[Review] Bose SoundLink Wireless Speaker
by P&G Hi-Fi
สวัสดีคร้าาาบ พี่ๆน้องๆแม่ๆป้าๆป๊าๆป๋าๆ
ช่วงนี้ทาง Bose ได้ออกสินค้าตัวใหม่ๆ ออกมามากมาย เรียกได้ว่าเป็นซีรี่กันเลยทีเดียว ซึ่งต้องยอมรับครับว่ารอบนี้ Bose เองทำการบ้านมาอย่างดี เพราะนอกจากจะได้เสียงที่เพราะ ฟังสนุก แล้วยังมีการออกแบบให้มีความ สวยงาม เรียบง่าย สะดวก ง่ายต่อการใช้ มากกว่าเดิม เรียกได้ว่าตอบโจทย์ของการใช้ชีวิตของคนสมัยใหม่ได้อย่างลงตัวทีเดียวครับ
ดังนั้นทางเราจึงจัดทำรรีวิว แบบสั่วๆ ให้คนที่แอบสงสัยแต่ไม่กล้าถามได้อ่านกัน (ล้อเล่นนะครับ ^^")
ให้เป็นแนวทางคร่าวๆ สำหรับคนที่ต้องการข้อมูลในการตัดสินใจครับ ยังไงเรื่องเสียงนี่เป็นเรื่องของความชอบส่วนตัวครับ
"เพราะ" ของผมอาจจะไม่ใช่ "เพราะ" ของคุณก็ได้ครับ
บางคนอาจจะคิดว่า เฮ้ย เมื่อไหร่ ึง จะเข้าเรื่องซักทีฟะ = ="
ถ้าคุณอ่านมาถึงบรรทัดนี้นั่นแสดงว่าท่านได้ผลาญ 1 นาทีของชีวิตไปอย่างไรค่าแล้วครับ
เฮ้ย!! ไม่ใช่!! ครับ ต่อจากนี้จะเข้าเรื่องแล้วจ้า
Overview
ก่อนจะถึงเรื่องเสียงมาดูหน้าตาก่อนครับ
เปิดกล่องออกมาก็เจอเจ้า SoundLink นอนแอ่งแม้งอยู่ครับ แพ็คมาอยู่ในบล็อคพลาสติกอย่างดีครับ แยกตัวลำโพงกับ Adapter และสาย Mini to mini ครับ ขนาดบล็อคพลาสติกที่ใส่ก็พอดีกับกล่องที่ใส่ทำให้ เวลาเราจักมันเขย่าๆๆๆ มันก็จะไม่กระแทกครับ ล่าสุดนี่ผมว่าจะลองจับโยนลงมาจากชั้นบนแล้วครับ แต่ไม่กล้า (ฮา)
เมื่อเปิดกล่อง Bose SoundLink Wireless Mobile speaker คุณจะได้รับ
ตัวลำโพง Bose SoundLink Wireless 1 ea
Universal Adapter for Speaker 1 ea
สาย Mini to mini 1 ea
คู่มือ (Owner's Guide) 1 ea
เมื่อผมหยิบขึ้นมาดูก็รู้สึกว่ามันหนักกว่าที่คาดไว้นิดหน่อยครับ ผมก็รู้สึกประทับใจทันทีครับ
เพราะมันรู้สึกถึง "ความมีน้ำหนัก" ของตัวลำโพง
บางอาจจะสงสัยว่า เฮ้ย หนักแล้วมันดีตรงไหนวะ = =" ความมีน้ำหนักนั้นมัน "มีคุณค่าทางจิตใจ" อย่างประหลาดครับ
ของที่มันหนักเราจะรู้สึกว่ามันมีอะไร แต่ถ้ามันเบาเราจะรู้สึกเหมือนกันโดนหลอกยังไงยังงั้นครับฮ่าๆๆ
เข้าสาระบ้างครับ
ปกติแล้วลำโพงที่ดีนั้นเมื่อเปิดฟัง ตัวลำโพงจะต้องนึ่ง เฮ้ย นิ่ง เมื่อมีการสั่นของดอกลำโพงครับ ดังนั้นผมคิดว่าการที่ Bose ทำเจ้า SoundLink ให้ "มีน้ำหนัก" ทั้งๆที่เป็นลำโพงเน้นพกพา ส่วนหนึ่งก็เพื่อจุดประสงค์นี้ครับ
ปล. ที่ว่าลำโพงนี้มีน้ำหนักนี่ไม่ใช่หนักมากแบบถือไม่ไหวนะครับ มันหนักประมาณ 1 โลหน่อยๆเท่านั้นเองจ้า
อีกสิ่งหนึ่งที่ Bose ไม่เคยทำให้ผิดหวังก็คืองานประกอบครับ เนี้ยบมากๆครับ ตั้งแต่ส่วนของตัวลำโพง ไปจนถึงรอยเย็บบริเวณขอบของแผ่นปิดไนลอน พี่ Bose แกเก็บเนี้ยบหมดครับ ทำให้เจ้า SoundLink ดูสวยงามน่าใช้ขึ้นไปอีกครับ
ปล2. แผ่นปิดตัวลำโพงนั้นจะมี 2 แบบนะครับ เป็นแบบไนลอนและเป็นแบบหนังครับ ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีหลายสีให้เลือกครับ
ซึ่งตัวที่ทาง P&G Hi-Fi นำมารีวิวเป็นแบบไนลอนครับ เนื่องจากแบบหนังมันแพงกว่านั่นเองครับ 555
Input
เจ้า SoundLink มี Input ได้ 2 ทางครับคือเป็น Bluetooth กับเป็น Aux In นั่นเองครับ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็น Mp3 หรือมือถือที่ไม่มี Bluetooth แต่มีช่องให้เสียบแจ็ค mini ก็สามารถใช้ได้ครับ
เอ.. ว่าแต่มือถือที่ไหนละครับเนี่ยที่ไม่มี Bluetooth แต่มีช่องเสียบแจ็ค = ="
ช่างเถอะครับ เรามาต่อกันดีกว่า
Usage
การใช้งานง่ายมากครับ ตั้งแต่ช่องเสียบปลั๊กต่อด้านหลัง มี 3 ช่องเท่านั้นครับ ซึ่งแต่ละช่องก็ได้ระบุไว้ชัดเจนว่าเป็นช่องเสียบอะไร ดังนั้นคนที่มีปัญหาเสียบผิดรูบ่อยๆก็ไม่ต้องกังวลตรงนี้ครับ ฮ่าๆๆ
สำหรับปุ่มกด มี 6 ปุ่มครับ โคตรจะซิมเปิ้ล จากซ้ายสุดนะครับ จะเป็นปุ่มเปิด/ปิด ครับ
ถัดไปอีก 2 ปุ่มเป็นปุ่มเลือก Input ครับว่าจะเอาทางไหน Aux in หรือ Bluetooth ไล่ไปอีก 3 ปุ่มที่เหลือก็จะเป็น Mute ลดเสียง เพิ่มเสียง ตามลำดับครับ
ปล. ปุ่มตรงกลางกดไม่ได้นะครับ ผมลองมาแล้ว ตอนแรกก็นึกว่ากดแล้วมันจะเปิดฝา แต่กดไปนี่เหล็กทั้งดุ้นครับ 555
การใช้งานก็เสียบปลั๊ก เปิดเครื่อง เลือก Input ทำการ pair หรือต่อสาย แล้วก็เล่นเพลงโลดจ้า
System
มือถือ Htc Mozart
Iphone 4
หลายๆท่านคงจะคิดว่า เฮ่ยจะ Review ทั้งทีไมแม่งไม่ลงทุนเลยวะ
เหตุผลที่เราใช้แค่มือถือ ทดสอบก็เพราะว่า เราต้องการทดสอบเสียงตอนใช้งานจริงๆครับ
ไม่ใช่ เอา Dac ดีๆ Amp ดีๆ มาต่อ แล้วเสียงออกมาดี แต่พอคนซื้อไปแล้วไม่ได้ใช้ของพวกนั้น
เสียงก็ไม่ได้ออกมาดีเท่าที่คุยครับ ซึ่งบอกตามตรงว่า เจ้า SoundLink นั้นมันถูกออกแบบให้ตอบโจทย์
ของการใช้งานในลักษณะนี้มากกว่าครับ
ถ้าใครจะเอาตั้งอยู่กับที่ แล้วเอา Dac หรือ Amp มาต่อแนะนำให้ไปเล่นตัวอื่น เช่น Bose Music Monitor, Focal XS, B&W mm-1 จะดีกว่าครับ
Sound
และแล้วก็มาถึงหัวข้อสำคัญครับ บางท่านอาจจะหาหัวข้อนี้ตั้งนาน (ขอโทษครับ เหอๆ) มาถึงแล้วก็เข้าเรื่องเลยครับ
สำหรับเสียงของเจ้า SoundLink นั้นต้องบอกว่าตอนฟังครั้งแรก นั้นไม่ผิดคาดครับ เบสบวมฉึ่งงงงงอู๊ๆ กลบรายละเอียดเกือบหมดครับ ถึงจุดนี้อย่าใจฝ่อนะครับ เราต้องศรัทธาครับ ศรัทธาในเรื่องของการเบิร์น ศรัทธามันเข้าไปครับ 55 ผมก็เบิร์น ไปซัก 150 ชม. แล้วมาเปิดฟังใหม่ (ระหว่างนั้นไม่กล้าเปิดครับ เดี๋ยวจิตตก!!) ก็พบว่าอาการบวมของเบสมันลดลงไปพอสมควรครับ เบสกระชับขึ้น แล้วก็มาเริ่มเห็นรายละเอียดกันตอนนี้หล่ะครับ ฮ่าๆ
สิ่งแรกที่ผมรู้สึกตื่นเต้นกับเจ้า SoundLink ก็คือคุณภาพของเสียง คุณภาพโดยรวมถือว่าเกินคาดหมดครับ เพราะผมไม่คิดว่าการเชื่อมต่อแบบ Bluetooth มันจะให้เสียงที่ดีได้ขนาดนี้
แน่นอนครับ มันสู้ลำโพงตั้งโต๊ะดีๆอย่าง Focal XS Scandyna หรือ B&W ไม่ได้แน่นอนครับ แต่ถ้าหากเทียบกับลำโพงที่เป็น Bluetooth ตัวอื่นๆที่ผมเคยฟังมา เจ้า SoundLink ตัวนี้ก็กินขาดหล่ะครับ
ที่เด่นอย่างเห็นได้ชัดก็คือ เบสครับ จุดนี้เจ้า SoundLink ทำได้ดีครับ เบสเยอะพอสมควรเลยครับ ได้ยินรายละเอียดของ upper bass แยกออกมาชัดเจนครับ รวมไปถึง Impact ก็นับได้ว่าเยอะจนน่าตกใจครับ ผมลองเพลง Danza Kuduro ของ Don Omar ฟังกำลังสนุกเลยครับ และเพลงของ The magnificent Seven ของอัลบั้ม Round-up ฟังได้ยินเสียงของทิมพานีชัดเจนครับ แต่ถ้าให้ลงลึกสุดโต่งแบบในอัลบั้ม The greatest Basso ก็ลงไม่ถึงครับ
สำหรับเสียงสูงของ SoundLink จะเป็นสูงจะไม่ใช่ลักษณะที่ขึ้นไปสุดๆ เห็นเป็นประกาย แต่จะเป็นลักษณะของการมนขอบปลายๆ ไปไม่สุดแต่มีน้ำมีนวล ไม่แห้ง ทำให้ฟังสบายๆ ไม่ล้าหู รายละเอียดของเสียงสูงถือว่าอยู่ในเกณฑ์พอใช้
ในเรื่องของเสียงร้องมีความคล้ายเอนเอียงไปทาง C20 มากกว่า Music Monitor ครับ คือเสียงร้องจะไม่ลอยหรือหวาน มากเท่ากับ m2 ถ้าเปรียบเทียบให้ m2 นั้นตำแหน่งนักร้องยืนก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าวจากดนตรี สำหรับ SoundLink นักร้องเหมือนยืนอยู่แถวเดียวกับดนตรี หรือถอยหลังซักครึ่งก้าวครับ จะมีเบสมาเกยๆเสียงร้อง หน่อยครับ แล้วแต่ตำแหน่งการฟังครับ (ฟังใกล้เบสมาก ฟังถอยออกมาซัก 1-1.5m เบสจะน้อยลงครับ ลองไปวางเล่นกันดูก็ได้ครับ) รายละเอียด เทียบกับลำโพงประเภทเดียวกันถือว่าทำได้ดีครับ
เห็นชมมานานจะขอพูดข้อด้อยหน่อยละกันครับ
ข้อด้อยที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดก็คงจะเป็นเรื่องของมิติครับ ดนตรีมันเบียดกันไปหมดครับ ซึ่งก็เป็นธรรมดาของลำโพงประเภทนี้อยู่แล้วครับ ไม่ว่าจะเป็นลำโพงตระกูล Dock ของทุกยี่ห้อ หรือลำโพงพกพาแบบที่เป็นชิ้นเดียวก็มีปัญหานี้หมดครับ เพราะดอกลำโพงทั้งสองข้าง (ซ้าย - ขวา) แทบจะอยู่ติดกันเลยครับ ดังนั้น ถ้าฟังใกล้ๆ นี่ยังพอแยก ซ้ายขวาได้บ้างครับ แต่ถ้าฟังไกลนี่ แทบจะเหมือนเสียงออกมาจากจุดๆ เดียวเลยครับ
Summary
โดยรวมแล้วถือว่าเป็นลำโพงที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบาย ไม่ยุ่งยาก รวมไปถึงเสียงที่ดีในระดับหนึ่งครับ (แต่ถ้าเทียบกับลำโพงแนวนี้ (Wireless) ก็ถือว่าตัวนี้อยู่ในแถวหน้าแล้วครับ)
อย่างเช่นเที่ยวกับต่างจังหวัดกับครอบครัว หรือว่าวางไปในห้องนั่งเล่น,ห้องครัว เปิดเป็น background music ชิวๆ เจ้า SoundLink ก็สามารถตอบโจทย์ได้อย่างเหลือเฟือครับ ถือว่าทำได้โดดเด่นกว่าลำโพงพกพาตัวอื่นๆในตลาดครับ
ผู้ที่เดินทางบ่อยๆ หรือชอบฟังเพลงนอกบ้าน ด้วยขนาดที่เล็กกว่า SoundDock ทำให้พกพาได้สะดวกกว่ารวมไปถึงการแผ่นปิดไนล่อนทำให้ไม่ต้องจำเป็นใช้กระเป๋า ทำให้ SoundLink เป็นอีกทางเลือกให้คนกลุ่มนี้ด้วยครับ
สำหรับการฟังเพลงเป็นแบบฟังสบายๆ สนุกๆ ทั่วไป เหมาะสำหรับ Music Lover ครับ
(จะให้มานั่งจับผิดซีเรียสแบบ audiophile คงไม่ไหวครับ )
รวมไปถึงการตกแต่งสถานที่ด้วยครับ เพราะผมถือว่าทั้งวัสดุ การออกแบบ เนื้องาน ทำออกมาได้สวยทีเดียวครับ
ถ้าไปวางตำแหน่งดีๆนี่ ก็ถือว่าเป็นการตกแต่งบ้านไปในตัวด้วยครับ
ก็ขอจบการรีวิวเพียงเท่านี้ครับ..
P&G Hi-Fi










Comment