สายสั้นๆ เหมือนๆ กันแต่ถ้าเทียบ AB เชื่อว่าดูออก แต่ถ้ายาว 10-15 m ระวังสายถูกๆ ให้ดีเลยครับ พลาดมาหลายคนแล้วครับ ที่จะบอกมีแค่นี้ละครับไม่อยากต่อยอด
Announcement
Collapse
No announcement yet.
สาย HDMI ถูกๆ(ที่ได้มาตรฐาน) กะ สาย HDMI แพงๆ ให้คุณภาพของภาพและเสียงเท่ากัน??
Collapse
X
-
ต่างครับ สีสันของสายทีแพงดีกว่า การเคลื่อนไหวมีความเนียนตามากขึ้นทั้งๆทีเป็นจอเดียวกัน ก็เหมือนกับสาย usb ละครับถึงจะเป็นดิจิทัลแต่กลับให้เสียงที่ต่างกัน
ถึงมันจะเป็นตัวเลข 01 แต่มันก็คือไฟฟ้าซึ่งไฟฟ้าที่ผ่านสายที่ดีกว่าคุณภาพย่อมดีกว่า ถ้าอยากรู้ก็ต้องลองครับไปถามก็รู้แค่ความเห็นครับ
Comment
-
เรื่อยๆครับ มันก็ไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่นะ ผมดูหนัง BD ผ่านสาย hdmi เส้นละ 350 บาท เทียบกับ monster ที่เพิ่งสั่งกับเพื่อนมา เห็นมันลดจาก 179US$ เหลือ 6US$ --" เอามาดูก็ไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่นะ แต่เห็นที่เค้าโฆษณาเรื่อง banwidth มากกว่า สายธรรมดาได้ 4.8Gb แต่สายผมเขียนไว้ 18Gb อะไรสักอย่าง สงสัยต้องหาหนังที่ bitrate เทพ เสียงเทพ ที่ส่งข้อมูลมหาศาล ถึงจะเห็นผลมั่ง
Comment
-
สาย สั้นๆ คงไม่มีผลมากหรอกครับ เนื่องจาก สั้นๆ สัญญาณดิจิตอล เวลา encode ไป โดนรบกวนไป เวลา decode มันก็ยังแปลออกว่ามันคืออะไรผลคือไม่เพี้ยนครับ แต่ถ้า ยาวๆ มาก โดนรบกวน โดนลดทอนมาก ทำให้สัญญาณ เพี้ยนไป ถ้า สายดี คง ฉนวนดี นำสัญญาณดี สัญญาณ drop น้อยนั้นเอง
สัญญาณ ดิจิตอล encode เพื่อส่งไปมันก็เหมือน analog แต่ทนต่อการถูกรบกวน 55+ มันมีการ encode ไว้Last edited by chawin007; 18 Jan 2011, 18:26:50.
Comment
-
เส้นละ 150 ที่ซื้อมา
ตอนใช้กับคอมก็ไม่มีอะไร พอต่อเข้าคอนโซล เล่นได้อยู่ไม่เท่าไหร่ ภาพเริ่มเพี้ยน
ไหนๆก็บอกยี่ห้อเลยละกัน VPRO ขายตามห้างโลตัส บิ๊กซี ไม่แนะนำให้ซื้อ ซื้อมา 2 เส้น
เปิดซิงกับจอภาพวันแรกก็พังไปแล้วเส้นนึง (เครมไม่ได้ด้วย) ส่วนเส้นที่ 2 ก็อย่างที่บอกไป
มีอยู่ยี่ห้อนึง เข้าท่า 3rd Party ที่ออกแบบไว้เพื่อ PS3 300 บาท กล่องขาวๆ ใสๆ
กับ Belkin 1.8 เมตร 399 บาท ไอทีซิตี้
Comment
-
มันคงต่างกันจริงๆ แหละครับ อย่างน้อยก็วัสดุกับเนื้องาน แต่ส่วนต่างคุณภาพ ภาพ + เสียง คงน้อยมาก ไม่เหมือนระบบ analog
อย่างสาย Jack Guitar Monster หรือสาย RCA นี่ฟังแล้วแตกต่างจนรู้สึกได้ ต่อให้ไม่ใช่พวกหูทอง
แต่อย่างสาย HDMI สั้นๆ แค่ 2-3 เมตร เท่าที่ลองกับ PS3 มาก็ไม่ต่างนะครับ ( LCD ผมอาจจะไม่เทพพอ)
Comment
-
เหอะๆ อุปทานไปเองทั้งนั้นครับ หลงกระแสการตลาดไป คุณอ้างแต่ว่าทีวีไม่ถึงเลยใช้สายแพงไม่มีประโยชน์ รู้มั้ยครับว่าอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดตัวนึงมันกฺ็มีลิมิต ตาคุณไงครับ จะมีประโยชน์อะไรถ้าไอทีวีที่คุณซื้อมันแสดง deep colour ได้แต่ตาคุณรับไม่ได้ จากผลทางการแพทย์ก็ยืนยันมาแล้วว่าคนตาเราแยกสี ได้แค่ ประมาณล้านเฉดสี จะมีประโยช์อะไรครับ กะไอ deep color ที่แสดงได้พันล้านสี ในเมื่อเซ็นเซอร์ที่ตัวคุณรับไม่ได้ จะเอาต้องตาดีแค่ใหนครับมาดูความคมชัดกัน ตาคนปรกติก็ไม่ ร้อยเปอร์เซ็นกันอยู่แล้ว อ่านหนังสื่อตัวโตๆจริงๆ บางคนใส่แว่นอ่านยังไม่ชัดเลย แล้วไอจอคมๆ pixel เล็กๆ 1 ตัว พันล้านสีจะมีปัญญาแยกกันมั้ยเพราะการทำงานของตาคนเรานั้นถ้าจุดเล็กๆมากๆมันก็จะรวมสีให้เอง(จริงๆ 1 pixel จะมีตัวส่งแสง 3 สีนะครับ แล้วมาผสมกันแต่มันเบ็กมากตาเราก็รวมให้) อย่าไปหลงการตลาดของบริษัทใหญ่ๆครับ ไอที่ไปดูเค้าโชว์ทีวีแล้วภาพมันต่างกันมันเกี่ยวกัน contrast brightness hue saturation colour tone lamination ของทีวีครับซึ่งค่าเหล่านี้เวลาส่งผ่านดิจิตอลออกมาเป็นตัวเลขล้วนๆ รูปเดียวกันจะมีข้อมูลเหมือนกันเปะๆ(ลองดูใน photoshop นะครับ จะเห็นได้เว่าเค้าจะสามารถแสดงค่าต่างๆของpixel เป็นตัวเลขได้หมด) แต่ที่ต่างกันเพราะทีวีอย่างเดี๋ยว ซื้อก็เหมือนกับหนังเรื่องนึง ในระบบดิจิทัลมันจะส่งข้อมูลชุดตัวเลขนี้แหละออกมา ซึ่งแต่ละชุดก็สร้างภาพได้ 1 ภาพระบบวีดีโอ 1 วินาที มี 24-60 ภาพ(แล้วแต่ระบบ) ดังนั้นคุุณภาพแต่ละเฟรมของภาพยนต์จะขึ้นอยู่กัพภาพเหล่านี้แหละครับ
ทีนี้คำถามคือ สายมีผลต่อตุณภาพภาพหรือไม่คำตอบคือไม่มีครับ อย่างที่อธิบายไปภาพที่เราเห็นแท้จริงแล้วมันคือชุดตัวเลขถูกส่งมาเรื่อยๆ จริงอยู่ที่มันส่งมาเป็น ฐาน 2 คือ 0(off) กะ1(on) แต่ก่อนที่ทีวีจะนำไปใช้มันก้ต้องเอาตัวเลขไป decode แล้วแปลงเป็นค่าที่ผมกล่าวมา ดังนั้นถ้าเลขมาถึงครบมันก็แสดงภาพได้ปรกติ 100% ใช่มั้ยครับ แต่ทีนี้ถ้าสายไม่ดีเกิดอะไรขึ้น คำตอบคือ เลขมันหายไปทำให้ decode ไม่ออก เอ๋แล้วมันทำให้ภาพแย่หรือเปล่า คำตอบคือถ้าเลขหายเล็กน้อย มันจะมีระบบ error correction อยู่แล้วคอยแก้ให้โดยในแต่ละ pactket data จะมี check sum คอยใช้แก้ไขข้อมูลนั้นถ้ามี error ตัวสองตัวจะแก้ได้ข้อมูลเดิม 100% ครับ ระบบ digital มันมีแค่ 0 กะ 1 ตัวที่ผิดถ้าไม่ใช่ 0 ก็คือ 1 แก้ง่ายครับ ถ้าแก้ได้มันอ่านรู้เรื่องก็ผ่านครับแต่ ถ้าแก้ไม่ได้หล่ะ ถ้าเกิดมันมี error เยอะเกินที่จะแก้หล่ะ จะทำไงหล่ะคำตอบคือภาพก็เละ หรือหายไปเลยครับ ตัวอย่างคือรูปที่เราส่งกันทางคอมแหละ จะก็อบไปกี่ร้อยครั้ง fwd mail ไปเท่าใหร่ รูปก็เหมือนเดิมถ้าไฟล์เดิมก็คุณภาพเท่าเดิมทั้งๆที่มันก็ส่งผ่านสายเแลนถูกๆเส้นละ 50 บาทไม่รู้ตั้งกี่ร้อยเส้น(จริงๆหนังคุณภาพโคตรดีของคุณก็อาจถูกส่งผ่านเว็บบิทมาทางสายแลนเส้นละ 50 ก็ได้ครับ) แต่ถ้ามันมี error เมื่อใหร่ปุป เราก้จะเปิดไฟล์ไม่ได้ทันที กล้าท้าเลยครับให้ก้อบไฟล์เดิมไปมา กี่รอบก็ได้ครับ ถ้ามันเปิดได้รูปจะเหมือนกันเปะ หรือถ้าเปืดไม่ได้ ก็เสียหรือเละไปเลย ดิจิตอลไม่มีเดาครับ ถ้าข้อมูลเดิมสมมุติว่าข้อมูลสีเดิมมี 8 bit รับมาได้แค่ 3 bit มันเสียเลยครับไม่ใช่มันจะแสดงผลเหลือแค่ 3 บิทอย่างมี่ข้างบนเข้าใจดังนั้นได้ไม่มีหรอกครับที่เอ้ยรูปนี้ pixel ที่ตาหมาคุณสีเพี้ยนไปจากดำเป็นแดงนะ (ข้อมูลสี 24-bit คือเลขฐาน 16 หกหลัก xxxxxx โดยที่ x= 0ถึงf เลขฐาน16 1 หลักแปลงเป็นฐาน 2 ได้ 4 bit เช่น 0 คือ 0000, 1 คือ 0001,f คือ 1111 เลข 2 ตัวแรกคือความเข้มแดง สองตัวต่อมาคือ สีฟ้าและเขียว ตามลำดับมีเลขฐาน 16 6 หลัก ฐาน 16 ตัวนึงมีคือ 4 bit เป็น 24 bit พอดีครับ ถ้าง่ายๆสมมุติเดิมคือ 56fe7a เลขชุดนี้ถ้าหายไปตัวคุณจะแปลงไงเป็น 3-bit และยังแทนค่าได้ทั้ง3สี 010 งี้หรอครับ มีมันจะยังยังแปลงเป็นสีคล้ายๆ เดิมได้หรอครับ จำนวนบิทของคอมไม่มีแปลงลงอย่างนั้นได้นะครับ)
จากที่อธิบายไปก็จะมีคนค้านว่าแต่วีดีโอมันส่งมาแบบ bitsteam ถ้าเจอ error ขอแพ็กเก็ตใหม่ไม่ได้ไม่เหมือนส่งรูปที่ถ้าเจอ error สามารถขอ packet ขอแพ็กเก็ตใหม่ได้ จริงครับไม่ได้เถียงเลย แต่ถ้าเจอ error คือข้อมูลส่งมาไม่ทันเราจะรู้ทันทีครับว่าข้อมูลส่งมาไม่ทันเพราะภาพจะเละ ที่เราเรียกว่าจิ๊กเตอร์นั้นแหละ(ซึ่งมันเห็นชัดมากเอาเป็นว่าถ้าเกิดก็รู้เลยครับ) แต่ถ้าคุณไม่เจอแสดงว่าไม่เกิด error ครับ ดังนั้นถ้าคุณดูแล้วไม่มีจิ๊กเตอร์ก็ผ่านครับคุณภาพร้อยเปอร์เซ็นเท่าสายเส้นละล้านเลยไม่มีว่าคุณภาพภาพตกครับ จะตกได้ไงในเมื่อ digital มันต้องเปลงค่าเป็นตัวเลข ใครลองแปลงสี 56fe7a ให้ตกทีครับเอาแบบตกนิดๆนะแค่พอคุณภาพตกอ่ะ (โอเคถ้าค่าไปเพี้ยนที่เลขที่แสดงค่าสีจริงๆอาจมีสีเพี้ยน แต่ถ้ามันไปเพี้นที่ดาต้าสำคัญอื่นๆเช่น header address นี่ผลมันชัดแน่ๆ อีกอย่างแม้จะเพี้ยนที่สีจริงแต่ checksum ก็ฟ้องครับเช่น ข้อมูลนี้มี 1 5 ตัว ถ้า1 ตัวนึงเพี้ยน มันก็รู้แล้วครับ )
ส่วนที่บอกว่าดาต้ามาครบแต่ไม่ทันนั้นก็ไม่จริงอีกครับ เพราะระบบ steam พวกนี้เค้ามี buffer ครับคล้ายๆ youtube แหละถ้าคุณเปิดมาแล้วเน็ตไม่แรงคุณก็ทิ้งให้ข้อมูลมัน buffer มันก็โอใช่มั้ย ระบบ HDMI นี้ก็มีครับแต่ข้อมูลพวกนี้มันขึ้นลงมากอยู่แล้วช่วงลงดูดทันครับ สายไม่ใช่คอขวดขนาดนั้น และถ้าไม่ทันจริง ผลที่ได้ก็ชัดครับ ภาพเละ คือคนดูต้องรู้ แต่ไม่ใช่แค่สี้เพี้ยนนิดหน่อย หรือดูไม่ลื่น
แล้วสายแพงหล่ะมีไว้ทำไม มันมีประโยชน์อะไร ก็อย่างที่ผมบอกครับว่าถ้า error เยอะภาพก็เสียไปเลย ดังนั้นสายถูกคุณภาพการผลิดไม่มาตรฐานมันก้อาจมีความเสี่ยงกว่าสายแพงที่เกิด error จนเกิด จิกเตอร์ ยิ่งสายยาวขึ้นก็ยิ่งเสี่ยง นอกจากนั้นบางคนบ้านอยู่ใกล้สายไฟแรงสุง ในสตูดิโอที่มีสายไฟเยอะ สนามแม่เหล็กไฟฟ้าสูง สายแพงจะมีระบบ shield ที่กันสัญญาณรบกวนตรงนั้นดีกว่า(นี่เป้นสาเหตุที่ทำไมสตูดิโอต้องใช่สายเส้นละหมื่นครับ ไม่ใช่เพื่อคุณภาพของภาพ แต่เพื่อกันสัญญาณรบกวน) ในที่แบบนั้นสายถูกจะเกิด จิกเตอร์แน่นอน แต่อย่างที่บอกครับดิจิทอลมีแค่ได้กับไม่ได้ คือถ้าดูแล้วไม่มีจิ๊ดเตอร์คุณภาพไม่ต่างกันแน่ ฟันธง
สรุปคือ ถ้าคนที่ซื้อสาย 100 มาแบบผมใช้แล้วไม่เกิดจิ๊กเตอร์ ก็ภูมิใจเถอะครับว่าเราได้คุณภาพภาพเท่ากับคนซื้อสายเส้นละหมื่น แต่ถ้าเกิดมีจิตเตอร์ก็เปลี่ยนสายครับ เส้นละ 100 อย่าคิดมากLast edited by hil4552; 11 Feb 2011, 14:27:53.
Comment
-
ตัวอย่าง การส่งแบบดิจิตัลอีกอย่างนึงคือจานแดง ทรูครับบ้านใครติดจะทราบดี ถ้าปรกติภาพเสียงก็จะชัดครับ แต่พอฝนตกมามันจะเกิด error มากจนภาพค้าง หรือ เกิดจิ๊กเตอ ซึ่งชัดมากครับ ในที่นี้อากาศก็เปรียบเป็นเหมือนสายแหละครับ ถ้าอากาศไม่ดี ภาพก็เละไปเลยเห็นชัดแน่นอน แต่ไม่ได้เกี่ยวกับคุณภาพปรกติแต่อย่างใด ซึ่งจะต่างจากทีวีปรกติที่ถ้าสัญญาณไม่ดีภาพก็จะมีจุดขาวๆมาจนต้องไปหมุนหนวดกุ้งกัน หรือใครเคยดูทรูแล้วพอสัญญาณไม่ดีเกิดจุดมีมั้ยครับ
Comment
-
สายลำโพงยังเห็นผลกว่าเนอะผมว่า - -
Belkin 1.8 เมตร 399 บาท ผมใช้อันนีเลย โอเคนะผมว่าLast edited by kidnapped1; 11 Feb 2011, 11:46:33.
Comment
Comment