Announcement

Collapse
No announcement yet.

สาย HDMI ถูกๆ(ที่ได้มาตรฐาน) กะ สาย HDMI แพงๆ ให้คุณภาพของภาพและเสียงเท่ากัน??

Collapse
X
 
  • Filter
  • Time
  • Show
Clear All
new posts

  • #61
    Originally posted by maxmaster001 View Post
    HDMI ผมไม่เคยเทียบน่ะครับเวลาเล่น ps3 ผมต่อ lcd sharp aquos 32 นิ้วก็ใช้ hdmi ธรรมดาเล่นกับ ps3 ไม่จำเป็นต้องใช่แพงหลอกครับ ยกเว้นถ้าเอาไว้ดูหนัง หรือใช้กับชุดโปรเจคเตอร์ราคาเกิน 100000 สาย hdmi เส้นสองหมื่นถือว่าปกติครับ และยื่นยันว่า เส้น 400-500 มีผลต่อภาพและเสียงแน่นอนครับ แต่สายสัญญานดิจิตอล จะมีความแตกต่างน้อยกว่าสายอนาล็อค ในความเป็นจริงแล้ว ที่สายมีผลกันก็เพราะ การส่ง (Bitstreams) ผ่าน HDMI สัญญาณ มันส่งแบบ streaming ซึ่งมีเรื่องของคาบเวลา "Timing Clock" และ การส่งข้อมูลให้ทันในช่วงเสี้ยววินาทีที่ต้องใช้ข้อมูล มาเกี่ยวข้องครับ มันไม่ใช่การ copy file digital ที่จะรอนานแค่ไหนก็ได้แต่ straming หากส่งไม่ทัน เครื่องก็ต้อง "เดา" ค่าเอาเอง (regenerate) ทำให้เกิด jitter หรือ รายละเอียดไม่ครบ ที่วิศวะผู้คลุกคลีกับสายได้กล่าวไว้เป็นความจริงส่วนหนึ่งครับยังไม่หมด มันก็เหมือนกับที่ผมและคนทั่วๆไปได้เรียนมาเรื่องสายสัญญาณดิจิตอล ถ้าที่บ้านใช้โปรเจ็คเตอร์ที่แขวนกับผนังแล้วต้องใช้สายขึ้นฝา ความยาว เกิน 10 เมตรเห็นผลแน่นอนครับ ถ้า 2-3 เมตรผมก็ดูไม่ออกหลอกครับ สาย digital จะเป็นอะไรที่ควรจะลงทุนท้ายสุดครับเพราะความคุ้มเงินน้อยมาก

    สรุปในมุมของคอมพิวเตอร์ไม่ต่าง ตามทฤษฎี ว่างั้น ในมุมของนักเล่นเครื่องเสียง ก็จะว่าต่าง
    ถ้าวิศวะแต่เล่นเครื่องเสียงก็จะว่าต่างครับผมรู้จักหลายท่านและคนพวกนี้ค่อนข้างจะมีอายุพอสมควรทฤษฎีเขารู้แน่นอนครับ และคนพวกนี้ซื้อสาย hdmi ราคา 4-5 หมื่นด้วยซ้ำครับ เพราะ system เขาราคาหลายล้านครับ คนพวกนี้เขาก็เข้าก็ใจที่ gurucom ยกมาอธิบายครับคนที่เรียนมาใครๆก็รู้ครับ จะมีสักกี่คนที่ได้เข้าไปคลุกคลี่ในอุตสาหกรรมสาย digital จริงๆ บางที่ทฤษฎีกับความจริงมันก็มีมุมต่างกันบ้างครับ เหมือนโลกกลมโลกแบน คนที่เคยล่องเรือเท่านั้นครับที่จะรู้ เพราะส่วนมากสังเกตุดูคนที่อ้างทฤษฎีเขาไม่เคยลองสายดีๆ จริงๆถ้าจะออกความคิดเห็นควรจะลองดูก่อนน่ะครับ ถึงจะดีครับแล้วมาออกความเห็น

    อย่างไงลองเข้าไปอ่านได้ครับ แล้วจะเข้าใจ ผมก็อ่านจากเขามาเหมือนกัน

    http://www.htg2.net/index.php?topic=55614.0 << ภาษาไทย

    ฝาก Blog ของวิศวกร Harman มีบทความเกี่ยวกับ Blind testing มาให้อ่านครับ

    An ongoing controversy within the high-end audio community is the efficacy of blind versus sighted audio product listening tests. In a blind...


    ผู้อยู่เบื้องหลังสาย brand ดังๆที่ใช้เทคโนโลยี OCC ลองอ่านเรื่องขำๆของนาย Jim ดูนะครับ

    http://soundstageav.com/onhifi/20060415.htm
    ไม่ทราบว่าท่านไปอ่านหรือยังครับว่าลิ้งมันเกี่ยวกับอ่ะไร

    เถียงกันหัวข้อเดียวกันแต่ไม่มีข้อสรุปครับเอนมาฝั่งว่าคุณภาพเสียงมีผลแต่นั่นเป้นเพราะเป็นบอร์ดเครื่องเสียงครับ ไบแอสมีแน่ๆเพราะเค้าคุ้นกับการที่เครื่องเสียงต้องใช้สายดีๆ แต่ในโลกดิจิทัลมันไม่ใช่ครับ มันเป็นเรื่องของสัญญาณคอมพิวเตอร์ แล้วลิ้งต่อมา 2 ลิ้งล่าง

    ฝาก Blog ของวิศวกร Harman มีบทความเกี่ยวกับ Blind testing มาให้อ่านครับ

    An ongoing controversy within the high-end audio community is the efficacy of blind versus sighted audio product listening tests. In a blind...
    ตัวนี้เป็นการ blind test จริงครับ แต่เป็นการทดสอบลำโพงครับ ระหว่างถูกกับแพงและการวางตำแหน่งของลำโพงซึ่งลำโพงมันเป็นอุปกรณ์อนาล็อกครับในความเป็นจริงคุณภาพลำโพงมีผลอยู่แล้วครับ แต่รู้มั้ยครับว่าผลเป็นไง

    In summary, the sighted and blind loudspeaker listening tests in this study produced significantly different sound quality ratings. The psychological biases in the sighted tests were sufficiently strong that listeners were largely unresponsive to real changes in sound quality caused by acoustical interactions between the loudspeaker, its position in the room, and the program material. In other words, if you want to obtain an accurate and reliable measure of how the audio product truly sounds, the listening test must be done blind. It’s time the audio industry grow up and acknowledge this fact, if it wants to retain the trust and respect of consumers. It may already be too late according to Stereophile magazine founder, Gordon Holt, who lamented in a recent interview:

    “Audio as a hobby is dying, largely by its own hand. As far as the real world is concerned, high-end audio lost its credibility during the 1980s, when it flatly refused to submit to the kind of basic honesty controls (double-blind testing, for example) that had legitimized every other serious scientific endeavor since Pascal. [This refusal] is a source of endless derisive amusement among rational people and of perpetual embarrassment for me..”
    เค้าสรุปผลการทดลองนี้ว่า คนไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างเสียงของลำโพงแพงกับถูกได้ครับ โดยบอกว่าการให้ฟังโดยให้เห้นลำโพงกับได้ฟังแบบไม่เห็นให้ผลต่างกันคือคนมีไบแอสต่อรูปลักษณ์ภายนอกของลำโพงโดยที่ไม่สนใจคุณภาพเสียที่ตกลงเนื่องจากการแทรกสอดที่เกิดจากการวางตำแหน่งที่ไม่ถูกต้องของลำโพง
    ผู้อยู่เบื้องหลังสาย brand ดังๆที่ใช้เทคโนโลยี OCC ลองอ่านเรื่องขำๆของนาย Jim ดูนะครับ

    http://soundstageav.com/onhifi/20060415.htm
    ไอนี่ยิ่งแล้วใหญ่ครับ เป็นประวัติการทำงานของไอจิมคนทำบ.ผลิตสาย แต่ไม่ใช่สาย HDMI ครับ เป็นสายลำโพง สาย Audio ธรรมดา อันนี้คงไม่มีใครเถียงครับว่าสำหรับสัญญาณอนาล็อกนั้นสายมีผล(จะมากน้อยว่ากันไป) แต่กรณีนี้ผมว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เราคุยกันครับ

    กลับมายืนยันอีกครั้งว่าแตกต่างครับ แต่มันอยู่ที่ว่าคนที่ใช้มีความต้องการกับมันมากน้อยขนาดไหนแค่นั้นเอง อย่างเช่นแผ่นcd audio ที่นำเข้าของบางค่ายที่ปั๊มดีๆ พอนำมาไรท์กับเครื่องคอม หรือพวกไรท์เตอร์ ทั้งๆที่เพลงเดียวกัน ทำนองก็ยังอันเดียวกัน โน็ตก็ยังตัวเดิม แต่น้ำเสียง และความนุ่ม ความชัดเจนของเสียง กลับต่างกันจนรู้สึกได้ถ้ามีคนคอยชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างกัน จนคุณรับรู้ได้ ฉะนั้นของพวกนี้มันต่างกัน แต่ทั้งหมดมันขึ้นกับความต้องการบวกับทุนทรัพย์ของตัวคุณเองแค่นั้นเอง[/url]
    ต่างกันอยู่แล้วครับ เพราะที่อยู่ใน audio cd มันคือ uncompress sound ครับคือเสียงที่ไม่มีการบีบอัดต่างจาก mp 3 ที่เสียงถูกอัดเพื่อขนาดที่เล็กลง(ลองดูซิครับ cd 1 แผ่น 15 เพลงก็หรู แต่ mp3 ได้เป็น ร้อย) โดยมาก mp 3 จะตัดช่วงเสียงที่มี sampling rate เกิน 44 kHz ออก(เทียบเป็นเสียงคือ 22 kHz)พวกหูเทพๆอาจจะได้ยินครับ ที่สำคัญ bitrate ก็ลดไปครับ เช่นโทนเสียงสูงต่ำใน cd มีระดับเสียง 24 ระดับ พอมาเป็น mp3 เหลือ 16 ความละเอียดไม่เท่ากันแน่ครับ เปรียบเป็นภาพคือ เดิมคุณมีภาพ 10 mpixel แล้วคุณไปอัดมันเหลือ 2 mpixel แม้มองผ่านๆมันจะเป็นภาพเดียวกันแต่คนสนใจรายละเอียดย่อมสังเกตุเห็นครับ ซึ่งกรณีของการ rip CD นั้นมันเป็นการเปลี่ยน จาก codec นึงเป็น codec นึง การเปลี่ยนมันย่อมเดิดการ loss อยู่แล้วครับขึ้นอยู่กับวิธีเปลี่ยน ต่างกับกรณีการสัญญาณดิจิตัลส่งผ่านสายที่เราส่งสัญญาณเป็น codec เดียวกันโครงสร้างระดับ bit มันไม่ต่างเลยครับถ้ามันจะ loss มันจะเป็นการ loss คนละแบบครับ
    Last edited by hil4552; 11 Feb 2011, 14:54:59.

    Comment


    • #62
      จานแดง ทรู มันใช้ จานแดง Ku Band ความถี่งสูงกว่า ใช้จานเล็กๆ ทึบ วางหัวรับ เอียงๆ เบี้ยวๆ รับสัญญาณได้ ฝนตกก็รับไม่ได้แล้ว

      แต่ทำไม C band ต้องใช้จานใหญ่กว่าหว่า หัวรับก็ต้องตั้งตรงด้วย แต่ฝนตกก็ดูได้ แถมส่งได้กว้างไกล(ความถี่ต่ำกว่าเลยไปได้ไกล)

      งงจัง

      Comment

      Working...
      X