
เราทุกคนต่างรู้ดีว่าชิป Sandy Bridge E นั้นแท้จริงแล้วมันมีทั้งหมด 8 Cores และมี L3 20MB
มาพร้อมกับระบบ QPI Link แบบ Dual พ่วงด้วย Quad DDR3 Memory Channel
และด้วยเหตุที่ Xeon E5 ที่ใช้ WorkStation และ Server มีการเปิดให้ใช้งานได้ทั้งหมด
จึงเกิดคำถามว่าทำไมเมื่อชิปตัวนี้เดินทางมาอยู่ในเดสก์ท็อปถึงต้องปิดให้มันทำงานได้เพียง 6-Cores
และปิดแคช L3 ให้เหลือ 15MB เท่านั้น หากไปดูที่ค่า TDP นั่นคงเป็นคำตอบ
มีความน่าผิดหวังอยู่อย่างหนึ่งในการเปิดตัวชิปประมวลผลระดับสูงของเดสท็อปอย่าง
Intel Sandy Bridge E ที่ทำงานอยู่บน Socket 2011
เนื่องจากพบว่าชิปตัวนี้ได้มีการปิดการทำงาน Core และ Cache ลงไปมากถึง 1 ส่วน 4 ของที่มีอยู่ทั้งหมด
เหตุผลรองรับมีตั้งแต่ว่าชิปที่ใหญ่ขนาดนี้น่าจะเหมาะกับการขายให้แก่ Workstation และ Server ที่มีกำไรงามกว่า
หรือแม้แต่ความจริงที่ว่า Apps ใน Desktop หรือสภาพแวดล้อมต่างๆ ในปัจจุบัน
ยังคงไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์เท่าไหร่แม้กระทั่งกับซีพียูแค่ 6 Cores
เหตุผลที่มีความเป็นไปได้ที่สุดคือเรื่องของค่า TDP
เนื่องจากมันเป็นชิปที่มี Die ขนาดใหญ่ ประกอบด้วยคอร์และแคชจำนวนมาก
แม้ไม่มากเท่า Xeon E7 - Westmere-Ex ที่ทำขึ้นบนกระบวนการผลิต 32nm เช่นกันแต่มี 10 Cores/L3 30MB
แต่ E7 ก็ทำงานด้วยความเร็วเพียงแค่ 2.4GHz เท่านั้น
เราประเมิณกันว่าถ้าหากมีการเปิดการทำงานเต็มทั้ง 8-Cores นั้น
ก็ยังจะสามารถผลิตชิปที่ทำงานได้เกินกว่า 3 GHz อยู่เล็กน้อย ณ ช่วงเวลาที่เปิดตัวใหม่ๆ
แต่ก็คงจะทำงานได้แค่บน WorkStation ที่รองรับ CPU ที่มีค่า TDP สูงถึง 150 W
หากเอาตัวเลขนี้มาเปรียบกับ Desktop พบว่ายังไม่มี Socket ไหนบน Desktop
ที่มีค่า TDP ต่อ Socket สูงไปกว่า 130 W เลย ณ ขณะนี้
ซึ่งสิ่งที่ Intel ควรทำและทำได้ในช่วงเวลานี้ ก็คือ
การพยายามเร่งปั่น Clock ให้สูงขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกว่ามีเหตุผลพอที่จะอัพเกรดจาก i7 รุ่นเก่า
และต้องคงความแตกต่างพอสมควรกับชิป Sandy Bridge 1155 - 4 Cores รวมถึง AMD Bulldozer ด้วย
ดังนั้นเพื่อให้ได้ค่า Core Clock 3.3 GHz ขึ้นไปโดยยังคงอยู่ภายใต้กรอบ TDP ที่ 130 Wอยู่
การจำกัดจำนวน Cores ให้เปิดใช้งานไว้ที่ 6 Core จึงฟังดูมีเหตุผล
อย่างน้อยก็ในช่วงที่ยังคงมีการใช้ Stepping ปัจจุบัน(C)
จนกระทั่งเมื่อ Stepping D ตัวใหม่มาถึง ก็อาจจะได้มีการเพิ่ม Clock ให้สูงขึ้นได้ภายใต้ TDP เท่าเดิม
หรือไม่ก็อาจจะเปิดการทำงานของ Core ทั้ง 8 Core เลยก็ได้โดยคง Clock ไว้เท่าเดิมหรือใกล้เคียง

ธรรมเนียมของ Intel ตั้งแต่ Nehalem และ Westmere นั้น
ทุกๆ หนึ่งหรือสองไตรมาสหลังการเปิดตัว Stepping แรกเริ่ม
สเตปปิ้งตัวต่อไปนั้นมักจะมีการพัฒนาขึ้นอย่างมากทั้งความถี่หรือการใช้พลังงานหรืออาจทั้งสองอย่าง
โดยปกติแล้วควรจะมีการเพิ่มความเร็วประมาณ 1 หรือ 2 ขั้น โดยคง TDP ไว้ภายใต้ กรอบขีดจำกัดเท่าเดิม
ซึ่งก็น่าจะดีพอสำหรับสถานการณ์ในช่วงนั้นๆ
หรือกรณีสุดท้าย เราอาจต้องรอการเปิดตัวชิปในยุคถัดอย่าง Ivy Bridge-E กันเลยซึ่งคงต้องรอกันไปอีกกว่า 1 ปีที่มันจะมาถึง
Full Credit : VR-Zone By Nebojsa Novakovic ( October 17 2011 11:26 am )

Comment