สวัสดีครับกลับมาเจอกันอีกครั้งนะครับ วันนี้วันที่ 15/05/11
บ้านผมพึ่งน้ำท่วมไปเมื่อวาน เคลียของกันซะนาน
เลยมาเล่าให้ฟังช้าไปซักนิดนึงครับ หวังวาคงไม่ช้าไปนะครับ
คราวนี้มาแปลกกันซักนิดนึงครับ มากับลำโพงตู้ใหญ่หน่อยครับ
ต้องบอกว่าใหญ่มากครับ ใหญ่จะเกือบเท่าเจ้า Usher s520
เจ้าลำโพงรุ่นนี้มีชื่อเสียงที่ดีมากครับ มีดีทั้งหน้าตาและน้ำเสียง
มันไม่ใช่ใครอื่นใด เจ้านี่คือ Pro-1 นั่นเองครับ

Pro-1 เป็นลำโพงจากค่าย Microlab นั่นเองครับ เป็นลำโพงสัญชาติจีนแท้ๆ
ซึ่ง Microlab ก็ได้สร้างชื่อเสียงไว้กับลำโพงหลายๆรุ่น เช่น Pro-1 หรือตะ
ตระกูล H อย่างเช่น H200 ,H500 หรือจะเป็นสุดยอดลำโพงดูหนังอย่าง X-15 ในตระกูล X
ซึ่งลำโพงค่ายนี้เริ่มมีชื่อเสียงจากรุ่น X3 นั่นเองครับ
ด้วยตัวที่เล็ก ราคาที่สบายกระเป๋า และน้ำเสียงที่คุ้มค่า
ทำให้ลำโพงค่ายนี้มีชื่อเสียงภายในระยะเวลาอันสั้น
แต่วันนี้เราจะมาดูกันว่าเจ้า Pro-1 ที่มีชื่อเสียงนั้นจะดีอย่างชื่อหรือเปล่า
เริ่มด้วยตู้ลำโพงทำจากไม้แท้ๆ

แต่ต้องบอกว่าเป็นงานไม้แล้วเก็บงานด้วยการใช้ลายไม้ปิดทับอีกที
ขอเอารูปลงเฉพาะไม่ใส่หน้ากากผ้าละกันนะครับ
เนื่องจากใส่หน้ากากแล้วดูไม่สวยงามเอาซะเลยครับ
ลำโพงชุดนี้ใช่ว่าจะมีแต่ข้อดี ข้อเสียก็มีมาก อันดับแรกเลย

เจ้านี่ครับ มันไม่ได้ทำจากยาง มันทำจากพลาสติกครับ ดังนั้นมันจะไม่ยึดกับพื้นผิวใดๆทั้งสิ้น
และยังทำให้เสียงแข็งๆอีกด้วย หน้าตรงดูสวยไม่เบานะครับ แอบดูเหมือน Scandyna ด้วยนะ
ก๊อปเค้ามาหรือเปล่าก็ไม่รู้ แอบแซวซะนิดหน่อยอย่าว่ากันนะครับ ^^

ดอกวูฟเฟอร์ใช้ของดีจริงๆครับ ตัวดอกสวยมากๆ
สีดำตัดเหลือง ทำให้นึกถึง B&W จริงๆ แต่เสียง***งชั้นแน่นอนครับ

ดอก tweeter เป็นโดมผ้า โดมผ้าเท่านั้นที่เราต้องการ ถึงจะโดนผ้า
แต่ดูเนื้องานและคุณภาพวัสดุแล้วก็ยังธรรมดา ยังไม่ใช่โดมผ้าที่คุณภาพดีอะไรมากมาย
แต่ยังไงก็ต้องฟังเรื่องเสียงกันอีกที

รูปนี้แถมให้เห็นกันชัดๆอีกรูปนึงครับ

ตู้เปิด ท่อลมด้านหลัง
พร้อมด้วยขั้วลำโพงตามมาตรฐานลำโพงคอมทั่วไป

อุปกรณ์มีเท่าที่จำเป็น
สายสัญญาณแบบ mini to rca
สายลำโพงเส้นบางๆเรียกได้ว่าคุณภาพแย่
สุดท้ายคือรีโมทคอนโทรล

แอมป์แยกจับมาวางนอน ปรับอะไรแทบไม่ได้เลย


มีปุ่มเล็กๆ อันนั้นคือ Input Select
วงกลมอันใหญ่ๆไว้ปรับระดับความดังของเสียง
ปุ่มเล็กๆล่างสุดคือปุ่มเปิด/ปิด

มาดูความสามารถของรีโมทกัน แถวบนสุด จะมีปุ่ม Standby และ MUTE
ถัดลงมาจะเป็น Input Select และฟังก์ชั่น 3D เอาไว้เพิ่มอรรถรสเวลาดูหนัง
ทั้งนี้ยังสามารถปรับบาลานซ์ ซ้าย/ขวา ได้อีกด้วย
ปรับทุ้มและแหลมได้อีกด้วยครับ แต่ที่แอมป์ไม่มีให้กดนะ
ล่างสุดไว้ปรับระดับความดังของเสียง

เสียบ Input ได้สองช่อง แต่ยังคับเป็น RCA เท่านั้น
พร้อมกับขั้วลำโพงด้านล่าง ตัวนี้ประกันหมดเดือนนี้แหละครับ
ในส่วนเครื่องในวันนี้ขอโชว์แค่รูปเดียวละกันครับ
เนื่องจากมันวางซ้อนๆกัน เบอร์ที่ตัวชิพต่างๆจะโดนบังไว้ไม่ให้เห็น ถ้าอยากดู ต้องแกะทั้งหมด -*-
ดังนั้นผมจึงขออณุญาติขอข้ามไปอีกซักตัวนึงนะครับ

ภาพนี้เอาไว้ให้ชมกันว่ามันจะมีแผงวงจรสองแผง ซึ่งมันวางหันหน้าประกบเข้าหากัน
ทำให้มันบังกันเอง ถ่ายรูปไม่ได้อะไรมากมาย
จริงๆในนั้นเหลือพื้นที่เยอะครับ ผมแอบคิดด้วยว่าจับโมเอา DAC จัดลงไปซักตัวยังได้เลย
แล้วเวลาใช้งานก็เสียบแค่ USB ก็ได้ไม่ต้องใช้สายสัญญาณ
โมภาคจ่ายไฟอีกนิดให้จ่ายไปที่ DAC ด้วย เปลี่ยน C นิดหน่อย
คงทำให้ลำโพงชุดนี้น่าใช้ขึ้น และประหยัดที่มากขึ้นอีก
ส่วนเรื่องเสียงต้องขอบอกว่ามันคุ้มราคาดีครับ เปิดมาปุ๊บ ให้ความรู้สึกลำโพงวางหิ้งจริงๆครับ
คงเป็นเพราะตู้มันใหญ่และใช้ดอกลำโพงคุณภาพดี ผมไม่แปลกใจเลยที่ผมเห็นพี่ชายคนหนึ่งของผม
นำเฉพาะตัวตู้ลำโพงไปใช้กับ อินทิเกรต NAD ตัวเล็กๆ แล้วก็ใช้ DAC ที่มีคุณภาพหน่อยอีกซักตัว
ได้ชุดแยกชิ้นราคาเบาๆ โดยที่คุณภาพเสียงคงคุ้มราคามากทีเดียวครับ
แต่ผมขอเล่าให้ฟังกันในแบบที่ไม่ต้องใช้งบเยอะอะไรแบบนั้นดีกว่าครับ
ระบบผมก็เดิมๆ ย้ำอีกครั้ง foobar 1.1.1 + wasapi ใช้ออนบอร์ด realtek 892 นะครับ
สายสัญญาณและสายลำโพงเดิมๆหมดครับ ข้อเสียของ Pro-1 อีกอย่างคือ
สายที่แถมมาคุณภาพแย่หมดเลย ส่วนแอมป์นี่ผมให้มีดีที่มีลูกเล่นเยอะดีครับ
ระบบ 3D ทำให้ดูหนังได้ดีขึ้นจริงๆ
แต่ถ้าเอา 3D มาฟังเพลงจะเจอเสียงร้องแบบ Echo ครับ
(พอดีสะกดภาษาไทยไม่ถูก ขออณุญาติใช้ทับศัพท์เลยนะครับ)
ฟังเจ้านี่ครั้งแรกปั๊บ นอกจากให้ความรู้สึกในเรื่องเสียงเหมือนลำโพงวางหิ้งแล้ว
ยังรับรู้ถึงแรงประทะที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเสียงรัวกระเดื่อง หรือเสียงนักน้องก็ตาม
เสียงเบสลงได้ไม่ลึกเท่าไหร่ แต่ก็เป็นเบสแบบคุณภาพไม่ปริมาณ
จะเอามาฟังเพลงหนักๆมันก็ไปได้ แต่ไปได้ไม่ดีเท่าไหร่ครับ
เบสนอกจากมีหัวเสียงที่ดียังมีหางเสียงอีกด้วย
แต่ก็ต้องยอมรับว่าหางเสียงยานไปนิดในช่วงท้าย
ในส่วนของเสียงกลางจะเสียงกลางเป็นโทนเสียงที่ราบเรียบ
ไม่คัลเลอร์เหมือนตระกูล H ครับ เนื้อเสียงมีความโปร่งฟังแล้วผ่อนคลาย
เนื่องจากลำโพงชุดนี้ต้องใช้ระยะ***งในการจัดวาง
และโต๊ะคอมผมไม่มีพื้นที่มากขนาดนั้น (จากการเดาต้องใช้ระยะ***งประมาณ 1.2m-1.5m)
ผมเลยทำการวางข้างหน้าจอและทำการ toe-out แทนพูดง่ายๆคือหันลำโพงออกด้านนอกแทน
ปกติหันเข้าเพราะต้องการ โฟกัสให้ดีขึ้น แต่เจ้านี่วางชิดแล้วเวทีเสียงไม่ดี ฟังแล้วอึดอัด
จับหันออกปุ๊บเสียงก็ฟังง่ายขึ้นปั๊บ พวกชิ้นเครื่องดนตรีที่ซ้อมกัน มีการตีกันบ้าง
ก็ลดอาการดังกล่าวลงเยอะมาก แต่ก็ต้องเสียงการโฟกัสลงไปบ้าง
ดีที่ฟังใกล้ๆลำโพง ดังนั้นเรื่องตำแหน่งชิ้นดนตรีก็จับได้ง่ายขึ้น
เสียงมีความกังวาลและมีความใสที่ดี ความสะอาดทำได้ดีพอสมควร
พื้นหลังยังไม่สงัด แต่ก็มีความเป็นอนาล๊อคสูง รายละเอียดระยิบระยับมากๆ
ยิ่งฟังยิ่งรู้สึกถึงความคุ้มค่ากับเม็ดเงินที่ต้องจ่าย ใช้ดีจนต้องอยากจะเก็บไว้จริงๆครับ
แต่ข้อเสียก็ยังมีบ้าง เช่นเสียงตำแหน่งเสียงนักร้อง ยืนถอยหลังมากไปนิดหน่อย
ส่วนเรื่องมิติและเวทีเสียงทำได้ดีครับ เวทีเสียงจะกว้างกว่าตัวลำโพง
แต่เนื่องจากความที่เป็นลำโพงวางหิ้งเล็กๆนั้น
ผมจึงต้องบอกว่า มันต้องพิถีพิถันในเรื่องการจัดวาง หากต้องการดึงความสามารถออกมาให้สุด
และท่อลมยิ่งอยู่ด้านหลังยิ่งต้องการจัดวางที่ละเอียดขึ้นไปอีก
ใครว่า Pro-1 เบสน้อย ไม่จริงแน่นอนครับ ใครว่า Pro-1 เหมาะกับเพลงแนว Jazz หรือ Bossa
ก็ไม่จริงครับไม่ว่าจะเพลงร้องหรือ Classic ก็ทำได้ดี Jazz หรือ Bossa ก็ทำได้ดี
ดังนั้น Pro-1 จึงจะเหมาะกับแนวที่เน้นรายละเอียดและเวทีเสียงมากกว่า
หรือจะให้พูดสั้นๆคือมันเหมาะสำหรับการฟังเพลงที่ต้องการความละเมียดละไม
เรื่องไดนามิคก็ทำได้ดีครับ ติดที่เสียงสูงอาจจะแข็งไปนิด แต่ก็คงแก้ได้ง่ายๆไมว่าจะเป็นสายสัญญาณ หรือสายลำโพง รวมถึง Sound Card หรือ DAC ดีๆซักตัว
ก็คงทำให้เจ้า Pro-1 พัฒนาขีดความสามารถไปได้อีกมากโขเลยทีเดียว
จริงๆตอนแรกผมก็กะเอาเข้า Pro-1 ลองต่อแอมป์หลอดของผมเล่นๆดู
แต่ปรากฎว่า ไม่มีสายลำโพงครับ -*-
สายที่ใช้อยู่กับเจ้าแอมป์หลอดน้อง Jolida ของผมมันใหญ่เกินไปที่จะใช้กับ Pro-1 ได้
น่าเสียดายจริงๆครับ ไม่งั้นผมคงเป็นคนแรกในประเทศไทย ที่ลองใช้ Pro-1 กับแอมป์หลอดดู
แต่ใช้แค่เดิมๆเท่านี้ผมก็ว่ามันคุ้มค่าตัวมากๆแล้วครับ
ดังนั้นหากคุณกำลังมองหาลำโพงเอาไว้ฟังเพลงดีๆซักชุด
ในราคาไม่แพงนัก Pro-1 คงเป็นตัวเลือกที่ดีตัวนึงทีเดียว
แต่คุณก็ต้องมีพื้นที่ที่พร้อมในการจัดวางเจ้านี่ด้วยครับ
ผมเองก็ไม่รู้ว่าหากเอาเจ้า Pro-1 วางบนขาตั้งแล้วเสียงจะดีขึ้นอีกเพียงใด
แต่ครั้งจะใช้ขาตั้งลำโพงมาตรฐาน
ก็คงไม่ใช่เรื่อง เพราะราคาขาตั้งลำโพงก็เกือบจะเท่าราคาของ Pro-1 ทั้งชุดอยู่แล้วครับ อิอิ
วันนี้ก็ต้องขอลาไปก่อนจ้า ไว้พบกันใหม่เร็วๆนี้ครับ
ขอบคุณที่ติดตามเรื่องที่ผมนำมาเล่าให้ฟังกันครับ ^^
บ้านผมพึ่งน้ำท่วมไปเมื่อวาน เคลียของกันซะนาน
เลยมาเล่าให้ฟังช้าไปซักนิดนึงครับ หวังวาคงไม่ช้าไปนะครับ
คราวนี้มาแปลกกันซักนิดนึงครับ มากับลำโพงตู้ใหญ่หน่อยครับ
ต้องบอกว่าใหญ่มากครับ ใหญ่จะเกือบเท่าเจ้า Usher s520
เจ้าลำโพงรุ่นนี้มีชื่อเสียงที่ดีมากครับ มีดีทั้งหน้าตาและน้ำเสียง
มันไม่ใช่ใครอื่นใด เจ้านี่คือ Pro-1 นั่นเองครับ

Pro-1 เป็นลำโพงจากค่าย Microlab นั่นเองครับ เป็นลำโพงสัญชาติจีนแท้ๆ
ซึ่ง Microlab ก็ได้สร้างชื่อเสียงไว้กับลำโพงหลายๆรุ่น เช่น Pro-1 หรือตะ
ตระกูล H อย่างเช่น H200 ,H500 หรือจะเป็นสุดยอดลำโพงดูหนังอย่าง X-15 ในตระกูล X
ซึ่งลำโพงค่ายนี้เริ่มมีชื่อเสียงจากรุ่น X3 นั่นเองครับ
ด้วยตัวที่เล็ก ราคาที่สบายกระเป๋า และน้ำเสียงที่คุ้มค่า
ทำให้ลำโพงค่ายนี้มีชื่อเสียงภายในระยะเวลาอันสั้น
แต่วันนี้เราจะมาดูกันว่าเจ้า Pro-1 ที่มีชื่อเสียงนั้นจะดีอย่างชื่อหรือเปล่า
เริ่มด้วยตู้ลำโพงทำจากไม้แท้ๆ

แต่ต้องบอกว่าเป็นงานไม้แล้วเก็บงานด้วยการใช้ลายไม้ปิดทับอีกที
ขอเอารูปลงเฉพาะไม่ใส่หน้ากากผ้าละกันนะครับ
เนื่องจากใส่หน้ากากแล้วดูไม่สวยงามเอาซะเลยครับ
ลำโพงชุดนี้ใช่ว่าจะมีแต่ข้อดี ข้อเสียก็มีมาก อันดับแรกเลย

เจ้านี่ครับ มันไม่ได้ทำจากยาง มันทำจากพลาสติกครับ ดังนั้นมันจะไม่ยึดกับพื้นผิวใดๆทั้งสิ้น
และยังทำให้เสียงแข็งๆอีกด้วย หน้าตรงดูสวยไม่เบานะครับ แอบดูเหมือน Scandyna ด้วยนะ
ก๊อปเค้ามาหรือเปล่าก็ไม่รู้ แอบแซวซะนิดหน่อยอย่าว่ากันนะครับ ^^

ดอกวูฟเฟอร์ใช้ของดีจริงๆครับ ตัวดอกสวยมากๆ
สีดำตัดเหลือง ทำให้นึกถึง B&W จริงๆ แต่เสียง***งชั้นแน่นอนครับ

ดอก tweeter เป็นโดมผ้า โดมผ้าเท่านั้นที่เราต้องการ ถึงจะโดนผ้า
แต่ดูเนื้องานและคุณภาพวัสดุแล้วก็ยังธรรมดา ยังไม่ใช่โดมผ้าที่คุณภาพดีอะไรมากมาย
แต่ยังไงก็ต้องฟังเรื่องเสียงกันอีกที

รูปนี้แถมให้เห็นกันชัดๆอีกรูปนึงครับ

ตู้เปิด ท่อลมด้านหลัง
พร้อมด้วยขั้วลำโพงตามมาตรฐานลำโพงคอมทั่วไป

อุปกรณ์มีเท่าที่จำเป็น
สายสัญญาณแบบ mini to rca
สายลำโพงเส้นบางๆเรียกได้ว่าคุณภาพแย่
สุดท้ายคือรีโมทคอนโทรล

แอมป์แยกจับมาวางนอน ปรับอะไรแทบไม่ได้เลย


มีปุ่มเล็กๆ อันนั้นคือ Input Select
วงกลมอันใหญ่ๆไว้ปรับระดับความดังของเสียง
ปุ่มเล็กๆล่างสุดคือปุ่มเปิด/ปิด

มาดูความสามารถของรีโมทกัน แถวบนสุด จะมีปุ่ม Standby และ MUTE
ถัดลงมาจะเป็น Input Select และฟังก์ชั่น 3D เอาไว้เพิ่มอรรถรสเวลาดูหนัง
ทั้งนี้ยังสามารถปรับบาลานซ์ ซ้าย/ขวา ได้อีกด้วย
ปรับทุ้มและแหลมได้อีกด้วยครับ แต่ที่แอมป์ไม่มีให้กดนะ
ล่างสุดไว้ปรับระดับความดังของเสียง

เสียบ Input ได้สองช่อง แต่ยังคับเป็น RCA เท่านั้น
พร้อมกับขั้วลำโพงด้านล่าง ตัวนี้ประกันหมดเดือนนี้แหละครับ
ในส่วนเครื่องในวันนี้ขอโชว์แค่รูปเดียวละกันครับ
เนื่องจากมันวางซ้อนๆกัน เบอร์ที่ตัวชิพต่างๆจะโดนบังไว้ไม่ให้เห็น ถ้าอยากดู ต้องแกะทั้งหมด -*-
ดังนั้นผมจึงขออณุญาติขอข้ามไปอีกซักตัวนึงนะครับ

ภาพนี้เอาไว้ให้ชมกันว่ามันจะมีแผงวงจรสองแผง ซึ่งมันวางหันหน้าประกบเข้าหากัน
ทำให้มันบังกันเอง ถ่ายรูปไม่ได้อะไรมากมาย
จริงๆในนั้นเหลือพื้นที่เยอะครับ ผมแอบคิดด้วยว่าจับโมเอา DAC จัดลงไปซักตัวยังได้เลย
แล้วเวลาใช้งานก็เสียบแค่ USB ก็ได้ไม่ต้องใช้สายสัญญาณ
โมภาคจ่ายไฟอีกนิดให้จ่ายไปที่ DAC ด้วย เปลี่ยน C นิดหน่อย
คงทำให้ลำโพงชุดนี้น่าใช้ขึ้น และประหยัดที่มากขึ้นอีก
ส่วนเรื่องเสียงต้องขอบอกว่ามันคุ้มราคาดีครับ เปิดมาปุ๊บ ให้ความรู้สึกลำโพงวางหิ้งจริงๆครับ
คงเป็นเพราะตู้มันใหญ่และใช้ดอกลำโพงคุณภาพดี ผมไม่แปลกใจเลยที่ผมเห็นพี่ชายคนหนึ่งของผม
นำเฉพาะตัวตู้ลำโพงไปใช้กับ อินทิเกรต NAD ตัวเล็กๆ แล้วก็ใช้ DAC ที่มีคุณภาพหน่อยอีกซักตัว
ได้ชุดแยกชิ้นราคาเบาๆ โดยที่คุณภาพเสียงคงคุ้มราคามากทีเดียวครับ
แต่ผมขอเล่าให้ฟังกันในแบบที่ไม่ต้องใช้งบเยอะอะไรแบบนั้นดีกว่าครับ
ระบบผมก็เดิมๆ ย้ำอีกครั้ง foobar 1.1.1 + wasapi ใช้ออนบอร์ด realtek 892 นะครับ
สายสัญญาณและสายลำโพงเดิมๆหมดครับ ข้อเสียของ Pro-1 อีกอย่างคือ
สายที่แถมมาคุณภาพแย่หมดเลย ส่วนแอมป์นี่ผมให้มีดีที่มีลูกเล่นเยอะดีครับ
ระบบ 3D ทำให้ดูหนังได้ดีขึ้นจริงๆ
แต่ถ้าเอา 3D มาฟังเพลงจะเจอเสียงร้องแบบ Echo ครับ
(พอดีสะกดภาษาไทยไม่ถูก ขออณุญาติใช้ทับศัพท์เลยนะครับ)
ฟังเจ้านี่ครั้งแรกปั๊บ นอกจากให้ความรู้สึกในเรื่องเสียงเหมือนลำโพงวางหิ้งแล้ว
ยังรับรู้ถึงแรงประทะที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเสียงรัวกระเดื่อง หรือเสียงนักน้องก็ตาม
เสียงเบสลงได้ไม่ลึกเท่าไหร่ แต่ก็เป็นเบสแบบคุณภาพไม่ปริมาณ
จะเอามาฟังเพลงหนักๆมันก็ไปได้ แต่ไปได้ไม่ดีเท่าไหร่ครับ
เบสนอกจากมีหัวเสียงที่ดียังมีหางเสียงอีกด้วย
แต่ก็ต้องยอมรับว่าหางเสียงยานไปนิดในช่วงท้าย
ในส่วนของเสียงกลางจะเสียงกลางเป็นโทนเสียงที่ราบเรียบ
ไม่คัลเลอร์เหมือนตระกูล H ครับ เนื้อเสียงมีความโปร่งฟังแล้วผ่อนคลาย
เนื่องจากลำโพงชุดนี้ต้องใช้ระยะ***งในการจัดวาง
และโต๊ะคอมผมไม่มีพื้นที่มากขนาดนั้น (จากการเดาต้องใช้ระยะ***งประมาณ 1.2m-1.5m)
ผมเลยทำการวางข้างหน้าจอและทำการ toe-out แทนพูดง่ายๆคือหันลำโพงออกด้านนอกแทน
ปกติหันเข้าเพราะต้องการ โฟกัสให้ดีขึ้น แต่เจ้านี่วางชิดแล้วเวทีเสียงไม่ดี ฟังแล้วอึดอัด
จับหันออกปุ๊บเสียงก็ฟังง่ายขึ้นปั๊บ พวกชิ้นเครื่องดนตรีที่ซ้อมกัน มีการตีกันบ้าง
ก็ลดอาการดังกล่าวลงเยอะมาก แต่ก็ต้องเสียงการโฟกัสลงไปบ้าง
ดีที่ฟังใกล้ๆลำโพง ดังนั้นเรื่องตำแหน่งชิ้นดนตรีก็จับได้ง่ายขึ้น
เสียงมีความกังวาลและมีความใสที่ดี ความสะอาดทำได้ดีพอสมควร
พื้นหลังยังไม่สงัด แต่ก็มีความเป็นอนาล๊อคสูง รายละเอียดระยิบระยับมากๆ
ยิ่งฟังยิ่งรู้สึกถึงความคุ้มค่ากับเม็ดเงินที่ต้องจ่าย ใช้ดีจนต้องอยากจะเก็บไว้จริงๆครับ
แต่ข้อเสียก็ยังมีบ้าง เช่นเสียงตำแหน่งเสียงนักร้อง ยืนถอยหลังมากไปนิดหน่อย
ส่วนเรื่องมิติและเวทีเสียงทำได้ดีครับ เวทีเสียงจะกว้างกว่าตัวลำโพง
แต่เนื่องจากความที่เป็นลำโพงวางหิ้งเล็กๆนั้น
ผมจึงต้องบอกว่า มันต้องพิถีพิถันในเรื่องการจัดวาง หากต้องการดึงความสามารถออกมาให้สุด
และท่อลมยิ่งอยู่ด้านหลังยิ่งต้องการจัดวางที่ละเอียดขึ้นไปอีก
ใครว่า Pro-1 เบสน้อย ไม่จริงแน่นอนครับ ใครว่า Pro-1 เหมาะกับเพลงแนว Jazz หรือ Bossa
ก็ไม่จริงครับไม่ว่าจะเพลงร้องหรือ Classic ก็ทำได้ดี Jazz หรือ Bossa ก็ทำได้ดี
ดังนั้น Pro-1 จึงจะเหมาะกับแนวที่เน้นรายละเอียดและเวทีเสียงมากกว่า
หรือจะให้พูดสั้นๆคือมันเหมาะสำหรับการฟังเพลงที่ต้องการความละเมียดละไม
เรื่องไดนามิคก็ทำได้ดีครับ ติดที่เสียงสูงอาจจะแข็งไปนิด แต่ก็คงแก้ได้ง่ายๆไมว่าจะเป็นสายสัญญาณ หรือสายลำโพง รวมถึง Sound Card หรือ DAC ดีๆซักตัว
ก็คงทำให้เจ้า Pro-1 พัฒนาขีดความสามารถไปได้อีกมากโขเลยทีเดียว
จริงๆตอนแรกผมก็กะเอาเข้า Pro-1 ลองต่อแอมป์หลอดของผมเล่นๆดู
แต่ปรากฎว่า ไม่มีสายลำโพงครับ -*-
สายที่ใช้อยู่กับเจ้าแอมป์หลอดน้อง Jolida ของผมมันใหญ่เกินไปที่จะใช้กับ Pro-1 ได้
น่าเสียดายจริงๆครับ ไม่งั้นผมคงเป็นคนแรกในประเทศไทย ที่ลองใช้ Pro-1 กับแอมป์หลอดดู
แต่ใช้แค่เดิมๆเท่านี้ผมก็ว่ามันคุ้มค่าตัวมากๆแล้วครับ
ดังนั้นหากคุณกำลังมองหาลำโพงเอาไว้ฟังเพลงดีๆซักชุด
ในราคาไม่แพงนัก Pro-1 คงเป็นตัวเลือกที่ดีตัวนึงทีเดียว
แต่คุณก็ต้องมีพื้นที่ที่พร้อมในการจัดวางเจ้านี่ด้วยครับ
ผมเองก็ไม่รู้ว่าหากเอาเจ้า Pro-1 วางบนขาตั้งแล้วเสียงจะดีขึ้นอีกเพียงใด
แต่ครั้งจะใช้ขาตั้งลำโพงมาตรฐาน
ก็คงไม่ใช่เรื่อง เพราะราคาขาตั้งลำโพงก็เกือบจะเท่าราคาของ Pro-1 ทั้งชุดอยู่แล้วครับ อิอิ
วันนี้ก็ต้องขอลาไปก่อนจ้า ไว้พบกันใหม่เร็วๆนี้ครับ
ขอบคุณที่ติดตามเรื่องที่ผมนำมาเล่าให้ฟังกันครับ ^^


Comment