Announcement

Collapse
No announcement yet.

128 bit กับ 256bit

Collapse
X
 
  • Filter
  • Time
  • Show
Clear All
new posts

  • 128 bit กับ 256bit

    การ์ดจอมี bit แตกต่างกัน มันทำหน้าที่อะไรครับ ?
    เห็นมี 128/256/384 bit

  • #2
    เข้ามาเก็บความรู้

    Comment


    • #3
      Originally posted by smile777 View Post
      การ์ดจอมี bit แตกต่างกัน มันทำหน้าที่อะไรครับ ?
      เห็นมี 128/256/384 bit
      ความแรง ในรุ่นซีรี่เดียวกัน ลองไปเทียบดู มีเยอะ แรงกว่า ตัวน้อย นั้นเองละ

      ตอบสั้นๆ

      ถ้าอยากรู้จริงๆ ถาม google เลยครับ มีคำตอบเต็มไปหมด bit การ์ดจอ

      Comment


      • #4
        Originally posted by boyd_747 View Post
        ข้อนี้น่าจะใช่ครับ ข้อแรกที่ว่ามามันไม่เกี่ยว ..bit สีในกรณีแบบนั้นมันเป็นการแสดงผลค่าสีในไฟล์ภาพ 2D ครับ
        V
        V
        2.256 bit นั้น จะมี bandwidth ที่กว้างกว่า 128 bit เปรียบสเหมือน เลน รถวิ่ง ยิ่งมีเลนกว้างๆ เยอะๆ รถยิ่งวิ่ง สะดวก ไม่ติดขัด สังเกตุได้ชัดๆ
        ตอนเวลา เล่นเกมส์โหดๆแล้วช่วงเกมส์นั้นมีการ ประมวลผลเยอะ...ถ้า 128 bit เวลาประมวลผลเยอะๆ ภาพจะกระตุก เนื่องจาก ช่องทางของ bit นั้นแคบ

        :
        ถาม google โลด ถ้ายังไม่เข้าใจนะครับ https://www.google.co.th/search?q=bi...B8%B7%E0%B8%AD

        Comment


        • #6
          Originally posted by Notouchz33 View Post
          เข้ามาเก็บความรู้


          Originally posted by THEFOOL View Post
          ความแรง ในรุ่นซีรี่เดียวกัน ลองไปเทียบดู มีเยอะ แรงกว่า ตัวน้อย นั้นเองละ

          ตอบสั้นๆ

          ถ้าอยากรู้จริงๆ ถาม google เลยครับ มีคำตอบเต็มไปหมด bit การ์ดจอ
          เริ่มจะรุ้แล้วครับ

          Originally posted by THEFOOL View Post
          ถาม google โลด ถ้ายังไม่เข้าใจนะครับ https://www.google.co.th/search?q=bi...B8%B7%E0%B8%AD


          อ่อ ........

          Comment


          • #7
            ตอบสั้น ๆ มันคือ ท่อข้อมูล

            Comment


            • #8
              มีเป็นการส่งช่องทางข้อมูลครับ
              เช่น เรามีข้อมูลในการประมวลผลอยู่ 500
              ส่งแบบไปกลับจะเป็น 1000
              แน่นอนว่า
              384 bit ใช้จำนวนรอบน้อยสุดในการสงข้อมูล
              256,128 ก็ลดลงมา

              Comment


              • #9
                ประสิทธิภาพโดยรวมคือ Bandwidth

                ในความถี่ที่เท่าๆกัน (ความเร็ว) ถ้าจำนวน bit การรับส่งข้อมูลยิ่งมาก Bandwidth ยิ่งมากครับ

                Comment


                • #10
                  ฺbit คือ ค่าความเป็นไปได้ของข้อมูล X86 มีค่าใน bit เป็น 0 หรือ 1 ถ้า คอมพิวเตอร์ควอนตัมอะไรพวกนี้จะมากกว่านี้ ที่เรียกกันว่าควอนตัมบิต
                  bit ใช้บ่งบอกค่าความเป็นไปได้ของมูล เช่น 8 bit เป็น 1 byte จะมีค่าที่เป็นไปได้ 2 ยกกำลัง 8 หรือ 256 ค่า
                  อย่างสี 32 bit ก็คือสีที่ผสมกัน 8+8+8+8 = alpha(ความโปร่งใส 256 ระดับ) x red(256 ระดับ) x green (256 ระกับ) x blue(256) ระดับ ก็คือประมาณ สี่พันล้านสี

                  ในการ์ดจอ Bit ส่วนมากจะหมายถึงขนาดช่องทางการเชื่อมต่อข้อมูล เช่น 128 bit ก็คือส่งข้อมูลขาไปและขากลับครั้งละ 128 bit = หรือ 16 bytes ต่อ 1 รอบสัญญาณาฬิกาของหน่วยความจำ แบบ DDR ก็หมายความว่าได้ทั้งไปทั้งกลับพร้อมกันก็คือสองเท่าใน 1 รอบสัญญาณนาฬิกา
                  นอกจากนั้น Bit ของหน่วยความจำยังระบุถึงขนาดของ Memory ที่ระบบสามารถอ้างอิงใช้ได้ด้วย หรือที่เราเรียกว่า Memory Address โดยจะมีขนาด 2 ยกกำลัง จำนวนบิต
                  อย่าง 32 บิต ก็หมายความว่า Software สามารถอ้างอิงหน่วยความจำได้ 2 ยกกำลัง 32 คือประมาณ 4GB นั่นเอง นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมถ้าแรมเกิน 4GB ต้องใช้ Windows 64 bit ไม่งั้นเครื่องจะเห็น Ram ไม่เต็มเพราะไม่สามารถอ้างอิง Address ส่วนเกินในหน่วยความจำได้

                  ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ยิ่งบิตเยอะ ก็ยิ่ง รับส่งข้อมูลได้เร็วนั่นเอง แต่ทั้งทั้งทั้งนั้นนี้ขึ้นอยู่กับความถี่ของสัญญาณนาฬิกาที่ใช้ด้วย อย่ามองที่จำนวน bit อย่างเดียว ความถี่ยิ่งเยอะ ก็ยิ่งเร็ว เช่น 128 bit ที่วิ่งความถี่สูงมากๆ ก็จะส่งข้อมูลได้เร็วกว่า 256 บิตที่ความถี่ต่ำเป็นต้น

                  แล้วถ้ายิ่งบิตเยอะ ก็ยิ่งดี ทำไมไม่ทำมาบิตเยอะๆไปเลยล่ะ ก็เพราะว่า Hardware มีข้อจำกัดครับ ยิ่งเราส่งจำนวน bit สูงหมายถึงว่าค่าความผิดพลาดของข้อมูลจะเยอะไปด้วย ทำให้ต้องส่งความถี่ต่ำๆ รวมทั้งต้องใช้จำนวน chip ที่นำมาต่อ ก็ต้องเยอะขึ้นเพื่อให้ครบ channel มัน
                  นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมการ Design Hardware เดี๋ยวนี้ บางทีก็เน้น bit น้อยแต่ความถี่สูงๆ มากกว่า เช่น serial port ของ PC อย่าง USB /thunder bolt เป็นต้น ส่วน Parallel Prort นี่สาบสูญไปละ เพราะถึงบิตเยอะแต่สายเทอะทะความถี่ต่ำ ใช้จำนวนบิตน้อยๆมันดีเพราะใช้สายไม่กี่เส้น ทำสายเส้นเล็กๆได้
                  อย่างการ์ดจอ ก็ใช้วงจรมีขนาดเล็กลงได้ สมัย Pantium 4 ก็เคยสนับสนุน Memory บิตน้อยๆความถี่สูงเหมือนกัน ที่เราเรียกว่า RAM BUS จริงๆแนวคิดดีทีเดียวประสิทธิภาพก็สูง แต่ดันผูกขาดและขาย License แพง เลยไม่ได้รับการสนับสนุนและหยุดพัฒนาไปในที่สุด
                  Last edited by kaitom; 7 Jan 2015, 18:00:59.

                  Comment


                  • #11
                    Originally posted by THEFOOL View Post
                    ถ้าอยากรู้จริงๆ ถาม google เลยครับ มีคำตอบเต็มไปหมด bit การ์ดจอ
                    +1

                    Comment


                    • #12
                      Originally posted by wizard1st View Post
                      ตอบสั้น ๆ มันคือ ท่อข้อมูล
                      Originally posted by cbr150i View Post
                      มีเป็นการส่งช่องทางข้อมูลครับ
                      เช่น เรามีข้อมูลในการประมวลผลอยู่ 500
                      ส่งแบบไปกลับจะเป็น 1000
                      แน่นอนว่า
                      384 bit ใช้จำนวนรอบน้อยสุดในการสงข้อมูล
                      256,128 ก็ลดลงมา
                      Originally posted by XP_armor View Post
                      ประสิทธิภาพโดยรวมคือ Bandwidth

                      ในความถี่ที่เท่าๆกัน (ความเร็ว) ถ้าจำนวน bit การรับส่งข้อมูลยิ่งมาก Bandwidth ยิ่งมากครับ
                      Originally posted by kaitom View Post
                      ฺbit คือ ค่าความเป็นไปได้ของข้อมูล X86 มีค่าใน bit เป็น 0 หรือ 1 ถ้า คอมพิวเตอร์ควอนตัมอะไรพวกนี้จะมากกว่านี้ ที่เรียกกันว่าควอนตัมบิต
                      bit ใช้บ่งบอกค่าความเป็นไปได้ของมูล เช่น 8 bit เป็น 1 byte จะมีค่าที่เป็นไปได้ 2 ยกกำลัง 8 หรือ 256 ค่า
                      อย่างสี 32 bit ก็คือสีที่ผสมกัน 8+8+8+8 = alpha(ความโปร่งใส 256 ระดับ) x red(256 ระดับ) x green (256 ระกับ) x blue(256) ระดับ ก็คือประมาณ สี่พันล้านสี

                      ในการ์ดจอ Bit ส่วนมากจะหมายถึงขนาดช่องทางการเชื่อมต่อข้อมูล เช่น 128 bit ก็คือส่งข้อมูลขาไปและขากลับครั้งละ 128 bit = หรือ 16 bytes ต่อ 1 รอบสัญญาณาฬิกาของหน่วยความจำ แบบ DDR ก็หมายความว่าได้ทั้งไปทั้งกลับพร้อมกันก็คือสองเท่าใน 1 รอบสัญญาณนาฬิกา
                      นอกจากนั้น Bit ของหน่วยความจำยังระบุถึงขนาดของ Memory ที่ระบบสามารถอ้างอิงใช้ได้ด้วย หรือที่เราเรียกว่า Memory Address โดยจะมีขนาด 2 ยกกำลัง จำนวนบิต
                      อย่าง 32 บิต ก็หมายความว่า Software สามารถอ้างอิงหน่วยความจำได้ 2 ยกกำลัง 32 คือประมาณ 4GB นั่นเอง นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมถ้าแรมเกิน 4GB ต้องใช้ Windows 64 bit ไม่งั้นเครื่องจะเห็น Ram ไม่เต็มเพราะไม่สามารถอ้างอิง Address ส่วนเกินในหน่วยความจำได้

                      ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ยิ่งบิตเยอะ ก็ยิ่ง รับส่งข้อมูลได้เร็วนั่นเอง แต่ทั้งทั้งทั้งนั้นนี้ขึ้นอยู่กับความถี่ของสัญญาณนาฬิกาที่ใช้ด้วย อย่ามองที่จำนวน bit อย่างเดียว ความถี่ยิ่งเยอะ ก็ยิ่งเร็ว เช่น 128 bit ที่วิ่งความถี่สูงมากๆ ก็จะส่งข้อมูลได้เร็วกว่า 256 บิตที่ความถี่ต่ำเป็นต้น

                      แล้วถ้ายิ่งบิตเยอะ ก็ยิ่งดี ทำไมไม่ทำมาบิตเยอะๆไปเลยล่ะ ก็เพราะว่า Hardware มีข้อจำกัดครับ ยิ่งเราส่งจำนวน bit สูงหมายถึงว่าค่าความผิดพลาดของข้อมูลจะเยอะไปด้วย ทำให้ต้องส่งความถี่ต่ำๆ รวมทั้งต้องใช้จำนวน chip ที่นำมาต่อ ก็ต้องเยอะขึ้นเพื่อให้ครบ channel มัน
                      นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมการ Design Hardware เดี๋ยวนี้ บางทีก็เน้น bit น้อยแต่ความถี่สูงๆ มากกว่า เช่น serial port ของ PC อย่าง USB /thunder bolt เป็นต้น ส่วน Parallel Prort นี่สาบสูญไปละ เพราะถึงบิตเยอะแต่สายเทอะทะความถี่ต่ำ ใช้จำนวนบิตน้อยๆมันดีเพราะใช้สายไม่กี่เส้น ทำสายเส้นเล็กๆได้
                      อย่างการ์ดจอ ก็ใช้วงจรมีขนาดเล็กลงได้ สมัย Pantium 4 ก็เคยสนับสนุน Memory บิตน้อยๆความถี่สูงเหมือนกัน ที่เราเรียกว่า RAM BUS จริงๆแนวคิดดีทีเดียวประสิทธิภาพก็สูง แต่ดันผูกขาดและขาย License แพง เลยไม่ได้รับการสนับสนุนและหยุดพัฒนาไปในที่สุด
                      Originally posted by drcnfre View Post
                      +1
                      ขอบคุณ ทุกๆคำตอบเลยครับ

                      Comment


                      • #13
                        Originally posted by kaitom View Post
                        ฺbit คือ ค่าความเป็นไปได้ของข้อมูล X86 มีค่าใน bit เป็น 0 หรือ 1 ถ้า คอมพิวเตอร์ควอนตัมอะไรพวกนี้จะมากกว่านี้ ที่เรียกกันว่าควอนตัมบิต
                        bit ใช้บ่งบอกค่าความเป็นไปได้ของมูล เช่น 8 bit เป็น 1 byte จะมีค่าที่เป็นไปได้ 2 ยกกำลัง 8 หรือ 256 ค่า
                        อย่างสี 32 bit ก็คือสีที่ผสมกัน 8+8+8+8 = alpha(ความโปร่งใส 256 ระดับ) x red(256 ระดับ) x green (256 ระกับ) x blue(256) ระดับ ก็คือประมาณ สี่พันล้านสี

                        ในการ์ดจอ Bit ส่วนมากจะหมายถึงขนาดช่องทางการเชื่อมต่อข้อมูล เช่น 128 bit ก็คือส่งข้อมูลขาไปและขากลับครั้งละ 128 bit = หรือ 16 bytes ต่อ 1 รอบสัญญาณาฬิกาของหน่วยความจำ แบบ DDR ก็หมายความว่าได้ทั้งไปทั้งกลับพร้อมกันก็คือสองเท่าใน 1 รอบสัญญาณนาฬิกา
                        นอกจากนั้น Bit ของหน่วยความจำยังระบุถึงขนาดของ Memory ที่ระบบสามารถอ้างอิงใช้ได้ด้วย หรือที่เราเรียกว่า Memory Address โดยจะมีขนาด 2 ยกกำลัง จำนวนบิต
                        อย่าง 32 บิต ก็หมายความว่า Software สามารถอ้างอิงหน่วยความจำได้ 2 ยกกำลัง 32 คือประมาณ 4GB นั่นเอง นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมถ้าแรมเกิน 4GB ต้องใช้ Windows 64 bit ไม่งั้นเครื่องจะเห็น Ram ไม่เต็มเพราะไม่สามารถอ้างอิง Address ส่วนเกินในหน่วยความจำได้

                        ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ยิ่งบิตเยอะ ก็ยิ่ง รับส่งข้อมูลได้เร็วนั่นเอง แต่ทั้งทั้งทั้งนั้นนี้ขึ้นอยู่กับความถี่ของสัญญาณนาฬิกาที่ใช้ด้วย อย่ามองที่จำนวน bit อย่างเดียว ความถี่ยิ่งเยอะ ก็ยิ่งเร็ว เช่น 128 bit ที่วิ่งความถี่สูงมากๆ ก็จะส่งข้อมูลได้เร็วกว่า 256 บิตที่ความถี่ต่ำเป็นต้น

                        แล้วถ้ายิ่งบิตเยอะ ก็ยิ่งดี ทำไมไม่ทำมาบิตเยอะๆไปเลยล่ะ ก็เพราะว่า Hardware มีข้อจำกัดครับ ยิ่งเราส่งจำนวน bit สูงหมายถึงว่าค่าความผิดพลาดของข้อมูลจะเยอะไปด้วย ทำให้ต้องส่งความถี่ต่ำๆ รวมทั้งต้องใช้จำนวน chip ที่นำมาต่อ ก็ต้องเยอะขึ้นเพื่อให้ครบ channel มัน
                        นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมการ Design Hardware เดี๋ยวนี้ บางทีก็เน้น bit น้อยแต่ความถี่สูงๆ มากกว่า เช่น serial port ของ PC อย่าง USB /thunder bolt เป็นต้น ส่วน Parallel Prort นี่สาบสูญไปละ เพราะถึงบิตเยอะแต่สายเทอะทะความถี่ต่ำ ใช้จำนวนบิตน้อยๆมันดีเพราะใช้สายไม่กี่เส้น ทำสายเส้นเล็กๆได้
                        อย่างการ์ดจอ ก็ใช้วงจรมีขนาดเล็กลงได้ สมัย Pantium 4 ก็เคยสนับสนุน Memory บิตน้อยๆความถี่สูงเหมือนกัน ที่เราเรียกว่า RAM BUS จริงๆแนวคิดดีทีเดียวประสิทธิภาพก็สูง แต่ดันผูกขาดและขาย License แพง เลยไม่ได้รับการสนับสนุนและหยุดพัฒนาไปในที่สุด
                        เสริมหน่อยนะครับ เรื่องความสัมพันธ์กันระหว่าง Bit / ความถี่สัญญาณนาฬิกา / ประสิทธิภาพของหน่วยประมวลผลหลัก

                        ซึ่งหลักการของมันผู้ผลิตจะต้องออกแบบมาให้เหมาะสมกัน ขอยกตัวอย่าง VGA Card 3 รุ่น
                        จากตัวเลขบ่งบอกได้ว่า GM204 - GTX980 ความสัมพันธ์ของระดับการส่งข้อมูลจาก GPU กับ Bandwidth
                        มีทิศทางที่สอดคล้องกัน ทั้งนี้ไม่ได้รวมในเรื่องของปัจจัยในแง่สถาปัตยกรรมของ Maxwell ที่ประสิทธิต่อ GB/Sec ทำได้ดี
                        แต่มันสามารถดีได้กว่านี้อีกเพราะประสิทธิภาพของ GPU มีสมรรถนะที่ค่อนข้างสูง แรมที่เหมาะสมต่อสัญญาณนาฬิกา 7000Mhz
                        ควรทำออกมาที่ 384Bit จะได้ performance สูงขึ้นอีก 20%

                        อีกแง่นึง GTX960 ที่ GPU กับ Bandwidth ทำออกมาไม่สัมพันธ์กัน ทำให้ performance ที่ควรได้รับจากคุณสมบัติของชิพ GM206
                        ทำได้ต่ำกว่าความเป็นจริงถึง 25-30% ซึ่งปัจจัยที่ ทำเช่นนี้ผมก็ไม่ทราบได้ว่าค่ายผู้ผลิตการ์ดจอคิดอะไรอยู่

                        ส่วน R9 290X ผมมองว่าทำออกมาได้เหมาะสมกันดีแล้วเพราะต่อให้ใช้ 768bit ก็ไม่ได้ช่วยให้มันแรงกว่า 512bit


                        222.gif

                        444.jpg

                        333.jpg
                        Last edited by soy; 7 Jan 2015, 19:45:19.

                        Comment


                        • #14
                          กั๊ก ทำเอามาซอยรุ่นขายไงครับ ดีเกินไปเดี๋ยวไปเบียดรุนใหญ่

                          Comment


                          • #15
                            Originally posted by kaitom View Post
                            ทำเอามาซอยรุ่นขายไงครับ ดีเกินไปเดี๋ยวไปเบียดรุนใหญ่
                            ตอนนี้ 256-bit ก็สามารถแรงกว่า 512-bit ก็มีนะ
                            ไม่แปลกที่ 128-bit จะแรงกว่า 256-bit ได้

                            Comment

                            Working...
                            X