม่รู้จะคุ้มไหม

    Comment


    • #32
      ถ้าเป็นผมนะ ซื้อ soundcard มาลองให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยครับ ไม่ชอบก็ปล่อย ซาน์วการ์ด

      Comment


      • #33
        Originally posted by leahlover View Post
        ถ้าเป็นผมนะ ซื้อ soundcard มาลองให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยครับ ไม่ชอบก็ปล่อย ซาน์วการ์ด
        ตัวไหนดี music / 2zs / elite-pro หรือตัวไหนน่าจะเหมาะกับ klipsch ครับ ฟังเพลงนี้แหระมาก่อน

        Comment


        • #34
          ซื้อ Usb ของผม ไหม Ixos 800 อิอิ
          จะได้ครบ

          Comment


          • #35

            Comment


            • #36
              อืมม...ผมฟังไม่ออกว่าต่างกัน
              รู้แต่ว่าเสียตังไปแล้วก็จะคิดว่ามันต้องดีกว่า
              แต่ถ้าเป็นสายอนาลอก แต่ละเส้นเสียงไม่เหมือนกันครับ
              แต่ก็บอกไม่ได้ว่าอันไหนถูกต้อง
              ต้องเอาเครื่องมาวัดอีกที

              Comment


              • #37
                พวกสาย Digital มองหลังๆ ดีกว่าครับหาจุดที่เป็น analog เปลี่ยนเห็นผลง่ายกว่าเยอะครับ

                Comment


                • #38
                  ด้วยการส่งแบบ digital ไม่มีผลครับ ตราบใดที่ข้อมูลยังเป็น 0100010101101

                  DAC ก็คือ Digital to Analog Converter

                  ข้อมูลดิจิตอลจะไม่ผิดเพี้ยนจากคุณภาพสาย ถ้าสายไม่ยาวขนาด 10-20 เมตร

                  โดยที่สายคุณภาพปานกลาง ไม่ใช่ต่ำจนเกินไปแบบเส้นละ 10-20 บาท

                  สายราคาสมเหตุสมผลทั่วๆไป ก็รองรับการใช้งานทั่วไปได้หมด

                  เรื่อง noise ทำให้เสียงไม่ดีนั้น โดยทั่วๆไป ถ้าไม่ได้อยู่ในสนามไฟฟ้า

                  หรือสนามแม่เหล็ก ก็ไม่มีปัญหา ตัวสายเองก็มีเฟอร์ไรท์กันคลื่นให้แล้ว

                  ข้อมูลดิจิตอลยังไงก็มีค่า เท่าเดิมคือ 101010

                  การแยก 0-1นั้น ใช้ hi-lo voltage

                  ถ้าข้อมูลส่งมา 001010101110 แต่ DAC รับเป็น 101010101110 ก็จะมีเสียงเพี้ยนมาจุดเดียว

                  อาจจะเป็นเสียงซ่า หรือเสียงสูงขึ้นมาทันใดก็ได้ แต่ไม่ใช่เสียงมีเบส เสียงนุ่ม หรือเสียงใสแต่อย่างใด

                  เพราะข้อมูล digital ไม่มี 0 นิดๆ หรือ 1 หน่อยๆ ซึ่งตรงนี้เองที่ต่างจาก analog

                  คงไม่มีใครซื้อสาย USB เส้นละสามพันมาต่อกับปริ้นเตอร์เพื่อให้พิมพ์ได้ชัดขึ้น
                  Last edited by NVB; 23 Feb 2010, 23:59:38.

                  Comment


                  • #39
                    ผมว่ามีผลนะ อยางน้อยก็ใจนั่นแหละ
                    แต่เหมือนท่านด้านบนที่ว่าไว้ ผมว่าเอาไปลงกับ Analog หรือไม่ก็ สายลำโพง จะเห็นผลชัดเจนกว่า

                    Comment


                    • #40
                      ผมก็มี klipsch gmx 2.1 คู่กับ super pro ตัวอัพเกรด เปลี่ยนสายลำโพงเป็น monster(ซื้อต่อมือสองที่นี่พันบาท) ผมว่ามันก็เข้ากันดีนะครับ แต่ปัจจุบันแทบไม่ได้ใช้เลย

                      ผมว่าลองเปลี่ยนฟิวส์ดูก็ดีนะครับ bussmann cryogenic ชุบทอง เห็นขายอยู่สามร้อยกว่าบาท

                      ผมเคยลองเอาฟิวส์ hifi tuning มาเปลี่ยนเสียงมันดีขึ้น.. ฟังออกได้เลยครับ..

                      Comment


                      • #41
                        โดยปกติแล้ว สายราคาแพงจะให้เรื่อง คุณภาพของงาน และความคงทน

                        Monster USB® High Performance USB Cable
                        • XLN® Xtra Low Noise® construction delivers up to 400MHz of bandwidth.
                        • Advanced Monster® technologies meet high-speed USB 1.0 specifications.
                        • Heavy-duty double shielding rejects noise for faster, more reliable data transfer.
                        • Large gauge power conductor for low-loss power transfer to self-powered USB devices.
                        • Duraflex® protective jacket is flexible for easy routing and storage
                        จากสเปคนั้น สิ่งที่บอกมาคือ การป้องกันการรบกวนและความคงทน

                        การรบกวนของข้อมูล digital คือการผิดพลาดของบิตเท่านั้น ไม่ได้หมายถึงเสียงดีขึ้น ใสขึ้นแต่อย่างใด

                        Comment


                        • #42
                          Originally posted by NVB View Post
                          โดยปกติแล้ว สายราคาแพงจะให้เรื่อง คุณภาพของงาน และความคงทน



                          จากสเปคนั้น สิ่งที่บอกมาคือ การป้องกันการรบกวนและความคงทน

                          การรบกวนของข้อมูล digital คือการผิดพลาดของบิตเท่านั้น ไม่ได้หมายถึงเสียงดีขึ้น ใสขึ้นแต่อย่างใด
                          ทฤษฏีและข้อมูลเกี่ยวกับสัญญาณ Digital ที่ท่านกล่าวมาไม่ผิดแน่นอน
                          แต่ความรู้สึกทางด้านจิตใจ+ความสามารถในการรับรู้ของแต่ละคน
                          ล้วนส่งผลต่อเสียงที่ได้ยิน
                          ซึ่งแต่ละคนอาจบรรยายเสียงที่ตัวเองได้ยินนั้นออกมาเป็นคำพูดที่เหมือนกันหรือ
                          ไม่เหมือนกันก็ได้

                          คนไทยบอกว่าไก่ขันเป็นเสียงว่า เอ้ก-อี้-เอ้ก-เอ้ก
                          ชาวกะเหรี่ยงว่าไก่ขันออกเสียง เกง-กะ-เร่ง-เก้ง
                          ชาวอังกฤษบอกว่าไก่ขันออกเสียง ค้อคา-ดู-เดิ้ล-ดู้
                          ส่วนชาวฝรั่งเศษว่าไก่ขันออกเสียง ค้อก-คา-ริ-โค้

                          แต่ไม่มีใครผิด ^^

                          Comment


                          • #43
                            Originally posted by Morn Ing View Post
                            ทฤษฏีและข้อมูลเกี่ยวกับสัญญาณ Digital ที่ท่านกล่าวมาไม่ผิดแน่นอน
                            แต่ความรู้สึกทางด้านจิตใจ+ความสามารถในการรับรู้ของแต่ละคน
                            ล้วนส่งผลต่อเสียงที่ได้ยิน
                            ซึ่งแต่ละคนอาจบรรยายเสียงที่ตัวเองได้ยินนั้นออกมาเป็นคำพูดที่เหมือนกันหรือ
                            ไม่เหมือนกันก็ได้

                            คนไทยบอกว่าไก่ขันเป็นเสียงว่า เอ้ก-อี้-เอ้ก-เอ้ก
                            ชาวกะเหรี่ยงว่าไก่ขันออกเสียง เกง-กะ-เร่ง-เก้ง
                            ชาวอังกฤษบอกว่าไก่ขันออกเสียง ค้อคา-ดู-เดิ้ล-ดู้
                            ส่วนชาวฝรั่งเศษว่าไก่ขันออกเสียง ค้อก-คา-ริ-โค้

                            แต่ไม่มีใครผิด ^^
                            ถูกใจมากๆ
                            sigpic
                            -ถ้ายิ่งใหญ่อย่างที่กร่างไว้จริง ควรใช้ความยิ่งใหญ่กร่างหาคนแจ้งความชั่วของตัวเอง
                            -อย่าปลอกสายลำโพงให้ยาวเกินความจำเป็นนะ เดี๋ยวแอมป์จะดับได้เวลาโยกตู้ลำโพง
                            งดแรงชั่วคราว

                            Comment


                            • #44
                              มีแต่เทพมากันเยอะเลยครับ แต่ผมมีข้อมูลมาฝากนิดนึงเพราะประกอบสำหรับคำว่า Digital กัน

                              ในเว็บยอดนิยมเว็บหนึ่ง มีผู้รู้ประจำเว็บเขาบอกว่าสาย digital นั้นส่งสัญญาณ 0กับ1 เท่านั้น(อันนี้ผมรู้อยู่แล้ว)
                              เป็นการส่งแบบ all or none คือรับได้ก็ได้ทั้งหมด รับไม่ได้ก็ไม่ได้ทั้งหมด ดังนั้นคุณภาพสาย Digital จึงไม่มีผลกับคุณภาพเสียงโดยสิ้นเชิง

                              ถูกต้องครับโดยทางทฤษฎีแล้วมันใช่เลย แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่าตรงนี้มันเป็นการเปรียบเทียบความเร็วของเสียงกับความ เร็วของไฟฟ้าต้องเท่ากัน แต่โดยความเป็นจริงมันไม่เท่ากัน ดังนั้นผลต่างที่เห็นได้ชัดก็คือความเร็วของการส่งสัญญาณ ค่าของทุกตัวนำจะต้องได้ตามค่าทางอุดมคติด้วย ( ถึงจะพูดได้ว่าคุณภาพสาย Digital จึงไม่มีผลกับคุณภาพเสียงโดยสิ้นเชิง ) แต่ค่าอุดมคติของตัวนำที่เป็นโลหะหรือเรียกว่าซุปเปอร์คอนดักเตอร์จะ ต้องอยู่ที่อุณหภูมิ -270 c ( เราก็ทำไม่ได้แล้ว )

                              ในการใช้งานจริง การที่ส่งสัญญา Digital ที่ความเร็ว 44.1 Khz ที่ความถี่ขนาดนี้มีอะไรเข้าไปรบกวนนิดเดียวมันจะส่งผลมากมายเลย และมันจะต้องมาพูดถึงเรื่องความต้านทานทั้ง 3 ค่า ( สายบางยี่ห้อเปลี่ยนความต้านทาน L โดยการถักสาย ) ซึ่งความต้านทานของโลหะตัวนำมาใช้ความต้านทานมันไม่เท่ากัน ผลของความเร็วในการส่งสัญญาณก็ไม่เท่ากันด้วย ตรงนี้มันเป็นสิ่งที่หูเรารับรู้ได้

                              สาย optic เส้นละ 250 บาท กับสาย Coax. คุณภาพสูงก็ต้องได้คุณภาพเสียงเหมือนกันกันทุกประการ
                              ที่รู้สึกต่างกัน นั้นเป็นเรื่องจิตปรุงแต่งอุปทานไปเองอย่างแน่นอน

                              ในทางอุดมคติก็ถูกต้องอีกครับ แต่ในความเป็นจริงการทำงานมันคนละเรื่อง เอาแบบเห็นง่าย ๆเลยคือ optic ( มันต้องเปลี่ยนสัญญาณมาเป็นแสง ) ในตอนที่เปลี่ยนสัญญาณเป็นแสงจากต้นทางมาปลายทาง ( ปลายทางก็มาแปลงสัญญาณอีกที ) ช่วงตรงนี้มันคือช่วงสูญเสีย
                              แต่ Coax มันเดินด้วยคลื่นไฟฟ้า ดังนั้นในการใช้งานจริง ๆ มันไม่มีทางเท่ากันครับ

                              Comment


                              • #45
                                Originally posted by Diffuser. View Post
                                มีแต่เทพมากันเยอะเลยครับ แต่ผมมีข้อมูลมาฝากนิดนึงเพราะประกอบสำหรับคำว่า Digital กัน

                                ในเว็บยอดนิยมเว็บหนึ่ง มีผู้รู้ประจำเว็บเขาบอกว่าสาย digital นั้นส่งสัญญาณ 0กับ1 เท่านั้น(อันนี้ผมรู้อยู่แล้ว)
                                เป็นการส่งแบบ all or none คือรับได้ก็ได้ทั้งหมด รับไม่ได้ก็ไม่ได้ทั้งหมด ดังนั้นคุณภาพสาย Digital จึงไม่มีผลกับคุณภาพเสียงโดยสิ้นเชิง

                                ถูกต้องครับโดยทางทฤษฎีแล้วมันใช่เลย แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่าตรงนี้มันเป็นการเปรียบเทียบความเร็วของเสียงกับความ เร็วของไฟฟ้าต้องเท่ากัน แต่โดยความเป็นจริงมันไม่เท่ากัน ดังนั้นผลต่างที่เห็นได้ชัดก็คือความเร็วของการส่งสัญญาณ ค่าของทุกตัวนำจะต้องได้ตามค่าทางอุดมคติด้วย ( ถึงจะพูดได้ว่าคุณภาพสาย Digital จึงไม่มีผลกับคุณภาพเสียงโดยสิ้นเชิง ) แต่ค่าอุดมคติของตัวนำที่เป็นโลหะหรือเรียกว่าซุปเปอร์คอนดักเตอร์จะ ต้องอยู่ที่อุณหภูมิ -270 c ( เราก็ทำไม่ได้แล้ว )

                                ในการใช้งานจริง การที่ส่งสัญญา Digital ที่ความเร็ว 44.1 Khz ที่ความถี่ขนาดนี้มีอะไรเข้าไปรบกวนนิดเดียวมันจะส่งผลมากมายเลย และมันจะต้องมาพูดถึงเรื่องความต้านทานทั้ง 3 ค่า ( สายบางยี่ห้อเปลี่ยนความต้านทาน L โดยการถักสาย ) ซึ่งความต้านทานของโลหะตัวนำมาใช้ความต้านทานมันไม่เท่ากัน ผลของความเร็วในการส่งสัญญาณก็ไม่เท่ากันด้วย ตรงนี้มันเป็นสิ่งที่หูเรารับรู้ได้

                                สาย optic เส้นละ 250 บาท กับสาย Coax. คุณภาพสูงก็ต้องได้คุณภาพเสียงเหมือนกันกันทุกประการ
                                ที่รู้สึกต่างกัน นั้นเป็นเรื่องจิตปรุงแต่งอุปทานไปเองอย่างแน่นอน

                                ในทางอุดมคติก็ถูกต้องอีกครับ แต่ในความเป็นจริงการทำงานมันคนละเรื่อง เอาแบบเห็นง่าย ๆเลยคือ optic ( มันต้องเปลี่ยนสัญญาณมาเป็นแสง ) ในตอนที่เปลี่ยนสัญญาณเป็นแสงจากต้นทางมาปลายทาง ( ปลายทางก็มาแปลงสัญญาณอีกที ) ช่วงตรงนี้มันคือช่วงสูญเสีย
                                แต่ Coax มันเดินด้วยคลื่นไฟฟ้า ดังนั้นในการใช้งานจริง ๆ มันไม่มีทางเท่ากันครับ
                                ก็น่าคิดดีครับ

                                ของแบบนี้ไม่ลองไม่รู้ ไม่เห็นโรงศพไม่หลั่งน้ำตา
                                sigpic
                                -ถ้ายิ่งใหญ่อย่างที่กร่างไว้จริง ควรใช้ความยิ่งใหญ่กร่างหาคนแจ้งความชั่วของตัวเอง
                                -อย่าปลอกสายลำโพงให้ยาวเกินความจำเป็นนะ เดี๋ยวแอมป์จะดับได้เวลาโยกตู้ลำโพง
                                งดแรงชั่วคราว

                                Comment

                                Working...
                                X