หม้อแปลงมันน่าเปลี่ยนจริงๆเลยครับ
Announcement
Collapse
No announcement yet.
ควักไส้ Microlab Pro 2
Collapse
X
-
= = ไม่แน่ใจว่าเข้าใจเป็นจุดเดียวกันรึเปล่าน่ะOriginally posted by tiger X-fi View Postขอบคุณมากครับ
ถ้าเอาr feedbackไว้ที่โคนขา IC
ก็ต้องจั๊มสายมาที่ R 1K+22UF (ป้องกันสัญญาณรบกวน)ไม่งั้นก็ถอดR 1K+22UFทิ้งเลย
กลัวได้ไม่คุ้มเสีย...เลยไม่ทำดีกว่าน่ะครับ
ขอแบ่งเป็น2ส่วนน่ะ
ที่ic lm4766หมายถึง R20k ในรูปที่ผมโพสต์ (ตัวจริงอาจจะค่าต่างกัน)

มี2ตัว ตัวหนึ่ง ข้างหนึ่งต่อขา7 อีกข้่างต่อขา3 ส่วนอีกตัวข้างหนึ่งต่อขา1 อีกข้างต่อขา12 ผมระบุตำแหน่ง ในรูปคุณเสือไม่ได้อยู่
ถ้าย้ายไปทีขาอะไหล่ไม่ต้องแก้วงจรอะไรเพิ่ม การถอดตัวมันออกจากตำแหน่งเดิม ไม่ได้ทำให้ชุดRCที่ต่อลงกราวน์จาก inputลบ หลุดจากวงจรแต่อย่างใด
มันก็อยู่ที่เดิมไม่จำเป็นต้องจั้มอะไรเพิ่ม
อีกจุด เป็น feedback ของชุด op-amp 4558
หาrตัวที่ขาข้างหนึ่งต่อขา1อีกข้างต่อขา2 สำหรับch1 อีก ch2 จะเป็ rที่ข้างหนึ่งต่อขา7อีกข้างต่อขา6
ก็เอามันออกแล้วไปแปะที่ขาsocketเลย


แต่ถ้าไว้ใต้pcb แล้วมันติดกล่องก็ข้ามไปLast edited by ManiacMaew; 11 Apr 2012, 12:46:16.
Comment
-
จุดเดียวกันครับOriginally posted by ManiacMaew View Post= = ไม่แน่ใจว่าเข้าใจเป็นจุดเดียวกันรึเปล่าน่ะ
ขอแบ่งเป็น2ส่วนน่ะ
ที่ic lm4766หมายถึง R20k ในรูปที่ผมโพสต์ (ตัวจริงอาจจะค่าต่างกัน)

มี2ตัว ตัวหนึ่ง ข้างหนึ่งต่อขา7 อีกข้่างต่อขา3 ส่วนอีกตัวข้างหนึ่งต่อขา1 อีกข้างต่อขา12 ผมระบุตำแหน่ง ในรูปคุณเสือไม่ได้อยู่
ถ้าย้ายไปทีขาอะไหล่ไม่ต้องแก้วงจรอะไรเพิ่ม การถอดตัวมันออกจากตำแหน่งเดิม ไม่ได้ทำให้ชุดRCที่ต่อลงกราวน์จาก inputลบ หลุดจากวงจรแต่อย่างใด
มันก็อยู่ที่เดิมไม่จำเป็นต้องจั้มอะไรเพิ่ม
อะไหล่ 3 ตัวนี้R 20k(feedback )-R 1K+22UF (กรองความถี่)
ควรอยู่ไกล้กัน
ถ้าขยับR 20k ไปที่ขา IC ทางเดินไป R 1K+22UF ก็จะยาวขึ้น
(ใช้จั๊ม หรือ ตัด R 1K+22UF ทิ้งดีกว่า)
ก็เลยบอกว่า...กลัวได้ไม่คุ้มเสียน่ะครับ
---------------------
ขอบคุณมากครับพี่Originally posted by keang View Postต่อเติมเสริมแต่งจากคุณManiacMaew เรื่องR Feedbackอีกที
ตัวต้านทานชุดฟีดแบค ถ้าจะเอาแบบคำนึงถึงทิศทางของตัวRด้วย = ขาเอ้าท์พุท ส่งกลับไปหา ขาอินพุท
LM4766 ขาเอ้าท์พุท(ขา1,ขา3) = ต้นทาง / ขาอินพุท(ขา7,ขา12) = ปลายทางLast edited by tiger X-fi; 27 Oct 2013, 11:35:37.
Comment
-
ขยายความหน่อยครับ เอาตามความเข้าใจของคุณเสือเองน่ะOriginally posted by tiger X-fiอะไหล่ 3 ตัวนี้R 20k(feedback )-R 1K+22UF (ป้องกันสัญญาณรบกวน)
ควรอยู่ไกล้กัน
ถ้าขยับR 20k ไปที่ขา IC ทางเดินไป R 1K+22UF ก็จะยาวขึ้น
ที่คุณเสือคิดว่า 2ส่วนนั้นมันเกี่ยวข้องกัน มันเป็นแบบไหน เพราะอะไร
ไปข้างนอกละ กลับดึกหน่อย เดี๋ยวมาดูอีกทีครับ
เพิ่มตรงนี้อีกหน่อยดีกว่า
" R 1K+22UF (ป้องกันสัญญาณรบกวน) "
ส่วนนี้ไม่ใช่ป้องกันสัญญาณรบกวน แต่เป็นการจำกัดช่วงความถี่(แบนวิดธ์) ที่จะให้ตัวไอซีมันทำงานได้แค่ไหน ตั้งแต่ความถี่เท่าไหร่ถึงเท่าไหร่Last edited by keang; 11 Apr 2012, 15:44:33.
Comment
-
นี่ครับพี่ ...ที่ผมเข้าใจ2 Ri Inverting input resistance to provide AC gain in conjunction with Rf.
3 Rf Feedback resistance to provide AC gain in conjunction with Ri.
4 Ci Feedback capacitor which ensures unity gain at DC. Also creates a highpass filter with Ri at fC = 1/(2?RiCi).
(highpass roll-off)= ป้องกันสัญญาณรบกวน กำจัดเสียงจี่
Feedback capacitor. Ensures unity gain at DC(การจำกัดช่วงความถี่(แบนวิดธ์)) เลยควรให้ไกล้กับ R feedback ครับLast edited by tiger X-fi; 11 Apr 2012, 16:13:39.
Comment
-
ขยายความข้อ4 เรื่องCiให้Originally posted by tiger X-fi View Postนี่ครับพี่ ...ที่ผมเข้าใจ
(highpass roll-off)= ป้องกันสัญญาณรบกวน กำจัดเสียงจี่
Feedback capacitor. Ensures unity gain at DC(การจำกัดช่วงความถี่(แบนวิดธ์)) เลยควรให้ไกล้กับ R feedback ครับ
1กันกระแสตรง
วงจรnon-invert gain= 1+(Rf/Rg)
แต่กระแสตรง จะเห็นCiเป็นR ค่ามากๆ ทำให้Rgที่ไฟตรงเห็นมันมาก จนgainมันเหลือประมาณ1 คือไม่ขยายไฟตรง
2เป็นส่วนประกอบของfilterสำหรับac
c ยอมให้ความถี่สูงผ่านได้ดีกว่าความถี่ต่ำ จุดroll off (ก็ตามสูตรที่พี่เสืออ้างมา)
ความถี่ต่ำ เห็น ความต้านในCiเป็นค่ามากๆ ทำให้ความถี่ต่ำgainเป็น1 (เอาจริงๆก็gain มันก็คงไล่ๆลงมาตามความถี่ที่ต่ำลงมาอ่ะน่ะ ไม่ได้ตัดตรงแป๊ะเลย มันค่อยลงๆ)
พอgainมันต่ำมากแล้ว เทียบกับส่วนสัญญาณที่เหลือที่โดนขยายมันจะน้อยมาก
เป็น filter ที่กรองความถี่ต่ำ(ไม่ว่าสัญญาณรบกวนหรือตัวสัญญาณเองก็ตาม มันมองเห็นเป็นเหมือนกันหมดนั้นแหล่ะ)ที่เข้ามาจากทางInput มากกว่าน่ะ
ไม่ใช่filter ที่กันสัญญาณรบกวนภายใน หรือเกิดจากตัวเอง
รอท่านอื่น มาช่วยตอบอีกทีละกัน
Comment
-
พอเข้าใจมุมมองของคุณเสือละ
ลองดูอีกมุมนึง Rfเค้าให้อยู่ใกล้ขาICมากที่สุด และ Ciก็ให้อยู่ใกล้ขาICมากที่สุด
พูดง่ายๆ ใช้ขาICเป็นหลักเป็นCenter โดยพยายามให้ทั้ง2จุดนั้นอยู่ใกล้ขาไอซีมากที่สุด
( แบบเดียวที่ผมเคยบอกให้บัดกรีขาRf 22Kที่ขา3886เลย ซึ่งCiก็ใช้หลักการเดียวกัน )
Comment
-
อย่าง 3886ดึงไปไกล้ IC ทั้งชุด 3ตัว น่ะครับOriginally posted by keang View Postพอเข้าใจมุมมองของคุณเสือละ
ลองดูอีกมุมนึง Rfเค้าให้อยู่ใกล้ขาICมากที่สุด และ Ciก็ให้อยู่ใกล้ขาICมากที่สุด
พูดง่ายๆ ใช้ขาICเป็นหลักเป็นCenter โดยพยายามให้ทั้ง2จุดนั้นอยู่ใกล้ขาไอซีมากที่สุด
( แบบเดียวที่ผมเคยบอกให้บัดกรีขาRf 22Kที่ขา3886เลย ซึ่งCiก็ใช้หลักการเดียวกัน )
พอโม ..ลาย PCB มีจุดอ่อนอยู่ ยกไปทั้งยวงไม่ได้
ผมเลยมองว่า
คุณภาพเสียงดีขึ้น โอกาสที่มีเสียงแปลกปลอมมากขึ้น
คุณภาพเสียงด้อยลง โอกาสที่มีเสียงแปลกปลอมน้อยลง
ผมเลยพูดว่า กลัวได้ไม่คุ้มเสีย น่ะครับพี่
Comment
-
อ่านอีกรอบถึงพอเข้าใจ
คือกลัว Rgกับ Ci อยู่ไกล Rf มากขึ้น แล้วจะมีผลเสีย จะย้ายไปด้วยกันทั้งยวงก็ลำบาก <<< อันนี้เข้าใจความคิดคุณเสือถูกมั้ย?จุดเดียวกันครับ
อะไหล่ 3 ตัวนี้R 20k(feedback )-R 1K+22UF (ป้องกันสัญญาณรบกวน)
ควรอยู่ไกล้กัน
ถ้าขยับR 20k ไปที่ขา IC ทางเดินไป R 1K+22UF ก็จะยาวขึ้น
(ใช้จั๊ม หรือ ตัด R 1K+22UF ทิ้งดีกว่า)
ก็เลยบอกว่า...กลัวได้ไม่คุ้มเสียน่ะครับ
ถ้าเราลดระยะทางR feeback ระยะทางห่.างระหว่างชุดRg-Ci กับขา input ลบก็ยังห่.างเท่าเดิม
ตย. ของ tpa6120 แต่มันเป็นวงจร invert

เขาให้ความสำคัญ ระยะห่.างตัวr กับขา ic inputมากสุก รองมา เป็นขาoutput ระยะระหว่างc หรือr กันเองไม่ได้พูดถึงไว้ในนี้ ไม่รู้มีผลอะไรมั้ย
------
อันนี้ภาคปฎิบัติ
Originally posted by ManiacMaew View Postเล่าเรื่องหน่อย ภาพประกอบยังไม่มี ค้างไว้ก่อน
feed back loop บอกกันว่าควรสั้น แต่ผมยังไม่เคยลองเทียบเสียงตรงๆ แบบใช้อะไหล่ตัวเดียวกัน แต่ระยะทางไม่เท่ากัน
วงจรแอมป์หูฟังทดลอง ที่เอารูปไปลงกระทู้40+40watt ให้พี่ลองแล้วก็ยึดไปเลย(จับยัดใส่กล่องกระดาษชั่วคราวไป)
แต่ไหนเขาเอาไปแล้ว ฐานของเดิมก็ไม่ได้เพื่อไว้ให้ประสิทธิภาพเต็มที่ เลยเอามาแก้R feed backไปบัดกรีตรงขาsocket icเลย
(ที่ไม่ทำยังงี้แต่แรกเพราะถ้าเอาไว้ลองอะไหล่ บัดกรีที่ขาsocketบ่อยๆ จะมีโอกาสที่ขาsocket คลายตัวจากพลาสติคได้)
เอาไปให้พี่ลอง บอกเสียงแหลมใสขึ้น เบสลดลงนิดหน่อย
ถ้าความเห็นตอนลองเองแบบคร่าวๆ
คือเสียงแหลมเดิมมันออกอู้อี้ เสียดแทงนิดๆ แก้ใหม่แล้วเสียงแหลมฟังสบายขึ้น
เบสลดลงคงเพราะของเดิมผ่านลายทองแดง เลยได้เสียงเบสจากลายทองแดงมา
ในเรื่องเล่าRgอยู่ที่เดิมไม่ได้ขยับไปไหน
-----
บอร์ดlm4766 อาจจะลำบากหน่อย เพราะ in-กับoutมันห่.างกันอะไล่เดิมอาจจะยาวไม่ถึง ?(ลองดูช่วงic กับขาr ถ้ายาวพอถึงก็น่าลอง)
ถ้ากลัวนู้น แต่อยากลองทำเล่น ลองกับบอร์ด ปรีก่อน มี r feedbackเหมือนกัน รูปแบบคล้ายกันเพียงแต่ไม่มีCi

บอร์ดนี้ ถอดR feedback ออก ดัดๆขามันหน่อย แล้วไปแปะ ขาsocketเลย(ให้ดูทางอะไหล่ให้เหมือนเดิมจะได้ลดประเด็นไป)
เสร็จแล้วเอามิเตอร์เช็คหน่อย ว่าขาอะไหล่ไม่ช็อตกัน เพราะมันค่อนข้างใกล้กับตัวอื่น
ถ้าลองแล้วไม่ชอบก็ถอด ดัดขาRกลับ แล้วไปใส่ที่เดิม ยกเว้นกังวลเรื่องบัดกรีเข้าออกบ่อยๆแล้วpcbช้ำ
แต่ความยากในการบัดกรียังน้อยกว่าพวกpcb through hole หรือ อะไหล่smd
-----
ถ้า ลดระยะทางประสิทธิโดยร่วม ส่วนใหญ่มีแต่ได้ (เว้นอะไหล่บางตัวไม่ควรอยู่ใกล้กัน เช่น L หรือหม้อแปลง หรือเขาออกแบไว้ให้ทางเดินเล็กๆยาวๆเพื่อใช้แทนRฟิวส์อะไรเถือกนั้น ไม่น่าใช่ในกรณีนี้)
สิ่งที่หายไปน่าจะเป็นสิ่งแปลกปลอม จากลายทองแดงมากกว่า
ยังไงก็ขึ้นกับคนทำ เพราะอาจจะมีปัญหาภาคปฎิบัติ ที่ผมอาจจะไม่รู้อีก
Comment
-
ตัดเรื่องเสียงดีไม่ดีออกไปได้เลยครับ เพราะ ที่กำลังพูดถึงคือการทำให้วงจรมันทำงานได้ใกล้เคียงกับที่เค้าออกแบบวงจร การคำนวนค่าต่างๆตามทฤษฎีมากขึ้นOriginally posted by tiger X-fiผมเลยมองว่า
คุณภาพเสียงดีขึ้น โอกาสที่มีเสียงแปลกปลอมมากขึ้น
คุณภาพเสียงด้อยลง โอกาสที่มีเสียงแปลกปลอมน้อยลง
ผมเลยพูดว่า กลัวได้ไม่คุ้มเสีย น่ะครับพี่
- มี1จุดห่.าง ก็หมายถึง มีเสาอากาศรับสัญญาณรอบๆตัว1ต้น
- มี2จุดห่.าง ก็หมายถึง มีเสาอากาศรับสัญญาณรอบๆตัว2ต้น
จริงๆแล้ว ทั้ง2จุด มันอิสระจากกันน่ะ
บางทีทางเดินสั้นมากกว่า อาจได้เสียงไม่ถูกใจมากกว่าเดิมก็ได้
แต่ทางเดินที่สั้นกว่า จะช่วยลดโอกาสการรับสัญญาณรบกวนจากรอบตัวมัน เข้ามาได้ต่ำกว่าเดิมLast edited by keang; 11 Apr 2012, 22:09:58.
Comment
-
พอเข้าใจที่พี่โก้บอกแล้วครับ
ผมไม่ได้มองว่าเป็นแค่ high pass filter
ผมมองว่า เป็นเหมือน โซเบล หรือชุดกรอง ในภาคไฟด้วย น่ะครับ
--------------------
Operational amplifier high pass filter
The simplest circuit high pass filter circuit using an operational amplifier can be achieved by placing a capacitor in series with one of the resistors in the amplifier circuit as shown. The capacitor reactance increases as the frequency falls, and as a result this forms a CR low pass filter providing a roll off of 6 dB per octave. The cut off frequency or break point of the filter can be calculated very easily by working out the frequency at which the reactance of the capacitor equals the resistance of the resistor. This can be achieved using the formula:
Xc = 1 / 2 pi f C
where:
Xc is the capacitive reactance in ohms
pi is the greek letter and equal to 3.142
f is the frequency in Hertz
C is the capacitance in Farads

เครดิต http://www.radio-electronics.com/inf...passfilter.php
-----------------
Operational Amplifier / Op Amp Gain
Inverting op-amp gain
The circuit for the inverting op-amp circuit is shown below. This circuit has the output 180 degrees out of phase with the input and also provides a virtual earth input.

Basic inverting operational amplifier circuit
It is easy to derive the calculation for the op-amp gain. The input to the op-amp itself draws no current and this means that the current flowing in the resistors R1 and R2 is the same. Using ohms law Vout /R2 = -Vin/R1. Hence the voltage gain of the circuit Av can be taken as:
Av = - R2 / R1
As an example, an amplifier requiring a gain of ten could be built by making R2 47 k ohms and R1 4.7 k ohms.
Non-Inverting Op-Amp gain
The circuit for the non-inverting op-amp is shown below. It offers a higher input impedance than the inverting opamp circuit.

Basic non-inverting operational amplifier circuit
The gain of the non-inverting circuit for the operational amplifier is easy to determine. The calculation hinges around the fact that the voltage at both inputs is the same. This arises from the fact that the gain of the amplifier is exceedingly high. If the output of the circuit remains within the supply rails of the amplifier, then the output voltage divided by the gain means that there is virtually no difference between the two inputs.
As the input to the op-amp draws no current this means that the current flowing in the resistors R1 and R2 is the same. The voltage at the inverting input is formed from a potential divider consisting of R1 and R2, and as the voltage at both inputs is the same, the voltage at the inverting input must be the same as that at the non-inverting input. This means that Vin = Vout x R1 / (R1 + R2)Hence the voltage gain of the circuit Av can be taken as:
Av = 1 + R2 / R1
As an example, an amplifier requiring a gain of eleven could be built by making R2 47 k ohms and R1 4.7 k ohms.
Op-amp gain or opamp gain is very easy to determine. The gain calculations for the different circuits is slightly different, but essentially both circuits are able to offer similar levels of gain, although the resistor values will not be the same for the same levels of op amp gain.
เครดิต http://www.radio-electronics.com/inf...ifier-gain.phpLast edited by tiger X-fi; 12 Apr 2012, 09:46:59.
Comment

Comment