หลอดชาไม่มี แต่หมายมั่นปั้นมือไว้ให้i3-6100 เป็นพระเอกมาตบเกาเหลาครับท่านCrazy_O
Announcement
Collapse
No announcement yet.
ROZ - Republic Of Zen : Society for AMD Citizens
Collapse
X
-
จริงๆสาวกอินเฮลมีเรื่องความเชื่อผิดๆกันอยู่เยอะนะ
- 2ปีก่อนผมบ่นเรื่อง Hyperthread ก็เพราะปัญหา Microsoft scheduler แจก thread มั่ว ทำเอา i7 5820K ของผมทำงานแค่ 3 คอร์ (คนที่ใช้ 6คอร์ขึ้นไปจะได้รับผลกระทบมาก)
ในนั้นด่าผมแบบสาดเสียเทเสีย แถมกระแนะกระแหน ว่าผมไปปิด Hyperthread ทำไม
ตอนที่ผมบ่นๆนั้นยังใช้ Windows 8.1 อยู่ พี่แกเพิ่งมาแก้ใน Windows 10 patch หลังๆ
จริงๆก็แก้ใน AMD ไม่ยากนะก้แค่สั่งให้ เทรดเลขคี่เป็นเทรดหลักแล้วเลือกใช้งานก่อนเทรดเลขคู่ ที่เป็นเทรดรอง ตรงนี้ใน Intel ก็เคยมีปัญหามาก่อนกับ Socket 2011
- สาวกมักคิดว่า Thread ใน Hyperthread นั้นมีประสิทธิภาพเท่ากันหมดเลยพาลคิดไปว่า i3 นั้นประสิทธิภาพแรงกว่า i5 เพราะว่ามี thread เท่า + IPC สูงกว่า แต่ในความเป็นจริงคือ i5 ตัวไม่มี K gen 4 clock มันต่ำต่างหาก
ในความเป็นจริงตามทฤษฎี i3 + hyperthread จะมีประสิทธิภาพเทียบเท่า Dual core + 20-30% (แต่ใช้งานจริงจะอยู่ที่ 10-15%) ในขณะที่ i5 มี 4 thread ที่เป็น thread หลัก (Thread รองที่จำลองขึ้นมาจะมีประสิทธิภาพด้อยกว่า thread หลักเพราะเอาทรัพยากรที่เหลือจาก Thread หลักมาใช้)
แถม ประสิทธิภาพจากอีก 2 คอร์ที่เหลือตามทฤษฎีมันจะเพิ่มความแรงจากเดิม 70 - 80% (เวลา่ใช้งานจริงจะอยู่ที่ 50-60%)
ดังนั้นที่ผมอวย i5 มาตลอด 3 ปีไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะได้มาจากการอ่านบ้างและใช้งานเองและได้ลองปิดคอร์ของ i7 เพื่อดูประสิทธิภาพแล้วเห็นได้ชัดเจนว่าสุดท้ายมันก็สู้ i5 ไม่ได้อยู่ดี
- Driver ตัวล่าสุดของ Nvidia เริ่มปรับปรุงให้ใช้งานได้ดีขึ้นกับ Ryzen CPU มากขึ้น (ก็อย่างว่าพี่แกขายการ์ดจอไม่ได้ขาย CPU จะมานั่งกีดกันค่ายไปทำไมทำให้ใช้ได้ทุกค่ายเพื่อขายการ์ดตัวเองน่าจะดีกว่า)
- ตอนนี้ปัญหาหลักของ Ryzen คือตัว bIOS การที่ไม่สามารถ oc ได้เกินกว่า 4GHz ก็มาจากจุดนี้ล้วนๆ ตรงนี้ต้องโทษทาง AMI ผู้ที่ทำ ROM BIOS เลยแต่สักพักคงแก้ได้นั่นแหละ ผมใช้ที่ 3.9GHz 8 คอร์บอกตามตรงครับ i7 5820K ที่ 4.5GHz ยังแพ้เลยครับ โดยเฉพาะเรื่องการเล่นเกมและการรัน VMware
เท่าที่ผมลองใช้ดู Ryzen ถ้าไม่มีปัญหา BUG ในเกม (FPS ตกแป็บนึงตอนที่มันกระจายเทรดมาผิด) เท่าที่ลองเล่นเกมกระทั่งเกมโบราณที่ใช้ DX9 นี่ Ryzen ที่ 4GHz แรงพอๆกับ Haswell-E ที่ 4.5+ GHz เลยครับ คะแนน CPU-Z ไม่ได้หลอกตาจริงๆ แรงตามสเกลคะแนน CPU-Z เป๊ะๆเลย
ดังนั้นถ้าตัดปัญหาเรื่อง BIOS ไปได้แล้วสามารถลากได้ที่ 4.5GHz+ ผมว่า R3 จะน่ากลัวเอามากๆจากที่ลองปิดคอร์ใช้งานนะครับ ฆ่าหมดตั้งแต่ i3 ยัน i7 ไม่มี K
สุดท้ายความจริงมันก็คือความจริงวันยังค่ำถึงมันจะมาเปิดเผยช้าไปก็เถอะLast edited by Khow; 10 Mar 2017, 18:53:07.
Comment
-
Originally posted by 111111 View PostDon't feed the troll
Originally posted by lingxkyo View Postฮาๆ ผมเห็นแล้วครับ นั่งดูอยู่ รู้สึกเหมือนเด็กอะ อันนี้พูดตรงๆ ไม่ยอมแพ้ ชอบเอาชนะ ไม่ยอมรับข้อเท็จจริง แพ้ชนะก็ว่ากันไปตามที่เห็น จขพ ไม่ได้ระบุซักหน่อยว่าทำงานหรือเล่นเกม แปะกราฟรัวๆ แปะจนรกไปหมด แปะแล้วแปะอีก เห็นแล้วรำคาญตามากๆครับ เหมือนหลังๆพยามจะยัดเยียดกราฟให้ดูรัวๆว่าเห้ยกุชนะนะ พอพูดเรื่องทำงานก็เงียบเป็นเป่าสาก หลังผมเลยเฉยๆแล้ว รุสึกเสียเวลาไม่ได้ความรู้อะไรเลย
ปล. ถ้าเป็นเมืองนอกฝรั่งเขาเรียกพวกนี้ว่า idiot เลยครับ
Comment
-
Originally posted by Khow View Postจริงๆสาวกอินเฮลมีเรื่องความเชื่อผิดๆกันอยู่เยอะนะ
- 2ปีก่อนผมบ่นเรื่อง Hyperthread ก็เพราะปัญหา Microsoft scheduler แจก thread มั่ว ทำเอา i7 5820K ของผมทำงานแค่ 3 คอร์ (คนที่ใช้ 6คอร์ขึ้นไปจะได้รับผลกระทบมาก)
ในนั้นด่าผมแบบสาดเสียเทเสีย แถมกระแนะกระแหน ว่าผมไปปิด Hyperthread ทำไม
ตอนที่ผมบ่นๆนั้นยังใช้ Windows 8.1 อยู่ พี่แกเพิ่งมาแก้ใน Windows 10 patch หลังๆ
จริงๆก็แก้ใน AMD ไม่ยากนะก้แค่สั่งให้ เทรดเลขคี่เป็นเทรดหลักแล้วเลือกใช้งานก่อนเทรดเลขคู่ ที่เป็นเทรดรอง ตรงนี้ใน Intel ก็เคยมีปัญหามาก่อนกับ Socket 2011
- สาวกมักคิดว่า Thread ใน Hyperthread นั้นมีประสิทธิภาพเท่ากันหมดเลยพาลคิดไปว่า i3 นั้นประสิทธิภาพแรงกว่า i5 เพราะว่ามี thread เท่า + IPC สูงกว่า แต่ในความเป็นจริงคือ i5 ตัวไม่มี K gen 4 clock มันต่ำต่างหาก
ในความเป็นจริงตามทฤษฎี i3 + hyperthread จะมีประสิทธิภาพเทียบเท่า Dual core + 20-30% (แต่ใช้งานจริงจะอยู่ที่ 10-15%) ในขณะที่ i5 มี 4 thread ที่เป็น thread หลัก (Thread รองที่จำลองขึ้นมาจะมีประสิทธิภาพด้อยกว่า thread หลักเพราะเอาทรัพยากรที่เหลือจาก Thread หลักมาใช้)
แถม ประสิทธิภาพจากอีก 2 คอร์ที่เหลือตามทฤษฎีมันจะเพิ่มความแรงจากเดิม 70 - 80% (เวลา่ใช้งานจริงจะอยู่ที่ 50-60%)
ดังนั้นที่ผมอวย i5 มาตลอด 3 ปีไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะได้มาจากการอ่านบ้างและใช้งานเองและได้ลองปิดคอร์ของ i7 เพื่อดูประสิทธิภาพแล้วเห็นได้ชัดเจนว่าสุดท้ายมันก็สู้ i5 ไม่ได้อยู่ดี
- Driver ตัวล่าสุดของ Nvidia เริ่มปรับปรุงให้ใช้งานได้ดีขึ้นกับ Ryzen CPU มากขึ้น (ก็อย่างว่าพี่แกขายการ์ดจอไม่ได้ขาย CPU จะมานั่งกีดกันค่ายไปทำไมทำให้ใช้ได้ทุกค่ายเพื่อขายการ์ดตัวเองน่าจะดีกว่า)
- ตอนนี้ปัญหาหลักของ Ryzen คือตัว bIOS การที่ไม่สามารถ oc ได้เกินกว่า 4GHz ก็มาจากจุดนี้ล้วนๆ ตรงนี้ต้องโทษทาง AMI ผู้ที่ทำ ROM BIOS เลยแต่สักพักคงแก้ได้นั่นแหละ ผมใช้ที่ 3.9GHz 8 คอร์บอกตามตรงครับ i7 5820K ที่ 4.5GHz ยังแพ้เลยครับ โดยเฉพาะเรื่องการเล่นเกมและการรัน VMware
เท่าที่ผมลองใช้ดู Ryzen ถ้าไม่มีปัญหา BUG ในเกม (FPS ตกแป็บนึงตอนที่มันกระจายเทรดมาผิด) เท่าที่ลองเล่นเกมกระทั่งเกมโบราณที่ใช้ DX9 นี่ Ryzen ที่ 4GHz แรงพอๆกับ Haswell-E ที่ 4.5+ GHz เลยครับ คะแนน CPU-Z ไม่ได้หลอกตาจริงๆ แรงตามสเกลคะแนน CPU-Z เป๊ะๆเลย
ดังนั้นถ้าตัดปัญหาเรื่อง BIOS ไปได้แล้วสามารถลากได้ที่ 4.5GHz+ ผมว่า R3 จะน่ากลัวเอามากๆจากที่ลองปิดคอร์ใช้งานนะครับ ฆ่าหมดตั้งแต่ i3 ยัน i7 ไม่มี K
สุดท้ายความจริงมันก็คือความจริงวันยังค่ำถึงมันจะมาเปิดเผยช้าไปก็เถอะ
Comment
-
-
Originally posted by Khow View Postจริงๆสาวกอินเฮลมีเรื่องความเชื่อผิดๆกันอยู่เยอะนะ
- 2ปีก่อนผมบ่นเรื่อง Hyperthread ก็เพราะปัญหา Microsoft scheduler แจก thread มั่ว ทำเอา i7 5820K ของผมทำงานแค่ 3 คอร์ (คนที่ใช้ 6คอร์ขึ้นไปจะได้รับผลกระทบมาก)
ในนั้นด่าผมแบบสาดเสียเทเสีย แถมกระแนะกระแหน ว่าผมไปปิด Hyperthread ทำไม
ตอนที่ผมบ่นๆนั้นยังใช้ Windows 8.1 อยู่ พี่แกเพิ่งมาแก้ใน Windows 10 patch หลังๆ
จริงๆก็แก้ใน AMD ไม่ยากนะก้แค่สั่งให้ เทรดเลขคี่เป็นเทรดหลักแล้วเลือกใช้งานก่อนเทรดเลขคู่ ที่เป็นเทรดรอง ตรงนี้ใน Intel ก็เคยมีปัญหามาก่อนกับ Socket 2011
- สาวกมักคิดว่า Thread ใน Hyperthread นั้นมีประสิทธิภาพเท่ากันหมดเลยพาลคิดไปว่า i3 นั้นประสิทธิภาพแรงกว่า i5 เพราะว่ามี thread เท่า + IPC สูงกว่า แต่ในความเป็นจริงคือ i5 ตัวไม่มี K gen 4 clock มันต่ำต่างหาก
ในความเป็นจริงตามทฤษฎี i3 + hyperthread จะมีประสิทธิภาพเทียบเท่า Dual core + 20-30% (แต่ใช้งานจริงจะอยู่ที่ 10-15%) ในขณะที่ i5 มี 4 thread ที่เป็น thread หลัก (Thread รองที่จำลองขึ้นมาจะมีประสิทธิภาพด้อยกว่า thread หลักเพราะเอาทรัพยากรที่เหลือจาก Thread หลักมาใช้)
แถม ประสิทธิภาพจากอีก 2 คอร์ที่เหลือตามทฤษฎีมันจะเพิ่มความแรงจากเดิม 70 - 80% (เวลา่ใช้งานจริงจะอยู่ที่ 50-60%)
ดังนั้นที่ผมอวย i5 มาตลอด 3 ปีไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะได้มาจากการอ่านบ้างและใช้งานเองและได้ลองปิดคอร์ของ i7 เพื่อดูประสิทธิภาพแล้วเห็นได้ชัดเจนว่าสุดท้ายมันก็สู้ i5 ไม่ได้อยู่ดี
- Driver ตัวล่าสุดของ Nvidia เริ่มปรับปรุงให้ใช้งานได้ดีขึ้นกับ Ryzen CPU มากขึ้น (ก็อย่างว่าพี่แกขายการ์ดจอไม่ได้ขาย CPU จะมานั่งกีดกันค่ายไปทำไมทำให้ใช้ได้ทุกค่ายเพื่อขายการ์ดตัวเองน่าจะดีกว่า)
- ตอนนี้ปัญหาหลักของ Ryzen คือตัว bIOS การที่ไม่สามารถ oc ได้เกินกว่า 4GHz ก็มาจากจุดนี้ล้วนๆ ตรงนี้ต้องโทษทาง AMI ผู้ที่ทำ ROM BIOS เลยแต่สักพักคงแก้ได้นั่นแหละ ผมใช้ที่ 3.9GHz 8 คอร์บอกตามตรงครับ i7 5820K ที่ 4.5GHz ยังแพ้เลยครับ โดยเฉพาะเรื่องการเล่นเกมและการรัน VMware
เท่าที่ผมลองใช้ดู Ryzen ถ้าไม่มีปัญหา BUG ในเกม (FPS ตกแป็บนึงตอนที่มันกระจายเทรดมาผิด) เท่าที่ลองเล่นเกมกระทั่งเกมโบราณที่ใช้ DX9 นี่ Ryzen ที่ 4GHz แรงพอๆกับ Haswell-E ที่ 4.5+ GHz เลยครับ คะแนน CPU-Z ไม่ได้หลอกตาจริงๆ แรงตามสเกลคะแนน CPU-Z เป๊ะๆเลย
ดังนั้นถ้าตัดปัญหาเรื่อง BIOS ไปได้แล้วสามารถลากได้ที่ 4.5GHz+ ผมว่า R3 จะน่ากลัวเอามากๆจากที่ลองปิดคอร์ใช้งานนะครับ ฆ่าหมดตั้งแต่ i3 ยัน i7 ไม่มี K
สุดท้ายความจริงมันก็คือความจริงวันยังค่ำถึงมันจะมาเปิดเผยช้าไปก็เถอะ
เรื่องแต่ก่อน เปิด HT ของ intel แล้วเล่นเกมมีปัญหาเฟรมตกนี้ ต้องไปปิด HT ผมก็โดนยำมาเหมือนกัน 55+
Comment
-
Originally posted by KelThuzad View Post
Hitman.jpg
พอไปเทียบผลกับอีกที่ชัดเลย
Ryzen-Hitman-1080p-Ultra-Preset.png
นี่แหละครับที่เรียกว่าไม่หาข้อมูลให้ดีก่อน อิ อิ
Comment
-
Originally posted by noom-noom View Postขนาดลากไม่ค่อยได้
ผมดูคนที่เอาคะแนน cpu z มาแปะ สมองเหมือนว่างเปล่า
จินตนาการความแรงไม่ออก คะแนนสูงมาก
รอ 6 หัวอย่างเดียวเลย
Comment
-
Comment