เงียบเหงามากมาย
Announcement
Collapse
No announcement yet.
Bose Companion 20 Club !!!
Collapse
X
-
สมาชิกใหม่ C 20 ^^ รับต่อมาจากกพี่ๆ ใน OCZ แห่งนี้ พร้อมกับสาย mini to mini (สายเงินของคุณ TroRuwA)
เนื่องจากที่บ้านมี C3 เวอร์ชั่น 1 ด้วย (ก็เพิ่งซื้อต่อมาอีกเช่นกัน ราคา 6,000 บาท แต่เป็นไฟ 110V)
ยังไม่มีโอกาสฟังเทียบกันเนื่องจาก ตอนนี้ C3 ของผม กำลังอยู่ระหว่าง การโม!!อยู่ โดยเปลี่ยนหม้อแปลงภายในเป็น 220 V (สั่งพันอยู่ ไฟ 14.3V ขนาด 10 A )
มาว่ากันต่อที่ C 20
เนื่องจากมีนิสัยที่ชอบการ Diy และโมนั้นนี้เล่น ยอมรับเลยว่าสำหรับยี้ห้อ Bose นั้น ขาโมจะเซงมากๆ
เพราะมันไม่มีน็อตให้ขันออก แต่มันมักจะติด กาว!! มาซึ่งเวลาแกะนั้น จะเป็นรอยน่าเกลีดย ไม่สวยงามเลย =_= (โมแล้วขายต่อคงไม่ได้)
ดังนั้น C20 เลยทำให้ผมหงุดหงิด เพราะมันโมตัวเครื่องไม่ได้ 555
แต่ !!!!!! มันก็ยังมีส่วนที่โมได้อยู่ดี .....
1. สายสัญญาณ input แต่กรณนี้ผมก็มีสายของคุณ TroRuwA ซึ่งเป็นสายเงินแล้ว (อยากเปลี่ยนหัวเป็นของ Oyaide หรือViable แต่ยังไม่มีเงิน ^^)
2. ภาคจ่ายไฟ ซึ่งตัวที่แถมมานั้นเป็นแบบ สวิทชิง !!! ซึ่งดูแล้วไม่เหมาะกับการนำมาใช้เลย <<< แบบนั้นต้องจัด
อ่านดูสเปกแล้ว สรุปได้คือ ไฟ DC 17 V 2A (วัดจริง 18.2V)
ตอนทำจริงผมให้ไฟออกที่ 17.8 V โดยใช้ LT1085 เป็นตัวจ่าย
เสียงที่ได้ยินจากภาคจ่ายไฟ Diy คือ เบสแน่นขึ้นกว่าเดิมและเป็นลูกๆ มากกว่า (สำหรับผมของเดิมยังมัวๆ อยู่)....
ส่วนกลางแหลม ก็สะอาดขึ้น ฟังแล้ว แยกมิติได้มากกว่าเดิม ส่วนปลายแหลมก็ดีกว่าเดิมนิดหน่อย (ฟังพวกDepapepe จะชัดหน่อย)
โดยรวมๆ ผมว่ามันทำให้ชิ้นดนตรีและเสียงร้อง ดูเป็นอิสระต่อกันมากขึ้น กลางแหลมสะอาดขึ้น เบสน่าฟังขึ้นมาก
โดยรวมถือว่าคุมค่ากับค่าอุปกรณ์ (800 บาท ไม่รวมกล่อง) มากๆ
**ใช้วงจรภาคจ่ายไฟธรรมดาๆ ยังได้เสียงขนาดนี้ ^^ แต่อุปกรณ์จำพวก C ควรจะเน้นหน่อยนะครับ
3. ใช้พวกสเปยล้างคอนแทค ฉีดๆ (หากซื้อใหม่ไม่ต้องก็ได้) แล้วใช้ DeoxIT Gold (ProGold) ทาบางๆ (ซ้ำทุก 6 เดือน ก็น่าจะดี)
Comment
-
พอจะถ่ายรูปไส้ในให้ดูได้ไหมครับ อยากเห็นจริงๆไอ Companion 20 ข้างในมีอะไรOriginally posted by yoyoeiei View Postสมาชิกใหม่ C 20 ^^ รับต่อมาจากกพี่ๆ ใน OCZ แห่งนี้ พร้อมกับสาย mini to mini (สายเงินของคุณ TroRuwA)
เนื่องจากที่บ้านมี C3 เวอร์ชั่น 1 ด้วย (ก็เพิ่งซื้อต่อมาอีกเช่นกัน ราคา 6,000 บาท แต่เป็นไฟ 110V)
ยังไม่มีโอกาสฟังเทียบกันเนื่องจาก ตอนนี้ C3 ของผม กำลังอยู่ระหว่าง การโม!!อยู่ โดยเปลี่ยนหม้อแปลงภายในเป็น 220 V (สั่งพันอยู่ ไฟ 14.3V ขนาด 10 A )
มาว่ากันต่อที่ C 20
เนื่องจากมีนิสัยที่ชอบการ Diy และโมนั้นนี้เล่น ยอมรับเลยว่าสำหรับยี้ห้อ Bose นั้น ขาโมจะเซงมากๆ
เพราะมันไม่มีน็อตให้ขันออก แต่มันมักจะติด กาว!! มาซึ่งเวลาแกะนั้น จะเป็นรอยน่าเกลีดย ไม่สวยงามเลย =_= (โมแล้วขายต่อคงไม่ได้)
ดังนั้น C20 เลยทำให้ผมหงุดหงิด เพราะมันโมตัวเครื่องไม่ได้ 555
แต่ !!!!!! มันก็ยังมีส่วนที่โมได้อยู่ดี .....
1. สายสัญญาณ input แต่กรณนี้ผมก็มีสายของคุณ TroRuwA ซึ่งเป็นสายเงินแล้ว (อยากเปลี่ยนหัวเป็นของ Oyaide หรือViable แต่ยังไม่มีเงิน ^^)
2. ภาคจ่ายไฟ ซึ่งตัวที่แถมมานั้นเป็นแบบ สวิทชิง !!! ซึ่งดูแล้วไม่เหมาะกับการนำมาใช้เลย <<< แบบนั้นต้องจัด
อ่านดูสเปกแล้ว สรุปได้คือ ไฟ DC 17 V 2A (วัดจริง 18.2V)
ตอนทำจริงผมให้ไฟออกที่ 17.8 V โดยใช้ LT1085 เป็นตัวจ่าย
เสียงที่ได้ยินจากภาคจ่ายไฟ Diy คือ เบสแน่นขึ้นกว่าเดิมและเป็นลูกๆ มากกว่า (สำหรับผมของเดิมยังมัวๆ อยู่)....
ส่วนกลางแหลม ก็สะอาดขึ้น ฟังแล้ว แยกมิติได้มากกว่าเดิม ส่วนปลายแหลมก็ดีกว่าเดิมนิดหน่อย (ฟังพวกDepapepe จะชัดหน่อย)
โดยรวมๆ ผมว่ามันทำให้ชิ้นดนตรีและเสียงร้อง ดูเป็นอิสระต่อกันมากขึ้น กลางแหลมสะอาดขึ้น เบสน่าฟังขึ้นมาก
โดยรวมถือว่าคุมค่ากับค่าอุปกรณ์ (800 บาท ไม่รวมกล่อง) มากๆ
**ใช้วงจรภาคจ่ายไฟธรรมดาๆ ยังได้เสียงขนาดนี้ ^^ แต่อุปกรณ์จำพวก C ควรจะเน้นหน่อยนะครับ
3. ใช้พวกสเปยล้างคอนแทค ฉีดๆ (หากซื้อใหม่ไม่ต้องก็ได้) แล้วใช้ DeoxIT Gold (ProGold) ทาบางๆ (ซ้ำทุก 6 เดือน ก็น่าจะดี)
Comment
-
ผมไม่ได้แกะ C20 ครับ แกะแต่ C3 เพราะได้มาถูก (ไฟ 110V)
C20 ผมทำแค่ 3 อย่างครับ
1. เปลี่ยนเปนหม้อแปลง (หม้อแปลงเดิมป็น สวิทชิง )
2. เปลี่ยนสาย Mini to mini เป็นสายเงิน
3. ทาDeoxIT Gold (ProGold) ทุกจุดต่อ
***ไม่กล้าแกะครับ C20 ดูแล้วน่าจะแกะยากมาก***
Comment
-
กำลังจะได้งบ เลยมาถามผู้รู้หรือเคยใช้หน่อยครับ ระหว่าง C20 กับ C3 ผมจะเลือกตัวไหนดี ซาวการ์ดที่ใช้มี SB0466โม2.0/2.1 กับ XonarD2ครับ
ส่วนมากจะเน้นฟังเพลง เล่นเกมส์ ดูอนิเมะ หลักๆ นะครับ แนวเพลงฟังแนวเครื่องดนตรีมากกว่าเสียงร้องครับ
คือเน้นเสียงดนตรีเซอร์ราวน์มากกว่า กับพวกOst.ครับ
ส่วนเล่นเกมส์ผมเล่นทุกวันครับ สัดส่วนน่าจะพอๆกับฟังเพลง
เล่นเกมส์ 35 เพลง35 หนัง/อนิเมะ30
ช่วยแนะนำด้วยครับ ตอนนี้ยังลังเลอยู่ ชี้ทางสว่างหน่อยครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับผม
Comment
-
Originally posted by throne View Postกำลังจะได้งบ เลยมาถามผู้รู้หรือเคยใช้หน่อยครับ ระหว่าง C20 กับ C3 ผมจะเลือกตัวไหนดี ซาวการ์ดที่ใช้มี SB0466โม2.0/2.1 กับ XonarD2ครับ
ส่วนมากจะเน้นฟังเพลง เล่นเกมส์ ดูอนิเมะ หลักๆ นะครับ แนวเพลงฟังแนวเครื่องดนตรีมากกว่าเสียงร้องครับ
คือเน้นเสียงดนตรีเซอร์ราวน์มากกว่า กับพวกOst.ครับ
ส่วนเล่นเกมส์ผมเล่นทุกวันครับ สัดส่วนน่าจะพอๆกับฟังเพลง
เล่นเกมส์ 35 เพลง35 หนัง/อนิเมะ30
ช่วยแนะนำด้วยครับ ตอนนี้ยังลังเลอยู่ ชี้ทางสว่างหน่อยครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับผม
ผมแนะนำว่า ถ้าถามผมจากการใช้งาน มันคนละแนวครับ แต่ประเด็นคือที่อเมริกาเลิกผลิตแล้วครับ เพราะฉะนั้นง่ายๆครับ คือตกรุ่นไปแล้ว
ด้านเสียงนะครับ ถ้าเราไม่แคร์สื่อเรื่องของกำลังจะตกรุ่นก็ตามนี้เลยครับ
C3 รายละเอียดดีกว่า C20 เบสสามารถไปได้ลึกและมาเป็ลูกมากกว่าครับ ด้าน Sound stage ก็ได็เฉพาะหน้าคอมครับ ประมานนึงแต่ไม่ได้กว้างมากมายอะไรครับ
ด้านเสียงสูงจะไปได้ไกลกว่า แต่เสียงจะไม่อิ่มเท่าครับ image เสียงจะบางกว่า
ส่วน C20 จุดเด่นคือ sound stage คือกว้างมาก ไม่ว่าฟังตรงไหนในห้องเสียงที่ได้ก็ดีครับ เรียกว่าเหมาะกับเปิดทิ้งไว้แล้วฟังที่อื่นก็ได้ครับ
image เสียงกลางจะ นุ่ม อิ่มครับ เน้นเสียงกลางเป็นหลัก ในส่วนของเบสจะลงลึกไม่เท่าเพราะเป็นเบสท่อลม แต่ก็ถือว่าเหลือแหล่แล้วครับสำหรับ ลำโพง 2.0 ครับ
เสียงสูงจะไปได้ไกลไม่เท่า เพราะปลายจะกลมมนครับ ไม่ไปไกลเท่า C3
สรุป C20 ได้เรื่องการฟังที่สบายๆ ดูหนังเล่นเกมได้ ได้เรื่องการเคลื่อนย้าย
C3 ได้ทุกแนว ไม่เน้นเคลื่อนย้าย เสียงสามารถทำได้ดีกว่าด้าน multimedia แต่ความสบายในการฟังสู้ไม่ได้ครับ
เรียกว่า ต้องดูการใช้งานครับ ถ้าไม่สนเรื่องของใหม่เก่าก็ไปฟังเองครับ แต่ถ้าต้องการของใหม่ก็ C20 จ้า
Comment
-
ผมเองก็กำลังเล็งเจ้า C20 ไว้เหมือนกันคับOriginally posted by throne View Postขอบคุณมากครับผม ถ้าผมเลือกC20เหมือนหวยจะล็อกให้ฟังเพลง แถมผู้สนับสนุน ยังบอกว่าไม่มีซัพจะสู้มีซัพได้เหรอ มันเหมือนเหลื่อมล้ำความดีคนละด้านกันอยู่เลยนะครับ
ถือโอกาสถามเลยนะคับว่า Mad in chaina กับตัวที่ท่านนำเข้ามา(ผมไม่รู้ว่า Made in .... ?) มาตรฐานหรืองานปรกอบมันละเอียดกว่ากันมากพอที่จะสังเกตุได้ไหมคับ
คือผมเห็นที่ Central แถวบ้านขายกัน Made in chaina ทั้งนั้น เลยลังเลอ่าคับ
ปล. แอบสนใจ C20 ของท่าน + สายเงินอยู่ เอิกๆ
Comment
-
Originally posted by masterone View Postผมเองก็กำลังเล็งเจ้า C20 ไว้เหมือนกันคับ
ถือโอกาสถามเลยนะคับว่า Mad in chaina กับตัวที่ท่านนำเข้ามา(ผมไม่รู้ว่า Made in .... ?) มาตรฐานหรืองานปรกอบมันละเอียดกว่ากันมากพอที่จะสังเกตุได้ไหมคับ
คือผมเห็นที่ Central แถวบ้านขายกัน Made in chaina ทั้งนั้น เลยลังเลอ่าคับ
ปล. แอบสนใจ C20 ของท่าน + สายเงินอยู่ เอิกๆ
เรื่องลำโพงนี่แน่นอนครับ มี sub ต้องดีกว่าไม่มีอยู่แล้ว (ไม่เสมอไปนะครับ เพราะพวก 2.0 แบบ bookshelf เค้าก็ดีกว่าครับ แล้วแต่ต้องดูในราคาใกล้ๆกัน)
อีกเรื่องนะครับ ปัจุบัน Bose ทุกตัว ย้ายฐานผลิตไปที่ จีนหมดครับ ดังนั้น Bose ของแท้ต้อง Made in China ครับ 55+
คำถามคือความแตกต่างระหว่าง Bose US กับ Bose ไทยต่างยังไงนะครับ?
Bose US จะมี QC การตรวจเช็คของที่สูงกว่าครับ ถึงของมาจากแหล่งเดียวกัน แต่กฏหมายเรื่องผู้บริโภคประเทศอเมริกาสูงกว่ามากครับ
ถ้าของไม่ดีลูกค้าสามารถส่งกลับได้ทันที ดังนั้นทำให้ QC ของการตรวจเช็คที่อเมริกาสูงมากครับ เพื่อลดต้นทุนการแก้ปัญหาเหล่านี้ครับ
Bose ไทย เรียกว่าเป็นประเทศกำลังพัฒนา กฏหมายคุ้มครองผู้บริโภคต่ำกว่ามาก ดังนั้นของที่ผลิต QC ก็ต่ำกว่าครับ บางครั้งเคยได้ยินว่า
ของที่อเมริกาไม่ผ่านก็มาทางนี้ครับ เพราะ ถ้าของไม่ผ่านแล้วมีปัญหาก็ซ่อม ไม่เหมือนกับอเมริกาครับ ที่เปลี่ยนลูกเดียวไม่งั้นโดนฟ้อง
สรุป Bose ทุกตัวในโลกผลิตที่จีน ย้ำต้อง Made in China แต่การตรวจสอบสินค้าในอเมริกา มีการตรวจเข้มกว่าดังนั้น คุณภาพและความทนทาน
นั้นมักจะดีกว่าครับ
ขอบคุณมากครับที่สนใจ ฮ่าๆ จะบอกว่าหลังๆผมก็เริ่มขายไม่ไหวแล้วเหมือนกันครับที่ราคานี้ ค่าเงิน US แข็งมากครับ ตอนเริ่มทำธุรกิจครัั้งแรกมัน 29 ตอนนี้ 32
ต้นทุนเพิ่มมาเกือบ 1000 แบบไม่รู้ตัวเลยจ้า ฮ่าๆ
ส่วนของที่ผมหิ้วมา เป็นใบเสร็จ Bose US ทุกตัวนะครับ จะเคลมได้แน่นอน เนื่องจากศูนย์อัศวโสภณเรื่องมากครับ ทางศูนย์ไทยจะต้องรู้ว่า ว่าซื้อกับใคร ซื้อที่ไหน เวลาใด
เพราะเค้าจะต้องติดต่อกับผู้ขายครับเวลาเคลม ดังนั้น ผู้ขายที่เป็น Authorize Dealer มักจะเป็นเจ้าเล็ก เลยทำให้เค้าหาผู้ขายไม่ได้ และไม่ยอมเคลมให้ แต่ในส่วน
ถ้าซื้อจาก Bose เค้าก็ต้องติดต่ออยู่แล้วเลยไม่มีปัญหาครับ เคลมง่าย ซ่อมฟรีครับ แต่ของที่ซื้อจะราคาแพงกว่าเพราะว่า ต้องเสีย Tax ให้ รัฐที่ซื้อครับ ซึ่งส่วนนี้ก็หมายถึง
ต้นทุนสูงกันไปครับ ฮ่าๆ แต่เพื่อความสบายใจของลูกค้าครับ
Comment
-
เห็นด้วยทีเดียวครับ Bose QC ดีมากครับ ปกติแล้ว ประกันไม่เคยได้ใช้เลย ต่อให้เป็นลำโพงตัวใหญ่ก็เถอะOriginally posted by chicky4u View Postตอนนี้คง Engineered in US made in China หมดละ
คนรู้จักที่ซื้อมาใบเสร็จไม่เคยได้ใช้เลยครับ (คือมันไม่เสียภายใน 1 ปีเลย ประกันหมดซะก่อน ^^)
QC ของ Bose คงดีพอสมควร
แต่ก็เข้าใจครับถ้าเล่นของหิ้วการมีประกันก็ทำให้อุ่นใจได้ขึ้นเยอะ ว่าแต่ท่าน chicky4u นี่เล่นลำโพงเยอะนะครับเนี่ย
เห็น C20 C3 และอื่นๆอีก หุหุ เหมือนผมเลย มี Focal/B&W/C3/M2/scandyna ฮ่าๆ เล่นเสียตังมากมาย
Comment
-
โอ้ว ขอบพระคุณสำหรับข้อมูล จากใจจริงคับท่าน มีทั้งส่วนที่รู้แล้วแต่ยังไม่กระจ่าง และส่วนที่ยังไม่รู้ ท่านทำให้กระจ่าง ทะลุถึงไหนต่อไหนเลยคับ 55+Originally posted by P&G Hi-Fi View Postเรื่องลำโพงนี่แน่นอนครับ มี sub ต้องดีกว่าไม่มีอยู่แล้ว (ไม่เสมอไปนะครับ เพราะพวก 2.0 แบบ bookshelf เค้าก็ดีกว่าครับ แล้วแต่ต้องดูในราคาใกล้ๆกัน)
อีกเรื่องนะครับ ปัจุบัน Bose ทุกตัว ย้ายฐานผลิตไปที่ จีนหมดครับ ดังนั้น Bose ของแท้ต้อง Made in China ครับ 55+
คำถามคือความแตกต่างระหว่าง Bose US กับ Bose ไทยต่างยังไงนะครับ?
Bose US จะมี QC การตรวจเช็คของที่สูงกว่าครับ ถึงของมาจากแหล่งเดียวกัน แต่กฏหมายเรื่องผู้บริโภคประเทศอเมริกาสูงกว่ามากครับ
ถ้าของไม่ดีลูกค้าสามารถส่งกลับได้ทันที ดังนั้นทำให้ QC ของการตรวจเช็คที่อเมริกาสูงมากครับ เพื่อลดต้นทุนการแก้ปัญหาเหล่านี้ครับ
Bose ไทย เรียกว่าเป็นประเทศกำลังพัฒนา กฏหมายคุ้มครองผู้บริโภคต่ำกว่ามาก ดังนั้นของที่ผลิต QC ก็ต่ำกว่าครับ บางครั้งเคยได้ยินว่า
ของที่อเมริกาไม่ผ่านก็มาทางนี้ครับ เพราะ ถ้าของไม่ผ่านแล้วมีปัญหาก็ซ่อม ไม่เหมือนกับอเมริกาครับ ที่เปลี่ยนลูกเดียวไม่งั้นโดนฟ้อง
สรุป Bose ทุกตัวในโลกผลิตที่จีน ย้ำต้อง Made in China แต่การตรวจสอบสินค้าในอเมริกา มีการตรวจเข้มกว่าดังนั้น คุณภาพและความทนทาน
นั้นมักจะดีกว่าครับ
ขอบคุณมากครับที่สนใจ ฮ่าๆ จะบอกว่าหลังๆผมก็เริ่มขายไม่ไหวแล้วเหมือนกันครับที่ราคานี้ ค่าเงิน US แข็งมากครับ ตอนเริ่มทำธุรกิจครัั้งแรกมัน 29 ตอนนี้ 32
ต้นทุนเพิ่มมาเกือบ 1000 แบบไม่รู้ตัวเลยจ้า ฮ่าๆ
ส่วนของที่ผมหิ้วมา เป็นใบเสร็จ Bose US ทุกตัวนะครับ จะเคลมได้แน่นอน เนื่องจากศูนย์อัศวโสภณเรื่องมากครับ ทางศูนย์ไทยจะต้องรู้ว่า ว่าซื้อกับใคร ซื้อที่ไหน เวลาใด
เพราะเค้าจะต้องติดต่อกับผู้ขายครับเวลาเคลม ดังนั้น ผู้ขายที่เป็น Authorize Dealer มักจะเป็นเจ้าเล็ก เลยทำให้เค้าหาผู้ขายไม่ได้ และไม่ยอมเคลมให้ แต่ในส่วน
ถ้าซื้อจาก Bose เค้าก็ต้องติดต่ออยู่แล้วเลยไม่มีปัญหาครับ เคลมง่าย ซ่อมฟรีครับ แต่ของที่ซื้อจะราคาแพงกว่าเพราะว่า ต้องเสีย Tax ให้ รัฐที่ซื้อครับ ซึ่งส่วนนี้ก็หมายถึง
ต้นทุนสูงกันไปครับ ฮ่าๆ แต่เพื่อความสบายใจของลูกค้าครับ
ว่าแล้วก็เก็บเงินต่อ อิอิ
ปล. C20 สีดำ จะมีการผลิต แล้วนำมาขายในไทยเราไหมคับ เป็นไปได้ไหมคับ อิอิ
Comment

Comment