Announcement

Collapse
No announcement yet.

ควักไส้ Microlab Pro 2

Collapse
X
 
  • Filter
  • Time
  • Show
Clear All
new posts

  • #31
    Originally posted by keang View Post
    - มี1จุดห่.าง ก็หมายถึง มีเสาอากาศรับสัญญาณรอบๆตัว1ต้น
    - มี2จุดห่.าง ก็หมายถึง มีเสาอากาศรับสัญญาณรอบๆตัว2ต้น
    จริงๆแล้ว ทั้ง2จุด มันอิสระจากกันน่ะ
    มันคงมีประเด็นอื่นอีกนอกจากเรื่องสัญาณรบกวน
    เอาเรื่องfeed back ของ trมาให้ดู น่าจะเกี่ยวกัน

    หน้าที่ของมันจากกำหนด gainแล้ว มันยังไปbias ให้ tr ส่วนอื่นทำงานด้วย


    โครงสร้างของLm4766 ก็tr เหมือนกัน


    ทฤษเดาน่ะ ถ้ามันอยู่ไกลกัน มันก็ทำงานช้ากว่าที่มันควรจะเป็น

    credit :
    http://talkingelectronics.com/projec...1.html#Emitter Degeneration
    Last edited by ManiacMaew; 12 Apr 2012, 01:37:09.

    Comment


    • #32
      บอกก่อนนา ที่พูดคุยกันนี่ ไม่ใช่เรื่องโน้มน้าวว่า ควรทำแบบไหน, แบบไหนดี, แบบไหนไม่ดี
      แต่เป็นการแลกเปลี่ยนมุมมอง แต่ละคนมองการทำงาน มองความสำคัญ ให้ความสำคัญ ในแต่ละจุด ในลักษณะรูปแบบไหนบ้าง


      เรื่อง Rf, Ri+Ci ลองนึกดูว่า จุดไหนเป็นการทำงานร่วมกับวงจรส่วนหลัง ส่วนไหนเป็นการทำงานร่วมกับวงจรส่วนหน้า
      จะได้เห็น ภาพการทำงานที่ใช้จุดไหนไปอ้างอิงกับอะไรตรงไหนบ้าง


      เพิ่มเติมส่วนของ"Rf"
      จุดนี้นอกจากควบคุมเรื่องอัตราขยายสัญญาณแล้ว ยังมีผลเรื่องไทมมิ่งกับเรื่องการเทียบเฟสของสัญญาณที่อินพุทกับเอ้าท์พุทส่วนนึงด้วย

      เพิ่มเติมส่วนของ"Ri+Ci"
      RiกับCi ในทางทฤษฏีในทางคำนวน มันคืออะหลั่ยเีพียงตัวเดียว
      แต่ในทางปฏิบัติ วิธีที่ง่ายและประหยัดก็ใช้อะหลั่ยพื้นฐาน2ตัว คือใช้R+Cมาทำหน้าที่นี้
      พยายามหาวิธีทำให้มันเสมือนเป็นอะหลั่ย1ตัวให้ได้มากที่สุด เช่น ที่ขาเซนเตอร์ต่อร่วมของRiกับCiควรให้มีระยะสั้นที่สุด
      เพราะสัญญาณเมื่อผ่านอะหลั่ยแต่ละตัว มันจะมีผลในเรื่องไทมมิ่งเรื่องเฟสของสัญญาณที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย



      คอนเนคเตอร์2พินสีขาว(ที่อยู่ตรงชุดRCโซเบล) คือ จุดต่อสายลำโพง ใช่ป่าวครับ
      - ดูPCBด้านบนด้านล่างแล้ว เหมือนเค้าใส่Cเซรามิคคร่อมคอนเนคเตอร์จุดนี้ด้วย ?
      - RCโซเบล เค้าใช้ค่าเท่าไหร่ ? --- หาเจอละ 4.7 ohm + 0.1uF
      Last edited by keang; 12 Apr 2012, 10:08:58.

      Comment


      • #33
        คอนเนคเตอร์2พินสีขาว= output ตรงนี้ถอดทิ้งแล้วจั๊มสายกับ PCB ไปเลย
        เค้าใส่Cเซรามิคคร่อมคอนเนคเตอร์จุดนี้ด้วย=ใช่ครับพี่ (ไม่แน่ใจ น่าจะ 220PF)
        RCโซเบล =C 0.1 (104) -R ไม่ได้วัดครับ
        --------------
        Originally posted by keang View Post
        เพิ่มเติมส่วนของ"Rf"
        จุดนี้นอกจากควบคุมเรื่องอัตราขยายสัญญาณแล้ว ยังมีผลเรื่องไทมมิ่งกับเรื่องการเทียบเฟสของสัญญาณที่อินพุทกับเอ้าท์พุทส่วนนึงด้วย

        เพิ่มเติมส่วนของ"Ri+Ci"
        RiกับCi ในทางทฤษฏีในทางคำนวน มันคืออะหลั่ยเีพียงตัวเดียว
        แต่ในทางปฏิบัติ วิธีที่ง่ายและประหยัดก็ใช้อะหลั่ยพื้นฐาน2ตัว คือใช้R+Cมาทำหน้าที่นี้
        พยายามหาวิธีทำให้มันเสมือนเป็นอะหลั่ย1ตัวให้ได้มากที่สุด เช่น ที่ขาเซนเตอร์ต่อร่วมของRiกับCiควรให้มีระยะสั้นที่สุด
        เพราะสัญญาณเมื่อผ่านอะหลั่ยแต่ละตัว มันจะมีผลในเรื่องไทมมิ่งเรื่องเฟสของสัญญาณที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย
        ขอบคุณมากครับพี่
        Last edited by tiger X-fi; 12 Apr 2012, 09:45:02.

        Comment


        • #34
          Originally posted by jinn View Post
          pcb Single to Dual ของผม รู้แล้ว ครับ / .... วางตำแหน่ง...ถูกแล้ว

          ( pcb ดันเคลือบป้องกัน...ลายวงจรดำ.../หน้าสัมผัส...มันเลยไม่ได้แตะที่ขาทอง... ด้านล่าง)

          ลองเอาบักกรี...ใหม่....แตะที่ขาทอง. เป็นใช้ได้...

          (แต่ดังข้างเดียว.....5555....บักกรี....ยากมาก....หัวบักกรี....มันใหญ่....เสียไปข้างนึง /แต่รู้แล้วว่ามันมีเสียง....ตำแหน่ง...ถูก ก็ ok... แล้ว...)
          ลองไม่ต้องบัดกรีใหม่ จับแช่ทินเนอร์เลยเขย่าๆ เผื่อฟลุ๊ค ไม่ต้องรื้อมาทำใหม่
          ---------------------------

          Originally posted by ManiacMaew View Post
          อ่านอีกรอบถึงพอเข้าใจ



          คือกลัว Rgกับ Ci อยู่ไกล Rf มากขึ้น แล้วจะมีผลเสีย จะย้ายไปด้วยกันทั้งยวงก็ลำบาก <<< อันนี้เข้าใจความคิดคุณเสือถูกมั้ย?

          ถ้าเราลดระยะทางR feeback ระยะทางห่.างระหว่างชุดRg-Ci กับขา input ลบก็ยังห่.างเท่าเดิม

          ตย. ของ tpa6120 แต่มันเป็นวงจร invert

          Ri Inverting input resistance to provide AC gain in conjunction with Rf.
          Rf Feedback resistance to provide AC gain in conjunction with Ri.
          Ci Feedback capacitor which ensures unity gain at DC. Also creates a highpass filter with Ri at fC = 1/(2?RiCi).
          ที่ผมบอกคือ ระยะความไกลของ rf กับ ri
          ไม่ใช่ความไกลของ Rg กับ Ci
          จากรูปด้านบน ถ้ากลับ เป็น non-invert ก็จะเข้าใจครับ
          ระยะความยาวของ rf กับ ri นั่นน่ะครับ จุดประสงค์ที่ผมบอก

          Last edited by tiger X-fi; 12 Apr 2012, 10:53:19.

          Comment


          • #35
            คือกลัว Rgกับ Ci อยู่ไกล Rf มากขึ้น
            ความหมายของคำนี้คือระยะของชุด(RiกับCi) ถึง Rf
            Ri กับCi ผมก็มองเป็นตัวเดียวกันแบบคุณkeangนั้นแหล่ะ เพราะมันทำงานร่วมกัน

            Originally posted by keang View Post
            - มี1จุดห่.าง ก็หมายถึง มีเสาอากาศรับสัญญาณรอบๆตัว1ต้น
            - มี2จุดห่.าง ก็หมายถึง มีเสาอากาศรับสัญญาณรอบๆตัว2ต้น
            จริงๆแล้ว ทั้ง2จุด มันอิสระจากกันน่ะ
            2จุดของคุณkeang
            1จุดคงหมายถึง Rf
            อีก1จุดหมายถึง ชุด CiกับRi
            Last edited by ManiacMaew; 12 Apr 2012, 11:28:49.

            Comment


            • #36
              Originally posted by ManiacMaew View Post
              ความหมายของคำนี้คือระยะของชุด(RiกับCi) ถึง Rf
              Ri กับCi ผมก็มองเป็นตัวเดียวกันแบบคุณkeangนั้นแหล่ะ เพราะมันทำงานร่วมกัน
              ใช่ครับ Ri กับCi อันนั้น ผมก็มองเป็นตัวเดียวแต่แรกแล้ว
              แต่ที่หมายถึงแต่แรก คือ (RiกับCi) ทำงานร่วมกับ Rf
              การที่เลื่อน Rf ไปที่ขา IC โดยไม่สนใจ Ri-Ci ผมว่า มันไม่สมบูรณ์
              ถ้าทำต้องทำทั้งชุดน่ะครับ

              ตรงนี้เข้าใจครับ r feedback ยิ่งทางเดินสั้นเท่าไหร่ ยิ่งทำงานได้ดี
              ส่วนใหญ่จึงแนะนำว่า r feedback จั๊มกับขา IC ดีที่สุด
              ----------------------------
              Rg - ผมนึกถึง R-Input Impedance น่ะครับ
              ที่ต่อกับอินพุท-ลงกราวน์ ตามด้านล่างหมายถึง R2
              Last edited by tiger X-fi; 12 Apr 2012, 11:45:24.

              Comment


              • #37
                อยู่ที่มุมมองน่ะ
                คุณเสือมองว่า 2ส่วนนั้นคืออันเดียวกัน แต่ผมมองอีกแบบ 2ส่วนนั้นมันทำงานคนละส่วนกัน และต้นทางที่ใช้อ้างอิงก็คนละจุดกัน

                แต่ประเด็นสำคัญจะอยู่ที่ ทำงัยให้เฟสอินพุทกับเอ้าท์พุทของสัญญาณเลื่อนกันน้อยที่สุด

                Comment


                • #38
                  รอติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อจะได้เป็นแนวทางต่อไป ส่วนตัวอยากเปลี่ยนหม้อแปลงมาก...

                  Comment


                  • #39
                    ตามรูปtpa6120 ที่ลง ในข้อความ ขีดเส้นใต้ไว้แล้ว
                    เขาเรียงลำดับความสำคัญไว้แล้ว ว่าระยะอะไรถึงอะไรเขาให้ความสำคัญมากกว่ากัน
                    (ในมุมมองของเขาอ่ะน่ะ)
                    Last edited by ManiacMaew; 12 Apr 2012, 11:56:32.

                    Comment


                    • #40
                      Originally posted by keang View Post
                      อยู่ที่มุมมองน่ะ
                      คุณเสือมองว่า 2ส่วนนั้นคืออันเดียวกัน แต่ผมมองอีกแบบ 2ส่วนนั้นมันทำงานคนละส่วนกัน และต้นทางที่ใช้อ้างอิงก็คนละจุดกัน

                      แต่ประเด็นสำคัญจะอยู่ที่ ทำงัยให้เฟสอินพุทกับเอ้าท์พุทของสัญญาณเลื่อนกันน้อยที่สุด


                      Originally posted by e20zei View Post
                      รอติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อจะได้เป็นแนวทางต่อไป ส่วนตัวอยากเปลี่ยนหม้อแปลงมาก...
                      นั่นแหละครับจุดอ่อนที่สุด....ทำให้เวลาทำจุดอื่นคิดหนัก
                      เอา Ei ตัวใหญ่หน่อยมาลงก็ติด เทอรอยก็แพง
                      (คิดถึงราคาค่าตัว+ความเหมาะสมที่จะทำ)
                      มองๆว่าลดภาระหม้อแปลง โดยใช้ หม้อแปลง 12v 1-2A มาเพิ่ม(200-300)
                      จ่ายให้ชุด ออฟแอมป์+รีโมท ตางหาก
                      ไม่แพงมาก...น่าจะคุ้มกับการลงทุน

                      Comment


                      • #41
                        นึกทางออกได้ง่ายๆละ ใครอยากรู้ผลว่าแต่ละจุดจะเป็นแบบไหน ลองกับแอมป์หูฟังได้
                        ง่ายแล้วก็สะดวกสุดละ

                        Comment


                        • #42
                          ติดตามอย่างใกล้ชิด ทุกฝีก้าว ^ ^

                          Comment


                          • #43
                            Originally posted by firstyboyz View Post
                            ติดตามอย่างใกล้ชิด ทุกฝีก้าว ^ ^
                            เจ้าของเตรื่อง....มาเองเลย....
                            ----------------
                            The Fully Differential Audio Power Amplifier


                            อันนี้ไม่เกี่ยวอะไรเลย ....แต่ไม่เห็นมีคนทำเลยเอามาแปะไว้



                            300px-Op-Amp_Differential_Amplifier.svg.png

                            Low-Pass and High-Pass RC Filter Frequency Calculator
                            Simple R-C Filter Cutoff
                            Calculate frequency cutoff for guitar effects pedals with vacuum tubes and solid state electronics. FREE calculator.
                            Last edited by tiger X-fi; 12 Apr 2012, 22:22:47.

                            Comment


                            • #44
                              Originally posted by tiger X-fi View Post
                              นั่นแหละครับจุดอ่อนที่สุด....ทำให้เวลาทำจุดอื่นคิดหนัก
                              เอา Ei ตัวใหญ่หน่อยมาลงก็ติด เทอรอยก็แพง
                              (คิดถึงราคาค่าตัว+ความเหมาะสมที่จะทำ)
                              มองๆว่าลดภาระหม้อแปลง โดยใช้ หม้อแปลง 12v 1-2A มาเพิ่ม(200-300)
                              จ่ายให้ชุด ออฟแอมป์+รีโมท ตางหาก
                              ไม่แพงมาก...น่าจะคุ้มกับการลงทุน
                              ที่ผมไม่เปลี่ยนสาย AC ก็เพราะ หม้อแปลงนี้แหละครับ คิดเอาเองว่าอาจจะไม่คุ้มเท่าไหร่ T^T

                              Comment


                              • #45
                                แกะซะโป๊ เห็นหมดเลย 555+

                                เห็นแล้วอดเสียวแทนไม่ได้ ขออนุญาติแนะนำเพิ่มเติม

                                เห็นส่วนของไฟแรงสูง โลหะเปลือยๆโผล่แล้วเสียวแทน ทางที่ดีคือเอาท่อหดหุ้มให้มิด
                                หรืออย่างน้อยเอาเทปพันสายไฟพันให้มิดแล้วใช้ปืนกาวอัดอีกทีกันคลายตัวไว้ ก็จะดีครับ
                                ถึงแม้จะอยู่ข้างในกล่องแต่กัน(เหตุคาดไม่ถึง)ไว้ก่อนจะดีครับ เผื่อจิ้งจก แมลงเข้าไปวิ่งเล่น
                                หรือมีเศษโลหะเกิดหลุดเข้าไป, ฯลฯ

                                ----------------------------------------
                                การจะพิจารณาว่าระยะห่.าง/ระยะทาง มีผลมากน้อยกับอุปกรณ์ ก็จะดูจากอุปกรณ์ต่างๆเป็นหลัก
                                ว่าอุปกรณ์นั้นมี effective area แค่ไหน


                                ยกตัวอย่างจากรูปสัญญลักษณ์ละกัน นึกเทียบเป็นอุปกรณ์จริงเอาครับ
                                เช่น
                                - R จะมี effective area คลุมตั้งแต่จากจุดต่อจุดหนึ่งรวมลายวงจร/สายไฟ ขา ตัวR ขา ลายวงจร/สายไฟ
                                ไปถึงอีกจุดต่อนึง ทั้งหมดสามารถเทียบได้เป็น R 1ตัว

                                - C จะมี effective area จากขั้วถึงขั้ว

                                เพราะงั้นการพิจารณาระยะห่.างก็ดูจาก effective area เป็นหลัก โดยปกติถ้าระยะห่.างไม่ได้มากนัก ไม่เกิน 1-2นิ้ว
                                ก็จะมีผลต่างไม่มากนัก แต่ก็มีนะ อาจวัดได้หรือไม่ได้ก็แล้วแต่
                                ก็ให้ระยะสั้นไว้ก่อนจะดี แต่ก็ขึ้นกับข้อจำกัดของพิ้นที่และการต่อใช้งานด้วยอีกน่ะครับ
                                Last edited by dracoV; 13 Apr 2012, 10:30:41.

                                Comment

                                Working...
                                X