Login or Sign Up
Logging in...
Remember me
Log in
Forgot password or user name?
or
Sign Up
Log in with
Forums
Articles
Today's Posts
PHOTO
Forum
Hardware Zone
Network & Internet
Announcement
Collapse
No announcement yet.
wireless card ยี่ห้อไหนดีครับ
Collapse
X
Collapse
Posts
Latest Activity
Photos
Search
Page
of
2
Filter
Time
All Time
Today
Last Week
Last Month
Show
All
Discussions only
Photos only
Videos only
Links only
Polls only
Events only
Filtered by:
Clear All
new posts
Previous
1
2
template
Next
meemeo
OverclockZone Member
Join Date:
29 Nov 2008
Posts:
50
Share
Tweet
#16
4 Dec 2008, 01:09:15
ผมใช้ edimax เสาร์4db รับสัญญาณดี เล่นนานไม่ร้อนซื้อมา พันกว่าบาท
ที่ สำ คัญ มันน่าจะเป็นที่ ap มากกว่า
Comment
Post
Cancel
tomodify
Join Date:
27 May 2008
Posts:
10622
Share
Tweet
#17
4 Dec 2008, 08:30:42
Originally posted by
lovetobacco
View Post
ผมไปดุที่ร้านมาแล้วครับ อันที่ดี(ร้านคอนเฟิม) มี2อันอ่ะครับ
SMC ไรไม่รุ mimo
lynksys ไรไม่รุ ไม่มีmimo
ตัวมีmimo แพงกว่า100 บาทครับ (แต่ก้พันกว่าทั้งคู่แหละ)
อันไหนดีครับ
แล้ว mimo มันคืออะไร - -" แถมแพงกว่าด้วย
2 หรือ 3 เสาเป็นเกรด Business Series หรือ เรียกว่า mimo ก็ไม่ผิด
ใช้รองรับการใช้งานที่มีผู้ใช้งานมากๆในเวลาเดียวกันได้
http://www.expert2you.com/view_article.php?art_id=2604
ดูเหมือนว่า Wireless network ได้พัฒนาตัวเองมาจนถึงระดับที่ทำให้เราพอใจแล้ว แต่ความเป็นจริงที่ยังคงแฝงอยู่ และคาใจเราอยู่เสมอ คือความจริงที่ว่า ความต้องการสามประการที่เราไม่เคยได้มาพร้อมกัน ความเร็ว, เสถียรภาพของการเชื่อมต่อ, และระยะทาง
ถ้าอยากจะให้อย่างหนึ่งดีขึ้น เราต้องแลกด้วยอีกอย่างหนึ่งที่ด้อยลงไป ลองสังเกตนะครับ เวลาที่เราถือโน้ตบุ๊คค่อย ๆ ถอย******งออกจาก Access Point ตัวเลขแสดงความเร็วบนหน้าจอจะค่อย ๆ ลดลงตามไปด้วย วงจรของ Wireless มันทำของมันเองครับ คือมันจะลดความเร็วเพื่อรักษาเสถียรภาพในการเชื่อมต่อ ซึ่งถ้าเราพยายามจะบังคับให้มันทำงานที่ความเร็วสูงขึ้น (การ์ดบางรุ่นบังคับได้ครับ) ในขณะที่เราอยู่******งจาก Access Point เราจะเสียเสถียรภาพไปทันที คือ Error จะสูงขึ้น และสูงจนกระทั่งวงจรมันตัด Connection นั้นออกจาก Access Point ในที่สุด
และนี่คือเป้าหมายหลักของการพัฒนาของ Wireless network ซึ่งซุ่มตัวอยู่เบื้องหลังตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ วันที่เทคโนโลยีใหม่ได้รับการพิสูจน์ว่าทำงานได้จริง สามารถตอบสนองความต้องการทั้งสามได้พร้อม ๆ กันโดยไม่ต้องแลกกับความถดถอยของเงื่อนไขใด ๆ อีก เทคโนโลยีที่ประกาศตัวออกมาสู่ตลาดภายใต้ชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า MIMO
เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า การส่งสัญญาณและการรับสัญญาณระหว่างอุปกรณ์ Wireless ไม่ว่ารุ่นไหนยี่ห้อไหน ก็ล้วนแล้วแต่เป็นไปตามกฏเกณฑ์ทางธรรมชาติอันว่าด้วยเรื่องของคลื่น คนเราเวลาส่งเสียงออกมาเป็นภาษาพูด มันก็คือการส่งคลื่นออกมาครับ เวลาอุปกรณ์ Wireless มันคุยกัน คลื่นที่ส่งออกมาจะสะท้อนกับทุกสิ่งทุกอย่าง ซึ่งก็เหมือนกับคนสองคนที่มาตะโกนคุยกันในห้องเล็ก ๆ นั่นแหละครับ สิ่งที่เกิดเขาเรียกว่าเสียงเอคโค่หรือเสียงสะท้อน มันก็เลยเป็นอุปสรรคสำหรับผู้รับสารครับ คือฟังไม่รู้เรื่อง เพราะเสียงมันก้องไปมา อุปกรณ์ Wireless ทั้งหลายก็เหมือนกัน เวลาเจอสัญญาณสะท้อนมาก ๆ เข้าก็จะไม่สามารถรับสัญญาณได้ เรียกว่าสัญญาณของตัวเอง รบกวนตัวเองครับ
แต่เดิมทำกันอย่างไร
เทคโนโลยีของอุปกรณ์ Wireless ที่ผ่านมาทั้งหมด ถูกออกแบบมาโดยเน้นไปที่การลดสัญญาณสะท้อนครับ เทคนิคที่เห็นจะเด่นที่สุดในการรับมือสัญญาณสะท้อน ก็คือ Diversity antenna ซึ่งปรากฏตัวออกมาเป็นรูปธรรมในแบบของเสา 2 ต้นที่ทำงานคู่กัน รับสัญญาณด้วยกันทั้งคู่ แต่มีเพียงสัญญาณเดียวที่รับได้ชุดแรกสุดที่จะถูกนำมาใช้งาน สัญญาณที่ได้รับหลังจากนั้น ให้ถือว่ามันสะท้อนมา ถึงแม้จะรับก็ไม่เอาไปใช้
ลองสังเกตให้ดีครับ AP หลายรุ่นหลากยี่ห้อที่เราใช้กันอยู่ Wireless card อีกนับไม่ถ้วน ล้วนแต่ใช้เทคนิค Diversity antenna กันทั้งสิ้น ซึ่งก็ทำงานได้ดีมาตลอด บนพื้นฐานของการสละความต้องการอันหนึ่ง เพื่อให้อีกความต้องการหนึ่งดีขึ้น Wireless network เป็นแบบนี้มาตลอดตั้งแต่วันแรก จนถึงกระทั่งวันที่ MIMO ซึ่งเป็นแนวคิดใหม่ประกาศตัวออกมา เรียกได้ว่าเป็นการประกาศตัวแบบฉีกกฏเกณฑ์เดิมโดยสิ้นเชิง
แนวคิดของ MIMO
มันเป็นคำถามอันเป็นต้นกำเนิดของไอเดียทั้งหมดครับ คำถามก็คือ เราจะทิ้งสัญญาณสะท้อนไปทำไม แล้วทำไมเราไม่เอาสัญญาณสะท้อนที่ว่ามาเป็นส่วนหนึ่ง เพื่อเสริมให้การรับสัญญาณมันสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ด้วยแนวคิดแบบนี้ที่ว่าสัญญาณมันจะมาตรงหรือสะท้อนมา ก็เอาหมด เรียกว่ายิ่งรับมากก็ยิ่งดี ก็เลยมีการเพิ่มเสาเข้าไปให้กับอุปกรณ์ Wireless ครับ เพื่อให้มันรับสัญญาณได้ดียิ่งขึ้น ผนวกเข้ากับความมหัศจรรย์ของการคำนวณทางคณิตศาสตร์ สมการใหม่ ๆ ที่ช่วยสร้างรูปคลื่นที่สมบูรณ์จากการรวมสัญญาณทั้งหมดเข้าด้วยกัน ทำให้เกิดผลสรุปรวบยอดได้ว่า สัญญาณสะท้อนไม่ต้องทิ้ง แต่เอามาใช้จนเกิดเป็นข้อได้เปรียบได้อย่างชาญฉลาด
และนั่นก็คือที่มาของคำว่า MIMO ครับ ซึ่งย่อมาจาก Multi-Input-Multi-Output ที่ว่ามาข้างต้นนั้น เป็นเรื่องของ Multi-Input หรือรับสัญญาณด้วยเสาหลายต้น
ผลในทางปฏิบัติที่เห็นได้ทันทีคือ ความสามารถของอุปกรณ์ Wireless ที่สามารถรับสัญญาณได้ดีขึ้น แม้ในระยะที่ไกลออกไป แม้ในที่ ๆ อุดมไปด้วยการรบกวนของสัญญาณ เทคโนโลยี MIMO ก็ยังสามารถดักจับสัญญาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ พูดง่าย ๆ ว่าในระยะที่******งจาก Access Point ที่เท่ากัน เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีแบบเดิมแล้ว MIMO จะรับสัญญาณได้ดีกว่า เป็นการทลายกำแพงของกฏเกณฑ์เดิม ๆ โดยสิ้นเชิง คือระยะก็ได้ไกลขึ้น โดยความเร็วก็ไม่ตกลงอย่างฮวบฮาบ ในขณะที่เสถียรภาพก็ยังดีอยู่
สรุปเป็นภาษาพูดได้ง่าย ๆ คือ ระยะเท่ากัน แต่ MIMO จะรับข้อมูลได้ดีกว่าและเร็วกว่าครับ
ที่ว่ามานั้น ว่าด้วยเรื่องของการรับสัญญาณเท่านั้นครับ ซึ่ง MIMO ไม่ได้เพียงแค่ช่วยให้การรับสัญญาณดีขึ้นเท่านั้น การส่งสัญญาณก็ดีขึ้นด้วยครับ ซึ่งอันนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับผู้คิดค้นเทคโนโลยี MIMO นี้ครับ มันคือคณิตศาสตร์ล้วน ๆ ที่ใช้ในการผนวกข้อมูลดิจิตอลเข้ากับคลื่นพาหะ หรือที่เราเรียกเป็นภาษาเทคนิคว่า เป็นการ Modulate แบบ OFDM นั่นแหละครับ
OFDM ไม่ใช่เทคนิคใหม่ แต่เป็นเทคนิคที่ถูกนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกับ MIMO ด้วยการใส่ตัวแปรทางคณิตศาสตร์ที่เหมาะสมลงไปในสมการอันเป็นส่วนประกอบของ OFDM ผลที่เกิดคือการที่ทำให้ผู้ใช้อย่างเรา ๆ ท่าน ๆ สามารถจะมี Wireless แบบ 108 เมกะบิตใช้กันโดยถ้วนหน้า
พูดสั้น ๆ ก็คือ ด้วย MIMO การเชื่อมต่อระหว่าง AP กับ Wireless client จะมีการรับส่งข้อมูลที่ความเร็ว 108 เมกะบิต ซึ่งเป็น 108 ที่ไม่เหมือนกับเทคโนโลยี 108 ที่วางตลาดกันอยู่ในปัจจุบันนี้ เพราะ MIMO ใช้จำนวน Channel ที่น้อยกว่านั่นเอง พูดในอีกแง่หนึ่งคือ เราสามารถจะมี Channel เหลือสำหรับการสร้าง Wireless network วงต่อ ๆ ไปได้ ในขณะที่ MIMO ก็ยังคงทำงานที่ 108 เมกะบิตไปได้ด้วย
รู้จักกับ Airgo
หัวใจสำคัญของ MIMO คือชิพ Airgo จาก Airgo Networks บริษัทที่เป็นผู้นำในเทคโนโลยี MIMO โดยชิพเซ็ตที่ว่านี้ ได้รับการยอมรับจากบริษัทยักษ์ใหญ่ชั้นนำมากมายในอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ ในการนำชิพเซ็ตไปประกอบกับผลิตภัณฑ์ Wireless ของตน อาทิ Access Point และ Wireless card ที่ใช้ชิพเซ็ตของ Airgo เช่นเดียวกัน
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Airgo ได้รับการพิสูจน์จากผู้ใช้ในตลาด รวมไปถึงรางวัลต่าง ๆ มากมายจากนักวิเคราะห์อุตสาหกรรม นิตยสาร เวบไซด์ ฯลฯ ให้เป็นชิพที่มีความเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยี มีประสิทธิภาพสูง
หรือ
http://www.google.co.th/search?hl=th&q=mimo&meta=
เยอะแยะเลยครับ
Comment
Post
Cancel
Previous
1
2
template
Next
Working...
Yes
No
OK
OK
Cancel
X
Comment