Announcement

Collapse
No announcement yet.

[Review] DAC USB3.0 Musiland Monitor 03 US

Collapse
X
 
  • Filter
  • Time
  • Show
Clear All
new posts

  • [Review] DAC USB3.0 Musiland Monitor 03 US

    สวัสดีครับวันนี้ผมจะมาเล่าเกี่ยวกับ DAC กันอีกซักตัว เพียงแต่ DAC ตัวนี้มีความพิเศษอยู่อย่างนึง
    นั่นคือ DAC ตัวนี้เป็น DAC USB3.0 ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ธรรมดาเลย
    ซึ่งพอเสปคของ DAC ตัวนี้นั้นรองรับถึง 32bit และยังรองรับ
    Sample ได้ถึง 384khz เลยทีเดียวครับ เรียกว่ารองรับอนาคตกันไปเลย


    เรามาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรกันบ้างในกล่อง เริ่มด้วยหน้าตากล่องครับ







    กล่องด้านหน้าและด้านหลัง มาในโทนสีน้ำเงิน-ขวา ส่วนเสปคด้านหลังเป็นภาษาจีน ผมอ่านไม่ออกจริงๆครับ -*







    เปิดมาดูในกล่อง และค้นอุปกรณ์ภายในออกมา
    พบว่ามีแค่ CD Driver, คู่มือการใช้งาน, ใบรับประกัน, สาย USB2.0 เส้นสั้นๆ, และสุดท้ายสาย USB3.0




    หน้าตาเต็มๆ หล่อเหลาไหมละครับ ผมว่ามันดูดีในแบบเรียบง่ายเหมือนกัน



    ด้านหน้าก็ไม่มีอะไรมากครับ RCA output สำหรับ line out
    และมีช่องเสียบหูฟังทั้งรูเล็กและรูใหญ่สำหรับภาค headphone amp



    ส่วนด้านหลังก็มีแค่ Input เท่าที่เห็นครับ
    คือ USB3.0 คือ USB3.0 ส่วน Mulink และ optic เป็น output ครับ
    (Mulink เป็นเทคโนโลยีเฉพาะของ Musiland)



    -----------------------------------------------------------------

    ทีนี้ก็ถึงช่วงเครื่องในเช่นเดิมครับ แต่คราวนี้ผมไม่ได้ถ่ายไว้เอง เพราะของยืมเขามา(อีกแล้ว)
    เลยไปยืมมาจากเวบฝรั่งหวังว่าเค้าคงไม่ว่าอะไรนะครับ





















    ใครอยากดูรูปไหนก็หยิบกันตามสบายเลยนะครับ
    ด้านในก็ยังเหลือพื้นที่ให้สำหรับขาว DIY กันอีกนิดๆหน่อยๆ
    Credit : http://tamaudio.com/blog/?p=378

    --------------------------------------------------------

    เดี๋ยวตอนตอนสอง
    Last edited by Guest; 2 Sep 2011, 08:46:42.

  • #2
    คนแรกครับ ผมขอสอบถามครับว่าที่มันรองรับ 384khz เขาไว้ฟังเพลงอะไรกันครับ ผมไม่ค่อยเห็นเลยครับเพลงพวกนี้ หรือไว้ดูหนังครับ
    ราคา 5 พันกว่าๆถ้ามันดีผม ว่ามันคงจะทิ้งขาดรุ่นอื่นๆหมดเลยมั่งครับ
    Last edited by cleaning; 31 Aug 2011, 21:40:52.

    Comment


    • #3
      มาถึงตรงนี้อยากให้ดูเรื่องราวในความแตกต่างของ USB2.0 กับ USB3.0 กันบ้าง


      ในส่วนนี้ผมคงไม่บรรยายอะไรนะครับ เนื่องจากความรู้อันน้อยนิด ไม่รู้จะอธิบายอะไร
      แต่นอกจากการดูแบบคร่าวๆแล้วก็ต้องบอกว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่จริงๆ
      และแตกต่างกันอยู่เยอะพอสมควรเลยละครับ


      หลังจากเราพบปะกับเสปคของเทคโนโลยีใหม่กันแล้วทีนี้เราจะมาเริ่มทดสอบเจ้า Monitor 03 US กันครับ
      แรกเริ่มเสียบสาย USB3.0 เรียบร้อย เสียบสาย RCA เรียบร้อย
      เปิด foobar เลือก input อ้าวเฮ้ย ไม่มีให้เลือก ทำไงดีกว่า
      อ๋อ.......นึกได้ทันทีลืมลงไดร์เวอร์ครับ ก็จัดการไปโหลดมาลงให้เรียบร้อย
      พอลงเรียบร้อยก็จะมี input โผล่ขึ้นมาให้เลือกครับ
      และทาง Musiland ก็ได้ทำ Interface ออกมาให้ดูน่าใช้มากทีเดียวครับ



      ถ้าใช้ wasapi โปรแกรมจะแสดงผลในส่วนของ WAVE นะครับ
      แต่ถ้าใช้ ASIO โปรแกรมก็น่าจะแสดงผลที่ ASIO



      ทีนี้เราจะมีดูแยกเป็นส่วนๆกัน
      ขอเริ่มจากส่วนซ้ายสุดกันก่อนดีกว่าครับ


      ตรงนี้จะเป็น Balance ซ้าน-ขวาครับ สามารถปรับได้จากตรง PAN
      ส่วนในช่วงนี้ เราสามารไปคลิ๊กให้ไฟติดและดับได้ครับ ถ้าติดก็ทำงาน ถ้าดับก็ไม่ทำงานครับ
      ซึ่ง Analog จะเป็นส่วนของรุ่น US ซึ่งเป็นภาค DAC ครับ
      แต่ถ้าเป็น Digital จะสำหรับรุ่น USD ซึ่งจะเป็นพวก Digital Interface ครับ
      ส่วนสุดท้ายก็เป็น Level ของ Vol ครับ โดยถ้าเราติ๊กที่ช่อง DSP เราจะสามารถปรับ DSP ในส่วนต่อไปที่จะพูดถึงได้
      ส่วนตัว M ย่อมาจาก Mute นั่นเองครับ



      ช่วงบนสุดคือ MU-DSP เอาไว้ปรับ EQ เล่นตามใจเราครับ
      ซึ่งผมเป็นคนไม่ชอบปรับครับ ฟังเดิมๆนี่แหละ
      ในสวนตรงกลางนั้นเป็นอะไรผมก็ไม่ทราบ คงเอาไว้ใช้กับ Musiland รุ่นอื่นๆ
      ส่วนล่างสุดทางซ้ายมือ Analog คือเอไว้เลือกว่าจะต่อเป็น Line out (LINE)
      หรือว่าจะเล่นในส่วน Headphone Amp (HP)
      ส่วนของ Digital ทางด้านขวามีไว้สำหรับพวก Digital Interface อีกแล้ว




      ตรงนี้ใครๆก็รู้จักครับ มันคือ Buffer ของในส่วน ASIO นั่นเองครับ
      ต่อมา Sample rate ผมปรับไว้สูงสุดก่อนละครับ
      ซึ่งเจ้า Momitor 03 US ตัวนี้รองรับ Sample ได้มากมาย
      ตั้งแต่ 44.1 / 48 / 88.2 / 96 / 176.4 / 192 / 352.8 / 384
      เรียกว่าเล่นในส่วนนี้กันได้สนุก ซึ่งผมลองเล่นในส่วนของ 88.2 และ 176.4 ก็ผ่านฉลุย
      ต่อมาในส่วนของ status ก็จะแสดงว่าเราเล่นในแบบ wave หรือ asio หรือว่า pass
      ซึ่งในส่วนของ pass มีไว้สำหรับรุ่น USD ซึ่งเป็น Digital Interface ครับ
      ต่อมาในส่วนของ Percision ก็จะแสดงว่าไฟล์ที่เรากำลังเล่นอยู่ในเล่นด้วย sample ที่เท่าไหร่
      สุดท้ายคือ Vol ครับ และเหมือนเดิมว่าตัว M ย่อมาจาก mute นั่นเองครับ




      ในส่วนของ Window เองก็รู้จักเจ้า Monitor 03 US ที่ 32bit 384kHz เหมือนกันครับ
      เพียงแต่ตรงนี้จะขึ้น sample ที่เท่าไหร่ก็อยู่ที่เราตั้งค่า Sample Rate Selector ใน Software ของ Musiland ล่ะครับ

      -----------------------------------------------------------

      มาถึงช่วงทดสอบ แน่นอนว่าด้วย system เดิมๆยังไม่ได้ขยับไปไหน (เพราะไม่มีตังขยับนั่นเองครับ 555)
      เริ่มด้วย foobar V1.1.1 + wasapi
      Int Amp เป็น Simaudio moon i.5 ซึ่งตอนนี้เปลี่ยนชื่อรุ่นเป็น 220i ไปเรียบร้อยแล้ว
      Speaker คือเจ้าแดง Usher s520 Signature
      ขาตั้ง KTT 4เสารุ่น U24
      ก็เป็น System พื้นๆแต่ก็น่าจะพอใช้เทส DAC ในระดับราคาไม่เกิน 2หมื่นบาท



      มาเข้าเรื่องกัน
      บอกตามตรงครั้งแรกที่เปิด อยากจะโยนทิ้งมากๆครับ เสียงตอนยังไม่เบินนี่มันไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ
      ไม่ได้เรื่องขนาดว่า เวทีเสียงก็ไม่ดี น้ำเสียงก็แบนๆ สากๆ ตอนแรกทำใจยอมรับไม่ได้
      แต่ด้วยความเชื่อที่ว่า DAC จีนที่ฝรั่งยังเล่นมันก็ต้องมีดีบ้าง เลยเบินไปก่อน
      ซัก1-2คืน ดีขึ้นเป็นกองเลย หลังจากนั้นก็ค่อยๆเปิดเผาไปเรื่อยๆ จนตอนนี้ก็ครบประมาณ 200 ชม.
      ภาค Headphone-Amp ไม่ได้เทสนะครับ เทสภาค DAC ล้วนๆเลย
      น้ำเสียงของเจ้านี่บอกตามตรงพอพ้นเบินแล้วหลงรักทันที แต่น้ำเสียงจะออกไปแนว Monitor หน่อยครับ
      มันจะไม่อวบ ไม่อิ่ม ไม่ฉ่ำ แต่ก็มีความเนียนของน้ำเสียงที่ถือว่าดีใช้ได้เลย
      เสียงกลางลอยเด่นออกมาเป็นรูปเป็นร่างดีเหมือนกัน เสียงสูงทอดยาวและมีความกังวาลใส เบสก็ลงได้ลึก
      เรียกว่าถ้าไม่ดูค่าตัวหรือไม่เห็นตัวมันนี่คงคิดว่า DAC ฝรั่งราคาแพงซะอีก
      ซึ่งตรงนี้ผมขอสนับสนุนพี่อำเภอแห่งบอร์ด ThaiDVD และบอร์ดมั่นคงว่า DAC ฝรั่งราคาไม่เกินหมื่น กินเจ้านี่ลำบาก
      อาจจะมีชนะในบางส่วน แต่รับรองว่ากินไม่ขาดแน่นอน
      เรียกว่าถ้าชนะก็ชนะเจ้า 03 US แค่ในบางส่วนและชนะกันแค่นิดเดียวด้วย
      ข้อความนี้ไม่อยากให้เชื่อกันมากครับ หากใครสนใจอยากให้ไปลองฟังกันเองดีกว่าครับ
      เรื่องพื้นหลังเรียกว่าทำได้กำลังดีครับ ถึงจะไม่มืดสนิท แต่ก็เรียกได้ว่าทำได้ดีพอสมควร
      คงเป็นเพราะใช้ไฟเลี้ยงจาก USB (มั้ง) เลยทำให้ยังไม่สงัดเท่าไหร่
      เสียงแหลมทอดตัวได้ยาวและมีความกังวาลใส เบสลงได้ลึกเก็บตัวได้ไว แค่นี้ก็เรียกว่าค่อนข้างคุ้มแล้วกับราคานี้
      เดี๋ยวจะหาว่าเชียร์กันเกินไป มาถึงข้อไม่ดีกันบ้างดีกว่า ที่เด่นๆคือมีเรื่องไดนามิค
      ในส่วนตรงนี้ทำได้ไม่ชัดเจน การเก็บรายละเอียดในส่วนนี้ยังอ่อนไปซักนิดหน่อย
      และที่ขอติอีกนิดคือรูปร่างของตัวโน๊ตยังไม่กลมดีเท่าไหร่ และยังมีน้ำหนักน้อยไปนิดนึง
      แต่ก็ถือว่ามีรูปร่างที่ดี นักร้องก็ลอยเด่นออกมาใช้ได้ แรงประทะทำได้ดี ดูหนังสนุกเลยละครับ
      แถมยังแรงดีอีกด้วย แค่ไฟจาก USB ก็แรงดีมากๆแล้ว เปิดแค่ แปดโมงครึ่งก็ฟังสบายๆ
      ฟังจริงจังหน่อยก็เก้าโมงถึงเก้าโมงครึ่ง ข้อดีอีกอย่างคือไม่บานปลายเพราะสาย USB อิอิ
      ในส่วน USB3.0 คงยังไม่มีระดับ audio grade ออกมาให้เล่นกัน



      มาถึงรูปวงกันบ้าง ก็ใหญ่โตดีพอๆกับ Soundcard หรือ DAC ในราคาใกล้ๆกัน
      แต่ที่ทำได้ดีกว่าคือส่วนของความลึกและความสูงจะทำได้ดีกว่านิดๆหน่อยๆ
      แต่ DAC ตัวนี้จะให้ขอบของตัวโน๊ตที่ยังมีความคมอยู่บ้างนิดๆหน่อยๆ หรือเป็นเพราะมันแอบจัดช่วงเสียงสูงรึเปล่าก็ไม่แน่ใจ
      ดังนั้นเวลาฟังอาจจะรู้สึกว่าน้ำเสียงออกไปทางแนวจริงจังซักนิดหน่อย แต่เข้าใจว่าทางผู้ผลิตคงตั้งใจแบบนี้
      เพราะตั้งชื่อรุ่นว่า Monitor 03 US มันคงต้องมีความเป็น Monitor ไปในตัวด้วย
      เรื่องของรายละเอียดของเสียงเล่นๆน้อยๆเช่นเสียงนกร้อง หรือเสียงฟลุ๊ตที่ยืนแอบอยู่หลังมือกีต้าทำได้ดีในระดับค่าตัวของมัน
      ยังไม่ข้ามราคาค่าตัวของมันไปไหนครับ เพราะบางเสียงจากที่เคยได้ยินเบาๆใน NFB12 ในเจ้านี่ต้องเร่งดังๆถึงจะได้ยิน
      ถ้าเปิดในความดังที่ฟังปกติก็จะไม่ได้ยินครับ แต่ก็ไม่มีปัญหาครับ เพราะว่าในส่วนตรงเรื่องรายละเอียดที่เล็กๆน้อยๆตรงนี้
      มันเป็นรายละเอียดที่เล็กๆน้อยๆมากจนขนาดที่ว่า ผมได้ยินมันไม่ค่อยบ่อยนักครับ ตอนใช้ DAC19MK3 ถึงจะได้ยินแบบปกติ
      แต่ถ้าเป็นเรื่องเนื้อหาหลักของบทเพลงเจ้า 03 US ทำได้ดีไม่มีปัญหาคุ้มค่าตัวสุดๆครับ



      พูดถึงเรื่องเบสกันซักหน่อย นอกจากลงได้ลึกแล้ว ก็ยังเป็นเบสที่ดีไม่ครางยานเพราะเก็บตัวไว
      มีขนาดกำลังเหมาะ อาจจะเล็กไปซักนิดหน่อยแต่ด้วยขนาดและน้ำหนักรวมถึงคุณภาพของเบสในระดับนี้
      ก็ถือว่าสามารถที่จะอุ้มชูและรองรับบทเพลงให้บรรเลงต่อไปได้อย่างมีอรรถรส
      การแยกแยะระหว่าง 2CH ทำได้ดี แต่ก็ไม่ขาดความต่อเนื่องและกลมกลืนกันระหว่างกัน
      ทำให้เสียงที่โยนกันไปมาของกลอมทอมลื่นไหลไม่ตกร่องหรือมือกลองทำไม้หลุดระหว่างตี
      ลักษณะของเสียงสูงมีความใสและกังวาลในปลายเสียง และมีหางเสียงที่ทอดยาวไปได้กำลังดี
      ไม่ถึงกับยาวไกลสุดลูกหูลูกตา แต่มันก็ทอดยาวทำให้ฟังแล้วเคลิ้มได้เหมือนกัน
      งานนี้ต้องบอกว่าใครหา DAC หรือจะเป็น DAC-Amp ในราคาค่าตัวประมาณ 5พัน
      ผมว่าลองดูเจ้านี่เป็นตัวเลือกไว้ซักนิดก็ดีครับ และได้ข่าวว่าทาง HifiLover นำเข้ามาไม่เยอะซะด้วยครับ
      ส่วนในภาค Headphone Amp หากท่านใดสนใจคงต้องรออ่านของพี่อำเภอละครับ
      ก่อนจากกันถ้าท่านใดจะใช้ ASIO ก็ขอให้ใช้ ASIO ที่ทาง Musiland ให้มานะครับ ลองแล้วเยี่ยมครับ
      พูดสั้นๆแค่นี้แหละครับ แต่ต้องไปแอ็ดเองนะครับตามรูปเลย


      และแล้วรีวิวฉบับนี้คงต้องลาจากกันไปก่อนครับ สวัสดีครับ

      และแล้วรีวิวฉบับนี้คงต้องลาจากกันไปก่อนครับ สวัสดีครับ


      ขอขอบคุณความอนุเคราะห์จาก Hifilover ที่ให้หยิบยืม Musiland Monitor 03 US มาทดสอบในครั้งนี้


      มีเนื้อหาเพิ่มเติมมาให้ครับ
      Musiland has introduced a new version of their MONITOR series of USB audio interfaces. The Monitor 03 US will be available in July and incorporates a series of advancements as summarized in the tab…

      Musiland Monitor Driver v 2.0.0.x USER Guide in the Musiland USB Tab – Buying stuff from China seems getting more efficient: Paid: 7/28 Shipped: 7/30 Received: 8/1 I purchased it from Tam Aud…

      Hurray! I can pass 352.8K Music to the Buffalo II DAC.  Even with the limitations of the older 80MHz Buffalo II, I was able to hear super clean music by optimizing some of the parameters in the DAC…

      The Musiland 03US can deliver 32bit, 384KHz sample rate material to its internal DAC. Getting this signal out through I2S would be of great benefit to an external DAC such as the Buffalo II DAC whi…
      Last edited by Guest; 1 Sep 2011, 15:51:05.

      Comment


      • #4
        Originally posted by cleaning View Post
        คนแรกครับ ผมขอสอบถามครับว่าที่มันรองรับ 384khz เขาไว้ฟังเพลงอะไรกันครับ ผมไม่ค่อยเห็นเลยครับเพลงพวกนี้ หรือไว้ดูหนังครับ
        ราคา 5 พันกว่าๆถ้ามันดีผม ว่ามันคงจะทิ้งขาดรุ่นอื่นๆหมดเลยมั่งครับ
        384 เอาไว้เล่นพวกไฟล์ Hi-res ครับ
        แต่ตอนนี้คงยังไม่มี 384 แท้ๆให้เล่นเท่าไหร่ คงต้องเล่น 192 แล้ว upsample X2 เข้าไปน่ะครับ
        หรือจะเล่น 96 แล้ว Upsample X4 เข้าไปก็ได้ครับ

        Comment


        • #5
          ถ้าผมเอา Monitor 03 US มาใช้กับ Bose M2 เหมาะไหมครับ
          ปกติต่อกับ Soundcard X-fi อยู่ครับ

          Comment


          • #6
            Originally posted by TroRuwA View Post
            384 เอาไว้เล่นพวกไฟล์ Hi-res ครับ
            แต่ตอนนี้คงยังไม่มี 384 แท้ๆให้เล่นเท่าไหร่ คงต้องเล่น 192 แล้ว upsample X2 เข้าไปน่ะครับ
            หรือจะเล่น 96 แล้ว Upsample X4 เข้าไปก็ได้ครับ
            ท่านรีวิวได้ดีมากครับ ผมชอบอ่านเพราะไม่ได้แต่งเติมจนอยากจะรีบไปชื้อทันทีเรียกว่าเมียห้ามก็ห้ามไม่อยู่ ถ้าอยากได้ แต่เห็นท่านรีวิวถึงข้อติของมัน ก็ถือว่ามันก็คงตามราคาของมันหรืออาจจะเหนือกว่าซึ่งที่บอกว่าของฝรั่งราคาหมื่น ผมว่าของฝรั่งถ้าเอาราคาบ้านเขามาเปรียบ หรือเอาราคามาขายบ้านเรา+ภาษีบาน ของจีนยังไงก็ถูกกว่าครับ แต่ยังไงผมก็ว่ายังเนียนสู้ของฝรั่งไม่ได้ครับ ในเรื่องของอะไหล่ต่างๆ ผมไม่ได้เปรียบเรื่อง dac เป็นตัววัดนะครับ ผมเปรียบ hd player ผมใช้ popcorn a210 ของฝรั่ง เทียบกับของจีน ยังไงก็ยังเหนือจีนอยู่ครับในเรื่องความคงทน มั่นคง

            ถ้าแบบนี้มันจะกิน super pro ตัวอัพเกรดลงหมดเลยหรือครับ ถ้าดูๆแล้วผมว่ากินไม่ลงหมดหรอกครับคงแล้วแต่ใครชอบสไตร์ไหนมากกว่าหรือเปล่าครับ ที่ท่านรีวิวไม่มีคำว่าพริ้วเลยครับ
            แล้วยี้ห้อนี้เน้นทางฟังเพลงหรือดุหนังครับ

            ขายๆๆๆz2+super pro ไปสอบ 03 ดีกว่าเรา แต่เหลือบไปเห็นรีวิวล่างๆว่า แอบแหลม แบบนี้ไม่เอาดีกว่ากลัวครับพวกแหลมๆ
            Last edited by cleaning; 31 Aug 2011, 22:13:48.

            Comment


            • #7
              thx
              ตามอ่านเรื่อย

              Comment


              • #8
                ของที่มีอยู่คง Obsolete หมดแล้ว

                เขาไป USB3 32bit 38.4KHz


































                เป็น HD จริงๆแล้ว
                Last edited by Guest; 31 Aug 2011, 22:50:20.

                Comment


                • #9
                  ชอบอ่านพี่รีวิวมาก ๆ
                  เสียอย่างทีที่เบสเบา ชอบเบสหนัก ๆ กังวาลมากก็ไม่ชอบ ชอบแนวโปร่ง ๆ เลยผม
                  แบบแสดงสดกลางแจ้ง ไม่ชอบแบบในห้องอัด มันชัดเจนเกินไป
                  แนวเสียงตัวนี้คงคล้าย ๆ กับ LME49720HA แต่คงดีกว่าอีกนิดหน่อย

                  Comment


                  • #10
                    Originally posted by Biz View Post
                    ถ้าผมเอา Monitor 03 US มาใช้กับ Bose M2 เหมาะไหมครับ
                    ปกติต่อกับ Soundcard X-fi อยู่ครับ
                    ไม่ว่าตัวไหน z2/super pro ฯลฯ เหนือกว่า x-fi ด้านฟังเพลงทิ้งกัน***งครับ ผมเคยใช้มาแล้วครับ***งชั้นกันครับถ้าฟังเพลง แค่ Fiio d3 ยังรับประทานเลยครับ ไม่ต้องคิดมากและถามเลยครับถ้าตัองการฟังเพลง หาเลยครับ dac แต่ก็แล้วแต่ท่านจะชอบแบบไหนว่ากันไปอีกอย่าง นุ่มๆหน่อยก็ z2 พริ้วๆช้ดเจนก็ super pro รู้แค่นี้แหละเพราะมีแค่สองตัวนี้เองครับ

                    Comment


                    • #11
                      ขอบคุณสำหรับรีวิวครับ ตัวนี้แนวเสียงคล้ายกับ nfb-12 ไหมครับ อ่านดูแล้วน่าสนใจดีเหมือนกัน ปรับ Sample rate ได้เยอะมากแต่ข้างในดูโล่งๆดีแฮะ
                      Last edited by kamil; 1 Sep 2011, 01:02:58.

                      Comment


                      • #12
                        Originally posted by Biz View Post
                        ถ้าผมเอา Monitor 03 US มาใช้กับ Bose M2 เหมาะไหมครับ
                        ปกติต่อกับ Soundcard X-fi อยู่ครับ
                        mornitor + mornitor ถ้าคิดว่าชอบก็ลองแบก M2 ไปลองดูก็ได้ครับ

                        Originally posted by phongpeera View Post
                        ชอบอ่านพี่รีวิวมาก ๆ
                        เสียอย่างทีที่เบสเบา ชอบเบสหนัก ๆ กังวาลมากก็ไม่ชอบ ชอบแนวโปร่ง ๆ เลยผม
                        แบบแสดงสดกลางแจ้ง ไม่ชอบแบบในห้องอัด มันชัดเจนเกินไป
                        แนวเสียงตัวนี้คงคล้าย ๆ กับ LME49720HA แต่คงดีกว่าอีกนิดหน่อย
                        จินตนาการก็มีความใกล้เคียงกันอยู่ครับ แต่ตัวนี้ดีกว่า Z2+ 49720 อยู่พอตัวเหมือนกันครับ

                        Comment


                        • #13
                          Monitor 03 US / nfb12
                          ตัวไหนน่าเล่นกว่าน่ะครับ

                          Comment


                          • #14
                            มันคือ เทคโนโลยี ใหม่นี่เอง usb3
                            เสียงออกแนว จืดๆนุ่มๆ ใช่ไหมครับ เด่นเสียงกลางใช่ไหม
                            ผมไม่ชอบ รูปร่าง หน้าตา เจ้าdacตัวนี้เลย
                            เจ้า dac 03 US ใช้ไฟจากไหนครับ จากสาย USB หรือจาก อแดปเตอร์

                            Comment


                            • #15
                              Originally posted by TroRuwA View Post
                              mornitor + mornitor ถ้าคิดว่าชอบก็ลองแบก M2 ไปลองดูก็ได้ครับ


                              จินตนาการก็มีความใกล้เคียงกันอยู่ครับ แต่ตัวนี้ดีกว่า Z2+ 49720 อยู่พอตัวเหมือนกันครับ
                              เหนือกว่าทางด้านเสียงใช่ไหมครับ ด้านอื่นๆไม่เอามาเกี่ยวนะครับ เอาเฉพาะด้านเสียงอย่างเดียวเลย
                              แล้วถ้า z2หา opamp ทีดีกว่า49720เปลี่ยนเข้าไปอีกพอจะสู้ไหวหรือไม่ครับ เช่น z2 ราคา 3 พัน +BB OPA637SM USA เข้าไปให้ราคาเท่า กับ03 ครับแล้ววัดกันด้านเสียง เรื่องบิทเรทไม่วัดครับ เพราะหาเพลงฟังอยากครับ เน้นฟังจากคอมเป็นหลักก็คือ usb ครับ ผมไม่ได้มีเจตนาอย่างอื่นนะครับ เป็นทางเลือกของผมครับถ้าหามาเพิ่มได้ัมันจะพอสู้ไหวไหมหละครับ หรือเอา super pro ไปโม พอจะไปจี้ๆก้น03ได้บ้างไหมครับ เน้นใช้งานในปัจจุบับครับถ้าในอนาคตกว่าเพลงพวกบิทสูงๆจะฮิต คงจะมีรุ่น 05-06 ออกมาอีกครับ ประเทศไทยคงจะฮิตอยากครับเพลงพวกนี้คงจะฟังเฉพาะกลุ่ม ขนาดทุกวันนี้ VCD ยังมีเกลื่อนทั้งที่เมืองนอกเขาดู HD กันหมดแล้ว

                              คุณ RroRuwA เคยฟัง Z2+OPA637sm หรือยังครับ กับ super pro ตัวโมของคุณพงษ์ครับ ถ้าเทียบกับ 03 ทางด้านเสียงเล่นเพลงในปัจจุบัน 16/44 นี่แหละครับเป็นอย่างไรบ้างเป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจครับ ไม่ใช่เป็นการขัดคอ 03 ครับ เพราะผมมีทั้งสองตัว เพียงแต่ยังไม่มี 637sm/super pro(ยังไม่ได้โม) ถ้าเปลี่ยน opampราคาสูงแล้วยังสู้ไม่ได้ ก็สมควรขายแล้วไปหา03 ครับ
                              ขอบคุณมากครับ
                              Last edited by cleaning; 1 Sep 2011, 04:46:42.

                              Comment

                              Working...
                              X