Login or Sign Up
Logging in...
Remember me
Log in
Forgot password or user name?
or
Sign Up
Log in with
Forums
Articles
Today's Posts
PHOTO
Forum
Hardware Zone
Graphics Card
Announcement
Collapse
No announcement yet.
128 bit กับ 256bit
Collapse
X
Collapse
Posts
Latest Activity
Photos
Search
Page
of
3
Filter
Time
All Time
Today
Last Week
Last Month
Show
All
Discussions only
Photos only
Videos only
Links only
Polls only
Events only
Filtered by:
Clear All
new posts
Previous
1
2
3
template
Next
smile777
Join Date:
5 Feb 2014
Posts:
967
Share
Tweet
#1
128 bit กับ 256bit
7 Jan 2015, 15:08:27
การ์ดจอมี bit แตกต่างกัน มันทำหน้าที่อะไรครับ ?
เห็นมี 128/256/384 bit
Notouchz33
Join Date:
29 Sep 2013
Posts:
1736
Share
Tweet
#2
7 Jan 2015, 15:11:20
เข้ามาเก็บความรู้
Comment
Post
Cancel
THEFOOL
OverclockZone Member
Join Date:
1 Aug 2009
Posts:
29438
Share
Tweet
#3
7 Jan 2015, 15:15:48
Originally posted by
smile777
View Post
การ์ดจอมี bit แตกต่างกัน มันทำหน้าที่อะไรครับ ?
เห็นมี 128/256/384 bit
ความแรง ในรุ่นซีรี่เดียวกัน ลองไปเทียบดู มีเยอะ แรงกว่า ตัวน้อย นั้นเองละ
ตอบสั้นๆ
ถ้าอยากรู้จริงๆ ถาม google เลยครับ มีคำตอบเต็มไปหมด bit การ์ดจอ
Comment
Post
Cancel
THEFOOL
OverclockZone Member
Join Date:
1 Aug 2009
Posts:
29438
Share
Tweet
#4
7 Jan 2015, 15:18:00
Originally posted by
boyd_747
View Post
ข้อนี้น่าจะใช่ครับ ข้อแรกที่ว่ามามันไม่เกี่ยว ..bit สีในกรณีแบบนั้นมันเป็นการแสดงผลค่าสีในไฟล์ภาพ 2D ครับ
V
V
2.256 bit นั้น จะมี bandwidth ที่กว้างกว่า 128 bit เปรียบสเหมือน เลน รถวิ่ง ยิ่งมีเลนกว้างๆ เยอะๆ รถยิ่งวิ่ง สะดวก ไม่ติดขัด สังเกตุได้ชัดๆ
ตอนเวลา เล่นเกมส์โหดๆแล้วช่วงเกมส์นั้นมีการ ประมวลผลเยอะ...ถ้า 128 bit เวลาประมวลผลเยอะๆ ภาพจะกระตุก เนื่องจาก ช่องทางของ bit นั้นแคบ
:
ถาม google โลด ถ้ายังไม่เข้าใจนะครับ
https://www.google.co.th/search?q=bi...B8%B7%E0%B8%AD
Comment
Post
Cancel
m shifu
OverclockZone Member
Join Date:
11 Feb 2009
Posts:
5069
Share
Tweet
#5
7 Jan 2015, 15:20:05
Overclockzone ข่าวไอที ซื้อคอมมือสอง รีวิวโน๊ตบุ๊ค รีวิวการ์ดจอ จัดสเปคคอม ซื้อขายคอม
http://www.overclockzone.com/forums/showthread.php/2446554-หน่วย-BIT-และ-MHz-ในการ์ดจอ-คืออะไรครับ
Comment
Post
Cancel
smile777
Join Date:
5 Feb 2014
Posts:
967
Share
Tweet
#6
7 Jan 2015, 15:38:03
Originally posted by
Notouchz33
View Post
เข้ามาเก็บความรู้
Originally posted by
THEFOOL
View Post
ความแรง ในรุ่นซีรี่เดียวกัน ลองไปเทียบดู มีเยอะ แรงกว่า ตัวน้อย นั้นเองละ
ตอบสั้นๆ
ถ้าอยากรู้จริงๆ ถาม google เลยครับ มีคำตอบเต็มไปหมด bit การ์ดจอ
เริ่มจะรุ้แล้วครับ
Originally posted by
THEFOOL
View Post
ถาม google โลด ถ้ายังไม่เข้าใจนะครับ
https://www.google.co.th/search?q=bi...B8%B7%E0%B8%AD
Originally posted by
m shifu
View Post
http://www.overclockzone.com/forums/...
Comment
Post
Cancel
wizard1st
OverclockZone Member
Join Date:
14 Nov 2006
Posts:
722
Share
Tweet
#7
7 Jan 2015, 16:07:07
ตอบสั้น ๆ มันคือ ท่อข้อมูล
Comment
Post
Cancel
cbr150i
OverclockZone Member
Join Date:
26 Mar 2011
Posts:
685
Share
Tweet
#8
7 Jan 2015, 16:15:27
มีเป็นการส่งช่องทางข้อมูลครับ
เช่น เรามีข้อมูลในการประมวลผลอยู่ 500
ส่งแบบไปกลับจะเป็น 1000
แน่นอนว่า
384 bit ใช้จำนวนรอบน้อยสุดในการสงข้อมูล
256,128 ก็ลดลงมา
Comment
Post
Cancel
XP_armor
OverclockZone Member
Join Date:
11 Oct 2006
Posts:
23168
Share
Tweet
#9
7 Jan 2015, 16:33:06
ประสิทธิภาพโดยรวมคือ Bandwidth
ในความถี่ที่เท่าๆกัน (ความเร็ว) ถ้าจำนวน bit การรับส่งข้อมูลยิ่งมาก Bandwidth ยิ่งมากครับ
Comment
Post
Cancel
kaitom
OverclockZone Member
Join Date:
23 Jan 2007
Posts:
1016
Share
Tweet
#10
7 Jan 2015, 17:42:10
ฺbit คือ ค่าความเป็นไปได้ของข้อมูล X86 มีค่าใน bit เป็น 0 หรือ 1 ถ้า คอมพิวเตอร์ควอนตัมอะไรพวกนี้จะมากกว่านี้ ที่เรียกกันว่าควอนตัมบิต
bit ใช้บ่งบอกค่าความเป็นไปได้ของมูล เช่น 8 bit เป็น 1 byte จะมีค่าที่เป็นไปได้ 2 ยกกำลัง 8 หรือ 256 ค่า
อย่างสี 32 bit ก็คือสีที่ผสมกัน 8+8+8+8 = alpha(ความโปร่งใส 256 ระดับ) x red(256 ระดับ) x green (256 ระกับ) x blue(256) ระดับ ก็คือประมาณ สี่พันล้านสี
ในการ์ดจอ Bit ส่วนมากจะหมายถึงขนาดช่องทางการเชื่อมต่อข้อมูล เช่น 128 bit ก็คือส่งข้อมูลขาไปและขากลับครั้งละ 128 bit = หรือ 16 bytes ต่อ 1 รอบสัญญาณาฬิกาของหน่วยความจำ แบบ DDR ก็หมายความว่าได้ทั้งไปทั้งกลับพร้อมกันก็คือสองเท่าใน 1 รอบสัญญาณนาฬิกา
นอกจากนั้น Bit ของหน่วยความจำยังระบุถึงขนาดของ Memory ที่ระบบสามารถอ้างอิงใช้ได้ด้วย หรือที่เราเรียกว่า Memory Address โดยจะมีขนาด 2 ยกกำลัง จำนวนบิต
อย่าง 32 บิต ก็หมายความว่า Software สามารถอ้างอิงหน่วยความจำได้ 2 ยกกำลัง 32 คือประมาณ 4GB นั่นเอง นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมถ้าแรมเกิน 4GB ต้องใช้ Windows 64 bit ไม่งั้นเครื่องจะเห็น Ram ไม่เต็มเพราะไม่สามารถอ้างอิง Address ส่วนเกินในหน่วยความจำได้
ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ยิ่งบิตเยอะ ก็ยิ่ง รับส่งข้อมูลได้เร็วนั่นเอง แต่ทั้งทั้งทั้งนั้นนี้ขึ้นอยู่กับความถี่ของสัญญาณนาฬิกาที่ใช้ด้วย อย่ามองที่จำนวน bit อย่างเดียว ความถี่ยิ่งเยอะ ก็ยิ่งเร็ว เช่น 128 bit ที่วิ่งความถี่สูงมากๆ ก็จะส่งข้อมูลได้เร็วกว่า 256 บิตที่ความถี่ต่ำเป็นต้น
แล้วถ้ายิ่งบิตเยอะ ก็ยิ่งดี ทำไมไม่ทำมาบิตเยอะๆไปเลยล่ะ ก็เพราะว่า Hardware มีข้อจำกัดครับ ยิ่งเราส่งจำนวน bit สูงหมายถึงว่าค่าความผิดพลาดของข้อมูลจะเยอะไปด้วย ทำให้ต้องส่งความถี่ต่ำๆ รวมทั้งต้องใช้จำนวน chip ที่นำมาต่อ ก็ต้องเยอะขึ้นเพื่อให้ครบ channel มัน
นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมการ Design Hardware เดี๋ยวนี้ บางทีก็เน้น bit น้อยแต่ความถี่สูงๆ มากกว่า เช่น serial port ของ PC อย่าง USB /thunder bolt เป็นต้น ส่วน Parallel Prort นี่สาบสูญไปละ เพราะถึงบิตเยอะแต่สายเทอะทะความถี่ต่ำ ใช้จำนวนบิตน้อยๆมันดีเพราะใช้สายไม่กี่เส้น ทำสายเส้นเล็กๆได้
อย่างการ์ดจอ ก็ใช้วงจรมีขนาดเล็กลงได้ สมัย Pantium 4 ก็เคยสนับสนุน Memory บิตน้อยๆความถี่สูงเหมือนกัน ที่เราเรียกว่า RAM BUS จริงๆแนวคิดดีทีเดียวประสิทธิภาพก็สูง แต่ดันผูกขาดและขาย License แพง เลยไม่ได้รับการสนับสนุนและหยุดพัฒนาไปในที่สุด
Last edited by
kaitom
;
7 Jan 2015, 18:00:59
.
Comment
Post
Cancel
drcnfre
OverclockZone Member
Join Date:
6 Jan 2013
Posts:
2988
Share
Tweet
#11
7 Jan 2015, 18:33:55
Originally posted by
THEFOOL
View Post
ถ้าอยากรู้จริงๆ ถาม google เลยครับ มีคำตอบเต็มไปหมด bit การ์ดจอ
+1
Comment
Post
Cancel
smile777
Join Date:
5 Feb 2014
Posts:
967
Share
Tweet
#12
7 Jan 2015, 19:07:33
Originally posted by
wizard1st
View Post
ตอบสั้น ๆ มันคือ ท่อข้อมูล
Originally posted by
cbr150i
View Post
มีเป็นการส่งช่องทางข้อมูลครับ
เช่น เรามีข้อมูลในการประมวลผลอยู่ 500
ส่งแบบไปกลับจะเป็น 1000
แน่นอนว่า
384 bit ใช้จำนวนรอบน้อยสุดในการสงข้อมูล
256,128 ก็ลดลงมา
Originally posted by
XP_armor
View Post
ประสิทธิภาพโดยรวมคือ Bandwidth
ในความถี่ที่เท่าๆกัน (ความเร็ว) ถ้าจำนวน bit การรับส่งข้อมูลยิ่งมาก Bandwidth ยิ่งมากครับ
Originally posted by
kaitom
View Post
ฺbit คือ ค่าความเป็นไปได้ของข้อมูล X86 มีค่าใน bit เป็น 0 หรือ 1 ถ้า คอมพิวเตอร์ควอนตัมอะไรพวกนี้จะมากกว่านี้ ที่เรียกกันว่าควอนตัมบิต
bit ใช้บ่งบอกค่าความเป็นไปได้ของมูล เช่น 8 bit เป็น 1 byte จะมีค่าที่เป็นไปได้ 2 ยกกำลัง 8 หรือ 256 ค่า
อย่างสี 32 bit ก็คือสีที่ผสมกัน 8+8+8+8 = alpha(ความโปร่งใส 256 ระดับ) x red(256 ระดับ) x green (256 ระกับ) x blue(256) ระดับ ก็คือประมาณ สี่พันล้านสี
ในการ์ดจอ Bit ส่วนมากจะหมายถึงขนาดช่องทางการเชื่อมต่อข้อมูล เช่น 128 bit ก็คือส่งข้อมูลขาไปและขากลับครั้งละ 128 bit = หรือ 16 bytes ต่อ 1 รอบสัญญาณาฬิกาของหน่วยความจำ แบบ DDR ก็หมายความว่าได้ทั้งไปทั้งกลับพร้อมกันก็คือสองเท่าใน 1 รอบสัญญาณนาฬิกา
นอกจากนั้น Bit ของหน่วยความจำยังระบุถึงขนาดของ Memory ที่ระบบสามารถอ้างอิงใช้ได้ด้วย หรือที่เราเรียกว่า Memory Address โดยจะมีขนาด 2 ยกกำลัง จำนวนบิต
อย่าง 32 บิต ก็หมายความว่า Software สามารถอ้างอิงหน่วยความจำได้ 2 ยกกำลัง 32 คือประมาณ 4GB นั่นเอง นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมถ้าแรมเกิน 4GB ต้องใช้ Windows 64 bit ไม่งั้นเครื่องจะเห็น Ram ไม่เต็มเพราะไม่สามารถอ้างอิง Address ส่วนเกินในหน่วยความจำได้
ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ยิ่งบิตเยอะ ก็ยิ่ง รับส่งข้อมูลได้เร็วนั่นเอง แต่ทั้งทั้งทั้งนั้นนี้ขึ้นอยู่กับความถี่ของสัญญาณนาฬิกาที่ใช้ด้วย อย่ามองที่จำนวน bit อย่างเดียว ความถี่ยิ่งเยอะ ก็ยิ่งเร็ว เช่น 128 bit ที่วิ่งความถี่สูงมากๆ ก็จะส่งข้อมูลได้เร็วกว่า 256 บิตที่ความถี่ต่ำเป็นต้น
แล้วถ้ายิ่งบิตเยอะ ก็ยิ่งดี ทำไมไม่ทำมาบิตเยอะๆไปเลยล่ะ ก็เพราะว่า Hardware มีข้อจำกัดครับ ยิ่งเราส่งจำนวน bit สูงหมายถึงว่าค่าความผิดพลาดของข้อมูลจะเยอะไปด้วย ทำให้ต้องส่งความถี่ต่ำๆ รวมทั้งต้องใช้จำนวน chip ที่นำมาต่อ ก็ต้องเยอะขึ้นเพื่อให้ครบ channel มัน
นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมการ Design Hardware เดี๋ยวนี้ บางทีก็เน้น bit น้อยแต่ความถี่สูงๆ มากกว่า เช่น serial port ของ PC อย่าง USB /thunder bolt เป็นต้น ส่วน Parallel Prort นี่สาบสูญไปละ เพราะถึงบิตเยอะแต่สายเทอะทะความถี่ต่ำ ใช้จำนวนบิตน้อยๆมันดีเพราะใช้สายไม่กี่เส้น ทำสายเส้นเล็กๆได้
อย่างการ์ดจอ ก็ใช้วงจรมีขนาดเล็กลงได้ สมัย Pantium 4 ก็เคยสนับสนุน Memory บิตน้อยๆความถี่สูงเหมือนกัน ที่เราเรียกว่า RAM BUS จริงๆแนวคิดดีทีเดียวประสิทธิภาพก็สูง แต่ดันผูกขาดและขาย License แพง เลยไม่ได้รับการสนับสนุนและหยุดพัฒนาไปในที่สุด
Originally posted by
drcnfre
View Post
+1
ขอบคุณ ทุกๆคำตอบเลยครับ
Comment
Post
Cancel
soy
OverclockZone Member
Join Date:
20 Jul 2007
Posts:
5388
Share
Tweet
#13
7 Jan 2015, 19:36:00
Originally posted by
kaitom
View Post
ฺbit คือ ค่าความเป็นไปได้ของข้อมูล X86 มีค่าใน bit เป็น 0 หรือ 1 ถ้า คอมพิวเตอร์ควอนตัมอะไรพวกนี้จะมากกว่านี้ ที่เรียกกันว่าควอนตัมบิต
bit ใช้บ่งบอกค่าความเป็นไปได้ของมูล เช่น 8 bit เป็น 1 byte จะมีค่าที่เป็นไปได้ 2 ยกกำลัง 8 หรือ 256 ค่า
อย่างสี 32 bit ก็คือสีที่ผสมกัน 8+8+8+8 = alpha(ความโปร่งใส 256 ระดับ) x red(256 ระดับ) x green (256 ระกับ) x blue(256) ระดับ ก็คือประมาณ สี่พันล้านสี
ในการ์ดจอ Bit ส่วนมากจะหมายถึงขนาดช่องทางการเชื่อมต่อข้อมูล เช่น 128 bit ก็คือส่งข้อมูลขาไปและขากลับครั้งละ 128 bit = หรือ 16 bytes ต่อ 1 รอบสัญญาณาฬิกาของหน่วยความจำ แบบ DDR ก็หมายความว่าได้ทั้งไปทั้งกลับพร้อมกันก็คือสองเท่าใน 1 รอบสัญญาณนาฬิกา
นอกจากนั้น Bit ของหน่วยความจำยังระบุถึงขนาดของ Memory ที่ระบบสามารถอ้างอิงใช้ได้ด้วย หรือที่เราเรียกว่า Memory Address โดยจะมีขนาด 2 ยกกำลัง จำนวนบิต
อย่าง 32 บิต ก็หมายความว่า Software สามารถอ้างอิงหน่วยความจำได้ 2 ยกกำลัง 32 คือประมาณ 4GB นั่นเอง นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมถ้าแรมเกิน 4GB ต้องใช้ Windows 64 bit ไม่งั้นเครื่องจะเห็น Ram ไม่เต็มเพราะไม่สามารถอ้างอิง Address ส่วนเกินในหน่วยความจำได้
ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ยิ่งบิตเยอะ ก็ยิ่ง รับส่งข้อมูลได้เร็วนั่นเอง แต่ทั้งทั้งทั้งนั้นนี้ขึ้นอยู่กับความถี่ของสัญญาณนาฬิกาที่ใช้ด้วย อย่ามองที่จำนวน bit อย่างเดียว ความถี่ยิ่งเยอะ ก็ยิ่งเร็ว เช่น 128 bit ที่วิ่งความถี่สูงมากๆ ก็จะส่งข้อมูลได้เร็วกว่า 256 บิตที่ความถี่ต่ำเป็นต้น
แล้วถ้ายิ่งบิตเยอะ ก็ยิ่งดี ทำไมไม่ทำมาบิตเยอะๆไปเลยล่ะ ก็เพราะว่า Hardware มีข้อจำกัดครับ ยิ่งเราส่งจำนวน bit สูงหมายถึงว่าค่าความผิดพลาดของข้อมูลจะเยอะไปด้วย ทำให้ต้องส่งความถี่ต่ำๆ รวมทั้งต้องใช้จำนวน chip ที่นำมาต่อ ก็ต้องเยอะขึ้นเพื่อให้ครบ channel มัน
นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมการ Design Hardware เดี๋ยวนี้ บางทีก็เน้น bit น้อยแต่ความถี่สูงๆ มากกว่า เช่น serial port ของ PC อย่าง USB /thunder bolt เป็นต้น ส่วน Parallel Prort นี่สาบสูญไปละ เพราะถึงบิตเยอะแต่สายเทอะทะความถี่ต่ำ ใช้จำนวนบิตน้อยๆมันดีเพราะใช้สายไม่กี่เส้น ทำสายเส้นเล็กๆได้
อย่างการ์ดจอ ก็ใช้วงจรมีขนาดเล็กลงได้ สมัย Pantium 4 ก็เคยสนับสนุน Memory บิตน้อยๆความถี่สูงเหมือนกัน ที่เราเรียกว่า RAM BUS จริงๆแนวคิดดีทีเดียวประสิทธิภาพก็สูง แต่ดันผูกขาดและขาย License แพง เลยไม่ได้รับการสนับสนุนและหยุดพัฒนาไปในที่สุด
เสริมหน่อยนะครับ เรื่องความสัมพันธ์กันระหว่าง Bit / ความถี่สัญญาณนาฬิกา / ประสิทธิภาพของหน่วยประมวลผลหลัก
ซึ่งหลักการของมันผู้ผลิตจะต้องออกแบบมาให้เหมาะสมกัน ขอยกตัวอย่าง VGA Card 3 รุ่น
จากตัวเลขบ่งบอกได้ว่า GM204 - GTX980 ความสัมพันธ์ของระดับการส่งข้อมูลจาก GPU กับ Bandwidth
มีทิศทางที่สอดคล้องกัน ทั้งนี้ไม่ได้รวมในเรื่องของปัจจัยในแง่สถาปัตยกรรมของ Maxwell ที่ประสิทธิต่อ GB/Sec ทำได้ดี
แต่มันสามารถดีได้กว่านี้อีกเพราะประสิทธิภาพของ GPU มีสมรรถนะที่ค่อนข้างสูง แรมที่เหมาะสมต่อสัญญาณนาฬิกา 7000Mhz
ควรทำออกมาที่ 384Bit จะได้ performance สูงขึ้นอีก 20%
อีกแง่นึง GTX960 ที่ GPU กับ Bandwidth ทำออกมาไม่สัมพันธ์กัน ทำให้ performance ที่ควรได้รับจากคุณสมบัติของชิพ GM206
ทำได้ต่ำกว่าความเป็นจริงถึง 25-30% ซึ่งปัจจัยที่ ทำเช่นนี้ผมก็ไม่ทราบได้ว่าค่ายผู้ผลิตการ์ดจอคิดอะไรอยู่
ส่วน R9 290X ผมมองว่าทำออกมาได้เหมาะสมกันดีแล้วเพราะต่อให้ใช้ 768bit ก็ไม่ได้ช่วยให้มันแรงกว่า 512bit
222.gif
444.jpg
333.jpg
Last edited by
soy
;
7 Jan 2015, 19:45:19
.
Comment
Post
Cancel
kaitom
OverclockZone Member
Join Date:
23 Jan 2007
Posts:
1016
Share
Tweet
#14
7 Jan 2015, 19:43:12
กั๊ก ทำเอามาซอยรุ่นขายไงครับ ดีเกินไปเดี๋ยวไปเบียดรุนใหญ่
Comment
Post
Cancel
TWK.
เมพขิงๆ Mania !
Join Date:
5 Dec 2006
Posts:
197683
Share
Tweet
#15
7 Jan 2015, 19:45:39
Originally posted by
kaitom
View Post
ทำเอามาซอยรุ่นขายไงครับ ดีเกินไปเดี๋ยวไปเบียดรุนใหญ่
ตอนนี้ 256-bit ก็สามารถแรงกว่า 512-bit ก็มีนะ
ไม่แปลกที่ 128-bit จะแรงกว่า 256-bit ได้
Comment
Post
Cancel
Previous
1
2
3
template
Next
Working...
Yes
No
OK
OK
Cancel
X
Comment