ถ้าเป็นความรู้สึกทางด้านจิตใจ ผมก็ไม่ว่ากันครับ อิอิ
Announcement
Collapse
No announcement yet.
USB cable A-B mini !!! มีผมต่อเสียง?
Collapse
X
-
ลองขำ ๆ ละกัน
สมมุติว่าท่านมีผลไม้อยู่ในมือหนึ่งผล กำลังจะกัดเข้าปาก แต่ดันมีคนทักว่า อย่านะมันไม่อร่อยหรือไม่ดี
ถ้าท่านเชื่อคน ๆ นี้แล้วไม่กัดลงไป ท่านก็จะไม่รู้รสชาติแต่อย่างใด
ซึ่งในทางกลับกันถ้าท่านลองกัดซักคำเข้าปาก ท่านอาจจะตัดสินรสชาติในปากท่านได้ด้วยตัวท่านเองก็ฉันท์นั้น
ก็เหมือนกับเรื่องบรรดาเครื่องเสียงต่าง ๆ แหละครับ ลองเลือก ลองผิดลองถูกกันไป แต่สุดท้ายท่าน
จะได้มาซึ่งประสพการณ์ พร้อมกับรายละเอียดมากมาย ซึ่งผมก็ชอบทึ่จะลองถึงแม้ว่า จะมีคนทักมา
แต่นั่นแหละ ผมว่าลองไปเถอะครับ ถ้าคิดจะลอง ไม่ใช่ ไม่ชอบก็ขายต่อ ในนี้ Overclockzone
พี่ ๆ น้อง ๆ มีมากมายที่พร้อมจะให้คำปรึกษากัน
และสุดท้ายทุกท่านก็จะได้สัมผัสคำว่า "อิ่มตัว"
Comment
-
ไม่ครับOriginally posted by Diffuser. View Postมีแต่เทพมากันเยอะเลยครับ แต่ผมมีข้อมูลมาฝากนิดนึงเพราะประกอบสำหรับคำว่า Digital กัน
ในเว็บยอดนิยมเว็บหนึ่ง มีผู้รู้ประจำเว็บเขาบอกว่าสาย digital นั้นส่งสัญญาณ 0กับ1 เท่านั้น(อันนี้ผมรู้อยู่แล้ว)
เป็นการส่งแบบ all or none คือรับได้ก็ได้ทั้งหมด รับไม่ได้ก็ไม่ได้ทั้งหมด ดังนั้นคุณภาพสาย Digital จึงไม่มีผลกับคุณภาพเสียงโดยสิ้นเชิง
ถูกต้องครับโดยทางทฤษฎีแล้วมันใช่เลย แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่าตรงนี้มันเป็นการเปรียบเทียบความเร็วของเสียงกับความ เร็วของไฟฟ้าต้องเท่ากัน แต่โดยความเป็นจริงมันไม่เท่ากัน ดังนั้นผลต่างที่เห็นได้ชัดก็คือความเร็วของการส่งสัญญาณ ค่าของทุกตัวนำจะต้องได้ตามค่าทางอุดมคติด้วย ( ถึงจะพูดได้ว่าคุณภาพสาย Digital จึงไม่มีผลกับคุณภาพเสียงโดยสิ้นเชิง ) แต่ค่าอุดมคติของตัวนำที่เป็นโลหะหรือเรียกว่าซุปเปอร์คอนดักเตอร์จะ ต้องอยู่ที่อุณหภูมิ -270 c ( เราก็ทำไม่ได้แล้ว )
ในการใช้งานจริง การที่ส่งสัญญา Digital ที่ความเร็ว 44.1 Khz ที่ความถี่ขนาดนี้มีอะไรเข้าไปรบกวนนิดเดียวมันจะส่งผลมากมายเลย และมันจะต้องมาพูดถึงเรื่องความต้านทานทั้ง 3 ค่า ( สายบางยี่ห้อเปลี่ยนความต้านทาน L โดยการถักสาย ) ซึ่งความต้านทานของโลหะตัวนำมาใช้ความต้านทานมันไม่เท่ากัน ผลของความเร็วในการส่งสัญญาณก็ไม่เท่ากันด้วย ตรงนี้มันเป็นสิ่งที่หูเรารับรู้ได้
สาย optic เส้นละ 250 บาท กับสาย Coax. คุณภาพสูงก็ต้องได้คุณภาพเสียงเหมือนกันกันทุกประการ
ที่รู้สึกต่างกัน นั้นเป็นเรื่องจิตปรุงแต่งอุปทานไปเองอย่างแน่นอน
ในทางอุดมคติก็ถูกต้องอีกครับ แต่ในความเป็นจริงการทำงานมันคนละเรื่อง เอาแบบเห็นง่าย ๆเลยคือ optic ( มันต้องเปลี่ยนสัญญาณมาเป็นแสง ) ในตอนที่เปลี่ยนสัญญาณเป็นแสงจากต้นทางมาปลายทาง ( ปลายทางก็มาแปลงสัญญาณอีกที ) ช่วงตรงนี้มันคือช่วงสูญเสีย
แต่ Coax มันเดินด้วยคลื่นไฟฟ้า ดังนั้นในการใช้งานจริง ๆ มันไม่มีทางเท่ากันครับ
อันนั้นมันทฤษฎี
ผมเองก็เรียนมา อ่านคร่าวๆเข้าใจ เเต่ขนาดมาพิสูจก็คงไม่ใช่
HEAD-FI เคยนำสายราคาต่างกันมาเสียบทดลอง ในห้องตะกั่วหนา ที่กันได้เเม้เเต่กัมมันตรังสี เเละเเสงครับ
เเล้วใช้เครื่องกรองเสียงคุณภาพสูงตีกราฟออกมา
พบว่ากราฟที่ได้ ต่างกันฟ้ากับดินครับ
(เเละลองซ้ำไปๆมาๆ พบวา สายเดียวกัน เพลงเดียวกัน กราฟก็เหมือนเดิม เป็นตัวเเปรควบคุม)
สรุป มันต่างครับ ตามทฏษฎีมันไม่ต่าง เเต่ย่าลืมว่า มันเป็น Ideal ครับ
Monster เคยอธิบายให้ฟัง ในเวปก็มีครับ ว่ามันต่างกันยังงัย ผมเองกขี้เกียจไปหาลิ้งอะ อยุในเวป ลิ้งไปยูทูป จำได้
เพื่อนผมที่มันจบซาวเอ็นจินเนียก็อธบายหลักการเป็น มันเคยอธิบายให้ฟังอยู่ เเต่ลืมไปเเล้วย
เเต่ผมไม่คงไม่ขนาดนั้น เเต่สามารถยืนยันว่าต่างเเน่นอน เพราะค่า Efficiency ของจริง มันไม่มีทางเป็น 100% หรอกครับ เหอะๆ
ปล ไม่ได้ทะเลาะกันนะครับ ให้ความเห็นอย่างมีเหตผล
Comment
-
ถูกครับว่าคือ ทฤษฎี
แต่ก็เท่านั้นแหละครับ ณ ตอนนี้ผมแสวงหาแต่คำว่าความสุขมากว่า
อันนั้นมันเบื้องหลังที่ผ่านมาเท่านั้นเอง แต่ตอนนี้คิดแต่เพียงว่าทำยังไงให้ตัวเองฟังเพลง
หรือดำเนิน ชีวิตประจำวันให้คุ้มค่าก็พอ คงสนุกเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้ว
เพราะไหนจะครอบครัว ไหนจะตัวเองอีก เอาเป็นว่าผมมีความสุขใจที่ได้พูดคุยกับเพื่อน ๆ
และพี่ ๆ น้อง ๆ ในที่แห่งนี้ก็นับว่าเป็นความสุขอีกทางของผมแล้วหละ
Comment
-
ถ้าพูดเเบบนี้ ผมให้ +100Originally posted by Diffuser. View Postถูกครับว่าคือ ทฤษฎี
แต่ก็เท่านั้นแหละครับ ณ ตอนนี้ผมแสวงหาแต่คำว่าความสุขมากว่า
อันนั้นมันเบื้องหลังที่ผ่านมาเท่านั้นเอง แต่ตอนนี้คิดแต่เพียงว่าทำยังไงให้ตัวเองฟังเพลง
หรือดำเนิน ชีวิตประจำวันให้คุ้มค่าก็พอ คงสนุกเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้ว
เพราะไหนจะครอบครัว ไหนจะตัวเองอีก เอาเป็นว่าผมมีความสุขใจที่ได้พูดคุยกับเพื่อน ๆ
และพี่ ๆ น้อง ๆ ในที่แห่งนี้ก็นับว่าเป็นความสุขอีกทางของผมแล้วหละ
ลุงผมเเกมีเครื่องเสียงเป็นลำโพงคู่ละ 4 ล้าน เล่นเเกรนเปียโนได้เต็มทุกความถี่ เล่นไปจุดๆหนึ่ง เเกยกให้อาผมซะงั้น (ทำไมไม่ให้ผม)
เเกบอกเบื่อ มีความสุขมาเยอะเเล้ว มันอิ่มตัว
Comment
-
เอาที่ผมผ่านมา ถือว่ามาเล่าให้ฟังนะครับ
ผมมี monster(950บาท) kimber-b-bus(สองพันกว่า) kimber-silver b-bus(หกพัน)
ใช้กับ dac1usb+โมเพิ่ม ฟังกับหูฟัง denon d7000, ลำโพง totem hawk
หูมั่วๆของผมฟังแล้วมันต่างเลยอ่ะครับไม่ใช้ความรู้สึกทางใจ มีผลกับเสียงให้ดีขึ้นเลยครับ...
Comment
-
ผมขอเสนอมุมมองของผมครับ ไม่ได้ชวนทะเลาะนะ ^^
เอาทีละข้อเท่าที่เวลาอำนวย
ไม่ใช่ครับ optic ราคาถูกๆนั้น ใช้แกนกลางเป็นพลาสติกเกรดต่ำๆ อาจจะมีรอยต่อได้สาย optic เส้นละ 250 บาท กับสาย Coax. คุณภาพสูงก็ต้องได้คุณภาพเสียงเหมือนกันกันทุกประการ
ที่รู้สึกต่างกัน นั้นเป็นเรื่องจิตปรุงแต่งอุปทานไปเองอย่างแน่นอน
แต่สำหรับสายดีๆจะเป็นใยแก้วนำแสง ซึ่งการตัดและต่อต้องใช้เครื่องมือราคาแพง
แต่พูดถึงในงบที่เท่ากัน จะได้สาย Coax คุณภาพสูงกว่าครับ
ถูกต้องครับโดยทางทฤษฎีแล้วมันใช่เลย แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่าตรงนี้มันเป็นการเปรียบเทียบความเร็วของเสียงกับความ เร็วของไฟฟ้าต้องเท่ากัน แต่โดยความเป็นจริงมันไม่เท่ากัน ดังนั้นผลต่างที่เห็นได้ชัดก็คือความเร็วของการส่งสัญญาณ ค่าของทุกตัวนำจะต้องได้ตามค่าทางอุดมคติด้วย ( ถึงจะพูดได้ว่าคุณภาพสาย Digital จึงไม่มีผลกับคุณภาพเสียงโดยสิ้นเชิง ) แต่ค่าอุดมคติของตัวนำที่เป็นโลหะหรือเรียกว่าซุปเปอร์คอนดักเตอร์จะ ต้องอยู่ที่อุณหภูมิ -270 c ( เราก็ทำไม่ได้แล้ว )
ความเร็วเสียงในอากาศที่ 24 องศา มีความเร็วประมาณ 345 m/s
แต่ความเร็วของไฟฟ้าประมาณ 3x10^9 m/s (เรื่องของวามเร็วลอยเลื่อนของอิเล็กตรอนอีก แต่ไม่ขอพูดถึงนะครับ)
ถึงแม้ว่าจะบอกว่าเป็น ideal แต่การส่งข้อมูลด้วย 01010101 ที่ออกมากจาก source ไปยัง dac
ก็ยังเหมือนเดิม คือ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของความถูกต้องของข้อมูล ยังคงเป็น 01010101 เช่นเดิม
ถ้าบอกว่าคุณภาพสายมีผลต่อ 01010101 เหล่านี้ ยกตัวอย่างง่ายๆ
ทำไมเรายังปริ้นด้วยความถูกต้องเหมือนเดิม คอมส่ง 01010101 แต่เครื่องพิมพ์ ก็ยังพิมพ์ 01010101 ใช่มั้ยครับLast edited by NVB; 24 Feb 2010, 02:54:00. Reason: แก้ไขข้อมูล พิมพ์สับกันระหว่าง Coax. และ Coaxial cable
Comment
-
Originally posted by machine_A View Postเอาที่ผมผ่านมา ถือว่ามาเล่าให้ฟังนะครับ
ผมมี monster(950บาท) kimber-b-bus(สองพันกว่า) kimber-silver b-bus(หกพัน)
ใช้กับ dac1usb+โมเพิ่ม ฟังกับหูฟัง denon d7000, ลำโพง totem hawk
หูมั่วๆของผมฟังแล้วมันต่างเลยอ่ะครับไม่ใช้ความรู้สึกทางใจ มีผลกับเสียงให้ดีขึ้นเลยครับ...
http://www.computeraudiophile.com/co...ber-USB-Reviewนั่นแหละครับ เป็นมุมมองของแต่ละท่าน ผมก็แค่หาข้อมูลประกอบเท่านั้นเอง อาจจะผิดพลาดไปบ้างOriginally posted by NVB View Postผมขอเสนอมุมมองของผมครับ ไม่ได้ชวนทะเลาะนะ ^^
เอาทีละข้อเท่าที่เวลาอำนวย
ไม่ใช่ครับ การส่งแบบ optic ใช้การส่งสัญญาณ digital โดยใช้การหักเหของแสงในเส้นตัวนำสัญญาณ
สำหรับ Coaxial cable ใช้ส่งแบบ Analog โดยการวิ่งของอิเล็กตรอน
การส่งแบบ optic ไม่มีการสูญเสียใดๆ
คุณอยู่บนเขาคนละลูก คนที่เขาเอ เปิดไฟฉายเป็นจังหวะ 01010 คนที่เขาบี ถ้าตาไม่บอดก็รู้ว่า 01010
การส่ง Coaxial เป็นคุณคุยกันด้วยเสียงปกติ ไกลก็ไม่ค่อยได้ยิน แถมเมื่อมีเสียงรบกวนภายนอก ก็ยิ่งไม่ได้ยินอีก
แต่นั่นก็ถือว่าดีครับที่ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน
สำหรับคนเล่นเครื่องเสียงด้วยกันก็จะได้เอาไปเป็นข้อมูลประกอบกัน ส่วนมุมหรือข้อมูลที่ผมไม่เคยรู้
ก็นับว่าขอบคุณครับที่ได้และเปลี่ยนกัน
Comment
-
สำหรับเรื่อง digital เรามาคุยกันก่อน
ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า การจะแปลง digital ไปเป็น analog เราใช้ DAC ใช่มั้ยครับ
หากเราส่งข้อมูล 01010011101 ไม่ว่ากระบวนการใดจะใช้สายดีสุด ห่วยสุด แสง หรืออะไรก็ตาม
ไปยัง DAC ตัวเดียวกัน 20 ครั้ง ย่อมต้องแปลงเป็น analog ด้วยค่าเดียวกันนะครับ คือเสียงต้องเหมือนกัน
------------------------------------------------------
ท่านยอมรับตรงนี้หรือไม่ ถ้ายอมรับ ลงมาอ่านต่อไปได้ครับ
ถามว่า การเพี้ยนของข้อมูลดิจิตอลเป็นอย่างไร
ตอบ จะมีการเพี้ยนในลักษณะการบิตพลาดของบิต ซึ่งเราใช้ระบบเลขฐาน 2 นั้นคือ 0 และ 1
หากบิตเพี้ยน เช่น จาก 1110001 เป็น 1110000 ข้อมูลที่เราถอดออกมาก็จะผิดไปเสียไป
แต่ไม่ใช่กรณี เสียงใส หรือ เสียงดีขึ้น ผมไม่ได้บอกว่ามันจะไม่มีโอกาสเพี้ยนเลย
(ถ้าเคยพิมพ์ไป อาจจะใช้คำผิด ขออภัยด้วย)
ถามว่า การเพี้ยนของข้อมูลอนาลอกเป็นอย่างไร
ตอบ การเพี้ยนข้อมูลอนาลอก เป็นการเพี้ยนของ curve ซึ่งมีผลต่อคุณภาพเสียงอยู่แล้ว
ผมขออธิบายพร้อมยกตัวอย่างง่ายๆอีกเช่นเคย
ไม่เข้าหลักการมากมาย เดี๋ยวจะเรื่อยาว
การส่งดิจิตอลแม้ว่าอาจจะมีเรื่อง jitter มาเกี่ยวข้อง หรืออะไรก็แล้วแต่นั้น
ทำไมถึงคิดว่าเสียงจะดีขึ้นกว่าสายธรรมดา ทั้งๆที่ข้อมูลที่ส่งมาก็ไม่ได้มีการปรุงแต่งใดๆ
สายไม่ได้ทำให้ ตัวเลข 0 1 เปลี่ยนไปแต่อย่างใด ถึงจะมีก็อย่างที่บอก ไม่ได้ทำให้ใสขึ้น เพราะขึ้น
ถ้าบอกว่าสายที่ดีี ข้อมูลไม่เพี้ยน
ตัวอย่างเปรียบเทียบ
ผมเขียนโปรแกรมในคอม หลังจาก compile แล้วจะโหลดเข้าสู่ micro-controller
ถ้าผมใช้สายถูก โปรแกรมที่ผมเขียนจะผิดมั้ย มันจะไม่ทำงานรึเปล่า
หรือเรื่องปริิ้นเตอร์ที่ผมพิมพ์ไปข้างต้นแล้วก็ตามLast edited by NVB; 24 Feb 2010, 02:26:27.
Comment
-
Originally posted by machine_A View Postเอาที่ผมผ่านมา ถือว่ามาเล่าให้ฟังนะครับ
ผมมี monster(950บาท) kimber-b-bus(สองพันกว่า) kimber-silver b-bus(หกพัน)
ใช้กับ dac1usb+โมเพิ่ม ฟังกับหูฟัง denon d7000, ลำโพง totem hawk
หูมั่วๆของผมฟังแล้วมันต่างเลยอ่ะครับไม่ใช้ความรู้สึกทางใจ มีผลกับเสียงให้ดีขึ้นเลยครับ...
http://www.computeraudiophile.com/co...ber-USB-ReviewOriginally posted by NVB View Postผมขอเสนอมุมมองของผมครับ ไม่ได้ชวนทะเลาะนะ ^^
เอาทีละข้อเท่าที่เวลาอำนวย
ไม่ใช่ครับ การส่งแบบ optic ใช้การส่งสัญญาณ digital โดยใช้การหักเหของแสงในเส้นตัวนำสัญญาณ
สำหรับ Coaxial cable ใช้ส่งแบบ Analog โดยการวิ่งของอิเล็กตรอน
การส่งแบบ optic ไม่มีการสูญเสียใดๆ
คุณอยู่บนเขาคนละลูก คนที่เขาเอ เปิดไฟฉายเป็นจังหวะ 01010 คนที่เขาบี ถ้าตาไม่บอดก็รู้ว่า 01010
การส่ง Coaxial เป็นคุณคุยกันด้วยเสียงปกติ ไกลก็ไม่ค่อยได้ยิน แถมเมื่อมีเสียงรบกวนภายนอก ก็ยิ่งไม่ได้ยินอีก
ท่านว่าฟังแล้วแตกต่าง ผมก็ว่าฟังแล้วแตกต่างเช่นกัน แปลว่าผมกับท่านถูกต้องใช่ไหม
ส่วนถ้ามีคนฟังแล้วบอกว่าไม่ต่าง สัก 2คนเช่นกัน 2คนที่ว่าเค้าก็ไม่ผิดเช่นกัน
การรับรู้และความรู้สึก เป็นเรื่องที่จะเอาค่าทางไฟฟ้าหรือสมการใดๆ มากำหนดตัวตนและ
ธรรมชาติของแต่ละบุคคลได้หรือ ???
ตอนเลิกกับแฟนฟังเพลงเศร้าเนื้อหาเกี่ยวกับอกหักแล้วรู้สึกว่าถูกใจ
ตอนไปเที่ยวกับเพื่อนฟังเพลงจังหวะสนุกสนานแล้วมีความสุข
ความรู้สึกด้านจิตใจสำหรับบางคนอาจส่งผลให้รู้สึกดีกับสินค้าชิ้นนั้นๆ
ความสามารถในการรับรู้และคุณภาพที่แท้จริงของสินค้าชิ้นนั้นก็ย่อมมีผลเช่นกัน
ดังนั้นการมองคนละมุม และสิ่งที่ได้รับผลอาจจะไม่เหมือนกันไม่ใช่เรื่องแปลกเลย
กระทู้ที่ถามเรื่องเสียงที่ออกมาจากสายสัญญาณ Digital นั้นต่างกันหรือไม่
มีนับสิบๆกระทู้ แล้วแทบทุกกระทู้ก็มีการถกเถียงนับข้อมูลมาหักล้างกัน
และส่วนใหญ่เป็นไปในทางดุเดือดทั้งสิ้น เท่านี้ ก็น่าจะยืนยันได้ส่วนหนึ่งแล้วว่า
เรื่องนี้ยังไม่จบสิ้นในระยะเวลาอันใกล้นี่แน่ นั่นน่าจะเป็นเพราะความคิดและสภาพ
องค์ประกอบในการรับรู้ของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน (ละมั้ง)
สมมุติว่า - ผมใช้ลำโพงตัวละ 700 บาทมาฟังเพลงแล้วบอกว่า ลำโพงตัวนี้ฟังเพลงเพราะดีนะ
จะมีคนตั้งประเด็นบอกว่า
------------------------------------------------------------
"เฮ่ย!! ไม่จริง ลำโพง 700 บาทไม่มีทางฟังเพลงเพราะหรอก ต้องตัวละ 5 หมื่นขึ้นไปถึงจะเพราะ"
-----------------------------------------------------------
หรือบอกว่า
------------------------------------------------------------
"ไม่จริงหรอกครับ นั่นลำโพงจีน คุณรู้สึกไปเอง มันไม่ดีจริงหรอกครับ"
-----------------------------------------------------------
และมีอีกท่านบอกว่า
------------------------------------------------------------
"จริงครับ ผมใช้อยู่"
-----------------------------------------------------------
ท่านว่าใครเป็นคนผิดละ ^^
Comment
-
ต้องบอกว่า อยู่ที่ความพอใจของแต่ละท่านOriginally posted by Morn Ing View Postหุหุ งั้นไปนอนกันเถอะท่าน
ถ้าจบด้วยคำว่า มีผลหรือไม่ อยู่ที่หูคุณเอง ท่านว่าจะยาวอีกมั้ย ^^
มีกำลังซื้อ อยากซื้อก็ซื้อ ไม่อยากซื้อ ก็แค่ไม่ซื้อ
ไม่มีใครบังคับ ^^ ก็ถือว่าแลกเปลี่ยนกันในฐานะคนชอบฟังเพลง
ปิดท้าย ผมไม่ได้บอกว่า "ผิด" ที่ซื้อสายแพงๆมาใช้แต่อย่างใด
เพียงแต่อยากจะบอกว่า จากที่ร่ำเรียนมา รวมทั้งออกแบบ มันไม่แตกต่าง เท่านั้นเองครับLast edited by NVB; 24 Feb 2010, 02:28:29.
Comment
Comment