Announcement

Collapse
No announcement yet.

เจ๊งไม่เจ๊ง ICT ทุบAIS เรียกค่าเสียหาย 75000(เจ็ดหมื่นห้าพันล้านบาท)

Collapse
X
 
  • Filter
  • Time
  • Show
Clear All
new posts

  • #46
    ชอบไปด่าต่างชาติว่ามาดูดเงินคนไทย
    เขามาลงทุนนะ ไม่ใช่การกุศล
    อยากรู้ไทยทำกันเองจะเป็นไงเหมือนกัน

    Comment


    • #47
      เพื่อนผมที่เป็นนักข่าวชาวสิงคโปร์มันก็ด่าประเทศมันฉอดๆ อยากปลดปล่อยมันก็บินมา สบายใจแล้วก็ค่อยกลับไปเก็บกดใหม่ การด่ารัฐบาลกับพวกนักการเมืองเป็นเรื่องปกติวิสัย เพราะพฤติกรรมมันส่อ

      Comment


      • #48
        ผมไม่ด่าประเทศไทยให้เพื่อนต่างชาติฟังนะครับ ยิ่งช่วงวุ่นวายๆ ของการเมืองสีต่างๆ ก็ได้แต่ทำหน้าเจื่อนๆ ประมาณว่าดูเอาเถอะ แต่กลายเป็นว่าเพื่อนต่างชาติห่วงใยประเทศเรามากกว่าเจ้าของบ้านเสียอีก ผมพบว่าต่างชาติแทบทุกคนที่ผมรู้จัก ดูเหมือนจะรักประเทศไทยกว่าผมเสียอีก อย่างเพื่อนสาวชาวจีนที่มาทำงานที่นี่ไตรมาสเดียว กลับไปเล่ามาทางเอ็มประจำว่าฝันถึงไทยเลนด์ ฯลฯ

        Comment


        • #49
          Originally posted by CMS View Post
          ชอบไปด่าต่างชาติว่ามาดูดเงินคนไทย
          เขามาลงทุนนะ ไม่ใช่การกุศล
          อยากรู้ไทยทำกันเองจะเป็นไงเหมือนกัน
          555+ ไม่รู้ซะแล้ว สิงคโปร์ทำอะไรกับไทยไว้บ้าง หนี้ประเทศจำนวนมหาศาลกับระบบทุนนิยมอวยนักการเมือง แถมโบนัสการไฟฟ้าให้มันไปกี่แสนล้าน เอาเหอะครับ อยากรู้จริงๆPMมาและกัน จะเล่าให้ฟัง

          Originally posted by _d View Post
          ผมไม่ด่าประเทศไทยให้เพื่อนต่างชาติฟังนะครับ ยิ่งช่วงวุ่นวายๆ ของการเมืองสีต่างๆ ก็ได้แต่ทำหน้าเจื่อนๆ ประมาณว่าดูเอาเถอะ แต่กลายเป็นว่าเพื่อนต่างชาติห่วงใยประเทศเรามากกว่าเจ้าของบ้านเสียอีก ผมพบว่าต่างชาติแทบทุกคนที่ผมรู้จัก ดูเหมือนจะรักประเทศไทยกว่าผมเสียอีก อย่างเพื่อนสาวชาวจีนที่มาทำงานที่นี่ไตรมาสเดียว กลับไปเล่ามาทางเอ็มประจำว่าฝันถึงไทยเลนด์ ฯลฯ
          ผมรู้ว่าท่านรู้อะไรๆเยอะ แต่คนเค้าไม่รู้เยอะ ก็อย่าไปถือเลย เราเงียบๆไว้ดีแล้ว

          Comment


          • #50
            คิดก่อนทำ น่าจะดีกว่านี้...

            Comment


            • #51
              - -* มาม่า เหรอครับ แพง ซอง6บาท แถมยังได้น้ิอยกว่าเดิม ไข่เหรอครับก็ชั่งโลขาย เอาอะไรมากครับ มี 2G ให้ใช้ก็บุญแล้ว

              ผมว่านะ ถ้าไม่ยึดอำนาจนะ เรื่องพวกนี้จะไม่เกิดขึ้นเลย
              แล้ว ผมคิดว่า ถ้าไม่ยึดอำนาจนะ ตอนนี้ผมน่าจะมี II X6 หรือไม่ก็ i7 ใช้
              เพราะ ตั้งแต่ตอนนั้นมา ชีวิตครอบครัวผมมันแย่ลงทุกวัน

              ^ ^ ** ไม่มีไรครับแค่อยากระบาย **


              นิปา~

              Comment


              • #52
                ICT มารอบนี้สร้างแต่ศัตรูจังเลย

                จัดไปครับยึดก็ยึดไปเลยอย่าลีลา มาออกแนวปล่อยข่าวเดี๋ยวหุ้นเค้าตก แล้วจะโดนฟ้องจนเอาภาษีปชช.มาจ่ายแทน ICT เวลาแพ้คดีความ

                Comment


                • #53
                  ขอร้อง อย่าให้ต่ออีกสี่ปีได้มะ

                  แถวบ้านนอกภาคอีสานทั้งหลาย ชอบมันแจกเงิน

                  *** เอะอะแจกเงิน ทำไมเค้าจะไม่ชอบ พวกชาวบ้านไ่ม่ได้คิดอะไร

                  พวกคนเสียภาษีนี่สิ เซ็ง จ่ายเงินให้คนอื่นใช้ฟรี นี่ถ้ารถไม่มีภาษีสามร้อยนี่ ป่านนี้ได้ขับ GT-R ไปแล้ว

                  Comment


                  • #54
                    อ่านมาถึงอันสุดท้ายนี่จริงครับญาติผมอยู่ภาคอีสานมันเอาเงินไปซื้อตอข้าวถามหน่อยเหอะตอข้าวทำอวยอะไรได้ซื้อเสียงแบบแถไปเห็นๆพึ่งจะมีนี่ล่ะซื้อตอข้าวหลายรัฐบาลยังไม่เคยมี

                    Comment


                    • #55
                      ที่จริงทุกคนก็ได้รับผลประโยชน์กันหมดน่ะครับพูดตามตรง ปชช.ทุกคน ค่ายมือถือทุกค่าย ช่อง3 ช่อง7 ช่อง 9 ได้รับผลประโยชน์หมดทุกคน ค่าโทรศัพถูกลงมาก จากนาทีละ 4-5 บาท ลดลงเหลือแค่ไม่ถึง 1บาทด้วยซ้ำ

                      Originally posted by _d View Post
                      หมายถึงผมเหรอครับ ผมด่าสิงคโปร์กับนักการเมืองกับข้าราชการลูกมือนักการเมืองครับไล่มาถึงรัฐบาลชุดปัจจุบัน อ่านดีๆ ผมไม่ได้อวยใคร จะให้ผมอยู่ฝ่ายไหน
                      แล้วรัฐบาลชุดไหนล่ะครับที่แก้กฏหมายให้ต่างชาติเข้ามาถือหุ้นในบ.ไทยได้ถึง49%กันล่ะ ถ้าไม่รู้ลองถามนายกคนปัจจุบันดูครับ กฏหมายขายชาติ11ฉบับนั้นแหละของแท้100%

                      จำชื่อนี้ได้ไหม ธารินทร์ นิมมานเหมินท์

                      "กฎหมายขายชาติ" ที่รัฐบาลชวนสองเรียกว่า "กฎหมายฟื้นฟูเศรษฐกิจ" สามารถแบ่งออกได้เป็น 5 กลุ่มดังนี้

                      กลุ่ม 1 มี 5 ฉบับ คือ กฎหมายล้มละลาย กฎหมายจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย กฎหมายแก้ไขวิธีพิจารณาความแพ่งในคดีมโนสาเร่ กฎหมายแก้ไขวิธีพิจารณาความแพ่งในกรณีขาดนัด และกฎหมายแก้ไขวิธีพิจารณาความแพ่งในการบังคับคดี

                      ซึ่งโดยสรุป ก็คือ ต้องการให้เจ้าหนี้(นายทุนต่างชาติในขณะนั้น) สามารถฟ้องล้มละลายลูกหนี้(ไทย) ได้อย่างง่ายดาย และให้โอกาสเจ้าหนี้ มากกว่าลูกหนี้ในการต่อสู้คดี ร่วมกับการบังคับยึดทรัพย์ และขายทอดตลาดได้อย่างรวดเร็ว ด้วยเงื่อนไขที่เจ้าหนี้ เป็นคนกำหนด

                      ด้วย กฎหมายกลุ่มนี้ ทำให้ "คณะกรรมการปฏิรูปและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน"(ปรส.) นำทรัพย์สินของประชาชน ที่รัฐบาลยึดมาจากสถาบันการเงินต่างๆ ไป "ล็อกสเป๊ก" ขายให้ต่างชาติในราคาถูกๆ(เพียง 1 ใน 5 ของราคาทุน) โดยไม่ยอมให้คนไทยซื้อ จนขาดทุนไปประมาณ 6 แสนล้านบาท แล้วต่างชาติที่ "จับเสือมือเปล่า" เหล่านั้นก็ขายคืนให้คนไทยทันที และได้กำไรไปหลายแสนล้านบาท จนยอมจ่าย "เศษเนื้อ" เป็นโบนัสให้พนักงานของตน(รวมทั้งคนไทยที่ขายตัวเป็นทาสรับใช้ฝรั่ง) 100 เท่าของเงินเดือน และเบี้ยบ้ายรายทางแก่คนร่วมขายชาติอื่นๆ

                      ด้วย กฎหมายกลุ่มนี้ ประชาชนที่ผ่อนบ้านผ่อนรถผ่อนเครื่องมือหากินและอื่นๆ กับสถาบันการเงินต่างๆ จึงถูกยึดทรัพย์สิน ทั้งที่ตนไม่รู้อีโหน่อีเหน่ด้วย ได้รับความเดือดร้อนแสนสาหัส

                      ธุรกิจและอุตสาหกรรมไทยที่กู้เงินมา ขยายกิจการกันมากมายในยุค "ฟองสบู่" ก็ต้องล้มละลาย กลายเป็นของต่างชาติ รวมทั้งโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งด้วย

                      กลุ่มที่ 2 มี 3 ฉบับ คือ กฎหมายที่ดิน กฎหมายการเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่กำหนดให้เป็นทรัพย์สิทธิ์ และกฎหมายอาคารชุด

                      ซึ่ง โดยสรุป ก็คือ ต้องการให้ต่างชาติเป็นเจ้าของที่ดินได้ เช่าที่ดินเป็น 100 ปีได้ เป็นเจ้าของอาคารชุดได้ทั้งหมด(100%) และสามารถใช้ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ที่ตนเช่ามา เป็น "ทรัพย์สิทธิ์" ได้ นั่นคือ นำไปจำนองได้ นำไปค้ำประกันได้ ยกให้ผู้อื่นได้ เป็นต้น

                      กลุ่ม 3 มี 1 ฉบับ คือ กฎหมายประกอบธุรกิจคนต่างด้าว

                      ซึ่ง โดยสรุป ก็คือ เปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้ามาประกอบอาชีพในประเทศไทยได้เท่าเทียมกับคนไทยหรือ มากกว่าคนไทย(ส่งเสริมพิเศษ) ให้ต่างชาติแอบแฝงเข้ามาเปิดบริษัทที่เป็นสัญชาติไทยประกอบธุรกิจได้ ทุกอย่าง โดยต่างชาติควบคุมการบริหารอยู่ข้างหลัง แล้วยังเปิดช่องให้ "ทุนยักษ์ข้ามชาติ" ใช้วิธีการทุ่มตลาดและกลเม็ดพลิกแพลงต่างๆ ในการเอาเปรียบผู้ผลิตไทยและผู้ซื้อไทยด้วย (ดู "ค้าปลีกไทยหายนะ = ไทยหายนะ" ในมติชน 4 ก.ย. 45)

                      กลุ่ม 4 มี 1 ฉบับ คือ กฎหมายทุนรัฐวิสาหกิจ

                      ซึ่ง โดยสรุป ก็คือ ให้ขายรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเป็นทรัพย์สินของชาติ(ของประชาชน) เพราะเกิดจากภาษีอากร และความเดือดร้อนของประชาชน (จากการถูกเวนคืนที่ ถูกน้ำท่วมจากเขื่อน ฯลฯ) โดยแปลงเป็นหุ้นเพื่อขายในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งแน่นอนว่าต่างชาติ จะรี่เข้ามาซื้อหุ้นรัฐวิสาหกิจที่มีกำไร (โดยรวมแล้วกำไรประมาณหนึ่งแสนล้านบาทต่อปี) แล้วโกยกำไรนั้นออกไป ปล่อยให้คนไทยถูก "ขูดรีด" จากค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าโทรศัพท์ ค่าน้ำมัน ค่าก๊าซ และอื่นๆ ที่จะแพงขึ้นๆ ตามลักษณะของธุรกิจที่ต้องการค้ากำไรสูงสุด

                      แล้ว ผู้ที่ดำเนินการขายรัฐวิสาหกิจ ก็จะได้ "คอมมิสชั่น" ไม่ว่าในรูปของเงิน ค่าการตลาด ค่าพิจารณาวิธีจำหน่าย หุ้นลม หุ้นต่ำกว่าราคาจริง กำไรจากการปั่นหุ้นในระยะแรก และอื่นๆ

                      อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ต่างประเทศนิการากัว ในครั้งที่มาร่วมเสวนากับแกนนำแรงงานไทยเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2545 จึงกล่าวว่า "Privatization is Iegalized corruption"(การขายรัฐวิสาหกิจ คือ การทุจริตคอร์รัปชั้นอย่างถูกต้องตามกฎหมาย) จนประเทศนิการากัว ต้องล้มละลายในปัจจุบัน เช่นเดียวกับประเทศเม็กซิโก อาร์เจนตินา และบราซิล (ดู "ขายรัฐวิสาหกิจ = ทุจริตนโยบาย" ในมติชน 7 ส.ค. 45)

                      กลุ่ม 5 มี 1 ฉบับ คือ กฎหมายประกันสังคม

                      ซึ่ง โดยสรุป ก็คือ ไอเอ็มเอฟรู้ว่า กฎหมาย 10 ฉบับจะทำให้ธุรกิจและโรงงานต้องล้มละลายเป็นจำนวนมาก คนจะตกงานมหาศาล และจะทำให้เกิดวิกฤตการณ์ทางสังคมขึ้น ซึ่งจะเป็นผลเสียต่อนายทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทย จึงจำเป็นต้องหาทางให้รัฐต้องอุ้มชูคนงานเหล่านั้น ไม่ให้เกิดวิกฤตการณ์ทางสังคมที่จะทำให้นายทุนต่างชาติต้องขาดทุนได้

                      จากเนื้อหาโดยสรุปของ "กฎหมาย 11 ฉบับ" คงพอจะทำให้เห็นว่าเขา "ขายชาติ" กันอย่างไร


                      Originally posted by tagashi View Post
                      อ่านมาถึงอันสุดท้ายนี่จริงครับญาติผมอยู่ภาคอีสานมันเอาเงินไปซื้อตอข้าวถามหน่อยเหอะตอข้าวทำอวยอะไรได้ซื้อเสียงแบบแถไปเห็นๆพึ่งจะมีนี่ล่ะซื้อตอข้าวหลายรัฐบาลยังไม่เคยมี
                      อันนี้เรื่องจริง ทักษิณที่ว่าแจกยังต้องอายเมื่อเจอมาร์ค เพราะทักษิณไม่ได้แจกเงินแบบโต้งๆ แต่ให้กูยืมผ่านกองทุน แต่มาร์คแบบหว่านกล้าเลย ชาวบ้านก็เอาน่ะก็เงินฟรี แต่ทำไมเขาบอกว่าไม่เลือกหว่า...

                      Comment


                      • #56
                        ผมว่า ทั้ง ท. ทั้ง ม. เราอย่าดูทีความเลวเลย ดูที่ผลงานดีกว่า ยังไงก้เลวอะ บางคนไอนี่เลวๆๆ ถ้าเอาผลงานล่ะ เขาโกงปกตินี่ มันก้โกงกันหมดแหล่ะ
                        ผมนะดูผลงานท่านทั้ง2มาเปรียบเทียบกันดีกว่าครับ ไร้สาระทั้งนั้น เหลืองแดง

                        Comment


                        • #57
                          เกลีัยดจัง
                          Last edited by umbrella; 31 Jan 2011, 01:24:00.

                          Comment


                          • #58
                            ครับ จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีพรรคไหนได้คะแนนเลือกตั้งจากผมเลย เพราะผมเข้าใจว่ามันยังไม่มีใครดีพอ รู้สึกดีมากๆ ที่กาช่องไม่เลือกตลอดมา

                            Comment


                            • #59
                              เลือกตั้งทีไร ผมทำบัตรเสียตลอด... -__-"

                              ปล.กระทู้กลายพันธ์

                              Comment


                              • #60
                                Originally posted by Au_ninja View Post
                                ที่จริงทุกคนก็ได้รับผลประโยชน์กันหมดน่ะครับพูดตามตรง ปชช.ทุกคน ค่ายมือถือทุกค่าย ช่อง3 ช่อง7 ช่อง 9 ได้รับผลประโยชน์หมดทุกคน ค่าโทรศัพถูกลงมาก จากนาทีละ 4-5 บาท ลดลงเหลือแค่ไม่ถึง 1บาทด้วยซ้ำ



                                แล้วรัฐบาลชุดไหนล่ะครับที่แก้กฏหมายให้ต่างชาติเข้ามาถือหุ้นในบ.ไทยได้ถึง49%กันล่ะ ถ้าไม่รู้ลองถามนายกคนปัจจุบันดูครับ กฏหมายขายชาติ11ฉบับนั้นแหละของแท้100%

                                จำชื่อนี้ได้ไหม ธารินทร์ นิมมานเหมินท์

                                "กฎหมายขายชาติ" ที่รัฐบาลชวนสองเรียกว่า "กฎหมายฟื้นฟูเศรษฐกิจ" สามารถแบ่งออกได้เป็น 5 กลุ่มดังนี้

                                กลุ่ม 1 มี 5 ฉบับ คือ กฎหมายล้มละลาย กฎหมายจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย กฎหมายแก้ไขวิธีพิจารณาความแพ่งในคดีมโนสาเร่ กฎหมายแก้ไขวิธีพิจารณาความแพ่งในกรณีขาดนัด และกฎหมายแก้ไขวิธีพิจารณาความแพ่งในการบังคับคดี

                                ซึ่งโดยสรุป ก็คือ ต้องการให้เจ้าหนี้(นายทุนต่างชาติในขณะนั้น) สามารถฟ้องล้มละลายลูกหนี้(ไทย) ได้อย่างง่ายดาย และให้โอกาสเจ้าหนี้ มากกว่าลูกหนี้ในการต่อสู้คดี ร่วมกับการบังคับยึดทรัพย์ และขายทอดตลาดได้อย่างรวดเร็ว ด้วยเงื่อนไขที่เจ้าหนี้ เป็นคนกำหนด

                                ด้วย กฎหมายกลุ่มนี้ ทำให้ "คณะกรรมการปฏิรูปและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน"(ปรส.) นำทรัพย์สินของประชาชน ที่รัฐบาลยึดมาจากสถาบันการเงินต่างๆ ไป "ล็อกสเป๊ก" ขายให้ต่างชาติในราคาถูกๆ(เพียง 1 ใน 5 ของราคาทุน) โดยไม่ยอมให้คนไทยซื้อ จนขาดทุนไปประมาณ 6 แสนล้านบาท แล้วต่างชาติที่ "จับเสือมือเปล่า" เหล่านั้นก็ขายคืนให้คนไทยทันที และได้กำไรไปหลายแสนล้านบาท จนยอมจ่าย "เศษเนื้อ" เป็นโบนัสให้พนักงานของตน(รวมทั้งคนไทยที่ขายตัวเป็นทาสรับใช้ฝรั่ง) 100 เท่าของเงินเดือน และเบี้ยบ้ายรายทางแก่คนร่วมขายชาติอื่นๆ

                                ด้วย กฎหมายกลุ่มนี้ ประชาชนที่ผ่อนบ้านผ่อนรถผ่อนเครื่องมือหากินและอื่นๆ กับสถาบันการเงินต่างๆ จึงถูกยึดทรัพย์สิน ทั้งที่ตนไม่รู้อีโหน่อีเหน่ด้วย ได้รับความเดือดร้อนแสนสาหัส

                                ธุรกิจและอุตสาหกรรมไทยที่กู้เงินมา ขยายกิจการกันมากมายในยุค "ฟองสบู่" ก็ต้องล้มละลาย กลายเป็นของต่างชาติ รวมทั้งโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งด้วย

                                กลุ่มที่ 2 มี 3 ฉบับ คือ กฎหมายที่ดิน กฎหมายการเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่กำหนดให้เป็นทรัพย์สิทธิ์ และกฎหมายอาคารชุด

                                ซึ่ง โดยสรุป ก็คือ ต้องการให้ต่างชาติเป็นเจ้าของที่ดินได้ เช่าที่ดินเป็น 100 ปีได้ เป็นเจ้าของอาคารชุดได้ทั้งหมด(100%) และสามารถใช้ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ที่ตนเช่ามา เป็น "ทรัพย์สิทธิ์" ได้ นั่นคือ นำไปจำนองได้ นำไปค้ำประกันได้ ยกให้ผู้อื่นได้ เป็นต้น

                                กลุ่ม 3 มี 1 ฉบับ คือ กฎหมายประกอบธุรกิจคนต่างด้าว

                                ซึ่ง โดยสรุป ก็คือ เปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้ามาประกอบอาชีพในประเทศไทยได้เท่าเทียมกับคนไทยหรือ มากกว่าคนไทย(ส่งเสริมพิเศษ) ให้ต่างชาติแอบแฝงเข้ามาเปิดบริษัทที่เป็นสัญชาติไทยประกอบธุรกิจได้ ทุกอย่าง โดยต่างชาติควบคุมการบริหารอยู่ข้างหลัง แล้วยังเปิดช่องให้ "ทุนยักษ์ข้ามชาติ" ใช้วิธีการทุ่มตลาดและกลเม็ดพลิกแพลงต่างๆ ในการเอาเปรียบผู้ผลิตไทยและผู้ซื้อไทยด้วย (ดู "ค้าปลีกไทยหายนะ = ไทยหายนะ" ในมติชน 4 ก.ย. 45)

                                กลุ่ม 4 มี 1 ฉบับ คือ กฎหมายทุนรัฐวิสาหกิจ

                                ซึ่ง โดยสรุป ก็คือ ให้ขายรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเป็นทรัพย์สินของชาติ(ของประชาชน) เพราะเกิดจากภาษีอากร และความเดือดร้อนของประชาชน (จากการถูกเวนคืนที่ ถูกน้ำท่วมจากเขื่อน ฯลฯ) โดยแปลงเป็นหุ้นเพื่อขายในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งแน่นอนว่าต่างชาติ จะรี่เข้ามาซื้อหุ้นรัฐวิสาหกิจที่มีกำไร (โดยรวมแล้วกำไรประมาณหนึ่งแสนล้านบาทต่อปี) แล้วโกยกำไรนั้นออกไป ปล่อยให้คนไทยถูก "ขูดรีด" จากค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าโทรศัพท์ ค่าน้ำมัน ค่าก๊าซ และอื่นๆ ที่จะแพงขึ้นๆ ตามลักษณะของธุรกิจที่ต้องการค้ากำไรสูงสุด

                                แล้ว ผู้ที่ดำเนินการขายรัฐวิสาหกิจ ก็จะได้ "คอมมิสชั่น" ไม่ว่าในรูปของเงิน ค่าการตลาด ค่าพิจารณาวิธีจำหน่าย หุ้นลม หุ้นต่ำกว่าราคาจริง กำไรจากการปั่นหุ้นในระยะแรก และอื่นๆ

                                อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ต่างประเทศนิการากัว ในครั้งที่มาร่วมเสวนากับแกนนำแรงงานไทยเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2545 จึงกล่าวว่า "Privatization is Iegalized corruption"(การขายรัฐวิสาหกิจ คือ การทุจริตคอร์รัปชั้นอย่างถูกต้องตามกฎหมาย) จนประเทศนิการากัว ต้องล้มละลายในปัจจุบัน เช่นเดียวกับประเทศเม็กซิโก อาร์เจนตินา และบราซิล (ดู "ขายรัฐวิสาหกิจ = ทุจริตนโยบาย" ในมติชน 7 ส.ค. 45)

                                กลุ่ม 5 มี 1 ฉบับ คือ กฎหมายประกันสังคม

                                ซึ่ง โดยสรุป ก็คือ ไอเอ็มเอฟรู้ว่า กฎหมาย 10 ฉบับจะทำให้ธุรกิจและโรงงานต้องล้มละลายเป็นจำนวนมาก คนจะตกงานมหาศาล และจะทำให้เกิดวิกฤตการณ์ทางสังคมขึ้น ซึ่งจะเป็นผลเสียต่อนายทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทย จึงจำเป็นต้องหาทางให้รัฐต้องอุ้มชูคนงานเหล่านั้น ไม่ให้เกิดวิกฤตการณ์ทางสังคมที่จะทำให้นายทุนต่างชาติต้องขาดทุนได้

                                จากเนื้อหาโดยสรุปของ "กฎหมาย 11 ฉบับ" คงพอจะทำให้เห็นว่าเขา "ขายชาติ" กันอย่างไร



                                อันนี้เรื่องจริง ทักษิณที่ว่าแจกยังต้องอายเมื่อเจอมาร์ค เพราะทักษิณไม่ได้แจกเงินแบบโต้งๆ แต่ให้กูยืมผ่านกองทุน แต่มาร์คแบบหว่านกล้าเลย ชาวบ้านก็เอาน่ะก็เงินฟรี แต่ทำไมเขาบอกว่าไม่เลือกหว่า...
                                รักใครชอบใครเก็บไว้ในใจครับ เดี่ยวมันยาววววววววววววววววววววววววววววววววววว

                                Comment

                                Working...
                                X