สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับเจ้า Musiland 01 USD
หลังจากที่ผมเคยเล่าให้ฟังเกี่ยวกับ Musiland 03 US
ก่อนอื่นบางท่านอาจจะสงสัยว่า เจ้า Musiland 01 USD นั้นเป็น DAC หรือเป็นพวก DDC
(หรือบางท่านอาจจะเรียกว่า Digital Transporter) ผมจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆแบบนี้ละกันครับว่า
Musiland ถ้าเป็นรหัส USD นั่นคือ DDC(Digital to Digital Converter) ครับ
แต่ถ้าเป็นรหัส US เฉยๆนั่นหมายความว่าจะเป็น DAC ครับ
ส่วนวันนี้ตัวที่จะนำมาเล่าคือตัวที่เป็น DDC ครับ(ผมขอเรียกแบบนี้ละกันครับ อิอิ)

หน้าตากล่องจะเป็นแบบนี้นะครับ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นรุ่น 01 USD หรือจะเป็นรุ่น 01 US ก็จะใช้กล่องแบบเดียวกันนะครับ
ดังนั้นเวลาซื้อโปรดถามผู้ขายให้มั่นใจเสียก่อนว่าเปนรุ่นที่ท่านต้องการ เดี๋ยวเอากลับมาแล้วจะงง
แบบที่ผมเคยเป็นมาแล้วหนึ่งครั้ง (อันนี้ล้อเล่นนะจ๊ะ ระดับผมแล้วเรื่องแค่นี้ไม่มีพลาดอยู่แล้วครับ)
มาดูกันในฉากต่อไป

ด้านหลังของกล่องจะอธิบายถึงเสปคและความสามารถของทั้งสองรุ่น
และเป็นภาษาจีนซึ่งทำห้ผมอ่านไม่ออก -*-
แต่เอาคร่าวๆในส่วนของเจ้า Musiland 01 USD ตัวที่ผมหยิบมาเล่าให้ฟังในวันนี้คือ
มันรองรับการเล่นไฟล์ที่ความละเอียด 24bit และรองรับ sample rate สูงถึง 192Khz
และแน่นอนว่า พวก sample rate อย่าง 44.1Khz 48Khz
88.2Khz 96Khz รวมถึง 176.4Khz ก็ยังรองรับอีกด้วยเช่นกัน

ถ่ายมาให้ชมกันชัดๆอีกรอบนึงครับ นอกจากนี้เจ้า Musiland 01USD
ยังสามารถ Passthrough AC3 และ DTS สำหรับคอหนังได้อีกด้วย
แต่คงต้องบอกว่าในเวลาปัจจุบันนี้คงไม่มีใครคาดหวังกับเจ้านี่ในการดูหนังแล้ว
เพราะคงหันไปเล่น HDMI กันหมด
แต่นแต๊น !!!
เปิดกล่องมาก็เจอคู่มือกับแผ่น Driver ก่อนเลย
ย้ำตรงนี้ซักนิดนะครับว่าถ้าไม่ลง Driver
ไม่ว่าจะ DAC หรือ DDC ของทาง Musiland จะไม่สามารถใช้งานได้
แต่ Driver ตัวที่ผมลง ไม่ได้ติดตั้งจากแผ่นนะ
ผมใช้ Driver ตัวล่าสุด ซึ่งหากใครแผ่น Driver หายหรือต้องการโหลดตัวใหม่ๆก็ติดตามได้ที่นี่ครับ
ซึ่งจะต้องโหลดไฟล์ที่มีชื่อตามนี้นะครับ ? MlCyMon ?
บางทีอาจจะอยู่ใน Folder Beta นะครับ ควรสังเกตุกันด้วย
และแน่นอนว่า Support แต่ฝั่งใน Windows นะครับ
ไม่ Support ของ MC นะคร๊าบ ถ้าอยากได้ Support ฝั่ง MC คงต้องเล่นของค่ายอื่นๆครับ เช่น
Audio-GD / M2TECH / Lindemann / Stello พวกนี้ครับ
นอกเรื่องไปไกล เกือบจะอกทะเลไปไกลซะแล้ว ฮ่าๆ แวะกลับมาอ่าวไทยด่วนๆ

แผ่น Driver คู่มือ ใบรับประกัน เป็นภาษาจีนหมด
!@#$%^&* !@#$%^&* !@#$%^&*
แล้วพวกผมจะอ่านยังไงจะใช้กันยังไงครับ
คู่มือก็อ่านไม่รู้เรื่อง
แล้วจะใช้งานกันยังไงล่ะครับคราวนี้
ด้วยเหตุนี้ ผมจึงขอนำเสนอวิธีการติดตั้งและใช้งานเจ้า Musiland 01USD นี่เองครับ
ในกล่องนอกจากจะมีของแถมด้านบนแล้ว (เรียกว่าของแถมก็ได้นะครับ เพราะไม่ได้ใช้อะไรเลย ว่ะฮ่าๆๆๆๆ)
อุปกรณ์ในกล่องที่ให้มามีแค่นี้จริงๆครับ

ซึ่งเราก็ใช้แค่นี้แหละครับ ซึ่งคือเจ้าสาย USB และตัว Musiland 01USD นั่นเองครับ
ในจุดนี้ผมขอบ่นซักหน่อยว่าสาย USB นั้นสั้นมากๆ มันยาวแค่คืบเดียวจริงๆครับ -*-
ทีนี้เรามาดูเจ้า Musiland 01 USD แบบจังๆกันบ้างครับ

ด้านนี้จะมีรูอยู่สองรูครับ USB เป็น Input
Optic เป็น Output นะครับ แต่ผมเชื่อว่า Optic คงไม่ได้ใช้กัน

ส่วนด้านนี้จะเป็น Output ทั้งหมดครับ นั่นคือจะมี Coax และ BNC ครับ
ใช้กันได้ตามสะดวกเลยครับ แต่ถ้าสงสัยว่าจะไปหาสาย BNC เล่นได้จากไหน
จริงๆหาได้ไม่ยากเลยครับ สาย Black Cat ไงครับคุ้นๆกันใช่ไหมเอ่ย
-----------------------------------



อันนี้แถมให้ ไส้ด้านในสามรูป ไปหามาจากอากู๋ครับ
-----------------------------------
ทีนี้มาถึงการใช้งานเนี่ย ผมจะอธิบายการใช้งานกับตัว Driver ล่าสุดนะครับ ก็คือ
MlCyMon_2.0.0.0_build20110809 ซึ่งจริงๆหน้าตาก็เหมือนกัลเวอร์ชั่นตอนที่ผมลองเทสเจ้า Musiland 03 US
เพราะความจริงแล้วมันใช้ Driver ตัวเดียวกันได้เลยครับ ไม่ต้องลงใหม่อะไรใดๆทั้งสิ้น

หน้าตาก็เป็นเยี่ยงนี้เลยครับ ซึ่งผมจะขออธิบายทีละส่วนๆเช่นเดิมนะครับ แต่ขออธิบายแต่ส่วนที่ต้องใช้นะครับ

เริ่มแรกสุดเลยด้านซ้ายมือ
ในส่วนด้านซ้ายมือจะถูกแบ่งเป็น WAVE และ ASIO นะครับ
ซึ่งถ้าเล่นด้วย wasapi หรือแบบอื่นๆ โปรแกรมจะแสดงผลที่ WAVE
ทีนี้เราจะเห็นว่ามีไฟสีส้มๆแสดงที่คำว่า Digital และมีไฟที่ดับอยู่ในส่วนของ Analog
นั่นหมายความว่าถ้าท่านใช้รุ่นที่มีความสามารถในภาค DAC ด้วย
ก็ให้ไปคลิ๊กที่ Analog ให้ไฟติดด้วยนะครับ ไม่งั้นภาค DAC ก็จะไม่ทำงานจ้า
ในส่วนตรงกลางเป็นการ PAN ไปซ้ายไปขวา ปรับไว้ตรงกลางเหมาะสมแล้วล่ะครับ
ส่วนล่างสุดคือระดับความดังเบาครับ และ M คือ Mute
และในส่วน DSP เอาไว้เล่นในส่วนของ MU-DSP ครับ
ทีนี้เราจะมาพูดถึงในส่วนของ ASIO กันบ้าง หากเราติดตั้ง ASIO และเลือก ASIO แบบที่ใช้กันปกติแล้ว
เราจะพบว่าโปรแกรมก็จะยังแสดงผลที่ WAVE อยู่ดี (อย่าแอบงงกันนะครับ อิอิ)
การที่จะใช้งานในส่วน ASIO ของ Musiland นั้น ให้เราทำแบบนี้ครับ
ไปเพิ่มการใช้งานของ ASIO ของ Musiland ใน foobar ซะ

คลิ๊กที่ Preferrence --> ASIO Virtual??. --> แล้วก็คลิ๊กที่ Add new
หลังจากนั้นก็เลือก Musiland Monitor Series แล้วกด OK

แล้วก็กลับไปเลือก output ใน foobar ก็จะมี ASIO ให้เลือกแบบนี้ครับ
แค่นี้ก็เป็นอันเรียบร้อยแล้วครับ ทีนี้เราก็มาเช็คกันว่าใช้ได้ผลจริงหรือไม่

ผ่าง!!! ASIO ทำงานได้ปกติเรียบร้อยแล้วครับ

ต่อมาในส่วนของ MU-DSP ตรงนี้ผมขอไม่อธิบายอะไรมากนะครับ เอาไว้ปรับ EQ ตามใจชอบ
แต่ผมชอบเดิมๆก็ไม่ปรับอะไรเลยครับ

ในส่วนนี้ก็เช่นเดิมครับส่วนของ Digital ก็ใช้ควบคุมการทำงานภาค DAC
ส่วน Digital ก็ไว้ทำงานควบคุมภาค Digital Transport
ในส่วนของ MULINK จะเอาไว้ใช้งานกับ DAC รุ่นใหญ่ของทาง Musiland เองนะครับ เป็นเทคโนโลยีเฉพาะของเค้าเอง

ส่วนสุดท้ายแล้ว ด้านบนสุดเป็น Buffer ครับ
หากสงสัยว่าปรับอย่างไรดี คงต้องรบกวนลองค้นหาใน google ดูก่อนครับ
ผมก็ยังไม่แน่ใจซะเท่าไหร่ จึงจะเหมาะสม
ถัดลงมาเป็น sample rate ให้ปรับให้สูงสุดที่ DAC ของคุณรองรับได้ครับ
ลงมาอีกก็จะเป็นการแสดงผลการทำงานว่าเป็น WAVE หรือ ASIO หรือว่าจะ Passthrough
ลงมาอีกเป็นการแสดงผล sample rate ของไฟล์ที่เล่นอยู่ในขณะนั้นครับ
และตรงนี้เอง ถ้าใช้เจ้า Musiland 01 USD ให้ติ๊กที่ Percision นะครับ ไม่งั้นเสียงไม่ออกจ้า
ล่างสุดเป็นการควบคุม System Volume ครับ และแน่นอนว่าตัว M คือ Mute เช่นเดิม
---------------------------------------
และปัญหาสุดท้ายคือ บางคนอาจจะพบปัญหาว่า ทำไมดูหนังหรือในส่วนของ window นั้นไม่มีเสียง
วิธีการแก้ปัญหาคือ ต้องไปตั้งค่าใน Window ให้เป็นแบบนี้ครับ

แค่นี้การใช้งานในส่วนอื่นๆของ Window ก็จะมีเสียงตามปกติแล้วล่ะครับ
------------------------------
ส่วนเรื่องเสียงของเจ้า Musiland 01 USD นั้นกระผมขอยังไม่กล่าวถึงละกันครับ
เพราะไม่มีตัวอื่นให้เปรียบเทียบด้วย แต่เรื่องจากเจ้านี่เป็น DDC ในราคาที่เล็กที่สุดเท่าที่จะหาได้ตอนนี้
เจ้านี่เลยเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากสำหรับใครที่อยากเล่น DDC
หรือถ้าหากว่าใครสงสัยว่าเจ้า DDC นั้นจำเป็นหรือไม่ มีผลทำให้เสียงดีหรือไม่
เจ้า Musiland 01 USD คงเป็นตัวที่ท่านสามารถหาซื้อมาลองเล่นดูก่อนได้ที่จะขยับขึ้นไปเล่นตัวแพงๆกว่านี้ครับ
วันนี้ต้องลาไปก่อนแล้วจ้า ไม่รู้จะเขียนอะไรแล้วล่ะครับ อิอิ
ยังไงเดี๋ยวไว้จะมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับ Coax Black Cat และเจ้า FiiO D5 ให้ฟังเร็วๆนี้นะครับ
ไว้เจอกันใหม่ฉบับหน้าจ้า
เครดิต : เล่าให้ฟังดอทคอม
และสามารถติดตามผลงานผมได้ที่ : http://www.facebook.com/TroRuwA
หลังจากที่ผมเคยเล่าให้ฟังเกี่ยวกับ Musiland 03 US
ก่อนอื่นบางท่านอาจจะสงสัยว่า เจ้า Musiland 01 USD นั้นเป็น DAC หรือเป็นพวก DDC
(หรือบางท่านอาจจะเรียกว่า Digital Transporter) ผมจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆแบบนี้ละกันครับว่า
Musiland ถ้าเป็นรหัส USD นั่นคือ DDC(Digital to Digital Converter) ครับ
แต่ถ้าเป็นรหัส US เฉยๆนั่นหมายความว่าจะเป็น DAC ครับ
ส่วนวันนี้ตัวที่จะนำมาเล่าคือตัวที่เป็น DDC ครับ(ผมขอเรียกแบบนี้ละกันครับ อิอิ)
หน้าตากล่องจะเป็นแบบนี้นะครับ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นรุ่น 01 USD หรือจะเป็นรุ่น 01 US ก็จะใช้กล่องแบบเดียวกันนะครับ
ดังนั้นเวลาซื้อโปรดถามผู้ขายให้มั่นใจเสียก่อนว่าเปนรุ่นที่ท่านต้องการ เดี๋ยวเอากลับมาแล้วจะงง
แบบที่ผมเคยเป็นมาแล้วหนึ่งครั้ง (อันนี้ล้อเล่นนะจ๊ะ ระดับผมแล้วเรื่องแค่นี้ไม่มีพลาดอยู่แล้วครับ)
มาดูกันในฉากต่อไป
ด้านหลังของกล่องจะอธิบายถึงเสปคและความสามารถของทั้งสองรุ่น
และเป็นภาษาจีนซึ่งทำห้ผมอ่านไม่ออก -*-
แต่เอาคร่าวๆในส่วนของเจ้า Musiland 01 USD ตัวที่ผมหยิบมาเล่าให้ฟังในวันนี้คือ
มันรองรับการเล่นไฟล์ที่ความละเอียด 24bit และรองรับ sample rate สูงถึง 192Khz
และแน่นอนว่า พวก sample rate อย่าง 44.1Khz 48Khz
88.2Khz 96Khz รวมถึง 176.4Khz ก็ยังรองรับอีกด้วยเช่นกัน
ถ่ายมาให้ชมกันชัดๆอีกรอบนึงครับ นอกจากนี้เจ้า Musiland 01USD
ยังสามารถ Passthrough AC3 และ DTS สำหรับคอหนังได้อีกด้วย
แต่คงต้องบอกว่าในเวลาปัจจุบันนี้คงไม่มีใครคาดหวังกับเจ้านี่ในการดูหนังแล้ว
เพราะคงหันไปเล่น HDMI กันหมด
แต่นแต๊น !!!
เปิดกล่องมาก็เจอคู่มือกับแผ่น Driver ก่อนเลย
ย้ำตรงนี้ซักนิดนะครับว่าถ้าไม่ลง Driver
ไม่ว่าจะ DAC หรือ DDC ของทาง Musiland จะไม่สามารถใช้งานได้
แต่ Driver ตัวที่ผมลง ไม่ได้ติดตั้งจากแผ่นนะ
ผมใช้ Driver ตัวล่าสุด ซึ่งหากใครแผ่น Driver หายหรือต้องการโหลดตัวใหม่ๆก็ติดตามได้ที่นี่ครับ
ซึ่งจะต้องโหลดไฟล์ที่มีชื่อตามนี้นะครับ ? MlCyMon ?
บางทีอาจจะอยู่ใน Folder Beta นะครับ ควรสังเกตุกันด้วย
และแน่นอนว่า Support แต่ฝั่งใน Windows นะครับ
ไม่ Support ของ MC นะคร๊าบ ถ้าอยากได้ Support ฝั่ง MC คงต้องเล่นของค่ายอื่นๆครับ เช่น
Audio-GD / M2TECH / Lindemann / Stello พวกนี้ครับ
นอกเรื่องไปไกล เกือบจะอกทะเลไปไกลซะแล้ว ฮ่าๆ แวะกลับมาอ่าวไทยด่วนๆ
แผ่น Driver คู่มือ ใบรับประกัน เป็นภาษาจีนหมด
!@#$%^&* !@#$%^&* !@#$%^&*
แล้วพวกผมจะอ่านยังไงจะใช้กันยังไงครับ
คู่มือก็อ่านไม่รู้เรื่อง
แล้วจะใช้งานกันยังไงล่ะครับคราวนี้
ด้วยเหตุนี้ ผมจึงขอนำเสนอวิธีการติดตั้งและใช้งานเจ้า Musiland 01USD นี่เองครับ
ในกล่องนอกจากจะมีของแถมด้านบนแล้ว (เรียกว่าของแถมก็ได้นะครับ เพราะไม่ได้ใช้อะไรเลย ว่ะฮ่าๆๆๆๆ)
อุปกรณ์ในกล่องที่ให้มามีแค่นี้จริงๆครับ
ซึ่งเราก็ใช้แค่นี้แหละครับ ซึ่งคือเจ้าสาย USB และตัว Musiland 01USD นั่นเองครับ
ในจุดนี้ผมขอบ่นซักหน่อยว่าสาย USB นั้นสั้นมากๆ มันยาวแค่คืบเดียวจริงๆครับ -*-
ทีนี้เรามาดูเจ้า Musiland 01 USD แบบจังๆกันบ้างครับ
ด้านนี้จะมีรูอยู่สองรูครับ USB เป็น Input
Optic เป็น Output นะครับ แต่ผมเชื่อว่า Optic คงไม่ได้ใช้กัน
ส่วนด้านนี้จะเป็น Output ทั้งหมดครับ นั่นคือจะมี Coax และ BNC ครับ
ใช้กันได้ตามสะดวกเลยครับ แต่ถ้าสงสัยว่าจะไปหาสาย BNC เล่นได้จากไหน
จริงๆหาได้ไม่ยากเลยครับ สาย Black Cat ไงครับคุ้นๆกันใช่ไหมเอ่ย
-----------------------------------



อันนี้แถมให้ ไส้ด้านในสามรูป ไปหามาจากอากู๋ครับ
-----------------------------------
ทีนี้มาถึงการใช้งานเนี่ย ผมจะอธิบายการใช้งานกับตัว Driver ล่าสุดนะครับ ก็คือ
MlCyMon_2.0.0.0_build20110809 ซึ่งจริงๆหน้าตาก็เหมือนกัลเวอร์ชั่นตอนที่ผมลองเทสเจ้า Musiland 03 US
เพราะความจริงแล้วมันใช้ Driver ตัวเดียวกันได้เลยครับ ไม่ต้องลงใหม่อะไรใดๆทั้งสิ้น

หน้าตาก็เป็นเยี่ยงนี้เลยครับ ซึ่งผมจะขออธิบายทีละส่วนๆเช่นเดิมนะครับ แต่ขออธิบายแต่ส่วนที่ต้องใช้นะครับ

เริ่มแรกสุดเลยด้านซ้ายมือ
ในส่วนด้านซ้ายมือจะถูกแบ่งเป็น WAVE และ ASIO นะครับ
ซึ่งถ้าเล่นด้วย wasapi หรือแบบอื่นๆ โปรแกรมจะแสดงผลที่ WAVE
ทีนี้เราจะเห็นว่ามีไฟสีส้มๆแสดงที่คำว่า Digital และมีไฟที่ดับอยู่ในส่วนของ Analog
นั่นหมายความว่าถ้าท่านใช้รุ่นที่มีความสามารถในภาค DAC ด้วย
ก็ให้ไปคลิ๊กที่ Analog ให้ไฟติดด้วยนะครับ ไม่งั้นภาค DAC ก็จะไม่ทำงานจ้า
ในส่วนตรงกลางเป็นการ PAN ไปซ้ายไปขวา ปรับไว้ตรงกลางเหมาะสมแล้วล่ะครับ
ส่วนล่างสุดคือระดับความดังเบาครับ และ M คือ Mute
และในส่วน DSP เอาไว้เล่นในส่วนของ MU-DSP ครับ
ทีนี้เราจะมาพูดถึงในส่วนของ ASIO กันบ้าง หากเราติดตั้ง ASIO และเลือก ASIO แบบที่ใช้กันปกติแล้ว
เราจะพบว่าโปรแกรมก็จะยังแสดงผลที่ WAVE อยู่ดี (อย่าแอบงงกันนะครับ อิอิ)
การที่จะใช้งานในส่วน ASIO ของ Musiland นั้น ให้เราทำแบบนี้ครับ
ไปเพิ่มการใช้งานของ ASIO ของ Musiland ใน foobar ซะ

คลิ๊กที่ Preferrence --> ASIO Virtual??. --> แล้วก็คลิ๊กที่ Add new
หลังจากนั้นก็เลือก Musiland Monitor Series แล้วกด OK

แล้วก็กลับไปเลือก output ใน foobar ก็จะมี ASIO ให้เลือกแบบนี้ครับ
แค่นี้ก็เป็นอันเรียบร้อยแล้วครับ ทีนี้เราก็มาเช็คกันว่าใช้ได้ผลจริงหรือไม่

ผ่าง!!! ASIO ทำงานได้ปกติเรียบร้อยแล้วครับ

ต่อมาในส่วนของ MU-DSP ตรงนี้ผมขอไม่อธิบายอะไรมากนะครับ เอาไว้ปรับ EQ ตามใจชอบ
แต่ผมชอบเดิมๆก็ไม่ปรับอะไรเลยครับ

ในส่วนนี้ก็เช่นเดิมครับส่วนของ Digital ก็ใช้ควบคุมการทำงานภาค DAC
ส่วน Digital ก็ไว้ทำงานควบคุมภาค Digital Transport
ในส่วนของ MULINK จะเอาไว้ใช้งานกับ DAC รุ่นใหญ่ของทาง Musiland เองนะครับ เป็นเทคโนโลยีเฉพาะของเค้าเอง

ส่วนสุดท้ายแล้ว ด้านบนสุดเป็น Buffer ครับ
หากสงสัยว่าปรับอย่างไรดี คงต้องรบกวนลองค้นหาใน google ดูก่อนครับ
ผมก็ยังไม่แน่ใจซะเท่าไหร่ จึงจะเหมาะสม
ถัดลงมาเป็น sample rate ให้ปรับให้สูงสุดที่ DAC ของคุณรองรับได้ครับ
ลงมาอีกก็จะเป็นการแสดงผลการทำงานว่าเป็น WAVE หรือ ASIO หรือว่าจะ Passthrough
ลงมาอีกเป็นการแสดงผล sample rate ของไฟล์ที่เล่นอยู่ในขณะนั้นครับ
และตรงนี้เอง ถ้าใช้เจ้า Musiland 01 USD ให้ติ๊กที่ Percision นะครับ ไม่งั้นเสียงไม่ออกจ้า
ล่างสุดเป็นการควบคุม System Volume ครับ และแน่นอนว่าตัว M คือ Mute เช่นเดิม
---------------------------------------
และปัญหาสุดท้ายคือ บางคนอาจจะพบปัญหาว่า ทำไมดูหนังหรือในส่วนของ window นั้นไม่มีเสียง
วิธีการแก้ปัญหาคือ ต้องไปตั้งค่าใน Window ให้เป็นแบบนี้ครับ

แค่นี้การใช้งานในส่วนอื่นๆของ Window ก็จะมีเสียงตามปกติแล้วล่ะครับ
------------------------------
ส่วนเรื่องเสียงของเจ้า Musiland 01 USD นั้นกระผมขอยังไม่กล่าวถึงละกันครับ
เพราะไม่มีตัวอื่นให้เปรียบเทียบด้วย แต่เรื่องจากเจ้านี่เป็น DDC ในราคาที่เล็กที่สุดเท่าที่จะหาได้ตอนนี้
เจ้านี่เลยเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากสำหรับใครที่อยากเล่น DDC
หรือถ้าหากว่าใครสงสัยว่าเจ้า DDC นั้นจำเป็นหรือไม่ มีผลทำให้เสียงดีหรือไม่
เจ้า Musiland 01 USD คงเป็นตัวที่ท่านสามารถหาซื้อมาลองเล่นดูก่อนได้ที่จะขยับขึ้นไปเล่นตัวแพงๆกว่านี้ครับ
วันนี้ต้องลาไปก่อนแล้วจ้า ไม่รู้จะเขียนอะไรแล้วล่ะครับ อิอิ
ยังไงเดี๋ยวไว้จะมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับ Coax Black Cat และเจ้า FiiO D5 ให้ฟังเร็วๆนี้นะครับ
ไว้เจอกันใหม่ฉบับหน้าจ้า
เครดิต : เล่าให้ฟังดอทคอม
และสามารถติดตามผลงานผมได้ที่ : http://www.facebook.com/TroRuwA

Comment