Announcement

Collapse
No announcement yet.

แอมป์ วัตต์มาก วัตต์น้อย ต่างกันยังไงครับ

Collapse
X
 
  • Filter
  • Time
  • Show
Clear All
new posts

  • #16
    เอาเท่าที่ศึกษามานะครับ Ampต่างๆแม้Wattเท่ากันแต่ระดับขยายก็ต่างกันตามClassและวงจรด้วย
    แม้บางตัวบอก20W ก็ต้องดูว่าAmp Class อะไรเช่นClass A เป็นประเภทใช้ไฟสูง Gainขยายต่ำแต่การขยายค่อนข้างเนียน

    AB พัฒนามาจาก AและB ใช้ไฟระดับกลางๆ Gainขยายกลางๆ ทำเสียงคุณภาพดีง่าย

    D ไฟต่ำ Gainขยายสูง โดยทั่วไปเสียงหยาบหน่อย

    T ไฟต่ำคล้าย D Gainขยายแล้วแต่วงจรบางตัวสูง บางตัวต่ำ เห็นบางคนบอกAmp Classนี้ขับง่าย
    แต่ตัวยี่ห้อToppingที่ผมใช้โครตต่ำเพราะตัวเบอร์Ampมัน50Wมันกดลงมาเหลือ30Wแต่เสียงมันเนียนดีนะ
    คุณภาพเสียงแล้วแต่วงจรแต่ผมว่าเนียนกว่าDระดับนึงแต่เสียงเหมือนปอดใหญ่ไม่เท่าClass ABเลยออกมาไม่เต็ม
    เรื่องวงจรอย่าง Amp Class D ที่โดยทั่วไปแล้วเสียงด้อยกว่า A ,AB แต่ถ้าออกแบบดีๆมันก็เสียงดีกว่าได้เหมือนกันครับ

    2ตัวนั้น ตัวไหนดีกว่าก็ไม่รู้เหมือนกันครับดูแล้วแนะนำAmp 40-50W เป็นอย่างน้อย
    เพราะในคู่มือบอก100Watt Rms หาร2ไปก็พอฟังหน้าคอมพอดีเพราะพวกนี้มันPowerAmpเพียวๆ ถ้ามีPre 20-30ก็คงพอ


    แต่ถ้าแนะนำจริงๆเปลี่ยนลำโพงจะง่ายกว่าครับ ค่อยจัดแอมป์ตัวไหนก็ได้
    ที่บ้านผมมีPioneer อยู่2ตัว ขับยากเสียงกระป๋องแบบสุดๆT_T
    speaker pioneer.jpg
    Last edited by Sumomo; 31 Jan 2014, 20:39:36.

    Comment


    • #17
      Originally posted by Sumomo View Post
      เอาเท่าที่ศึกษามานะครับ Ampต่างๆแม้Wattเท่ากันแต่ระดับขยายก็ต่างกันตามClassและวงจรด้วย
      แม้บางตัวบอก20W ก็ต้องดูว่าAmp Class อะไรเช่นClass A เป็นประเภทใช้ไฟสูง Gainขยายต่ำแต่การขยายค่อนข้างเนียน

      AB พัฒนามาจาก AและB ใช้ไฟระดับกลางๆ Gainขยายกลางๆ ทำเสียงคุณภาพดีง่าย

      D ไฟต่ำ Gainขยายสูง โดยทั่วไปเสียงหยาบหน่อย

      T ไฟต่ำคล้าย D Gainขยายแล้วแต่วงจรบางตัวสูง บางตัวต่ำ เห็นบางคนบอกAmp Classนี้ขับง่าย
      แต่ตัวยี่ห้อToppingที่ผมใช้โครตต่ำเพราะตัวเบอร์Ampมัน50Wมันกดลงมาเหลือ30Wแต่เสียงมันเนียนดีนะ
      คุณภาพเสียงแล้วแต่วงจรแต่ผมว่าเนียนกว่าDระดับนึงแต่เสียงเหมือนปอดใหญ่ไม่เท่าClass ABเลยออกมาไม่เต็ม
      เรื่องวงจรอย่าง Amp Class D ที่โดยทั่วไปแล้วเสียงด้อยกว่า A ,AB แต่ถ้าออกแบบดีๆมันก็เสียงดีกว่าได้เหมือนกันครับ

      2ตัวนั้น ตัวไหนดีกว่าก็ไม่รู้เหมือนกันครับดูแล้วแนะนำAmp 40-50W เป็นอย่างน้อย
      เพราะในคู่มือบอก100Watt Rms หาร2ไปก็พอฟังหน้าคอมพอดีเพราะพวกนี้มันPowerAmpเพียวๆ ถ้ามีPre 20-30ก็คงพอ


      แต่ถ้าแนะนำจริงๆเปลี่ยนลำโพงจะง่ายกว่าครับ ค่อยจัดแอมป์ตัวไหนก็ได้
      ที่บ้านผมมีPioneer อยู่2ตัว ขับยากเสียงกระป๋องแบบสุดๆT_T
      [ATTACH=CONFIG]2653650[/ATTACH]
      แนะนำAmp 40-50W หน่อยสิครับ

      ไม่รู้เรื่องพวกนี้เลย - -

      Comment


      • #18
        ผมว่าแอมป์วัตต์สูงๆ เปิดเบาๆเสียงมีกำลังเหลือมีน้ำหนักน่าฟังกว่า ที่สำคัญแอมป์วัตต์สูงๆเปิดเบาๆความเพี้ยนน้อยมาก

        ฟังแอมป์หลอดแล้วไม่ค่อยอยากกลับมาฟัง TR เสียงมันเนียนไหลลื่นมาก การแยกเสียงน่าฟังมาก ฟังของพ่อ พ่อทำเองทั้งเครื่องทั้งหม้อแปลง เอาต์พุต,หม้อแปลงเพาเวอร์ แทบอยากจะยกกลับบ้าน (ฟังของพ่อแล้วจำแนวเสียงของตัวเองได้เทียบกับของตัวเองคนล่ะเรื่องเลยทีเดียว)

        เห็นคนเขาว่าหลอดเสียงอืดเฉื่อย ผมฟังกับหูตัวเองไม่เห็นรู้สึกว่ามันอืดเลย มันฟังได้เพลงช้า เพลงเร็ว ไม่รู้สึกเสียอารมณ์เลย(พวกเสียงร้อง, เพลงบรรเลง) ได้ฟังแล้วหลงเลย

        ปล. แอมป์ TR วัตต์สูงก็จริง แต่หม้อแปลงต้องได้จริงๆนะ
        Last edited by carbon_za; 31 Jan 2014, 21:05:37.

        Comment


        • #19
          ถ้าเอาขับชัวร์ๆ แอมป์มอเตอร์ไซค์ครับทั้งแรงทั้งถูกไม่เกิน1000 ด้วย^_^
          เห็นเวปนี้ขายอยู่ 550 แล้วซื้อAdapter12Vมาก็พอดี
          http://www.un-soundsales.com/board/i...?topic=17098.5
          Last edited by Sumomo; 31 Jan 2014, 21:06:12.

          Comment


          • #20
            Originally posted by Sumomo View Post
            ถ้าเอาขับชัวร์ๆ แอมป์มอเตอร์ไซค์ครับทั้งแรงทั้งถูกไม่เกิน1000 ด้วย^_^
            เห็นเวปนี้ขายอยู่ 550 แล้วซื้อAdapter12Vมาก็พอดี
            http://www.un-soundsales.com/board/i...?topic=17098.5
            โอ้ว แอมป์มอไซด์มีรีโมทด้วย เจ๋งจริง เปิดเพลงที่คอมกดรีโมทเปลี่ยนเพลง

            ผมอยากได้ตัว มี usb และใช้สายลำโพงแบบหนีบได้เลือกตัวไหนในเวปนี้ดีครับ
            Last edited by Harbringer; 31 Jan 2014, 21:35:13.

            Comment


            • #21
              เลือกแอมป์กี่วัตต์ดี

              ที่ระยะ***งจากจุดกำเนิดเสียงแรงดันของคลื่นเสียงจะลดลง เมื่อระยะ***งเพิ่มขึ้นสองเท่าแรงดันจะลดลง -6 dB ความไวของลำโพลงจะวัดกันที่ระยะหนึ่งเมตร
              ดังนั้นหากท่านฟังที่ระยะสองเมตร แรงดันเสียงจะลดลง -6 dB มันเป็นการคำนวนแบบ LOG ฐาน 10 ระยะระหว่างนั้นท่านลองคำนวนเองได้ตามสูตรนี้
              @p=20 LOG(r1/r2)
              โดยที่ @p คือความแตกต่างของแรงดันระหว่างสองจุด
              r1 คือระยะ***งจากลำโพลงของจุดแรก
              r2 คือระยะ***งจำลำโพลงของจุดที่สอง
              สรุปง่ายๆเลยก็คือ

              ระยะที่***งออกมา แรงดันเสียงลดลง
              2 เมตร -6 dB
              2.5เมตร -8 dB
              3 เมตร -9.5 dB
              3.5เมตร -11 dB
              4 เมตร -12 dB

              Comment


              • #22
                TELI TL-V19
                ราคา : 990





                ตัวนี้ดีไหมครับ ครบเครื่องเลยทีเดียว

                USB+วิทยุ fm+เสียบคาราโอเกะร้องเพลงได้ โอ้ว

                Comment


                • #23
                  โดยมากนักเล่นนักฟังทั้งหลายจะนั่ง***งจากลำโพลงประมาณ 2-3.5 เมตร ดูตัวเลขแล้วน่าตกใจไม่น้อย นั่ง***งออกมาอีกหน่อยเดียว หายไปหลาย dB
                  ในระบบสเตอริโอเราใช้ลำโพลงเป็นคู่ ดังนั้นแรงดันเสียงเพิ่มขึ้น +6 dB

                  ทีนี้มาดูกันว่าเราต้องการความดังอยู่ที่ระดับไหน 110 dB ที่หลายคนกล่าวถึงนั้นเป็นเป็นระดับความดังของการแสดงดนตรีสดๆฟังกันใกล้ๆเลย อย่างใน pup อะไรทำนองนั้น
                  บางท่านอาจเคยไปฟังกันบ้างแล้ว มันดังขนาดที่คุยกนใกล้ๆต้องตะโกนกันเต็มที่ยังไม่ค่อยจะรู้เรื่อง ในแง่ของความปลอดภัยถ้าฟังโดยไม่มีเครื่องป้องกันความดัง 112 dB
                  นั้นเขายอมให้เพียง 5 นาทีต่อสัปดาห์เท่านั้น

                  Comment


                  • #24
                    ในชีวิตประจำวันของเราในสำนักงานทั่วไปจะมีความดังประมาณ 60 dB และถ้าเป็นบริเวณที่มีการจราจรหนาแน่นจะอยู่ราวๆ 80-90 dB ถ้ามีรถบรรทุกหนักผ่านมาอาจจะเกิน 90dB พร้อมด้วยความถี่ตำ
                    ที่มาจากท่อไอเสีย โดยทั่วๆไปแล้วการฟังเพลงในห้องฟังระดับความดังเฉลี่ยจะอยู่ที่ 85 dB และอาจพุ่งขึ้นไปถึง 100 dB ในช่วงสั้นๆ นั่นหมายถึงช่วงเบ่งที่ขึ้นไปอีก 15 dB

                    ทีนี้เรากลับมาคำนวนกันต่เกียวกับความไวของลำโพลงและกำลังของแอมปลิฟลายเออร์ที่จะต้องใช้ สมมุติว่าเราต้องการความดัง 85 dB และนั่ง***งจากลำโพลง 3เมตร

                    เพราะฉะนั้นแรงดันเสียงจะเป็น 85+9.5=9.4 dB ถ้าเป็นลำโพลงข้างเดียวก็จะเป็น 94.5-6=88.5 dB
                    ในด้านของกำลังจากแอมปลิฟลายเออร์นั้น ทุกๆเท่าตัวของกำลังที่เพิ่มขึ้นจะให้แรงดันเสียงเพิ่มขึ้น +3 dB
                    คำนวนได้จากสูตร

                    @p=10 LOG(P2/P1)
                    โดยที่ @p คือความแตกต่างของระดับแรงดันเสียง คือ dB
                    P1และP2 คือกำลังจากแอมปลิฟลายเออร์ คือ วัตต์นั่นเอง

                    Comment


                    • #25
                      ลำโพลงส่วนมากจะมีความไวประมาณ 87 dB/W ที่ 1เมตร ถ้าต้องการแรงดันเสียง 88.5 dB ตรงนั้น เราจะต้องใช้กำลัง 1.4 watt และที่แรงดันเสียงเพิ่มขึ้น 15 dB เราจะต้องการกำลัง 45 watt
                      แต่ว่านั่นเป็นกำลังตอนเบ่งนะครับ แอมปลิฟลายเออร์ที่ดีหลายตัวสามารถใช้แรงเบ่งเพิ่มขึ้นไปอีกราวๆครึ่งเท่าตัวเป็นอย่างน้อยโดยที่ไม่ทันจะมีอาการเดือดร้อนสร้างปัญหาต่างๆ ดังนั้นในทางปฎิบัติเราอาจใช้แอมปลิฟลายเออร์ข้างละประมาณ 30 waat
                      ก็น่าจะพอเพียงแล้ว

                      สำหรับที่ความไวสูงเอาเป็นว่า 90 dB / watt กำลังที่จำเป็นก็จะเป็นครึ่งหนึ่งของกำลังที่ใช้สำหรับลำโพลงความไว 87 dB/watt หมายความว่าประมาณ 20 watt ก็จะเพียงพอสำหรับระดับเสียง 100dB ที่ 3 เมตร

                      ที่มา หนังสือสเตอริโอ

                      Comment


                      • #26
                        Originally posted by Harbringer View Post
                        คือ ผมดูระหว่าง 2 ตัวนี้อยู่ครับ ไม่รู้ว่าจะเอาตัวไหนดี ต่างกัน 5 วัตต์


                        Power AMP - 25w Class D



                        กับ


                        Lepai Class T Tripath TA2020
                        Find many great new & used options and get the best deals for Lepai Lvpin Tripath LP-2020A+, TA2020A+ Class-T Hi-Fi Stereo Audio Car Amplifier at the best online prices at eBay UK! Free delivery for many products!



                        งงตรงมีแบ่ง class กันด้วยหรอดู class ไม่เป็นอีก ไม่รู้ว่าไล่ยังไง class ไหนดีสุด

                        แต่ส่วนตัวชอบ Lepai Class T Tripath TA2020 มากกว่า เพราะว่า มีปุ่มให้ปรับพวกเบสอะไรด้วย

                        แต่ไม่รู้ว่าอันไหนดีกว่ากันครับ
                        เสี่ยครับ ถ้าจะเสียเงินเล่นทั้งที ก็หาแอมป์ Class AB น่าจะเหมาะที่สุดแล้วหล่ะครับ

                        Class D-Class T ถ้ายังไม่เคยฟังกับหูตัวเอง ต้องหาฟังก่อนนะครับ ไม่งั้น จ่าย 2 รอบแน่

                        Comment


                        • #27
                          อย่าลืมเรื่อง W แท้ W เทียม ด้วยนะครับ
                          ผมเคยเจอตามแอมราคาถูกๆ ชอบเขียนโม้ข้างหล่องครับ

                          Comment


                          • #28
                            Originally posted by top_ac1234 View Post
                            อย่าลืมเรื่อง W แท้ W เทียม ด้วยนะครับ
                            ผมเคยเจอตามแอมราคาถูกๆ ชอบเขียนโม้ข้างหล่องครับ
                            ส่วนใหญ่มันโม้เป็นPmPo นี่สิ ถ้าใช้จริงเป็นRMSกันซะมากกว่า
                            ถ้าเปรียบเทียบก็"PMPO=เสียงตะโกน"กับ"RMS=เสียงพูด"
                            คนส่วนใหญ่ตะโกนได้เสียงดังแต่ไม่บ่อยเพราะมันเหนื่อยแต่พูดได้นานได้ทั้งวันเพราะมันเป็นปกติชีวิต
                            ประมาณโม้ว่าตูตะโกนไปถึงอีกฝั่งแม่น้ำเลยนะเฟ้ย แต่พูดดังหน่อยก็แค่ได้หน้าบ้านเอง

                            Comment


                            • #29
                              pmpo คือ วัตต์ที่สูงที่สุดในช่วงขณะหนึ่ง
                              rms คือ วัตต์เฉลี่ย
                              continue average คือ วัตต์เฉลี่ยต่อเนื่อง

                              สเปคแอมป์มันมีวิธีบอกค่าวัตต์หลายอย่าง เช่น

                              2000w pmpo

                              100w rms

                              100w rms 8 โอห์ม @ความถี่ 1k thd น้อยกว่า0.7%

                              100w rms 8 โอห์ม @ความถี่ 1k thd น้อยกว่า0.7% , 150w rms 4 โอห์ม @ความถี่ 1k thd น้อยกว่า 1%

                              100w rms 8 โอห์ม @ความถี่ 1k thd น้อยกว่า0.7% , 180w rms 4 โอห์ม @ความถี่ 1k thd น้อยกว่า 1%

                              100w rms 8 โอห์ม @ความถี่ 20-20000k thd น้อยกว่า0.7 , 150w rms 4โอห์ม @ความถี่ 20-20000k thd น้อยกว่า 1%

                              100w rms 8 โอห์ม @ความถี่ 20-20000k thd น้อยกว่า0.7 , 180w rms 4โอห์ม @ความถี่ 20-20000k thd น้อยกว่า 1%

                              แล้วคุณจะเลือกแอมป์แบบไหน

                              Comment


                              • #30
                                Originally posted by soil32 View Post
                                ลำโพลงส่วนมากจะมีความไวประมาณ 87 dB/W ที่ 1เมตร ถ้าต้องการแรงดันเสียง 88.5 dB ตรงนั้น เราจะต้องใช้กำลัง 1.4 watt และที่แรงดันเสียงเพิ่มขึ้น 15 dB เราจะต้องการกำลัง 45 watt
                                แต่ว่านั่นเป็นกำลังตอนเบ่งนะครับ แอมปลิฟลายเออร์ที่ดีหลายตัวสามารถใช้แรงเบ่งเพิ่มขึ้นไปอีกราวๆครึ่งเท่าตัวเป็นอย่างน้อยโดยที่ไม่ทันจะมีอาการเดือดร้อนสร้างปัญหาต่างๆ ดังนั้นในทางปฎิบัติเราอาจใช้แอมปลิฟลายเออร์ข้างละประมาณ 30 waat
                                ก็น่าจะพอเพียงแล้ว

                                สำหรับที่ความไวสูงเอาเป็นว่า 90 dB / watt กำลังที่จำเป็นก็จะเป็นครึ่งหนึ่งของกำลังที่ใช้สำหรับลำโพลงความไว 87 dB/watt หมายความว่าประมาณ 20 watt ก็จะเพียงพอสำหรับระดับเสียง 100dB ที่ 3 เมตร

                                ที่มา หนังสือสเตอริโอ

                                ....ฮ่าๆ ผมก็นึกอยู่นะว่าบทความนี้มันคุ้นๆ....นภดล

                                Comment

                                Working...
                                X