Announcement

Collapse
No announcement yet.

เจ๊งไม่เจ๊ง ICT ทุบAIS เรียกค่าเสียหาย 75000(เจ็ดหมื่นห้าพันล้านบาท)

Collapse
X
 
  • Filter
  • Time
  • Show
Clear All
new posts

  • #76
    Originally posted by jjjoooeee View Post
    +5
    +6

    Comment


    • #77
      Originally posted by _d View Post
      ปล. การที่ผมเห็นทางการเมืองไม่ตรงกับใคร มันไม่ได้แปลว่าผมต้องจงเกลียดจงชังเขา หรือผลักไสให้เป็นศัตรู ตรงนี้ผมก็พยายามแยกแยะ และพยายามทำความเข้าใจ เพราะแต่ละคนมีประสบการณ์ มีแหล่งข้อมูลไม่เหมือนกันเป๊ะทั้งหมด ถึงมีข้อมูลเหมือนกันเป๊ะ ก็ใช่ว่าข้อมุลจะไม่ถูกบิดเบือนมาก่อน ถึงจริงก็ใช่ว่าคนจะยอมรับและแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดได้ง่ายๆ คนเราดำเนินชีวิตด้วยแรงขับจากสิ่งที่ "อยากให้เป็น" มากกว่าสิ่งที่ "เป็นจริง" และระดับความยึดมั่นถือมั่นของแต่ละคนมันไม่เท่ากัน ยิ่งหมกมุ่นมากก็ยิ่งทุกข์
      แต่การที่คุณด่าแบบรวมๆนั้นอาจจะทำให้บางคนไม่พอใจได้ ถึงแม้คุณจะไม่ระบบว่าใครหรือเอ่ยถึงฝ่ายหนึ่งฝ่ายไดตรงๆหรืออ้อมๆ แต่ก็ทำให้แฟนคลับของฝ่ายหนึ่งฝ่ายไดเขารู้สึกได้นะครับ

      Comment


      • #78
        mod มาอุ้มไปที เบื่อแล้ว พวกแดงเหลือง จะเอาคนไทยไม่เอาแดงเหลือง มันไร้สาระทั้งคู่

        Comment


        • #79
          Originally posted by jugkrit View Post
          mod มาอุ้มไปที เบื่อแล้ว พวกแดงเหลือง จะเอาคนไทยไม่เอาแดงเหลือง มันไร้สาระทั้งคู่
          +100000000000000000000000000000000000000000000000

          Comment


          • #80
            Originally posted by _d View Post
            ครับ อย่าลืมว่าที่สิงคโปร์ด่าประเทศอื่น (หลายประเทศ) ซะเสียหมานี่ เป็นการรายงานให้คำปรึกษาส่งให้รัฐบาลสิงค์นะครับ นั่นแปลว่าอะไร นั่นแปลว่ามันสามารถจะแปรเป็นนโยบายให้คุณให้โทษต่อประเทศเหล่านั้นได้ หรือนัยว่าสิงค์จะใส่หน้ากากไหนเข้าใส่ประเทศเหล่านั้น มันส่ออะไรหลายๆ อย่าง มันไม่ใช่แค่คนธรรมดาคนเดียวด่า เหมือนที่ผมด่านักการเมืองหรือด่าสิงคโปร์ โอเค มันก็อาจจะมีแบบนี้ทุกประเทศแหละ แต่เราดันรู้ว่าเขามองเรายังไง เพราะคนมาแฉ แล้วเราเซ็งๆ ด่าไปซะ ก็ไม่ต่างกันถ้าเขารู้ว่าเขาโดนเรามองแบบนั้นแล้วเขาจะด่าเราบ้าง
            ถ้าอย่างนั้นคงไม่ใช่มีแค่สิงคโปร์หรอครับที่ด่าเราลับหลัง อังกฤษ อเมริกายิ่งหนักกว่านี้ เคยได้ยินข่าวบ้างไหมครับที่เขาเปิดเผยมุมมองนักการทูตเมื่อในอดีตอันนี้รัฐบาลของประเทศอังกฤษนั้นเปิดเผยเองเลยครับ

            วันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 19 ฉบับที่ 6903 ข่าวสดรายวัน


            มุมมอง"ทีเผลอ" เขย่าการทูตอังกฤษ

            สกู๊ปพิเศษ




            กระทรวงต่างประเทศอังกฤษ

            ภาย ใต้กฎหมายว่าด้วยเสรีภาพของข้อมูลข่าวสารของอังกฤษ ทำให้สำนักข่าวบีบีซี ยักษ์ใหญ่ของอังกฤษได้รับข้อมูลทางราชการในอดีต เผยแพร่เป็นข่าวที่ฮือฮาตั้งแต่สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

            เอกสารดัง กล่าวมีเนื้อหาเกี่ยวกับความในใจของทูตอังกฤษของแต่ละคน ยื่นต่อข้าราชการระดับสูงในกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษเพื่อให้ทางผู้บริหาร รับทราบความเป็นไปในประเทศนั้นๆ

            โดยเป็นข้อปฏิบัติของนักการทูต อังกฤษ ที่หมดวาระประจำการจากประเทศที่มีสัมพันธ ไมตรี ต้องเขียนรายงานเกี่ยวกับความรู้สึกและมุมมองของตนเกี่ยวกับประเทศนั้นๆ อย่างที่ ตรงกับใจ หรือ "แคนดิด" ไม่ต้องปรุงแต่งด้วยเงื่อนไขทางการทูตใดๆ

            แต่เมื่อบริบทการทูตที่เป็นเรื่องราว "วงใน" กลับกลายมาเป็นข่าว "วงนอก" จึงทำให้ ทั้งอังกฤษและประเทศที่โดนเอ่ยถึงสะดุ้งไปตามๆ กัน

            เช่น เซอร์ แอนโธนี รัมโบลด์ อดีตเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ช่วงปี 2508-2510 เขียนบรรยายถึงมุมมองที่มีต่อไทยไว้ด้วยสายตาหยามเหยียด ว่า

            "เป็น ชนชาติที่ไม่มีวัฒนธรรม ไม่มีจิตรกรรม มีแต่เพลงแปลกๆ รูปปั้น การร่ายรำ ก็ลอกเลียนแบบคนอื่นมา ผนวกกับสถาปัตยกรรมเรียบๆ และศิลปะการตกแต่งภายในที่ขี้เหร่ ในขณะที่ชนชั้นที่มีฐานะมักจะติดการพนัน นิยมตีกอล์ฟ และหมกมุ่นอยู่ในกาม"

            ถ้อยคำที่ปรากฏเป็นข่าว ทำให้ นายควินตัน มาร์ก เควลย์ เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทยคนปัจจุบัน รีบออกแถลงการณ์หักล้างด้วยการชื่นชมศิลปวัฒนธรรมไทย และอัธยาศัยของคนไทย เพื่อให้เห็นว่า ไม่ใช่ทูตอังกฤษทุกคนจะมีมุมมองแบบเซอร์รัมโบลด์

            ด้าน นางสาววิมล คิดชอบ อธิบดีกรมสารนิเทศ กล่าวว่า รัฐบาลไทยจะไม่ตอบโต้ความเห็นดังกล่าวในอดีตของอดีตเอกอัครราชทูตรัมโบล เพราะถือว่าเป็นความเห็นส่วนตัว





            นอกจากไทยที่ตกเป็นข่าวในครั้งนี้ ชาติอื่นๆ ก็เจอถ้อยคำวิจารณ์ เจ็บแสบไม่แพ้กัน

            โร เจอร์ พินเซนต์ ทูตอังกฤษประจำประเทศนิการากัว เขียนไว้เมื่อปี 2510 ว่า "ชาวนิการากัวโดยทั่วไปมีนิสัยเป็นพวกหน้าไหว้หลังหลอก พึ่งพาไม่ได้ หัวรุนแรงและขี้เหล้าที่สุดในละตินอเมริกา"

            ด้าน เซอร์ จอห์น รัสเซลล์ ทูตอังกฤษประจำบราซิล ส่ง จดหมายจากนครริโอ เดอ จาเนโร เมื่อปี 2512 ว่า "ประเทศนี้สุดแย่ คอร์ รัปชั่นกันกระหน่ำ คุณซื้อได้ทุกอย่างตั้งแต่ใบขับขี่ยันผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์เลยล่ะ"

            ส่วน นายเดวิด ฮันต์ อดีตเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำไนจีเรีย เขียน ไว้เมื่อปี 2511 วิพากษ์วิจารณ์บรรดาผู้นำของกลุ่มประเทศแอฟริกันตะวันตกขณะนั้นว่า "เก่งแต่เรื่องทำลายผลประโยชน์ของประเทศตนเอง" ส่วนมุมมองต่อชาวแอฟริกันก็คือ "ชอบตายประชดป่าช้า แล้วยังภาคภูมิใจได้อีก"

            ลอร์ด โมแรน อดีตเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำกรุงออตตาวา ประเทศแคนาดา เขียนถึงชาวแคนาดา ว่า "แค่มีความสามารถกลางๆ ในเรื่องต่างๆ เช่น เล่นสกีเป็น ดูผู้ดีหน่อย แสดงภาพยนตร์ได้พอขำๆ ก็จะได้รับการยกย่องให้เป็นสัญลักษณ์ของชาติ ส่วนใครที่เป็นแกะดำมากหน่อย ก็จะเป็นที่สรรเสริญ เรียกว่าแทบจะได้เหรียญเกียรติยศออเดอร์ ออฟ แคนาดา เลยทีเดียว"

            ไม่เฉพาะวิจารณ์ชาติอื่น ทูตอังกฤษบางคนเขียนตำหนิระบบข้าราชการของชาติตนเองด้วย ว่างานการทูตกลายเป็นเรื่องปาร์ตี้ค็อกเทลที่ไม่รู้จักจบจักสิ้น ไม่มีเนื้อหาสาระ และบางทีก็ลืมไปว่า การทูตเป็นเรื่องของอะไร

            จดหมาย ที่มีเนื้อความ "ทีเผลอ" ดังกล่าวอาจมีประโยชน์ต่อการทูตสำหรับอังกฤษ แต่ขณะเดียวกันก็สะท้อนความเป็นอังกฤษ เจ้าแห่งการล่าอาณานิคม ที่ชาติอื่นๆ ไม่ชอบใจนักเช่นกัน


            ที่มา http://www.khaosod.co.th/view_news.p...hNQzB5TXc9PQ==

            ท่านควรจะเกลียดอังกฤษด้วยน่ะครับ และอย่าเข้าไปซื้อของในห้างเทสโก้เพราะมันเป็นของอังกฤษที่เข้ามาถล่มผู้ค้ารายย่อยของไทยจนยับเยิน

            Comment


            • #81
              ก็ผมถึงว่ามันไม่แปลกไงครับ อเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส ฯลฯ ผมยิ่งด่ามันปาก ยิ่งอเมริกาด่าประเทศตัวเองยิ่งมันส์ครับ ไปหาอ่านได้ อเมริกาบ้าสงคราม (จั่วหัวหนังสือมามาก็ด่าประเทศตัวเองชัดๆแล้ว) หรืออังกฤษนี่ยิ่งด่ากันเองนี่ก็มีมาแต่โบร่ำโบราณ มีรัฐบาบาลหรือนักการเมืองประเทศไหนในโลกนี้ที่จะไม่โดนด่าบ้าง แต่ผมคิดว่าผมไม่ควรต้องเกลียดชังใคร ยิ่งเกลียดชังผลักไส ยิ่งมีแต่ความแตกแยกวุ่นวาย เอาจิตไปผูกกับเรื่องแบบนี้ไม่ดีหรอกครับ

              Comment


              • #82
                Originally posted by _d View Post
                ก็ผมถึงว่ามันไม่แปลกไงครับ อเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส ฯลฯ ผมยิ่งด่ามันปาก ยิ่งอเมริกาด่าประเทศตัวเองยิ่งมันส์ครับ ไปหาอ่านได้ อเมริกาบ้าสงคราม (จั่วหัวหนังสือมามาก็ด่าประเทศตัวเองชัดๆแล้ว) หรืออังกฤษนี่ยิ่งด่ากันเองนี่ก็มีมาแต่โบร่ำโบราณ มีรัฐบาบาลหรือนักการเมืองประเทศไหนในโลกนี้ที่จะไม่โดนด่าบ้าง แต่ผมคิดว่าผมไม่ควรต้องเกลียดชังใคร ยิ่งเกลียดชังผลักไส ยิ่งมีแต่ความแตกแยกวุ่นวาย เอาจิตไปผูกกับเรื่องแบบนี้ไม่ดีหรอกครับ
                ถ้าท่านหยุดผมว่าคนอื่นเขาก็หยุดแหละครับ ท่านดูความเห็นของผมในกระทู้นี้ก็ได้ ผมถึงได้บอกว่าคดีมันอยู๋ในขั้นตอนทำสำนวน ส่งฟ้องรึยัง ก็ยัง ศาลรับฟ้องรึยัง ก็ยังอีกนั่นแหละ แล้วจะทะเลาะกันทำไม ข่าวนี้ไม่มีอะไรมากกว่าออกข่าวมาให้มีผลต่อตลาดหุ้นแค่นั้นเอง ดูกันไม่ออกอีก

                Comment


                • #83
                  Originally posted by Au_ninja View Post
                  ถ้าอย่างนั้นคงไม่ใช่มีแค่สิงคโปร์หรอครับที่ด่าเราลับหลัง อังกฤษ อเมริกายิ่งหนักกว่านี้ เคยได้ยินข่าวบ้างไหมครับที่เขาเปิดเผยมุมมองนักการทูตเมื่อในอดีตอันนี้รัฐบาลของประเทศอังกฤษนั้นเปิดเผยเองเลยครับ

                  วันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 19 ฉบับที่ 6903 ข่าวสดรายวัน


                  มุมมอง"ทีเผลอ" เขย่าการทูตอังกฤษ

                  สกู๊ปพิเศษ




                  กระทรวงต่างประเทศอังกฤษ

                  ภาย ใต้กฎหมายว่าด้วยเสรีภาพของข้อมูลข่าวสารของอังกฤษ ทำให้สำนักข่าวบีบีซี ยักษ์ใหญ่ของอังกฤษได้รับข้อมูลทางราชการในอดีต เผยแพร่เป็นข่าวที่ฮือฮาตั้งแต่สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

                  เอกสารดัง กล่าวมีเนื้อหาเกี่ยวกับความในใจของทูตอังกฤษของแต่ละคน ยื่นต่อข้าราชการระดับสูงในกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษเพื่อให้ทางผู้บริหาร รับทราบความเป็นไปในประเทศนั้นๆ

                  โดยเป็นข้อปฏิบัติของนักการทูต อังกฤษ ที่หมดวาระประจำการจากประเทศที่มีสัมพันธ ไมตรี ต้องเขียนรายงานเกี่ยวกับความรู้สึกและมุมมองของตนเกี่ยวกับประเทศนั้นๆ อย่างที่ ตรงกับใจ หรือ "แคนดิด" ไม่ต้องปรุงแต่งด้วยเงื่อนไขทางการทูตใดๆ

                  แต่เมื่อบริบทการทูตที่เป็นเรื่องราว "วงใน" กลับกลายมาเป็นข่าว "วงนอก" จึงทำให้ ทั้งอังกฤษและประเทศที่โดนเอ่ยถึงสะดุ้งไปตามๆ กัน

                  เช่น เซอร์ แอนโธนี รัมโบลด์ อดีตเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ช่วงปี 2508-2510 เขียนบรรยายถึงมุมมองที่มีต่อไทยไว้ด้วยสายตาหยามเหยียด ว่า

                  "เป็น ชนชาติที่ไม่มีวัฒนธรรม ไม่มีจิตรกรรม มีแต่เพลงแปลกๆ รูปปั้น การร่ายรำ ก็ลอกเลียนแบบคนอื่นมา ผนวกกับสถาปัตยกรรมเรียบๆ และศิลปะการตกแต่งภายในที่ขี้เหร่ ในขณะที่ชนชั้นที่มีฐานะมักจะติดการพนัน นิยมตีกอล์ฟ และหมกมุ่นอยู่ในกาม"

                  ถ้อยคำที่ปรากฏเป็นข่าว ทำให้ นายควินตัน มาร์ก เควลย์ เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทยคนปัจจุบัน รีบออกแถลงการณ์หักล้างด้วยการชื่นชมศิลปวัฒนธรรมไทย และอัธยาศัยของคนไทย เพื่อให้เห็นว่า ไม่ใช่ทูตอังกฤษทุกคนจะมีมุมมองแบบเซอร์รัมโบลด์

                  ด้าน นางสาววิมล คิดชอบ อธิบดีกรมสารนิเทศ กล่าวว่า รัฐบาลไทยจะไม่ตอบโต้ความเห็นดังกล่าวในอดีตของอดีตเอกอัครราชทูตรัมโบล เพราะถือว่าเป็นความเห็นส่วนตัว





                  นอกจากไทยที่ตกเป็นข่าวในครั้งนี้ ชาติอื่นๆ ก็เจอถ้อยคำวิจารณ์ เจ็บแสบไม่แพ้กัน

                  โร เจอร์ พินเซนต์ ทูตอังกฤษประจำประเทศนิการากัว เขียนไว้เมื่อปี 2510 ว่า "ชาวนิการากัวโดยทั่วไปมีนิสัยเป็นพวกหน้าไหว้หลังหลอก พึ่งพาไม่ได้ หัวรุนแรงและขี้เหล้าที่สุดในละตินอเมริกา"

                  ด้าน เซอร์ จอห์น รัสเซลล์ ทูตอังกฤษประจำบราซิล ส่ง จดหมายจากนครริโอ เดอ จาเนโร เมื่อปี 2512 ว่า "ประเทศนี้สุดแย่ คอร์ รัปชั่นกันกระหน่ำ คุณซื้อได้ทุกอย่างตั้งแต่ใบขับขี่ยันผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์เลยล่ะ"

                  ส่วน นายเดวิด ฮันต์ อดีตเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำไนจีเรีย เขียน ไว้เมื่อปี 2511 วิพากษ์วิจารณ์บรรดาผู้นำของกลุ่มประเทศแอฟริกันตะวันตกขณะนั้นว่า "เก่งแต่เรื่องทำลายผลประโยชน์ของประเทศตนเอง" ส่วนมุมมองต่อชาวแอฟริกันก็คือ "ชอบตายประชดป่าช้า แล้วยังภาคภูมิใจได้อีก"

                  ลอร์ด โมแรน อดีตเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำกรุงออตตาวา ประเทศแคนาดา เขียนถึงชาวแคนาดา ว่า "แค่มีความสามารถกลางๆ ในเรื่องต่างๆ เช่น เล่นสกีเป็น ดูผู้ดีหน่อย แสดงภาพยนตร์ได้พอขำๆ ก็จะได้รับการยกย่องให้เป็นสัญลักษณ์ของชาติ ส่วนใครที่เป็นแกะดำมากหน่อย ก็จะเป็นที่สรรเสริญ เรียกว่าแทบจะได้เหรียญเกียรติยศออเดอร์ ออฟ แคนาดา เลยทีเดียว"

                  ไม่เฉพาะวิจารณ์ชาติอื่น ทูตอังกฤษบางคนเขียนตำหนิระบบข้าราชการของชาติตนเองด้วย ว่างานการทูตกลายเป็นเรื่องปาร์ตี้ค็อกเทลที่ไม่รู้จักจบจักสิ้น ไม่มีเนื้อหาสาระ และบางทีก็ลืมไปว่า การทูตเป็นเรื่องของอะไร

                  จดหมาย ที่มีเนื้อความ "ทีเผลอ" ดังกล่าวอาจมีประโยชน์ต่อการทูตสำหรับอังกฤษ แต่ขณะเดียวกันก็สะท้อนความเป็นอังกฤษ เจ้าแห่งการล่าอาณานิคม ที่ชาติอื่นๆ ไม่ชอบใจนักเช่นกัน


                  ที่มา http://www.khaosod.co.th/view_news.p...hNQzB5TXc9PQ==

                  ท่านควรจะเกลียดอังกฤษด้วยน่ะครับ และอย่าเข้าไปซื้อของในห้างเทสโก้เพราะมันเป็นของอังกฤษที่เข้ามาถล่มผู้ค้ารายย่อยของไทยจนยับเยิน
                  เลิกซื้อ Intel, AMD ด้วยครับเพราะว่าประเทศมันอยู่เบื้องหลังบ่อนทำลายเอาเปรียบเรา
                  เลิกซื้อ มือถือด้วยครับเพราะว่าใช้ CPU สถาปัตยกรรมแบบ ARM 90% รายได้เข้าสู่ประเทศที่แอบทำลายเรา
                  เลิกเล่น Internet ด้วยครับเพราะไม่ไช่เทคโนโลยีที่ไทยทำเองได้ 100% เสียค่าลิขสิทธิ์ ค่าอุปกรณ์ให้กับประเทศที่เอาเปรียบเรา
                  เลิกนั่งรถ เลิกซื้อรถ เพราะว่าเราผลิตเองไม่ได้ เสียค่าใช้จ่ายให้กับประเทศที่เอาเปรียบเรา
                  สุดท้าย เลิก.........มีชีวิตอยู่ด้วยครับ เพราะว่าตั้งเกิดมาและดำรงชีวิตอยู่นั้นคุณเพิ่งเทคโนโลยีของประเทศที่เอาเปรียบคุณ คุณทำกำไรให้กับประเทศที่ไม่หวังดีกับเรา

                  Comment


                  • #84
                    Originally posted by mrxc View Post
                    เลิกซื้อ Intel, AMD ด้วยครับเพราะว่าประเทศมันอยู่เบื้องหลังบ่อนทำลายเอาเปรียบเรา
                    เลิกซื้อ มือถือด้วยครับเพราะว่าใช้ CPU สถาปัตยกรรมแบบ ARM 90% รายได้เข้าสู่ประเทศที่แอบทำลายเรา
                    เลิกเล่น Internet ด้วยครับเพราะไม่ไช่เทคโนโลยีที่ไทยทำเองได้ 100% เสียค่าลิขสิทธิ์ ค่าอุปกรณ์ให้กับประเทศที่เอาเปรียบเรา
                    เลิกนั่งรถ เลิกซื้อรถ เพราะว่าเราผลิตเองไม่ได้ เสียค่าใช้จ่ายให้กับประเทศที่เอาเปรียบเรา
                    สุดท้าย เลิก.........มีชีวิตอยู่ด้วยครับ เพราะว่าตั้งเกิดมาและดำรงชีวิตอยู่นั้นคุณเพิ่งเทคโนโลยีของประเทศที่เอาเปรียบคุณ คุณทำกำไรให้กับประเทศที่ไม่หวังดีกับเรา
                    555+ ได้ใจ เอิ๊กๆ ชาตินิยมมากไม่ใช่หรอเอาเลย เอาซี้ทำตามนี้ดิ

                    Comment


                    • #85
                      Originally posted by Khow View Post
                      ถ้าท่านหยุดผมว่าคนอื่นเขาก็หยุดแหละครับ ท่านดูความเห็นของผมในกระทู้นี้ก็ได้ ผมถึงได้บอกว่าคดีมันอยู๋ในขั้นตอนทำสำนวน ส่งฟ้องรึยัง ก็ยัง ศาลรับฟ้องรึยัง ก็ยังอีกนั่นแหละ แล้วจะทะเลาะกันทำไม ข่าวนี้ไม่มีอะไรมากกว่าออกข่าวมาให้มีผลต่อตลาดหุ้นแค่นั้นเอง ดูกันไม่ออกอีก
                      ถูกต้องที่ซู๊ดเลยคร๊าบ หุ้นร่วงกันระนาว ต่างกับอีกเจ้าขึ้นสูงปรี๊ดจนโอเวอร์

                      Comment


                      • #86
                        เหอ ไข่ช่าง กิโล เอาอะไรคิดโง่ชิบ

                        ผมละเบื่อจริง ยิ่งอยู่ยิ่งแย่

                        Comment


                        • #87
                          นตฺถิ โลเก อนินฺทิโต คนที่ไม่ถูกนินทาไม่มีในโลก

                          Comment


                          • #88
                            โดยส่วนตัวผมไม่ชอบ ม มากกว่า ท ครับ แต่ก็เท่านั้นครับ นักการเมืองเกินครึ่งโกงหมด เลวหมดจนผมแทบไม่เห็นอนาคตของประเทศเราเลย

                            เคยได้ยินเรื่องประมาณว่า คนไทยไม่ใช้ของคนไทยเอง คนไทยไม่ตรงต่อเวลาอะไรแบบนี้มั้ยครับ
                            ถ้าถามเหตุผลว่าทำไมนักการเมืองถึงเลว ผมตอบง่ายๆเลยคือ สังคมมันพาไปครับ คนเราถูกดึงไปด้วยสิ่งเลวๆ หรือกิเลสได้ง่ายกว่าถูกดึงดูดด้วยสิ่งดีๆครับ
                            (ไม่ขอขยายความนะครับว่าทำไม)

                            แค่ลองมองง่ายๆเรื่องมาสาย สมมุติคุณเป็นคนตรงต่อเวลามาตลอด แต่เพื่อนๆสายตลอด รีบไปก่อนก็ต้องไปรอเพื่อนอยู่ดี
                            ความตรงต่อเวลาก็ค่อยถูกบั่นทอนลงครับ

                            เช่นเดียวกับสังคมการเมืองครับ ท่านนู้นท่านนี้ รอบข้างกินกันหมด มันไม่แปลกหรอกครับที่นักการเมืองกลางๆ จะลองโกงบ้างจนติดใจ โกงเป็นนิสัย
                            นอกจากบางคนทียึดมั่นในสิ่งดีๆจริงๆเท่านั้นแหละครับ ที่จะไม่ถูกกระแสของสังคมพาไป

                            แถมพวกที่มีอำนาจมากก็ดันเป็นคนชั่วอีก หนทางที่จะใช้อำนาจบังคับประเทศชาติให้ไปในทางที่ดีก็ยิ่งยากไปใหญ่ครับ

                            ในเมื่อเหล่านักการเมืองพวกนั้นมันเลวทราม ทำลายชาติเราแล้ว
                            ผมว่าเราๆท่านๆอย่าให้ความเกลียดชังที่มีต่อนักการเมือง ต่อสิ่งนั้นสิ่งนี้ มาสร้างความเกลียดชังให้เราเลยนะครับ
                            คุณ xxx ทั้งหลายในบอร์ดนี้ หรือคนอื่นทั่วไปที่ฝักใฝ่สีใด ก็ไม่เคยทำร้าย ต่อว่า หรือทำอะไรไม่ดีต่อท่านใช่ไหมครับ

                            ผมว่าจะดีกว่าไหมที่จะไม่ใช้ถ้อยคำถากถางใส่กัน ไม่ด่าทอกันแรงๆ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันด้วยเหตุผล ถ้าจะด่าทอ ถากถาง ใช้ถ้อยคำหยาบคาย
                            ผมว่าเอาไปลงกับพวกคนเลวๆดีกว่าไหมครับ
                            ถ้าเป็นแบบที่ผมว่าถึงจะพูดเรื่องการเมืองกันก็คงไม่เกิดความรุนแรง โดนปิดกระทู้ ฯลฯ หรอกครับ
                            Last edited by nnnnn-set; 1 Feb 2011, 01:21:33. Reason: แก้คำว่า แต่ เป็นแค่ครับ

                            Comment


                            • #89
                              เฮ้อออ อีกนานมั้ยหนออออออ

                              Comment


                              • #90
                                เรียกซะเยอะเลย จะได้ป่าวเนี่ย

                                Comment

                                Working...
                                X