ก็นั้นแหระครับ คิดๆ อยู่ระหว่าง ซื้อ สาย usb QED ประมาน 1300 กับเอาเงิน 2 พัน ไปซื้อ x-fi หรือขายลำโพง GMX ไปซื้อตัวอื่นที่ เกรดดีกว่านี้ แต่ยังเป็นลำโพงแนวอึกกะทึกเหมือนเดิม ก็ยังคิดอยู่แต่จะว่าไปอยู่นิ่งๆก็ดีเนอะ เพราะก็ไม่ได้หูทองอะไรแต่ก็แค่คิดว่า เปลี่ยนมันทุกอย่างแล้วเหลือแต่ USB อะครับ เลยชั่งใจอยู่ไม่รู้จะคุ้มไหม
Announcement
Collapse
No announcement yet.
USB cable A-B mini !!! มีผมต่อเสียง?
Collapse
X
-
ด้วยการส่งแบบ digital ไม่มีผลครับ ตราบใดที่ข้อมูลยังเป็น 0100010101101
DAC ก็คือ Digital to Analog Converter
ข้อมูลดิจิตอลจะไม่ผิดเพี้ยนจากคุณภาพสาย ถ้าสายไม่ยาวขนาด 10-20 เมตร
โดยที่สายคุณภาพปานกลาง ไม่ใช่ต่ำจนเกินไปแบบเส้นละ 10-20 บาท
สายราคาสมเหตุสมผลทั่วๆไป ก็รองรับการใช้งานทั่วไปได้หมด
เรื่อง noise ทำให้เสียงไม่ดีนั้น โดยทั่วๆไป ถ้าไม่ได้อยู่ในสนามไฟฟ้า
หรือสนามแม่เหล็ก ก็ไม่มีปัญหา ตัวสายเองก็มีเฟอร์ไรท์กันคลื่นให้แล้ว
ข้อมูลดิจิตอลยังไงก็มีค่า เท่าเดิมคือ 101010
การแยก 0-1นั้น ใช้ hi-lo voltage
ถ้าข้อมูลส่งมา 001010101110 แต่ DAC รับเป็น 101010101110 ก็จะมีเสียงเพี้ยนมาจุดเดียว
อาจจะเป็นเสียงซ่า หรือเสียงสูงขึ้นมาทันใดก็ได้ แต่ไม่ใช่เสียงมีเบส เสียงนุ่ม หรือเสียงใสแต่อย่างใด
เพราะข้อมูล digital ไม่มี 0 นิดๆ หรือ 1 หน่อยๆ ซึ่งตรงนี้เองที่ต่างจาก analog
คงไม่มีใครซื้อสาย USB เส้นละสามพันมาต่อกับปริ้นเตอร์เพื่อให้พิมพ์ได้ชัดขึ้นLast edited by NVB; 23 Feb 2010, 23:59:38.
Comment
-
ผมก็มี klipsch gmx 2.1 คู่กับ super pro ตัวอัพเกรด เปลี่ยนสายลำโพงเป็น monster(ซื้อต่อมือสองที่นี่พันบาท) ผมว่ามันก็เข้ากันดีนะครับ แต่ปัจจุบันแทบไม่ได้ใช้เลย
ผมว่าลองเปลี่ยนฟิวส์ดูก็ดีนะครับ bussmann cryogenic ชุบทอง เห็นขายอยู่สามร้อยกว่าบาท
ผมเคยลองเอาฟิวส์ hifi tuning มาเปลี่ยนเสียงมันดีขึ้น.. ฟังออกได้เลยครับ..
Comment
-
โดยปกติแล้ว สายราคาแพงจะให้เรื่อง คุณภาพของงาน และความคงทน
จากสเปคนั้น สิ่งที่บอกมาคือ การป้องกันการรบกวนและความคงทนMonster USB® High Performance USB Cable
• XLN® Xtra Low Noise® construction delivers up to 400MHz of bandwidth.
• Advanced Monster® technologies meet high-speed USB 1.0 specifications.
• Heavy-duty double shielding rejects noise for faster, more reliable data transfer.
• Large gauge power conductor for low-loss power transfer to self-powered USB devices.
• Duraflex® protective jacket is flexible for easy routing and storage
การรบกวนของข้อมูล digital คือการผิดพลาดของบิตเท่านั้น ไม่ได้หมายถึงเสียงดีขึ้น ใสขึ้นแต่อย่างใด
Comment
-
ทฤษฏีและข้อมูลเกี่ยวกับสัญญาณ Digital ที่ท่านกล่าวมาไม่ผิดแน่นอนOriginally posted by NVB View Postโดยปกติแล้ว สายราคาแพงจะให้เรื่อง คุณภาพของงาน และความคงทน
จากสเปคนั้น สิ่งที่บอกมาคือ การป้องกันการรบกวนและความคงทน
การรบกวนของข้อมูล digital คือการผิดพลาดของบิตเท่านั้น ไม่ได้หมายถึงเสียงดีขึ้น ใสขึ้นแต่อย่างใด
แต่ความรู้สึกทางด้านจิตใจ+ความสามารถในการรับรู้ของแต่ละคน
ล้วนส่งผลต่อเสียงที่ได้ยิน
ซึ่งแต่ละคนอาจบรรยายเสียงที่ตัวเองได้ยินนั้นออกมาเป็นคำพูดที่เหมือนกันหรือ
ไม่เหมือนกันก็ได้
คนไทยบอกว่าไก่ขันเป็นเสียงว่า เอ้ก-อี้-เอ้ก-เอ้ก
ชาวกะเหรี่ยงว่าไก่ขันออกเสียง เกง-กะ-เร่ง-เก้ง
ชาวอังกฤษบอกว่าไก่ขันออกเสียง ค้อคา-ดู-เดิ้ล-ดู้
ส่วนชาวฝรั่งเศษว่าไก่ขันออกเสียง ค้อก-คา-ริ-โค้
แต่ไม่มีใครผิด ^^
Comment
-
ถูกใจมากๆOriginally posted by Morn Ing View Postทฤษฏีและข้อมูลเกี่ยวกับสัญญาณ Digital ที่ท่านกล่าวมาไม่ผิดแน่นอน
แต่ความรู้สึกทางด้านจิตใจ+ความสามารถในการรับรู้ของแต่ละคน
ล้วนส่งผลต่อเสียงที่ได้ยิน
ซึ่งแต่ละคนอาจบรรยายเสียงที่ตัวเองได้ยินนั้นออกมาเป็นคำพูดที่เหมือนกันหรือ
ไม่เหมือนกันก็ได้
คนไทยบอกว่าไก่ขันเป็นเสียงว่า เอ้ก-อี้-เอ้ก-เอ้ก
ชาวกะเหรี่ยงว่าไก่ขันออกเสียง เกง-กะ-เร่ง-เก้ง
ชาวอังกฤษบอกว่าไก่ขันออกเสียง ค้อคา-ดู-เดิ้ล-ดู้
ส่วนชาวฝรั่งเศษว่าไก่ขันออกเสียง ค้อก-คา-ริ-โค้
แต่ไม่มีใครผิด ^^
sigpic
-ถ้ายิ่งใหญ่อย่างที่กร่างไว้จริง ควรใช้ความยิ่งใหญ่กร่างหาคนแจ้งความชั่วของตัวเอง
-อย่าปลอกสายลำโพงให้ยาวเกินความจำเป็นนะ เดี๋ยวแอมป์จะดับได้เวลาโยกตู้ลำโพง
งดแรงชั่วคราว 
Comment
-
มีแต่เทพมากันเยอะเลยครับ แต่ผมมีข้อมูลมาฝากนิดนึงเพราะประกอบสำหรับคำว่า Digital กัน
ในเว็บยอดนิยมเว็บหนึ่ง มีผู้รู้ประจำเว็บเขาบอกว่าสาย digital นั้นส่งสัญญาณ 0กับ1 เท่านั้น(อันนี้ผมรู้อยู่แล้ว)
เป็นการส่งแบบ all or none คือรับได้ก็ได้ทั้งหมด รับไม่ได้ก็ไม่ได้ทั้งหมด ดังนั้นคุณภาพสาย Digital จึงไม่มีผลกับคุณภาพเสียงโดยสิ้นเชิง
ถูกต้องครับโดยทางทฤษฎีแล้วมันใช่เลย แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่าตรงนี้มันเป็นการเปรียบเทียบความเร็วของเสียงกับความ เร็วของไฟฟ้าต้องเท่ากัน แต่โดยความเป็นจริงมันไม่เท่ากัน ดังนั้นผลต่างที่เห็นได้ชัดก็คือความเร็วของการส่งสัญญาณ ค่าของทุกตัวนำจะต้องได้ตามค่าทางอุดมคติด้วย ( ถึงจะพูดได้ว่าคุณภาพสาย Digital จึงไม่มีผลกับคุณภาพเสียงโดยสิ้นเชิง ) แต่ค่าอุดมคติของตัวนำที่เป็นโลหะหรือเรียกว่าซุปเปอร์คอนดักเตอร์จะ ต้องอยู่ที่อุณหภูมิ -270 c ( เราก็ทำไม่ได้แล้ว )
ในการใช้งานจริง การที่ส่งสัญญา Digital ที่ความเร็ว 44.1 Khz ที่ความถี่ขนาดนี้มีอะไรเข้าไปรบกวนนิดเดียวมันจะส่งผลมากมายเลย และมันจะต้องมาพูดถึงเรื่องความต้านทานทั้ง 3 ค่า ( สายบางยี่ห้อเปลี่ยนความต้านทาน L โดยการถักสาย ) ซึ่งความต้านทานของโลหะตัวนำมาใช้ความต้านทานมันไม่เท่ากัน ผลของความเร็วในการส่งสัญญาณก็ไม่เท่ากันด้วย ตรงนี้มันเป็นสิ่งที่หูเรารับรู้ได้
สาย optic เส้นละ 250 บาท กับสาย Coax. คุณภาพสูงก็ต้องได้คุณภาพเสียงเหมือนกันกันทุกประการ
ที่รู้สึกต่างกัน นั้นเป็นเรื่องจิตปรุงแต่งอุปทานไปเองอย่างแน่นอน
ในทางอุดมคติก็ถูกต้องอีกครับ แต่ในความเป็นจริงการทำงานมันคนละเรื่อง เอาแบบเห็นง่าย ๆเลยคือ optic ( มันต้องเปลี่ยนสัญญาณมาเป็นแสง ) ในตอนที่เปลี่ยนสัญญาณเป็นแสงจากต้นทางมาปลายทาง ( ปลายทางก็มาแปลงสัญญาณอีกที ) ช่วงตรงนี้มันคือช่วงสูญเสีย
แต่ Coax มันเดินด้วยคลื่นไฟฟ้า ดังนั้นในการใช้งานจริง ๆ มันไม่มีทางเท่ากันครับ
Comment
-
ก็น่าคิดดีครับOriginally posted by Diffuser. View Postมีแต่เทพมากันเยอะเลยครับ แต่ผมมีข้อมูลมาฝากนิดนึงเพราะประกอบสำหรับคำว่า Digital กัน
ในเว็บยอดนิยมเว็บหนึ่ง มีผู้รู้ประจำเว็บเขาบอกว่าสาย digital นั้นส่งสัญญาณ 0กับ1 เท่านั้น(อันนี้ผมรู้อยู่แล้ว)
เป็นการส่งแบบ all or none คือรับได้ก็ได้ทั้งหมด รับไม่ได้ก็ไม่ได้ทั้งหมด ดังนั้นคุณภาพสาย Digital จึงไม่มีผลกับคุณภาพเสียงโดยสิ้นเชิง
ถูกต้องครับโดยทางทฤษฎีแล้วมันใช่เลย แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่าตรงนี้มันเป็นการเปรียบเทียบความเร็วของเสียงกับความ เร็วของไฟฟ้าต้องเท่ากัน แต่โดยความเป็นจริงมันไม่เท่ากัน ดังนั้นผลต่างที่เห็นได้ชัดก็คือความเร็วของการส่งสัญญาณ ค่าของทุกตัวนำจะต้องได้ตามค่าทางอุดมคติด้วย ( ถึงจะพูดได้ว่าคุณภาพสาย Digital จึงไม่มีผลกับคุณภาพเสียงโดยสิ้นเชิง ) แต่ค่าอุดมคติของตัวนำที่เป็นโลหะหรือเรียกว่าซุปเปอร์คอนดักเตอร์จะ ต้องอยู่ที่อุณหภูมิ -270 c ( เราก็ทำไม่ได้แล้ว )
ในการใช้งานจริง การที่ส่งสัญญา Digital ที่ความเร็ว 44.1 Khz ที่ความถี่ขนาดนี้มีอะไรเข้าไปรบกวนนิดเดียวมันจะส่งผลมากมายเลย และมันจะต้องมาพูดถึงเรื่องความต้านทานทั้ง 3 ค่า ( สายบางยี่ห้อเปลี่ยนความต้านทาน L โดยการถักสาย ) ซึ่งความต้านทานของโลหะตัวนำมาใช้ความต้านทานมันไม่เท่ากัน ผลของความเร็วในการส่งสัญญาณก็ไม่เท่ากันด้วย ตรงนี้มันเป็นสิ่งที่หูเรารับรู้ได้
สาย optic เส้นละ 250 บาท กับสาย Coax. คุณภาพสูงก็ต้องได้คุณภาพเสียงเหมือนกันกันทุกประการ
ที่รู้สึกต่างกัน นั้นเป็นเรื่องจิตปรุงแต่งอุปทานไปเองอย่างแน่นอน
ในทางอุดมคติก็ถูกต้องอีกครับ แต่ในความเป็นจริงการทำงานมันคนละเรื่อง เอาแบบเห็นง่าย ๆเลยคือ optic ( มันต้องเปลี่ยนสัญญาณมาเป็นแสง ) ในตอนที่เปลี่ยนสัญญาณเป็นแสงจากต้นทางมาปลายทาง ( ปลายทางก็มาแปลงสัญญาณอีกที ) ช่วงตรงนี้มันคือช่วงสูญเสีย
แต่ Coax มันเดินด้วยคลื่นไฟฟ้า ดังนั้นในการใช้งานจริง ๆ มันไม่มีทางเท่ากันครับ
ของแบบนี้ไม่ลองไม่รู้ ไม่เห็นโรงศพไม่หลั่งน้ำตาsigpic
-ถ้ายิ่งใหญ่อย่างที่กร่างไว้จริง ควรใช้ความยิ่งใหญ่กร่างหาคนแจ้งความชั่วของตัวเอง
-อย่าปลอกสายลำโพงให้ยาวเกินความจำเป็นนะ เดี๋ยวแอมป์จะดับได้เวลาโยกตู้ลำโพง
งดแรงชั่วคราว 
Comment

Comment