เมื่อวานวันที่ 08/06/54 ผมแวะไปรับเพื่อนผมที่สนามบินมา
นอกจากไปรับเพื่อนแล้วยังไปรับของสำคัญอีกชิ้นหนึ่งด้วย
นั่นก็คือเจ้าลำโพงชั้นยอดซึ่งผมฝากเพื่อนหิ้วมาครับ
เนื่องด้วยความที่อยากลิ้มอยากลอง แต่ไม่มีงบซื้อกับศูนย์ที่ไทย
เลยต้องฝากชาวบ้านหิ้วมาและติปค่าหิ้วไปให้อีกนิดๆหน่อยๆ เจ้านี่เป็นลำโพงตัวเล็กแต่เสียงดีมาก
ไม่ต้องพูดอะไรกันมากหลายๆท่านคงเดาออกว่ามันคือเจ้า B&W MM-1 นั่นเอง

เจ้า MM-1 กับ Focal XS เป็นคู่ชกที่ถูกพูกกันถึงมากเนื่องจากค่าตัวใกล้เคียงกัน
และน้ำเสียงที่ดีไม่แพ้กัน ไหนๆผมก็เคยเล่าให้ฟังเกี่ยวกับเจ้า Focal XS ไปแล้ว
วันนี้ก็มาขอเล่าเรื่องราวของเจ้า MM-1 ให้ได้ฟังกันบ้างครับ
เรามาค่อยๆเปิดกล่องเจ้านี่ไปพร้อมๆกันดีกว่าครับ

เริ่มด้วยกล่องในขนาดไม่ใหญ่มากขนาดประมาณ 23 x 23 x 33 cm ( ก x ย x ส )
พร้อมทั้งหูหิ้วให้ยกไปมาได้สะดวกยิ่งนักครับ

บนกล่องเขียนด้วยตัวหนังสีหลากสีสัน และหลากหลายภาษา
ซึ่งแปลเป็นไทยว่าโปรดเก็บหีบห่อบรรจุภัณท์ทุกชิ้น เอาไว้ใช้ในโอกาสหน้า
เรียกว่าเป็นภาพลักษณ์ที่ดีครับ ซึ่งดูว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ใส่ใจเรื่องการนำกลับมาใช้ใหม่
จะได้ลดปริมาณขยะลง

ด้านข้างมีคำโฆษณาเชิญชวนให้ลอง MM-1
ถึงกล่องจะสีดำ แต่ตัวหนังสือก็เลือกใช้สีสันที่สดใส ทำให้ดูมีวิตชีวาขึ้นมามาก


แถมให้อีกสองรูป แสดงถึงกล่องที่ยังไม่ถูกเปิด และรูป MM-1 บนหน้าของกล่อง


เปิดกล่องมาก็จะพบกับห่อหนังสือสีดำ ซึ่งด้านในบนนจุไปด้วยกระดาษสามชิ้น ซึ่งประกอบไปด้วย


แผ่นเงื่อนไขการรับประกันและโปสเตอร์ภาพจาก B&W
ซึ่งผมไม่ขอลงรายละเอียดในสองส่วนนี้นะครับ แผ่นที่น่าสนใจที่สุดคือแผ่นที่สามครับ


นั่นก็คือคู่มือการใช้งานครับ ซึ่งดูเรียบง่ายมากครับ แม่บ้านก็ดูแล้วใช้งานได้ทันที ไม่ยุ่งยากเลยครับ
พอจบที่กระดาษสามแผ่นก็มาพบกันอุปกรณ์กันต่อเลยครับ

มุมซ้ายล่างจะเป็นรีโมทไร้สาย ซึ่งมีหน้าตาแบบนี้ครับ


ภาพรีโมทหงายและคว่ำ ซึ่งมีห่อพลาสติกห่อไว้ผมแกะออกเพื่อทำการถ่ายรูปเท่านั้น
ตอนทดสอบผมจะห่อรีโมทไว้เพื่อความใหม่สดเสมอ
ซึ่งตัวรีโมทสามารถเปลี่ยนเพลง เพิ่ม-ลดระดับเสียง
รวมทั้งสั่งเล่นหรือหยุดเพลงที่คอมพิวเตอร์ได้ทันที (ในกรณีใช้สาย USB)


อุปกรณ์มีเท่านี้ครับ
-Switching adapter แบบ universal
-สายสัญญาณแบบ Mini jack 3.5mm
-สายสัญญาณแบบ mini USB


ยกโฟมออกจะพบกับลำโพงทั้งสองตัว แต่โปรดดูที่รูปกล่องโฟม โดยเฉพาะมุมบนขวา
ซึ่งจะเห็นโฟมมีลักษณะเป็นหลุมวงกลม แต่มุมด้านล่างซ้ายมือจะไม่มีหลุดวงกลม
ซึ่งเป็นการออกแบบเพื่อป้องกันการปิดกล่องโฟมผิดด้านนั่นเองครับ เรียกว่าใส่ใจในการใช้งานแท้กระทั่งการใช้งานกล่องโฟม

ตัวเป็นๆมาแล้วจ้า วัสดุที่เลือกใช้ตัวลำโพงทั้งตัวจะถูกหุ้มด้วยผ้า
ซึ่งมีลักษณะยืดหยุ่นได้มากพอสมควรครับ ส่วนบริเวณอื่นๆก็จะเป็นอะลูมิเนียม
และวัสดุจำพวกโพลิเมอร์ในบริเวณด้านล่างครับ


ขอเริ่มด้วยลำโพงด้านขวาก่อน รูปแรก เริ่มด้วยไฟแสดงสถาณะเปิด/ปิด
ส่วนด้านซ้ายจะเป็นปุ่มสำหรับ เปิด/ปิด


ด้านขวาจะเป็นปุ่มเพิ่ม/ลดระดับเสียง และด้านบนจะเป็นแผ่นอะลูมิเนียมซึ่งนอกจากความสวยงามแล้วยังใช้เป็นตัวระบายความร้อนจากภาคแอมป์และภาค DAC อีกด้วย
เรียกว่าออกแบบได้กลมกลืนกันทั้งประโยชน์การใช้งานและความสวยงาม


เจ้า MM-1 เป็นลำโพงที่ค่อนข้างขี้เกียจนะครับ สังเกตุได้จากสันหลังที่ยาวและเงางาม
ตัวซ้ายก็จะมีสัญลักษณ์ L บอกบอกไว้พร้อมทั้งมีหางให้เห็นกันจะจะ
ส่วนร่องด้านล่างสามร่องเราจะไปดูกันต่อไปครับ ส่วนลำโพงตัวขวาก็จะมีตัว R บอกอยู่ด้านบน
ส่วนด้านล่างก็มีสองรู ขาเข้าและขาออก เรียกว่าครบเครื่อง


ร่องสามร่องด้านล่างของลำโพงขวาถูกออกแบบมาเพื่อเก็บสายและล็อคสายต่างๆเอาไว้
โดยสาย speaker ออกแบบมาเป็น 4pin แถมยังมีลักษณะนูนๆขึ้นมาจากด้านล่างอีกด้วย
เพื่อป้องกันการเสียบสายลำโพงผิดขั้วเรียกว่าใส่ใจผู้บริโภคดีครับ
ตรงกลางไว้เสียบสาย USB และริมขวาสุดคือ Power


รูปด้านล่างจากลำโพงซ้ายออกแบบมาให้ม้วนสายลำโพงเก็บได้อย่างเรียบร้อย
พร้อมทั้งหัวเสียบของสายลำโพงยังเป็นลักษณะที่ป้องกันการเสียบผิดขั้วอีกด้วย
------------------------------------------------
ต่อไปจะเป็นบททดสอบในเรื่องของเสียง
เริ่มแรกเปิดมาด้วยเพลงบรรเลงวงใหญ่ หรือถ้าจะให้พูดกันง่ายๆก็คือเพลงคลาสสิคนั่นเอง
ต้องบอกว่าความรู้สึกแรกที่ได้รับรู้อย่างเต็มเปี่ยมก็คือ ความยิ่งใหญ่ของฮอลที่จัดแสดง
แต่ถ้าเป็นเปียโนก็จะได้รับความอลังการของแกรนด์เปียโนหลังโต
สิ่งเหล่านี่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการสร้างบรรยากาศที่ยอดเยี่ยมมากๆ
เรียกว่าเป็นลำโพงตัวที่สองที่ทำให้ปลื้มและทำให้ผมตกใจได้มากทีเดียว (ตัวแรกคือ Focal XS2.1)
เจ้า MM-1 นี้ทำให้ผมรู้สึกเหมือนได้ฟังจากชุดแยกชิ้นอะไรประมาณนั้นเลยครับ
รู้สึกได้ถึงความสมดุลของเสียงทั้งสามย่าน ไม่ใช่แหล่งรวมอาหารแถวๆมหาวิทาลัยชื่อดังนะครับ
แต่หมายถึงย่านของเสียงทั้งสาม ก็คือ สูง กลาง และต่ำ
และสิ่งที่แสดงตัวตนถึงความเป็น Hi-End Multimedia Speaker
นั่นก็คือพลังเสียงที่ออกมาเต็มวัตต์ ถึงกำลังขับจะไม่เยอะแต่ผมรับรู้ได้ถึงความเต็มวัตต์จริงๆ
เสียงมันออกมาเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากๆ ต้องเรียกว่าไม่ธรรมดาเลยสำหรับเจ้าลำโพงขนาดเล็กๆขนาดนี้
-------------------------------------------------------------
แนวเสียงโดยรวมของเจ้านี่คือเสียงที่นิ่มนวล ผ่อนคลาย
มีความลื่นไหลต่อเนื่องเป็นยอด (นับเฉพาะลำโพงมัลติมีเดียนะครับ)
เวทีเสียงเยี่ยมมาก มันไม่ได้ยอดเยี่ยมในแบบที่ว่ากว้างขวางกระเด็นหลุดลอยออกไปไกลตัวลำโพง
เพียงแต่มันมีทั้งกว้าง ลึก สูง-ต่ำ ชัดเจน ความเป็นรูปเป็นร่างรู้สึกได้ชัดเจนมากๆ
รับรู้จับต้องได้ถึงความกังวาลของระนาดแต่ละลูก
เสียงฉิ่งเด่นล่องลอยออกมาจากหลังจอมอนิเตอร์อย่างน่าแปลกใจ
และเจ้า MM-1 ยังอ่อนไหวต่อการเคลื่อนย้ายตำแหล่งของลำโพงอีกด้วย
ดังนั้นจัดวางดีๆมีชัยไปสามช่วงตัว
เจ้า MM-1 ยังแสดงความน่าแปลกใจให้ผมอีกอย่างนึง
นั่นคือมันแสดงอารมณ์ของบทเพลงได้ค่อยข้างยอดเยี่ยมเลยทีเดียว
ไม่ว่าจะเป็นเพลงที่มีจังหวะช้าหรือเพลงที่ค่อนข้างหนักแน่นก็ทำได้ดี
แต่เนื่องจากผมไม่ใช่คอเพลงเมทัลหรือฮาร์ดคอร์
เลยไม่ได้ทดสอบบทเพลงที่หนักแน่นขนาดนั้น
แต่ก็ต้องบอกว่าเรื่องพลังและคุณภาพของเสียงเบสนั้นไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
เรียกว่ามันเป็นเทียบชั้นลำโพงวางหิ้งได้เลย แถมยังลงได้ลึกอีกด้วย
รวมถึงคุณภาพน้ำหนักและปริมาณ มันไม่ได้ด้อยกว่าชุดแยกชิ้นในราคาเท่าๆกันเลยแม้แต่นิดเดียว จากตรงนี้ผมเลยอยากสรุปว่ามันไม่ค่อยเลือกแนว
ผมว่าใครอยากหาลำโพงดีๆซักตัวเอาไว้ใช้หน้าคอม โดยที่งบประมาณไม่ใช่ปัญหา
ลองมองดูที่ Focal SX กับ B&W MM-1 ดูครับ
ลำโพงสองชุดนี้คงจะทำให้คุณเพลิดเพลินกับเวลาหน้าคอมพิวเตอร์ได้ไม่น้อย
-------------------------------------------------
ยิ่งฟังยิ่งอยากมีไว้ในครอบครอง เสียงพินเสียงกู่เจิ้งมันมีน้ำเสียงที่ไพเราะอะไรเช่นนี้
น้ำเสียงจากการกรีดกรายของเครื่องสาย มันช่างเปรียบดั่งมนสะกดจริงๆครับ
น้ำเสียงอันอ่อนหวานของนักร้องสาวชาวจีนช่างนุ่มนวลและอ่อนหวานยิ่งนัก
ทำให้ชวนนึงถึงฉากที่เป็นภาพการบรรเลงบทเพลงท่านกลางธรรรมชาติ
ในภาพยนต์จีนหลายๆเรื่องที่มักจะปรากฎอยู่เสมอ
แต่ตอนนี้เสียงสูงในบางช่วงยังแอบมีบางๆและกัดหูบ้าง
(บอกก่อนว่าผมยังไม่ได้เบินเลยนะครับ เปิดปุ๊บฟังปั๊บ)
เรื่องไดนามิคทำได้ดีมากๆครับ ดังก็เป็นดัง เบาก็เป็นเบา ไม่มีลักลั่นแต่อย่างใด
มีความกลมกลืนของเสียงที่ดี ต้องบอกว่า B&W ออกแบบและจูนเสียงมาดีมากๆครับ
เสียงในทุกย่านกลมกลืนกันได้พอดิบพอดีมากๆ พื้นพลังเงียบสนิทแต่ไม่มืดมิดเท่าไหร่
ผมบรรยายไม่ค่อยถูก -*- มันต่างกับเจ้า Focal XS ที่เคยไปลองฟัง
อาจจะเป็นเพราะสถาณที่ด้วย เสียงกลางไม่ได้ถูกดันให้ออกมาลอยเด่นเหมือนลำโพงทั่วๆไป
แต่มันคงความสำคัญเอาไว้ได้อย่างครบถ้วนจริงๆ และมันไม่ได้ถูกบดบังด้วยอะไรทั้งสิ่ง
ไม่ร่นถอยไปอยู่ด้านหลัง ไม่มีหมอกมาบัง เรียกได้ว่าท้องฟ้าโปร่งใสไม่มีเมฆฝนแต่อย่างใด
จะมีก็เพียงแสงอาทิตย์อ่อนๆกับท้องฟ้าสีคราม
ที่คอยโอบกอดเราไว้ในขณะที่รับฟังเสียงที่ไพเราะจากเจ้า MM-1
เสียงแหลมถูกถ่ายทอดออกมาด้วยน้ำเสียงที่มีความกังวาล ทอดตัวได้ยาว
อย่างที่ผมบอกไว้ตั้งแต่แรกครับ คือมันทำได้สมดุลทั้งสามย่านและเข้ากันได้ดี
โดยที่ไม่มีย่านไหนเด่นหรือด้อยกว่ากัน
จริงๆแอบน่าเสียดายที่ผมจัดวาง***งกันได้แค่ราวๆ 80cm
(สายลำโพงยาวที่สุดน่าจะยาวประมาณ 1.5m)
ไม่งั้นอาจจะใช้สำหรับการนั่งฟังที่มีระยะ***งมากกว่านี้ได้ซักนิดหน่อย
เพราะเท่าที่ลองดูระยะ***งซัก 1m นั่นไม่มีปัญหา
แต่ถ้าเมตรกว่าถึงสองเมตรก็จะจับโฟกัสเสียงไม่ได้แล้ว
เนื่องจากเวทีแคบเกินไป (เปิดความดังในระดับแค่ 40%)
ฟังปกติเปิดแค่ราวๆ 30% ก็ถือว่ามีความดังในระดับที่ดีแล้ว


รูปไฟแสดงสถาณะตอนเปิดและปิด สีแดงคือปิด สีน้ำเงินคือเปิด
----------------------------------------------
ขอสรุปจบท้ายไว้สั้นๆสำหรับคนที่หาสุดยอดลำโพงที่ไว้ใช้งานหน้าคอม
หากจะเทียบสุดยอดทั้งสองค่ายอย่าง Focal และ B&W ในเรื่องลำโพงมังติมีเดีย
Focal XS นั้นจะดูบู๊ๆกว่า MM-1 โดยที่ XS จะให้ความชัดเจน ดุดันและจริงจังมากกว่า MM-1 ครับ
ส่วนท่านจะชอบแบบใดต้องลองฟังกันดูเองนะครับ


สองภาพสุดท้าย ภาพถ่ายของเจ้า MM-1 คู่กับจอถูกๆของผม
คนอื่นวางคู่ MAC แต่ผมวางคู่กับจอบ้านๆครับ อิอิ????????. ไปแล้วจ้า สวัสดีครับ ^^
นอกจากไปรับเพื่อนแล้วยังไปรับของสำคัญอีกชิ้นหนึ่งด้วย
นั่นก็คือเจ้าลำโพงชั้นยอดซึ่งผมฝากเพื่อนหิ้วมาครับ
เนื่องด้วยความที่อยากลิ้มอยากลอง แต่ไม่มีงบซื้อกับศูนย์ที่ไทย
เลยต้องฝากชาวบ้านหิ้วมาและติปค่าหิ้วไปให้อีกนิดๆหน่อยๆ เจ้านี่เป็นลำโพงตัวเล็กแต่เสียงดีมาก
ไม่ต้องพูดอะไรกันมากหลายๆท่านคงเดาออกว่ามันคือเจ้า B&W MM-1 นั่นเอง

เจ้า MM-1 กับ Focal XS เป็นคู่ชกที่ถูกพูกกันถึงมากเนื่องจากค่าตัวใกล้เคียงกัน
และน้ำเสียงที่ดีไม่แพ้กัน ไหนๆผมก็เคยเล่าให้ฟังเกี่ยวกับเจ้า Focal XS ไปแล้ว
วันนี้ก็มาขอเล่าเรื่องราวของเจ้า MM-1 ให้ได้ฟังกันบ้างครับ
เรามาค่อยๆเปิดกล่องเจ้านี่ไปพร้อมๆกันดีกว่าครับ

เริ่มด้วยกล่องในขนาดไม่ใหญ่มากขนาดประมาณ 23 x 23 x 33 cm ( ก x ย x ส )
พร้อมทั้งหูหิ้วให้ยกไปมาได้สะดวกยิ่งนักครับ

บนกล่องเขียนด้วยตัวหนังสีหลากสีสัน และหลากหลายภาษา
ซึ่งแปลเป็นไทยว่าโปรดเก็บหีบห่อบรรจุภัณท์ทุกชิ้น เอาไว้ใช้ในโอกาสหน้า
เรียกว่าเป็นภาพลักษณ์ที่ดีครับ ซึ่งดูว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ใส่ใจเรื่องการนำกลับมาใช้ใหม่
จะได้ลดปริมาณขยะลง

ด้านข้างมีคำโฆษณาเชิญชวนให้ลอง MM-1
ถึงกล่องจะสีดำ แต่ตัวหนังสือก็เลือกใช้สีสันที่สดใส ทำให้ดูมีวิตชีวาขึ้นมามาก


แถมให้อีกสองรูป แสดงถึงกล่องที่ยังไม่ถูกเปิด และรูป MM-1 บนหน้าของกล่อง


เปิดกล่องมาก็จะพบกับห่อหนังสือสีดำ ซึ่งด้านในบนนจุไปด้วยกระดาษสามชิ้น ซึ่งประกอบไปด้วย


แผ่นเงื่อนไขการรับประกันและโปสเตอร์ภาพจาก B&W
ซึ่งผมไม่ขอลงรายละเอียดในสองส่วนนี้นะครับ แผ่นที่น่าสนใจที่สุดคือแผ่นที่สามครับ


นั่นก็คือคู่มือการใช้งานครับ ซึ่งดูเรียบง่ายมากครับ แม่บ้านก็ดูแล้วใช้งานได้ทันที ไม่ยุ่งยากเลยครับ
พอจบที่กระดาษสามแผ่นก็มาพบกันอุปกรณ์กันต่อเลยครับ

มุมซ้ายล่างจะเป็นรีโมทไร้สาย ซึ่งมีหน้าตาแบบนี้ครับ


ภาพรีโมทหงายและคว่ำ ซึ่งมีห่อพลาสติกห่อไว้ผมแกะออกเพื่อทำการถ่ายรูปเท่านั้น
ตอนทดสอบผมจะห่อรีโมทไว้เพื่อความใหม่สดเสมอ
ซึ่งตัวรีโมทสามารถเปลี่ยนเพลง เพิ่ม-ลดระดับเสียง
รวมทั้งสั่งเล่นหรือหยุดเพลงที่คอมพิวเตอร์ได้ทันที (ในกรณีใช้สาย USB)


อุปกรณ์มีเท่านี้ครับ
-Switching adapter แบบ universal
-สายสัญญาณแบบ Mini jack 3.5mm
-สายสัญญาณแบบ mini USB


ยกโฟมออกจะพบกับลำโพงทั้งสองตัว แต่โปรดดูที่รูปกล่องโฟม โดยเฉพาะมุมบนขวา
ซึ่งจะเห็นโฟมมีลักษณะเป็นหลุมวงกลม แต่มุมด้านล่างซ้ายมือจะไม่มีหลุดวงกลม
ซึ่งเป็นการออกแบบเพื่อป้องกันการปิดกล่องโฟมผิดด้านนั่นเองครับ เรียกว่าใส่ใจในการใช้งานแท้กระทั่งการใช้งานกล่องโฟม

ตัวเป็นๆมาแล้วจ้า วัสดุที่เลือกใช้ตัวลำโพงทั้งตัวจะถูกหุ้มด้วยผ้า
ซึ่งมีลักษณะยืดหยุ่นได้มากพอสมควรครับ ส่วนบริเวณอื่นๆก็จะเป็นอะลูมิเนียม
และวัสดุจำพวกโพลิเมอร์ในบริเวณด้านล่างครับ


ขอเริ่มด้วยลำโพงด้านขวาก่อน รูปแรก เริ่มด้วยไฟแสดงสถาณะเปิด/ปิด
ส่วนด้านซ้ายจะเป็นปุ่มสำหรับ เปิด/ปิด


ด้านขวาจะเป็นปุ่มเพิ่ม/ลดระดับเสียง และด้านบนจะเป็นแผ่นอะลูมิเนียมซึ่งนอกจากความสวยงามแล้วยังใช้เป็นตัวระบายความร้อนจากภาคแอมป์และภาค DAC อีกด้วย
เรียกว่าออกแบบได้กลมกลืนกันทั้งประโยชน์การใช้งานและความสวยงาม


เจ้า MM-1 เป็นลำโพงที่ค่อนข้างขี้เกียจนะครับ สังเกตุได้จากสันหลังที่ยาวและเงางาม
ตัวซ้ายก็จะมีสัญลักษณ์ L บอกบอกไว้พร้อมทั้งมีหางให้เห็นกันจะจะ
ส่วนร่องด้านล่างสามร่องเราจะไปดูกันต่อไปครับ ส่วนลำโพงตัวขวาก็จะมีตัว R บอกอยู่ด้านบน
ส่วนด้านล่างก็มีสองรู ขาเข้าและขาออก เรียกว่าครบเครื่อง


ร่องสามร่องด้านล่างของลำโพงขวาถูกออกแบบมาเพื่อเก็บสายและล็อคสายต่างๆเอาไว้
โดยสาย speaker ออกแบบมาเป็น 4pin แถมยังมีลักษณะนูนๆขึ้นมาจากด้านล่างอีกด้วย
เพื่อป้องกันการเสียบสายลำโพงผิดขั้วเรียกว่าใส่ใจผู้บริโภคดีครับ
ตรงกลางไว้เสียบสาย USB และริมขวาสุดคือ Power


รูปด้านล่างจากลำโพงซ้ายออกแบบมาให้ม้วนสายลำโพงเก็บได้อย่างเรียบร้อย
พร้อมทั้งหัวเสียบของสายลำโพงยังเป็นลักษณะที่ป้องกันการเสียบผิดขั้วอีกด้วย
------------------------------------------------
ต่อไปจะเป็นบททดสอบในเรื่องของเสียง
เริ่มแรกเปิดมาด้วยเพลงบรรเลงวงใหญ่ หรือถ้าจะให้พูดกันง่ายๆก็คือเพลงคลาสสิคนั่นเอง
ต้องบอกว่าความรู้สึกแรกที่ได้รับรู้อย่างเต็มเปี่ยมก็คือ ความยิ่งใหญ่ของฮอลที่จัดแสดง
แต่ถ้าเป็นเปียโนก็จะได้รับความอลังการของแกรนด์เปียโนหลังโต
สิ่งเหล่านี่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการสร้างบรรยากาศที่ยอดเยี่ยมมากๆ
เรียกว่าเป็นลำโพงตัวที่สองที่ทำให้ปลื้มและทำให้ผมตกใจได้มากทีเดียว (ตัวแรกคือ Focal XS2.1)
เจ้า MM-1 นี้ทำให้ผมรู้สึกเหมือนได้ฟังจากชุดแยกชิ้นอะไรประมาณนั้นเลยครับ
รู้สึกได้ถึงความสมดุลของเสียงทั้งสามย่าน ไม่ใช่แหล่งรวมอาหารแถวๆมหาวิทาลัยชื่อดังนะครับ
แต่หมายถึงย่านของเสียงทั้งสาม ก็คือ สูง กลาง และต่ำ
และสิ่งที่แสดงตัวตนถึงความเป็น Hi-End Multimedia Speaker
นั่นก็คือพลังเสียงที่ออกมาเต็มวัตต์ ถึงกำลังขับจะไม่เยอะแต่ผมรับรู้ได้ถึงความเต็มวัตต์จริงๆ
เสียงมันออกมาเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากๆ ต้องเรียกว่าไม่ธรรมดาเลยสำหรับเจ้าลำโพงขนาดเล็กๆขนาดนี้
-------------------------------------------------------------
แนวเสียงโดยรวมของเจ้านี่คือเสียงที่นิ่มนวล ผ่อนคลาย
มีความลื่นไหลต่อเนื่องเป็นยอด (นับเฉพาะลำโพงมัลติมีเดียนะครับ)
เวทีเสียงเยี่ยมมาก มันไม่ได้ยอดเยี่ยมในแบบที่ว่ากว้างขวางกระเด็นหลุดลอยออกไปไกลตัวลำโพง
เพียงแต่มันมีทั้งกว้าง ลึก สูง-ต่ำ ชัดเจน ความเป็นรูปเป็นร่างรู้สึกได้ชัดเจนมากๆ
รับรู้จับต้องได้ถึงความกังวาลของระนาดแต่ละลูก
เสียงฉิ่งเด่นล่องลอยออกมาจากหลังจอมอนิเตอร์อย่างน่าแปลกใจ
และเจ้า MM-1 ยังอ่อนไหวต่อการเคลื่อนย้ายตำแหล่งของลำโพงอีกด้วย
ดังนั้นจัดวางดีๆมีชัยไปสามช่วงตัว
เจ้า MM-1 ยังแสดงความน่าแปลกใจให้ผมอีกอย่างนึง
นั่นคือมันแสดงอารมณ์ของบทเพลงได้ค่อยข้างยอดเยี่ยมเลยทีเดียว
ไม่ว่าจะเป็นเพลงที่มีจังหวะช้าหรือเพลงที่ค่อนข้างหนักแน่นก็ทำได้ดี
แต่เนื่องจากผมไม่ใช่คอเพลงเมทัลหรือฮาร์ดคอร์
เลยไม่ได้ทดสอบบทเพลงที่หนักแน่นขนาดนั้น
แต่ก็ต้องบอกว่าเรื่องพลังและคุณภาพของเสียงเบสนั้นไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
เรียกว่ามันเป็นเทียบชั้นลำโพงวางหิ้งได้เลย แถมยังลงได้ลึกอีกด้วย
รวมถึงคุณภาพน้ำหนักและปริมาณ มันไม่ได้ด้อยกว่าชุดแยกชิ้นในราคาเท่าๆกันเลยแม้แต่นิดเดียว จากตรงนี้ผมเลยอยากสรุปว่ามันไม่ค่อยเลือกแนว
ผมว่าใครอยากหาลำโพงดีๆซักตัวเอาไว้ใช้หน้าคอม โดยที่งบประมาณไม่ใช่ปัญหา
ลองมองดูที่ Focal SX กับ B&W MM-1 ดูครับ
ลำโพงสองชุดนี้คงจะทำให้คุณเพลิดเพลินกับเวลาหน้าคอมพิวเตอร์ได้ไม่น้อย
-------------------------------------------------
ยิ่งฟังยิ่งอยากมีไว้ในครอบครอง เสียงพินเสียงกู่เจิ้งมันมีน้ำเสียงที่ไพเราะอะไรเช่นนี้
น้ำเสียงจากการกรีดกรายของเครื่องสาย มันช่างเปรียบดั่งมนสะกดจริงๆครับ
น้ำเสียงอันอ่อนหวานของนักร้องสาวชาวจีนช่างนุ่มนวลและอ่อนหวานยิ่งนัก
ทำให้ชวนนึงถึงฉากที่เป็นภาพการบรรเลงบทเพลงท่านกลางธรรรมชาติ
ในภาพยนต์จีนหลายๆเรื่องที่มักจะปรากฎอยู่เสมอ
แต่ตอนนี้เสียงสูงในบางช่วงยังแอบมีบางๆและกัดหูบ้าง
(บอกก่อนว่าผมยังไม่ได้เบินเลยนะครับ เปิดปุ๊บฟังปั๊บ)
เรื่องไดนามิคทำได้ดีมากๆครับ ดังก็เป็นดัง เบาก็เป็นเบา ไม่มีลักลั่นแต่อย่างใด
มีความกลมกลืนของเสียงที่ดี ต้องบอกว่า B&W ออกแบบและจูนเสียงมาดีมากๆครับ
เสียงในทุกย่านกลมกลืนกันได้พอดิบพอดีมากๆ พื้นพลังเงียบสนิทแต่ไม่มืดมิดเท่าไหร่
ผมบรรยายไม่ค่อยถูก -*- มันต่างกับเจ้า Focal XS ที่เคยไปลองฟัง
อาจจะเป็นเพราะสถาณที่ด้วย เสียงกลางไม่ได้ถูกดันให้ออกมาลอยเด่นเหมือนลำโพงทั่วๆไป
แต่มันคงความสำคัญเอาไว้ได้อย่างครบถ้วนจริงๆ และมันไม่ได้ถูกบดบังด้วยอะไรทั้งสิ่ง
ไม่ร่นถอยไปอยู่ด้านหลัง ไม่มีหมอกมาบัง เรียกได้ว่าท้องฟ้าโปร่งใสไม่มีเมฆฝนแต่อย่างใด
จะมีก็เพียงแสงอาทิตย์อ่อนๆกับท้องฟ้าสีคราม
ที่คอยโอบกอดเราไว้ในขณะที่รับฟังเสียงที่ไพเราะจากเจ้า MM-1
เสียงแหลมถูกถ่ายทอดออกมาด้วยน้ำเสียงที่มีความกังวาล ทอดตัวได้ยาว
อย่างที่ผมบอกไว้ตั้งแต่แรกครับ คือมันทำได้สมดุลทั้งสามย่านและเข้ากันได้ดี
โดยที่ไม่มีย่านไหนเด่นหรือด้อยกว่ากัน
จริงๆแอบน่าเสียดายที่ผมจัดวาง***งกันได้แค่ราวๆ 80cm
(สายลำโพงยาวที่สุดน่าจะยาวประมาณ 1.5m)
ไม่งั้นอาจจะใช้สำหรับการนั่งฟังที่มีระยะ***งมากกว่านี้ได้ซักนิดหน่อย
เพราะเท่าที่ลองดูระยะ***งซัก 1m นั่นไม่มีปัญหา
แต่ถ้าเมตรกว่าถึงสองเมตรก็จะจับโฟกัสเสียงไม่ได้แล้ว
เนื่องจากเวทีแคบเกินไป (เปิดความดังในระดับแค่ 40%)
ฟังปกติเปิดแค่ราวๆ 30% ก็ถือว่ามีความดังในระดับที่ดีแล้ว


รูปไฟแสดงสถาณะตอนเปิดและปิด สีแดงคือปิด สีน้ำเงินคือเปิด
----------------------------------------------
ขอสรุปจบท้ายไว้สั้นๆสำหรับคนที่หาสุดยอดลำโพงที่ไว้ใช้งานหน้าคอม
หากจะเทียบสุดยอดทั้งสองค่ายอย่าง Focal และ B&W ในเรื่องลำโพงมังติมีเดีย
Focal XS นั้นจะดูบู๊ๆกว่า MM-1 โดยที่ XS จะให้ความชัดเจน ดุดันและจริงจังมากกว่า MM-1 ครับ
ส่วนท่านจะชอบแบบใดต้องลองฟังกันดูเองนะครับ


สองภาพสุดท้าย ภาพถ่ายของเจ้า MM-1 คู่กับจอถูกๆของผม
คนอื่นวางคู่ MAC แต่ผมวางคู่กับจอบ้านๆครับ อิอิ????????. ไปแล้วจ้า สวัสดีครับ ^^

Comment