Announcement

Collapse
No announcement yet.

ขอถามแบบเด็กๆหน่อยนะครับ - -*

Collapse
X
 
  • Filter
  • Time
  • Show
Clear All
new posts

  • #31
    Originally posted by fenderfree
    ไฟบ้าน 220 volt อย่างมากก็ 10 Amp.
    มิเตอร์ไฟตามบ้าน เล็กสุด nomal 5A > maximum 15A
    ถ้าใหญ่ขึ้นมาหน่อยก็ normal 15A > maximum 45A
    ถ้าโหลดดึงไฟเกินค่าmaximum ก็มิเตอร์ไหม้พัง

    ลองคำนวนค่าPowerดูสิ E=220V , I=15A-45A กำลังไฟสูงสุดเท่าไหร่


    Originally posted by fenderfree
    ไฟรถ 12 volt 60-80 Amp. มะเห็นมันช๊อตเลย
    แบตรถ ความเร็วในการมันปล่อยกระแสช้า ลองเร็วพุ่งปี๊ดแบบไฟบ้านจิ จะได้เห็นไรดีๆ
    Last edited by keang; 22 Apr 2011, 19:44:19.

    Comment


    • #32
      Originally posted by keang View Post
      มิเตอร์ไฟตามบ้าน เล็กสุด nomal 5A > maximum 15A
      ถ้าใหญ่ขึ้นมาหน่อยก็ normal 15A > maximum 45A
      ถ้าโหลดดึงไฟเกินค่าmaximum ก็มิเตอร์ไหม้พัง

      ลองคำนวนค่าPowerดูสิ E=220V , I=15A-45A กำลังไฟสูงสุดเท่าไหร่



      แบตรถ ความเร็วในการมันปล่อยกระแสช้า ลองเร็วพุ่งปี๊ดแบบไฟบ้านจิ จะได้เห็นไรดีๆ
      พี่เก่งเรียนจบอะไรมาเหรอครับ

      Comment


      • #33
        จะตายไม่ตายมันขึ้นอยู่กับเวลาที่โดนช็อตและกระแสที่โดนด้วยครับ
        220VAC 1-5วิ ไม่ตายหรอกครับ ถ้าโนนานๆ ม่องเท่งครับ
        แล้วไฟที่เป็น แสนๆ โวลลต์ น่ะโดนก็ไม่ตายเช่นกัน แต่มันจะมีแรงผลักครับ ผลักให้ลอยไปโดนอะไรไม่รู้แล้วเราก็ตาย555+
        ไฟแรงดันต่ำจะดูดครับ ไฟแรงดันสูงจะผลัก ส่วน220VAC นั้นดูดครับ ส่วนกี่โวลต์จะผลักนั้นผมจำไม่ได้เรียนมาแล้วแต่ลืม

        ที่คนโดนไฟดูดแล้วตายก็เพราะ ใช้หน้ามือสัมผัสครับ สังเกตใหมครับว่าเวลาเสียบปลั๊กไฟเราใช้นิ้วจับ
        เมื่อเกิดการช็อตเกิดขึ้นกล้ามเนื้อโดนกระแสไฟฟ้ากล้ามเนื้อของมนุษย์จะหดตัวโดยอัตโนมัต ทำให้มือเราปล่อยมือจากปลั๊กไฟไม่ได้พอโดนไฟดูดเป็นเวลานาน ก็ตาย
        ส่วนไฟฟ้าแรงสูง เวลาโดนช็อตจะมีแรงผลักและกระแสมหาสาร เราโดนเข้าไปจะกระเด็นอย่างรุนแรงครับ ไม่ก็ตายทันทีคาที่

        เวลาช่างไฟจะตรวจสอบไฟฟ้าว่ามีไฟรั่วหรือไม่เขาจะใช้สันหลังมือครับเพราะโดนดูดกล้ามเนื้อจะหดเราจะกำมือโดยอัตโนมัต จึงไม่โดนดูดนาน จึงไม่ตาย

        เชื่อมั้ยผมเคยโดนไฟ 1.5 โวลต์ดูดแล้วหน้ามืด เจ็บสุดๆ เพราะกระแสของไฟ 1.5 โวลบต์แรงมากตอนนั้นอุตริเล่นสวิตชิ่งกระแสสูงไฟคิดในใจแค่1.5โวล์จิ๊บๆจะกลัวทำไม โดนเข้าเองครับ บอกตรงๆเจ็บโคตร

        อีกครังครับ กับการโมที่ช็อตยุงคือช็อตยุงตายแต่ช็อตแมลงวันไม่ตายก็เลยโมให้กระแสแรงขึ้นช๊ตแมลงวันจะได้ตายๆ
        เชื่อมั้ยว่าไฟฟ้าจากที่ช็อตยุงนั้นมีมากกว่า 1แสนโวลต์ และพอโมเสร็จ เกิดอะไรไม่รู้เผลอกดสวิตช์ครับ
        ผมกระเด็นจากหน้าห้องไปหลังห้องเลยโดนดูดจังจัง รอบห้องมืดไปหมด แล้วก็เจ็บหลังชะมัดพราะโต๊ะคอมอยู่หลังห้องโดนโต๊ะคอมเลยเจ็บ 555+
        มือชากระดิกเกือบไม่ได้หลายนาที่เหมือนกัน ไม่เข็ดฮะกลับมาประกอบจนเสร็จ 555+

        เรื่องไฟฟ้าอันตรายนะครับ ระวังไว้เป็นดีครับ

        นิปา~
        Last edited by KOTONOHA; 22 Apr 2011, 20:32:40.

        Comment


        • #34
          Originally posted by KOTONOHA View Post
          จะตายไม่ตายมันขึ้นอยู่กับเวลาที่โดนช็อตและกระแสที่โดนด้วยครับ
          220VAC 1-5วิ ไม่ตายหรอกครับ ถ้าโนนานๆ ม่องเท่งครับ
          แล้วไฟที่เป็น แสนๆ โวลลต์ น่ะโดนก็ไม่ตายเช่นกัน แต่มันจะมีแรงผลักครับ ผลักให้ลอยไปโดนอะไรไม่รู้แล้วเราก็ตาย555+
          ไฟแรงดันต่ำจะดูดครับ ไฟแรงดันสูงจะผลัก ส่วน220VAC นั้นดูดครับ ส่วนกี่โวลต์จะผลักนั้นผมจำไม่ได้เรียนมาแล้วแต่ลืม

          ที่คนโดนไฟดูดแล้วตายก็เพราะ ใช้หน้ามือสัมผัสครับ สังเกตใหมครับว่าเวลาเสียบปลั๊กไฟเราใช้นิ้วจับ
          เมื่อเกิดการช็อตเกิดขึ้นกล้ามเนื้อโดนกระแสไฟฟ้ากล้ามเนื้อของมนุษย์จะหดตัวโดยอัตโนมัต ทำให้มือเราปล่อยมือจากปลั๊กไฟไม่ได้พอโดนไฟดูดเป็นเวลานาน ก็ตาย
          ส่วนไฟฟ้าแรงสูง เวลาโดนช็อตจะมีแรงผลักและกระแสมหาสาร เราโดนเข้าไปจะกระเด็นอย่างรุนแรงครับ ไม่ก็ตายทันทีคาที่

          เวลาช่างไฟจะตรวจสอบไฟฟ้าว่ามีไฟรั่วหรือไม่เขาจะใช้สันหลังมือครับเพราะโดนดูดกล้ามเนื้อจะหดเราจะกำมือโดยอัตโนมัต จึงไม่โดนดูดนาน จึงไม่ตาย

          เชื่อมั้ยผมเคยโดนไฟ 1.5 โวลต์ดูดแล้วหน้ามืด เจ็บสุดๆ เพราะกระแสของไฟ 1.5 โวลบต์แรงมากตอนนั้นอุตริเล่นสวิตชิ่งกระแสสูงไฟคิดในใจแค่1.5โวล์จิ๊บๆจะกลัวทำไม โดนเข้าเองครับ บอกตรงๆเจ็บโคตร

          อีกครังครับ กับการโมที่ช็อตยุงคือช็อตยุงตายแต่ช็อตแมลงวันไม่ตายก็เลยโมให้กระแสแรงขึ้นช๊ตแมลงวันจะได้ตายๆ
          เชื่อมั้ยว่าไฟฟ้าจากที่ช็อตยุงนั้นมีมากกว่า 1แสนโวลต์ และพอโมเสร็จ เกิดอะไรไม่รู้เผลอกดสวิตช์ครับ
          ผมกระเด็นจากหน้าห้องไปหลังห้องเลยโดนดูดจังจัง รอบห้องมืดไปหมด แล้วก็เจ็บหลังชะมัดพราะโต๊ะคอมอยู่หลังห้องโดนโต๊ะคอมเลยเจ็บ 555+
          มือชากระดิกเกือบไม่ได้หลายนาที่เหมือนกัน ไม่เข็ดฮะกลับมาประกอบจนเสร็จ 555+

          เรื่องไฟฟ้าอันตรายนะครับ ระวังไว้เป็นดีครับ

          นิปา~
          โห ขอบคุณมากๆครับ คนบินได้เพราะหยั่งนี้นี้เอง

          Comment


          • #35
            DC ไฟแบตโวลล์ต่ำแอมป์สูง นี่ไหม้นะครับ ดูในยูทรูปสิ โหละแดงปลั่งเหมือนจะโดนหลอมเลย
            ต่อกลับขั้ว
            BORKED

            Comment


            • #36
              Originally posted by tiger X-fi View Post
              DC ไฟแบตโวลล์ต่ำแอมป์สูง นี่ไหม้นะครับ ดูในยูทรูปสิ โหละแดงปลั่งเหมือนจะโดนหลอมเลย
              ต่อกลับขั้ว
              BORKED
              สรุป ที่ตายเพราะ amp ใช่ไหมครับ

              Comment


              • #37
                Originally posted by poh1998 View Post
                สรุป ที่ตายเพราะ amp ใช่ไหมครับ
                บทที่ 11 การเสียชีวิตจากกระแสไฟฟ้า (electrocution)
                โดย พลตำรวจตรี เลี้ยง หุยประเสริฐ พบ.,อว.(นิติเวชศาสตร์)
                ผู้บังคับการ สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ

                ไฟฟ้ามีคุณอนันต์ต่อมนุษย์โลก นับตั้งแต่ให้แสงสว่างเป็นประการสำคัญแล้ว สามารถนับประโยชน์ต่อไปอีกเป็นร้อยเป็นพัน แต่กระแสไฟฟ้า ก็อาจทำอันตรายต่อร่างกายได้ด้วย จำนวนผู้ที่เสียชีวิตจากกระแสไฟฟ้าที่ส่งมายังสถาบันนิติเวชมีปีละประมาณ ราย ซึ่งนับเป็นจำนวนไม่น้อย และ คงจะมีผู้เสียชีวิตทำนองนี้อีกมากในต่างจังหวัดที่ไม่ได้ส่งศพมาที่สถาบันฯ
                จำนวนกระแสไฟฟ้าที่ทำให้เสียชีวิตคือปริมาณกระแสไฟฟ้า 100 มิลลิแอมแปร์ในเวลา 5 วินาทีเนื่องจากกระแสไฟฟ้าดังกล่าวจะทำให้ หัวใจเต้นริก (ventricular fibrillation) แต่ถ้าได้รับกระแสไฟฟ้าในปริมาณที่สูงมากเช่นได้รับกระแสไฟฟ้าถึง 2 แอมแปร์หรือมากกว่าหัวใจอาจจะ หยุดเต้นทันที
                ตามสูตรการคำนวณปริมาณกระแสไฟฟ้าตามหลักฟิสิกส์ คือ
                A= V/R
                A=กระแสไฟฟ้า หน่วยเป็น แอมแปร์
                V=ความต่างศักย์ไฟฟ้า หน่วยเป็นโวลต์,
                R=ความต้านทานไฟฟ้า หน่วยเป็นโอห์ม

                กระแสไฟฟ้าที่ทางการไฟฟ้าส่งมาให้ใช้ตามบ้านเรือนในขณะนี้ ประเทศไทยใช้ส่งกระแสโดยความต่างศักย์ 220 โวลต์ ส่วนในประเทศอื่นๆอาจจะใช้ประมาณใน ช่วง 110-220 โวลต์ แล้วแต่ความเหมาะสมภายในของแต่ละประเทศ กระแสไฟฟ้าที่เข้าสู่ร่างกายจึงขึ้นอยู่กับความต้านของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ ไฟฟ้าผ่านก่อนรั่วออกมาบวก กับความต้านทานของร่างกาย ความต้านทานของร่างกายมีเฉพาะที่ผิวหนังเท่านั้น แต่ผิวหนังร่างกายของคนเรานั้นมีความต้านทานสูงมาก โดยเฉพาะบริเวณผิวหนังที่แห้ง และหยาบกร้านอาจจะมีความต้านทานต่อกระแสไฟฟ้าสูงถึง 100,000 โอห์ม หากลองคำนวณโดยใช้สูตรดังกล่าว จะได้กระแสไฟฟ้าเพียง 2.2 มิลลิแอมแปร์เท่านั้น คือ

                กระแสไฟฟ้า(แอมแปร์) = ความต่างศักย์ (220 โวลต์)/ ความต้านทาน(100,000 โอห์ม)
                = 220/100,000
                = .0022 แอมแปร์
                = .0022 x 1,000 มิลลิแอมแปร์
                = 2.2 มิลลิแอมแปร์

                ซึ่งกระแสไฟฟ้าปริมาณเท่านี้เพียงทำให้ร่างกายพอรู้สึกได้เท่านั้น แต่ในบริเวณที่ผิวหนังอ่อนนุ่มหรือยิ่งถ้าเปียกชื้นแล้วละก็ ความต้านทานกระแสไฟฟ้าจะลดลงเป็นร้อยเท่าเพราะน้ำเป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดี ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ร่างกายได้รับจะกลายเป็น 220 มิลลิแอมแปร์ และทำให้ถึงตายในเวลาอันรวดเร็ว จึงไม่น่าสงสัยเลยว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ ไฟฟ้ารั่วเข้าสู่ร่างกายเมื่อสัมผัสให้เรารู้สึกกระตุกอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แต่ไม่ทำอันตรายอะไร อยู่มาวันหนึ่งเมื่อเราพึ่งออกจากห้องน้ำ ตัวยังเปียกๆอยู่เกิดไปสัมผัสมันเข้า กลับทำให้เสียชีวิต

                กระแสไฟฟ้าระดับน้อยๆมีผลต่อร่างกายดังนี้
                5 มิลลิแอมแปร์ ทำให้กล้ามเนื้อกระตุก
                15 มิลลิแอมแปร์ ทำให้กล้ามเนื้อหดตัว
                50 มิลลิแอมแปร์ อาจทำให้ผิวหนังไหม้พองเล็กน้อย
                75-100 มิลลิแอมแปร์ อาจทำให้หัวใจเต้นริกและตายได้

                การที่มีคนจับสายไฟฟ้าและเกิดไฟฟ้าลัดวงจรเข้าสู่ฝ่ามือ ทำให้ปล่อยมือจากสายไฟฟ้าไม่ได้จนถูกไฟฟ้าดูดตาย ซึ่งก็เพราะการที่กระแสไฟฟ้าทำให้กล้ามเนื้อหดตัว นี่เอง ไม่ใช่เกิดจากการตกใจจนลนลานไม่ ซึ่งจะเป็นผลให้กระแสไฟฟ้าเข้าสู่ร่างกายจำนวนมากพอที่ทำให้เกิดหัวใจเต้น ริก



                ในกรณีสายไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งเป็นสายไฟที่ความต่างศักย์ไฟฟ้าสูงตามชื่อ เนื่องจากต้องส่งกระแสไฟฟ้าเป็นระยะทางไกลๆ เช่นส่งจากเขื่อนกำเนิดไฟฟ้าไปยังจังหวัดต่างๆเป็นระยะทางหลายร้อยกิโลเมตร ศักย์ไฟฟ้าในสายไฟเหล่านี้อาจสูงถึง 100,000 โวลต์(ในสายไฟฟ้าที่วิ่งมาตามถนน อาจจะถึง60,000-70,000 โวลต์) หรือเป็นสายไฟฟ้าที่เชื่อมต่อกันไปมาภายในแหล่งผลิตไฟฟ้า หรือภายในสถานีจำหน่ายไฟฟ้าย่อยต่างๆ การมีศักย์ไฟฟ้าสูงมากๆนั้น ไฟฟ้าสามารถวิ่งฝ่าอากาศ(หรือจะเรียกว่ากระโดดก็ได้)ไปยังอีกที่หนึ่งโดยไม่ ต้องมีสายไฟฟ้า ระยะ***งที่ไฟฟ้าสามารถ"กระโดด" ได้ขึ้นอยู่กับศักย์ไฟฟ้าในสิ่งนั้นๆดังนี้

                ศักย์ไฟฟ้า 1,000 โวลต์ สามารถ "กระโดด" ได้เป็นระยะทาง 2 - 3 มิลลิเมตร
                ศักย์ไฟฟ้า 5,000 โวลต์ สามารถ "กระโดด" ได้เป็นระยะทาง 1 เซนติเมตร
                ศักย์ไฟฟ้า 20,000 โวลต์ สามารถ "กระโดด" ได้เป็นระยะทาง 6 เซนติเมตร
                ศักย์ไฟฟ้า 100,000 โวลต์ สามารถ "กระโดด" ได้เป็นระยะทาง 30 เซนติเมตร



                กรณีฟ้าผ่า ก็เป็นปรากฏการณ์การ?กระโดด?ของไฟฟ้านี่เอง เนื่องจากศักย์ไฟฟ้าในอากาศในขณะนั้นอาจสูงถึง 1,000,000 โวลต์ และการ"กระโดด" ทำให้เกิดเสียงดัง และมีพลังงานความร้อนเกิดขึ้นด้วย ผู้ที่อยู่ใกล้หรือถูกฟ้าผ่าจึงมักมีร่างกายไหม้เกรียม ฉะนั้นผู้ที่ถูกกระแสไฟฟ้าจากการ"กระโดด"จากสายไฟแรงสูงก็จะมีสภาพเช่นเดียว กัน โดยปกติสายไฟแรงสูงจะถูกโยงไว้สูงจากพื้นดินมากและสถานที่ที่มีสายไฟแรงสูง ก็มักจะมีรั้วกั้นแบ่งเขตไว้อย่างชัดเจนอยู่แล้ว หาควรที่จะฝ่าฝืนเข้าไปในเขตหวงห้ามแต่อย่างใด
                ผู้เสียชีวิตจากไฟฟ้าถูกกระแสไฟฟ้า หรือที่เรียกว่าไฟฟ้า?ลัดวงจร?นี้ มักจะได้รับจากกระแสไฟฟ้าภายในบ้านนั้นเอง อีกส่วนหนึ่งจะเป็นผู้ใช้เครื่องมือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีการปรับศักย์ไฟฟ้า ให้สูงขึ้นเพื่อใช้ในการทำงานบางอย่างซึ่งคนงานเหล่านี้อาจไม่ได้รับคำแนะนำ ให้ระมัดระวังอย่างดีพอ และอีกส่วนหนึ่งคือ ผู้ที่ใช้ไฟฟ้ากับน้ำ เช่น ใช้ไฟฟ้าช๊อตปลา ทำให้กระแสไฟฟ้าไหลเข้าร่างกายได้อย่างง่ายดายถ้าเผอิญส่วนหนึ่งส่วนใดของ ร่างกายสัมผัสกับน้ำซึ่งเป็นอันตราย อย่างยิ่ง สิ่งที่เกิดขึ้นคล้ายกรณีนี้คือถ้ามีน้ำท่วมปลั๊กไฟฟ้าภายในบ้านและไฟฟ้าใน บ้านยังไม่ถูกตัด ผู้อยู่ในน้ำใกล้ปลั๊กไฟฟ้าก็จะได้รับผลเช่นเดียวกัน ในทำนองเดียวกันผู้เขียนเคยตรวจศพผู้ตายชาวต่างประเทศสองคนสามีภรรยาเสีย ชีวิตจากกระแสไฟฟ้า เพราะเดินไปดูไฟไหม้ที่ใกล้โรงแรมที่พัก แล้วสัมผัสกับสายไฟฟ้าที่หักลงมาอยู่ก่อนแล้วและพื้นก็นองด้วยน้ำที่ใช้ดับ ไฟอยู่
                การใช้เครื่องตัดไฟอัตโนมัติเมื่อเกิดไฟฟ้ารั่วติดตั้งภายในบ้านมีประโยชน์ อย่างมากในการรักษาชีวิตเมื่อสัมผัสกับกระแสไฟโดยไม่เจตนา

                ในทางพยาธิสภาพอาจจะแบ่งออกเป็นพยาธิสภาพของการถูกกระแส ไฟฟ้าที่มีความต่างศักย์ต่ำ (ต่อไปจะเรียก"ไฟ แรงต่ำ") กับ ความต่างศักย์สูง ("ไฟแรงสูง") ในรายที่ถูกกระแสไฟแรงต่ำและเกิดอาการหัวใจเต้นริกนั้นผู้ตายอาจจะยังไม่หมด สติทันทีและมักพบว่ามีเวลาร้องเตือนผู้อื่นหรือร้องขอความช่วยเหลืออยู่ชั่ว ขณะหนึ่งก่อนเสียชีวิต เชื่อว่าสมองสามารถขาดออกซิเจนได้ 15 วินาทีก่อนจะหมดสติ การที่หัวใจเต้นริกจากถูกไฟแรงต่ำนี้หัวใจอาจจะกลับคืนมาเต้นเป็นปกติเอง ได้ หรือการใช้การกระตุ้นหัวใจด้วยไฟฟ้าก็อาจจะช่วยได้เช่นกัน
                ในรายถูกกระแสไฟแรงสูง กระแสไฟมักทำอันตรายต่ออวัยวะอื่นๆด้วย เช่น สมอง ซึ่งอาจจะเกิดจากผลของการเกิดความร้อนขันในร่างกาย เช่น ผู้ตายอาจจะมีหัวใจเต้นได้จากการรักษาหรือบางรายสามารถกลับเต้นได้เอง แต่อวัยวะอื่นเช่นการหายใจไม่กลับคืนเพราะศูนย์ควบคุมการหายใจในสมองถูก ทำลายไปเสียแล้ว
                บาดแผลที่ผิวหนัง ในพวกถูกไฟแรงสูงทุกรายจะมีแผลผิวหนังไหม้เกรียม หรือไหม้พอง แต่ในรายที่ถูกไฟแรงต่ำมีเพียง 50 %ซึ่งมักจะเกิดบริเวณ จุดที่กระแสไฟเข้ากับจุดที่ไฟออกจากร่างกายที่ใดที่หนึ่งหรือมีทั้งสองที่ ในกรณีที่กระแสไฟเข้าโดยตัวนำไฟฟ้ามีพื้นผิวกว้างอาจจะไม่พบแผล แต่มักจะพบถ้าสัมผัสกับวัตถุที่มีพื้นผิวเล็กๆ เช่น การถูกไฟฟ้าขณะอยู่ในอ่างน้ำ หรือ ขณะกำลังจับปลาด้วยไฟฟ้า แต่ถ้านิ้วมือถูกสายไฟฟ้าหรือเอานิ้วมือถูกน้ำที่มีกระแสไฟฟ้าเพียงเล็กน้อย ก็จะทำให้เกิดแผลได้ และแผลทางเข้าส่วนใหญ่จะเกิดบริเวณฝ่ามือ ขณะที่แผลออกมักจะเป็นที่เท้า ลักษณะด้วยตาเปล่าที่รุนแรงน้อยที่สุดคือเริ่มพบว่ามีผิวหนังบริเวณนั้นมีสี ขาวผิดกับส่วนที่อยู่ข้างเคียง ขอบแผลจะนูนสูงขึ้นและเว้าลงที่ตรงกลางแผล มากขึ้นจะพบว่าอาจมีเปลี่ยนเป็นสีไหม้เหลือง หรือสีดำเกรียมจากความร้อน มากขึ้นอาจพบว่าการไหม้นั้นไหม้ลึกเข้าเนื้อ เนื้อส่วนนั้นบุ๋มลงไป กลายเป็นแผลไหม้เว้าลงตื้นๆมีขอบไม่เรียบ บางครั้งรอบแผลอาจมีบริเวณที่มีสีแดงจากการคั่งเลือด โดยทั่วไปแผลมักมีขนาดเล็กไม่เกิน 1 - 2 ซม. ทางกล้องจุลทรรศน์ ผิวหนังจะมีลักษณะ Swiss cheese ความร้อนที่เกิดขึ้นเกิดจากการที่กระแสะไฟฟ้าพบสิ่งที่มีความต้านทาน ผิวหนังของผู้ที่ตายแล้วก็มีความต้านทาน ทำให้ผิวหนังได้รับความร้อนและมีการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังด้วยเช่นกัน จึงไม่สามารถวินิจฉัยว่าแผลไหม้นี้เกิดจากเพราะถูกกระแสไฟก่อนตายหรือหลัง ตายในแผลที่ไหม้เพราะไฟฟ้าลัดวงจรนี้อาจจะตรวจพบเศษส่วนเล็กๆของสิ่งที่นำ ไฟฟ้ามาได้โดยการใช้แสกนนิ่งอีเล็คตรอนไมโครสโคป (scanning electronmicroscope)

                ฉะนั้นถ้าพบผู้ตายที่คิดว่าถูกกระแสไฟฟ้า แต่ไม่พบบาดแผลทางเข้า แปลว่าผู้ตายอาจจะถูกไฟฟ้าที่ไม่แรงสูงและพื้นที่ที่สัมผัสกับกระแสไฟฟ้า กว้าง
                ในรายที่ถูกกระไฟแรงสูง จะพบว่ามีความร้อนเกิดขึ้นอย่างมาก ผู้ตายอาจจะไหม้เกรียมทั้งตัวจนเป็นตอตะโก หรือถึงแม้ว่าทางเข้าจะเป็นการสัมผัสกับพื้นที่มีผิวหน้ากว้าง ผิวหนังก็ยังไหม้ หรือไหม้ระดับสามขึ้นไป (third degree burn) และอวัยวะภายในจะถูกทำลายด้วยความร้อน ถ้าพบเป็นจุดไหม้หลายๆแห่งไม่ต่อเนื่องกันบนผิวหนังอาจจะเกิดเพราะการกระโดด ของกระแสไฟที่มีความต่างศักย์สูงดังกล่าวข้างต้น
                พยาธิสภาพทางกล้องจุลทรรศน์ อาจจะเห็นผิวหนังปรากฏเป็นถุงน้ำเล็กๆหลายอัน หรือกรณีที่ไม่ตายทันทีเซลล์ของผิวหนังอาจมีการเรียงตัวของนิวเคลียสมาขนาน กัน(streaming of nuclei)

                การตายจากกระแสไฟฟ้าเกือบทั้งหมดเป็นอุบัติเหตุ การฆ่าตัวตายหรือฆาตกรรมโดยวิธีนี้พบน้อยมาก

                พยาธิสภาพของการตายจากฟ้าผ่า ตามที่กล่าวแล้วว่าจะมีความร้อนเกิดขึ้นอย่างมาก และกระแสไฟฟ้าที่แรงสูงมากกระแทกเข้าร่างกาย จะพบว่าผู้ถูกฟ้าผ่ามีเสื้อผ้าฉีกขาด รองเท้าอาจแตกด้วย ผมมีสภาพหงิกงอ สิ่งของที่ติดกายที่เป็นโลหะจะทำให้เกิดการไหม้ที่ผิวหนังเป็นรูปนั้น เช่น ซิป ปากกา แก้วหูแตก บางครั้งจากการที่เสื้อผ้าฉีกขาด รองเท้าขาดและผู้ถูกฟ้าผ่านอนตายอยู่ข้างถนนอาจมีคนเข้าใจผิดว่าเป็นรถชน ได้ การตายเกิดจากกระแสแรงสูงทำให้หัวใจหยุดเต้นทันที หรือเกิดจากความร้อนทำลายอวัยวะต่างๆ หรือเป็นทั้งสองอย่างก็ได้
                ถ้าฟ้าผ่าไม่ถูกตัวแต่ผ่าลงใกล้ๆ อาจจะรอดชีวิตได้ แต่ผู้นั้นมักจะมีบาดแผลแดงเป็นทางบนผิวหนังเนื่องจากประจุไฟฟ้าบวกผ่านไปบน ผิวหนัง ลักษณะจะเป็นเส้นสีแดงเป็นแฉกคล้ายรากไม้ เกิดขึ้นภายในหนึ่งชั่วโมงหลังฟ้าผ่า และมักจะจางหายไปใน 24 ชั่วโมง เรียกว่า "arborescent"
                อ้างอิงจาก

                Comment


                • #38
                  Originally posted by poh1998
                  พี่เก่งเรียนจบอะไรมาเหรอครับ
                  โรงเรียนประถมวัดลิงขบ หลักสูตรอินเตอร์ ครับ

                  Comment


                  • #39
                    Originally posted by keang View Post
                    โรงเรียนประถมวัดลิงขบ หลักสูตรอินเตอร์ ครับ
                    สงสัยผมจะเป็นรุ่นน้องเรียนจบที่เดียวกันเลย

                    Comment


                    • #40
                      เด็กช่างยกพวกตีโรงเรียนอนุบาลหมีน้อย ???

                      Comment


                      • #41
                        มาตามจดความรู้หน่อย

                        Comment


                        • #42
                          Originally posted by poh1998
                          สรุป ที่ตายเพราะ amp ใช่ไหมครับ
                          ข้างบน ที่เค้าบอกๆกัน ผมว่าเค้าเล่นมุกน่ะ

                          มาม๊ะ ผมให้คำตอบแบบฟันธงเลย
                          ตาย เพราะ ไม่ยอมหายใจครับ

                          Comment


                          • #43
                            Originally posted by keang View Post
                            ข้างบน ที่เค้าบอกๆกัน ผมว่าเค้าเล่นมุกน่ะ

                            มาม๊ะ ผมให้คำตอบแบบฟันธงเลย
                            ตาย เพราะ ไม่ยอมหายใจครับ
                            ทำไมถึงไม่หายใจล่ะครับเนี่ย

                            Comment


                            • #44
                              Originally posted by kroeksit View Post
                              ทำไมถึงไม่หายใจล่ะครับเนี่ย
                              ขี้เกียจหายใจครับ
                              สรุปแล้วคนตาย...เพราะโรคขี้เกียจ....555+

                              Comment


                              • #45
                                Originally posted by tiger X-fi View Post
                                ขี้เกียจหายใจครับ
                                สรุปแล้วคนตาย...เพราะโรคขี้เกียจ....555+
                                มาแนวเดียวกับพ่อผมเลยครับ 555+ (หมายถึงปล่อยมุกน่ะ)

                                Comment

                                Working...
                                X