Originally posted by Jackkapong
View Post
Announcement
Collapse
No announcement yet.
#### SIGNALKING CLUB #### คลับของคนรัก "Wireless Exterme"
Collapse
X
-
-
indoor แรงๆ แนะนำให้ 2 รุ่้นน่ะ 1.SK-18 TN 2.LEGUANG (LG-N39) ความแรงนิ่งคิดว่าใกล้เคียงกันอยู่ที่ความชอบกับลักษณะการใชัครับ
http://signalking.in.th/PD402371-%E0...%E0%B8%A7.html
http://signalking.in.th/PD734587-%E0...__in_door.html
Comment
-
.SK-18 TN ผมจะทำเป็นทั้งตัวรับ และตัวกระจายได้หรือเปล่าครับ
ลองจาก connectify ไม่ผ่านครับ ขึ้นว่าไม่มีฟังชั่นสำหรับโหมดนี้ แต่เห็นบางท่านในนี้ทำได้ แนะนำผมหน่อยคัรบทำอย่างไร
รับสัญญาณจาก เน็ตไร้สาย หอพัก กระจายในห้องกับอุปกรณ์รับอื่นๆ / มือถือ คอม เป็นต้นครับ
Comment
-
ลองทำตาม ท่าน oliko ดูครับOriginally posted by kamigazie View Post.SK-18 TN ผมจะทำเป็นทั้งตัวรับ และตัวกระจายได้หรือเปล่าครับ
ลองจาก connectify ไม่ผ่านครับ ขึ้นว่าไม่มีฟังชั่นสำหรับโหมดนี้ แต่เห็นบางท่านในนี้ทำได้ แนะนำผมหน่อยคัรบทำอย่างไร
รับสัญญาณจาก เน็ตไร้สาย หอพัก กระจายในห้องกับอุปกรณ์รับอื่นๆ / มือถือ คอม เป็นต้นครับ
http://www.signalking.in.th/TD97156-...E0%B8%842.html
Comment
-
LG-N700 เลยครับไม่เกิน 2 กิโล ท่าน oliko สาธิตให้ดูแล้วครับOriginally posted by nb-4u View Postสอบถาม หน่อย ครับ ตัว CPE LG-N800 จะเอามารับทรูไวไฟ แล้วปล่อยไวไฟให้อุปกรณ์ต่างๆได้ใช้ไหมครับ ตัวนี้รับสัญญาณได้ไกลเท่าไหร่ เดิมใช้hp usb 8187lต่อได้ แต่อยากเอามาแชร์
http://signalking.in.th/TD74218-2768...%B8%B2....html
Comment
-
ขอบคุณครับ แล้วตัว700กับ800ต่างกันอย่างไร เผื่อว่าจะมีฟังก์ชั่นที่จะได้ใช้ในอนาคตOriginally posted by abeebi View PostLG-N700 เลยครับไม่เกิน 2 กิโล ท่าน oliko สาธิตให้ดูแล้วครับ
http://signalking.in.th/TD74218-2768...%B8%B2....html
Comment
-
ว่ากันด้วยเรื่อง อัตราขยาย (Gain)
เคยสงสัยกันใหมครับ ว่าทำไม เวลาที่เราเลือกสายอากาศ เรามักจะ ต้องเลือกสายอากาศ ที่มีอัตราขยายสูง ๆ ที่เรามักเรียกว่า
เกณต์ขยายสูงๆ หรืออัตราขยายสูงๆ นั่นเอง แล้ว เราจะเลือกกันอย่างไร แบบไหนถึงจะดี แบบไหนถึงจะแรง เราจะเอาอะไรเป็นหน่วยวัดค่า เรามาทำความเข้าใจกันดีกว่าครับ
อัตราขยายของสายอากาศนั้น หรือที่เราเรียกว่า Gain มีหน่วยนับ หรือหน่วยเรียกว่า [dB] เดซิเบล
การวัดอัตราขยายของสายอากาศเคือการเปรียบเทียบว่าสายอากาศแต่ละต้นนั้น สายอากาศใด ไปไกลกว่ากัน
เราจะเปรียบเทียบกันในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง เท่านั้น เรามักจะมีการเปรียบเทียบกัน 2 ชนิดคือ
1. ชนิดแรกเราเรียกมันว่า สายอากาศแบบไอโซโทรปิค ตัวเลขที่ใด้นั้นเกิดจากการคำนวน โดยสมสมติว่าเราสร้าง
สายอากาศขึ้นมาต้นหนึ่ง ซึงถูกออกแบบอย่างดีมาก โดยใช้ตัวนำชนิดพิเศษสุดไม่มีความต้านทานไฟฟ้าเลย
และแผ่กระจายคลื่นไปได้ทุกทิศทางรอบ ๆ และในอากาศไม่มีค่าความต้านทานใด ๆ เลย ซึ่งสายอากาศต้นนี้
มีรูปแบบการแผ่กระจายคลื่นเป็นรูปทรงกลมป๊อก โดยสมมุติว่าไม่มีสายอากาศชนิดใดในโลกที่ทำใด้ เราจะคำนวณดังนี้ว่า
เมื่อป้อนความถี่วิทยุที่ต้องการ ด้วยกำลังส่งทางไฟฟ้า ระดับหนึ่งมันจะแผ่ไปได้ไกลแค่ไหน จากนั้น
เราก็ป้อนความถี่เดียวกันเข้าไปที่สายอากาศที่เราต้องการจะวัด ดูซิว่าเราจะต้องใช้กำลังส่งที่เท่าของที่เราป้อนให้
เจ้าไอโซโทรปิคถึงจะทำให้สายอากาศที่ต้องการวัดนั้น สามารถแผ่กระจายคลื่นออกมาใด้ระยะทางเท่ากัน
ถ้าเท่ากันก็ถือว่ามีค่า 0 dBi ถ้ากำลังส่งท่ากัน และ ไปได้ไกล 1 เท่าตัว เราเรียกว่า สายอากาศต้นนั้นมี อัตราขยาย 3dBi ทุกๆ
ระยะทางที่ไกลขึ้นอีก ทุกเท่าตัว นับว่าเป็น 3 dB
ดังนั้น ++ ค่าความแรงของสายอากาศไอโซโทรปิคจะถือว่าเป็นจุด เริ่มต้นมาตรฐาน คือ 0dBi (หน่วย i ที่เพิ่มเข้าไปนั้น ก็เพื่อให้รู้ว่าเทียบกับไอโซโทรปิคนั่นเอง หรือเรียกว่าในสภาวะสุดยอด ที่สุด)
isotropic.gif
2.ชนิดที่สอง คือการเทียบสายอากาศแบบ ฮาล์ฟเวฟไดโพล สายอากาศชนิดนี้นี้ คือสายอากาศที่มีความยาวคลื่น
เป็น ครึ่งหนึ่งของ ความยาวคลื่น ย่านนั้น ๆ ซึ่งจะแผ่กระจายคลื่นไป บริเวณรอบแกนของมัน เมื่อวางแกนในแนวตั้ง
พลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า จะกระจาย ออกรอบตัวในแนวราบ เหมือนกับ ไอโซโทรปิค
ดังนั้น สายอากาศแบบ - ที่สองนี้จึวใช้อ้างอิงในการวัดค่าและทดสอบสายอากาศได้เช่นเดียวกัน
โดยการป้อนความถี่คลื่นวิทยุที่ต้องการ ด้วยกำลังส่งระดับหนึ่งเข้าไปจริงๆ เพื่อดูว่าคลื่นวิทยุที่ได้นั้นแผ่ไปไกลแค่ไหน แล้วเราก็ป้อนความถี่เดียวกันเข้าไปที่สายอากาศที่เราจะวัด ดูซิว่าจะต้องใช้กำลังส่งกี่เท่าของที่เราป้อนให้สายอากาศไดโพล จึงจะได้ระยะทางเท่ากัน ดังนั้นค่าของความแรงของสายอากาศไดโพลก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นมาตรฐาน คือ 0dBd [d ที่ต่อท้ายเพิ่มเข้ามาก็เพื่อให้รู้ว่า เทียบกับไดโพล ] แต่ละ 1 เท่าตัวก็เรียกว่า 3 dBd เช่นกัน ดังนั้นหลายครั้งที่เราซื้อสายอากาศแล้วไม่มีการระบุ ว่าสายอากาศนั้น อัตราขยายเท่า่ใด หรือ เขียนไว้ว่า 0 dBd ไม่ต้องตกใจ ว่าสายอากาศนั้นไม่ดีไม่มีการแพร่กระจายคลื่น จริงๆ แล้ว มันหมายความว่าสายอากาศต้นนั้น สามารถแพร่กระจายคลื่น เท่ากับสายอากาศไดโพล และเมื่อเรานำมาเทียบกับ สายอากาศแบบ ไอโซโทรปิค จะได้ผลสรุปว่า odBd จะเท่ากับ 2.15 dBi เสมอ
*******สายอากาศส่วนใหญ่ที่ทำขายในบ้านเรานั้นส่วนมากนิยมบอกอัตราขยายเป็น dBi
เพราะตัวเลขมันดูเยอะดี ถ้าอยากรู้ว่าเป็น กี่ dBd ก็ให้ลบด้วย 2.15 นั่นเองครับ
แต่สงสัยใหมครับ บางต้นมีอัตราขยายเป็น dB เฉยๆ คราวนี้ล่ะครับ เราจะวัด อัตราขยาย กับอะไรดี
เล่นไม่บอกหน่วยวัดซะด้วยว่าจะวัดกับ i หรือ d สายอากาศชนิดนี้เราเรียกว่าสาย อากาศ [ dB เก๊ ]
หรือสายอากาศราคาคุยนั้นเองเพราะเราไม่รู้จะวัดกับอะไร สมมุติถ้าบอกว่า สายอากาศต้นนี้อัตรา ขยาย
9dB รับส่งได้ 500 เมตร ที่กำลังส่ง 100mW ในความเป็นจริง เราไม่รู้จะไปเปรียบ กับหน่วยไหน อาจจะรับส่งได้เพียง 100 เมตร ก็เป็นใด้ ใครจะไปรู้
ขอขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือ 100 วัตต์Last edited by shunaoi; 29 Sep 2013, 21:36:49.
Comment
-
CPE LG-N800 ถ้าจะใช้กระจายสัญญาณซ้ำ แล้วตัวกระจายนั้นมีการ longin ให้ล็อกอิน อัตโนมัติแล้ว กระจายเป็น ssid ใหม่ได้ไหมครับ
**คือจะรับ@truewifi มาแล้วกระจายให้พวก โน๊ตบุ๊ค โทรศัพท์ แทปเล็ต เล่นครับ แต่ผมสงสัยกว่า @truewifi มีให้ล๊อกอิน แล้วจะตัดต้องล๊อกอินใหม่ 90นาที จะเราจะกระจายให้เล่นได้หลายๆเครื่องได้มั้ย
แล้วตัว CPE N800 กระจายได้แบบไม่ต้องเปิดคอมใช่มั้ยครับ
Comment
Comment