Announcement

Collapse
No announcement yet.

[Review] เล่นๆกับ Enzo600

Collapse
X
 
  • Filter
  • Time
  • Show
Clear All
new posts

  • [Review] เล่นๆกับ Enzo600

    มารีวิวกันเล่นๆกับ Enzo 600
    รีวิว ณ วันที่ 13/03/2011
    ราคากลางอยู่ราวๆ 3พันบาท

    เกริ่นนำกันซักนิด นี่เป็นการรีวิวลำโพงอย่างเป็นทางการตัวแรกของผม
    จริงๆก็ไม่เชิงทางการหรอกครับ เพราะทำเอามันส์ อยากรู้อยากลอง
    โดยได้การช่วยเหลือในเรื่องลำโพงชุดนี้จากทาง Siamget.com
    เนื่องจากผมไม่มีงบประมาณ ในการเจ็บตัว(ฮา)
    โดยตัวต่อๆไปที่จะเล่าให้ฟังอาจจะใช้ของตัวเอง
    หรือหยิบยืมคนอื่นมา หรือบางทีอาจทะเล้นไปนั่งลองฟังที่อื่นแล้วเอามาเล่าให้ฟังกัน
    ทีนี้ก่อนจะเล่าถึงเรื่องเสียง เรามาดูประวัติของลำโพงตัวนี้ก่อน
    เจ้า Enzo 600 จะมีด้วยกัน 3เวอร์ชั่น นั่นก็คือ Version1 , Version2
    และสุดท้าย Black Edition
    โดยที่ความต่างของแต่ละ Version มีดังนี้

    version1 จะมีสีดำ โดยที่ตัวรีโมทจะไม่มีแสงรอบๆตัว Vol
    และปัญหาที่พบคือปัญหาเสียงรบกวนที่ลำโพง Satellite
    (น่าจะเป็นเสียงจี่ แต่ผมไม่เคยใช้ไม่เคยฟัง -*-)
    version2 ชุดลำโพงสีเทา ตัวรีโมทจะมีแสงรอบๆตัว Vol
    ได้แก้ปัญหาเสียงรบกวนที่ Satellite
    แต่เจอปัญหาเสียงรบกวนที่ Subwoofer แทน
    (เวอร์ชั่นนี้ปรับปรุงแก้ไขปัญหาจากเวอร์ชั่นแรก)



    Black Edition กลับมาเป็นสีดำอีกรอบสีดำทั้งชุด (นั่นคือที่มาของชื่อเวอร์ชั่นนี้)
    และได้แก้ปัญหาเสียงรบกวนจากทั้งสองเวอร์ชั่นแรกแล้ว
    จะเห็นว่าเวอร์ชั่นแรกและ Black Edition นั้นจะเหมือนกันเป๊ะๆเลย
    หากไม่พบปัญหาดังเวอร์ชั่นแรกมี
    แต่กระนั้นผมก็ยังแอบหาวิธีแยกเวอร์ชั่นแรกกับ Black Edition ได้
    เดี๋ยวจะเล่าต่อไปครับ ติดตามชมกันดูครับ : )

    จบตอนแรก
    ตอนสองกำลังเรียบเรียงครับ

  • #2
    ปูเสื่อ รอ

    Comment


    • #3
      รอด้วยคนครับ

      Comment


      • #4
        เหมือนกันครับๆ

        Comment


        • #5
          ท่าทางจะมีคนรอหลายคน คนเยอะแบบนี้กางเต้นท์เลยละกัน

          Comment


          • #6
            มาเล่ากันถึงรูปลักภายนอกของ Black Edition กันครับ
            (ขนาดกล่อง 49 x 31 x 31 หน่วยเป็น cm นะครับ)


            กล่องและพื้นห้องของผมเอง โดยที่ลำโพงชุดนี้มีน้ำหนักไม่มากครับ อุ้มด้วยมือเดียวไหวสบายๆ
            เปิดกล่องมาดูจะเจอของอยู่ไม่กี่ชิ้น ให้มาเท่าที่จำเป็นจริงๆ ไม่มีเผื่ออะไรเลยซักชิ้น
            ด้านบนสุดจะเป็นชุดรีโมทและคู่มือการใช้งาน


            เปิดออกมาอีกชั้นจะพบลำโพง 3 ตัว
            2 Satellite และ 1 Subwoofer หมดแล้วครับทั้งกล่องมีแค่นี้จริงๆ


            มาดูเสปคกัน
            • Power Rating: 70 Watts RMS
            • Bass Driver: 50 Watts
            • Satellites Driver: 2 x 15 Watts
            • Woofer: 6.5"
            • Satellites Driver: 2 x (3" + 1")
            • Volume and Bass Control
            • Wired Control
            ที่มา : http://www.sonicgear.com.sg/?id=2&bc...cid=23&pid=73#

            แกะกล่องแล้วก็มาดูด้านในกันครับ ชำแหละกันสดๆ
            เริ่มด้วยชุดรีโมท จะมีสายสัญญาณมาสองเส้น
            เป็นแจ็ค RCA (ขาว-แดง) 1ชุด อีกชุดจะเป็นแจ็ต 3.5mm

            ต่อด้วยรูสองรู
            นั่นคือรู AUX และ Headphone ครับ
            ซึ่งจากการซนผลที่ได้คือ
            AUX ใช้งานได้ดีไม่มีปัญหาครับ
            แต่ Headphone เสียงเบามากต้องบิดจนเกือบสุด
            ถึงจะขับ Ear-Bud Sony E-888 ของผมได้
            และเสียงที่ได้เรียกว่าเข้าขั้นแย่ครับ เลยไม่แนะนำให้ใช้ช่องนี้


            ตัว Satellite มีทั้งดอก Woofer และ Twister
            (ไม่ใช่ดอกหลอกแน่นอนครับ ลองฟังเสียงก็รู้ครับ)


            น่าเสียดายที่ขั้วเป็นแบบ RCA ทำให้อัพเกรดกันยากนิดนึงครับ
            แต่ก็มีคนซนโมมันจนได้ทั้ง ทั้งภาคสายสัญญาณและตัว Satellite
            เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังในส่วนของ DIY หรือชำแหละเนื้อในให้ดูกันครับ
            เกือบลืมขนาดครับ มาตรฐานชายไทย เอ๊ย 10 x 11.5 x 17.5
            ( ก X ย X ส หน่วยเป็น cm ตามเดิมครับ)



            ด้านหน้าและด้านหลัง (ขนาด 26 x 31.5 x 28 หน่วยเป็น cm นะครับ)
            ด้านหน้าจะมาดุดัน


            ด้านหลังเรียบง่ายมีแต่สิ่งที่จำเป็นอีกแล้ว นั่นคือ
            สวิชเปิด-ปิด / วอลุ่มปรับเบส (เท่าที่ลองปรับเยอะหน่อยฟังมันส์มากครับ)
            สุดท้าย Input และ Output อย่างละ 1 ชุด
            มาลองเจาะลึกกันอีกนิดส์ครับ Input เป็น RCA ขึ้วลำโพง Output ก็เป็น RCA
            วอลุ่มปรับเบส (Subwoofer) ปรับซัก 70% ขึ้นไปของที่บิดได้
            จะได้เบสมันส์กำลังดีครับ เรื่องเบสค่อยว่ากันต่อในเรื่องของเสียง



            ตอนหน้าเรื่องเสียงกำลังเขียนอาจนานหน่อย เพราะต้องเรียบเรียงและลองฟังกันหลายอย่างครับ
            ขอบคุณที่ติดตามชม เห็นคนปู่เสื่อรอตั้งแต่ตอนผมกำลังอัพรูปเลย ขอบคุณครับ _/l\_
            Last edited by Guest; 13 Mar 2011, 17:36:58.

            Comment


            • #7
              ผมงงกับคำว่าแสงครับ มีไฟก็บอกว่ามีไฟไปเลยสิครับ

              ตกลงว่าเวอร์1รอบวอลลุ่มรีโมทไม่มีไฟ แต่เวอร์2รีโมทมันติดไฟสีน้ำเงินมาให้ด้วยไช่มั้ยครับ

              +รอด้วยอีกคน แต่sub enzo 500ผมส่งเคลมไปแล้ว ร้านบอกรอประมาณ1เดือนT_T

              Comment


              • #8
                ชอบครับสีดำดูดุดีครับ

                Comment


                • #9
                  Originally posted by nantong01 View Post
                  ผมงงกับคำว่าแสงครับ มีไฟก็บอกว่ามีไฟไปเลยสิครับ

                  ตกลงว่าเวอร์1รอบวอลลุ่มรีโมทไม่มีไฟ แต่เวอร์2รีโมทมันติดไฟสีน้ำเงินมาให้ด้วยไช่มั้ยครับ

                  +รอด้วยอีกคน แต่sub enzo 500ผมส่งเคลมไปแล้ว ร้านบอกรอประมาณ1เดือนT_T
                  น้อมรับไว้ปรับปรุในอนาคตครับ ส่วนเวอร์ 1 และเวอร์2 ไฟตรงรีโมท เข้าใจถูฏแล้วครับ จริงๆดูตามรูปจะเข้าใจครับ
                  มันเป็นวงสีน้ำเงินเหมือนกัน แต่จะมีไฟกับไม่มีไฟต่างกันครับ

                  ขอตัวไปกินข้าวก่อนครั บแล้วค่อยมาเล่าต่อ แว๊บบบ

                  Comment


                  • #10
                    คนรีวิวไม่อยู่
                    ใครเคยใช้รุ่นนี้ ล้อมวงวิจารณ์กันดีกว่า
                    ถ้าไม่มีคนเคยใช้ ก็ล้อมวงนินทาคนรีวิวแทน

                    Comment


                    • #11
                      ตัวนี้ v.1 ปะ ครับ

                      Comment


                      • #12
                        Originally posted by jojosonic
                        ตัวนี้ v.1 ปะ ครับ
                        คนรีวิวไม่อยู่ ขอเดามั่วตอบแทนไปก่อน ผิดถุกเดี๋ยวรอเค้ามาเฉลยอีกทีครับ

                        น่าจะเป็นV3 Black Edition เพราะ
                        Originally posted by TroRuwA
                        version1 จะมีสีดำ โดยที่ตัวรีโมทจะไม่มีแสงรอบๆตัว Vol

                        Black Edition กลับมาเป็นสีดำอีกรอบสีดำทั้งชุด (นั่นคือที่มาของชื่อเวอร์ชั่นนี้)
                        Originally posted by TroRuwA
                        มาเล่ากันถึงรูปลักภายนอกของ Black Edition กันครับ

                        Comment


                        • #13
                          Originally posted by keang View Post
                          คนรีวิวไม่อยู่
                          ใครเคยใช้รุ่นนี้ ล้อมวงวิจารณ์กันดีกว่า
                          ถ้าไม่มีคนเคยใช้ ก็ล้อมวงนินทาคนรีวิวแทน
                          ผมจะโดนนินทาเหรอครับ ยี้ๆตั้งวงนินทาผม
                          คือที่รีวิวนี่มีอยู่กับตัวครับพี่เคี้ยง อิอิ

                          Originally posted by jojosonic View Post
                          ตัวนี้ v.1 ปะ ครับ
                          Black Edition ครับ คือตัวล่าสุด กินข้าวเสร็จละ ไปเขียนต่อละครับ แว็บบ

                          Comment


                          • #14
                            ภาค3

                            มาว่ากันด้วยเรื่องสำคัญคือเรื่องเสียง
                            คุยกันก่อนว่าผมไม่ใช่หูเทพหูทองหรือมาตรฐานของใครครับ ดังนั้นความเห็นอาจมีไม่ตรงกัน
                            และอาจมีความผิดพลาดได้หลายๆอย่างซึ่งผมอาจจะไม่ทราบได้ แต่จะพยายามเล่าให้ฟังอย่างตรงไปตรงมาที่สุดครับ
                            และเนื่องจากรีวิวที่ผมพยายามเล่าให้ฟังนี้จะเน้นความเป็นบ้านๆและกินอยู่อย่างพอเพียง
                            ดังนั้นจะใช้ของเดิมๆทั้งหมดนะครับ สายสัญญาณและสายลำโพงเดิมๆ ทั้งหมด
                            SC(Sound Card) Onboard
                            ขาตั้งไม่ต้อง อุปกรณ์ปรับอะคูสติกไม่ต้อง คนช่วยฟังไม่มี -*- (ดังนั้นฟังเองเล่าเองครับ)
                            ใช้ที่ไหนวางที่นั่น เน้นการใช้งานจริงครับ เล่นกับของพื้นๆตามประสาบ้านๆครับ
                            Software ก็แค่ foobar Version 1.1.1 ใช้ wasapi บน Win7 32bit แค่นี้ครับ


                            ก่อนที่ผมจะได้สัมผัสเจ้าลำโพงชุดนี้ ด้วยประสบการณ์การเล่นเวบบอร์ดอันยาวนานมากกว่าวันละ 20นาที
                            บางวันอาจมากกว่านั้น (เด็กๆไม่ควรเอาเยี่ยงอย่าง) เยาวชนอายุต่ำกว่า 18ปี ควรมีผู้ปกครองคอยให้คำชี้แนะ
                            Enzo 600 ขึ้นชื่อเรื่องเบสและความจัดจ้าน อังนั้นดังเรื่องเบสผมก็นึกถึงเพลงหนักไว้ก่อน แต่ผมไม่ถนัดทางนี้ซักเท่าไหร่
                            แต่ก็พอฟังบ้าง ก็เอาของที่มีอยู่ฟังบ่อยๆเมื่อสมัยก่อนมาลองละกันครับ เช่น
                            Sadistic desire , Kurenai , Week end , Drain , Silent jealousy ของ X-Japan เป็นเพลงทดสอบความหนักแน่น
                            เริ่มด้วยฟังเสียงแรก ณ เวลาเบิน ผลคือ ขี้หูดิ้นได้ แด๊นซ์กันมันส์มากครับ
                            เนื่องจากแหลมมันจัดจ้านและเสียดแทงหูซะจริงๆครับ
                            ทำให้ทนฟังตอนเบินไม่ได้ เพราะกัดหูมากรับ ฟังได้ไม่ถึงเพลงหูก็ล้าแล้ว
                            แต่เบสดีสมชื่อครับ มีปริมาตรที่เยอะดี หัวเสียงดีหนักแน่น มีน้ำหนัก
                            กลางแหบแห้งเกือบรับไม่ได้กับราคาสามพัน
                            แต่ก็เรื่องปกติของลำโพงยังไม่ได้เบิน ระหว่างเบินก็มีเปิดๆปิดๆไปเรื่อย


                            รอครบประมาณ 100-150ชม. ค่อยมาลองฟังกันอีกที
                            คราวนี้กลางมันไม่แห้งแล้ว เรียกว่าทำได้ไม่เลวครับ
                            ไม่ถึงกับเด่นแต่ก็เรียกว่าอยู่ในความพอดี แหลมยังแอบกัดหูอยู่บ้างเล็กๆน้อยๆ เบสดีกว่าเดิม
                            ปริมาณเบสปรับได้ที่ด้านหลังของตัวซับวูฟเฟอร์ แต่ต้องเร่งเยอะหน่อยครับ ต่างกับวอลุ่ม
                            ปรับนิดเดียวดังแล้ว เบสสุดอยู่ 7นาฬิกา ดังสุดอยู่ที่ 5นาฬิกา เปิดแค่ 8นาฬิกาก็ฟังกันสบายๆครับ
                            ลองเร่งดูก่อน 11นาฬิกาจะเร่งง่ายหมุนสบายๆลื่นๆ แต่ถ้าถึงราวๆซัก 11นาฬิกา จะเร่งยากแล้ว
                            (เหมือนมันจะเตือนว่า เปิดดังเกินไปแล้วนะ) และก็จริงครับมันเริ่มดังเกินที่หูผมจะรับได้ครับ
                            เลยทำให้เทสไม่ได้ว่าเปิดดังไปสุดๆแล้วเสียงตะแตกพล่ารึเปล่า
                            แต่ที่แน่ๆคือพอเปิดถึงซัก 10นาฬิกาเบสเริ่มคราง
                            แปลว่าต้องไปปรับเบสลดลง
                            แต่ถ้าในฟังระดับปกติเบสจะกำลังสนุก (ย้ำครับว่าฟังสนุกจริงๆ)
                            และเป็นซับวูฟเฟอร์ที่เซ็ตค่อนข้างง่าย
                            เนื่องจากท่อลมแอบอยู่ด้านล่าง (แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องเซ็ตนะครับ)


                            เวทีค่อนข้างแคบ แคบไปนิดหน่อย แต่อาจจะเป็นเพราะผมวาง***งกันน้อยไปก็ได้
                            แต่พื้นที่มีเท่านี้ครับ ก็ต้องทำใจรับมันไป
                            การแยกซ้ายขวายังไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่ แต่เรียกว่ามีไม่ขาดหาย
                            ในรูปใช้จอขนาด 21.5 นิ้วนะครับ
                            ระยะ***งวาง***งกันประมาณ 60cm พอดิบพอดี
                            และมีการ toe in นิดหน่อยครับแต่ไม่มาก ไม่น่าถึง 5 องศา


                            ภาพขณะทดสอบ

                            อยากจะบอกว่านอกจากเพลงหนักๆแล้ว เพลงเบาๆฟังสบายๆมันก็ยังทำได้นะครับ
                            แต่ฟังนานๆอาจจะล้าหูง่ายซักหน่อย

                            เครื่องเป่าเครื่องสายทำได้ค่อนข้างดีครับ
                            แต่เครื่องเคาะบางชนิดยังป๋องแป๋งอยู่เลย
                            Upper Bass แย่ครับ ผมให้สอบตกในเรื่องนี้
                            ไม่รู้ว่าเครื่องเคาะที่ป๋องแป๋งกับ Upper Bass นี้
                            จะเป็นย่านความถี่เดียวกันด้วยรึเปล่า
                            เลยอาจจะแย่เพราะเหตุผลเดียวกันก็เป็นได้

                            ลองดูที่รูปกันครับ จะสังเกตุว่าตัวลำโพงมีการเชิดขึ้นนิดหน่อย
                            ทำให้ง่ายต่อการจัดวางขึ้นอีกนิด มาถึงเสียงร้องกันบ้าง
                            เพราะน้อยคนที่จะฟังเพลงที่ไม่มีนักร้อง เสียงร้องอย่างที่บอกครับ
                            มีน้ำเสียงที่พอดิบพอดี คือไม่ล้น ไม่บวม ไม่แห้ง แต่ไม่เด่น คือกลางๆ
                            เสียงสูงแอบกุดเล็กน้อยและโดนใบแดงอีก(ติดแบน ถ้าไม่ฮาขออภัย -*-)
                            เลยแอบกัดหูนิดหน่อย แต่ก็ยังดีกว่าตอนยังไม่เบินเยอะพอตัว
                            ในเรื่อง Dynamic หรือ Ambient หรือว่าพวกศัพท์ที่เข้าใจยากหน่อยผมคงไม่พูดถึงนะครับ
                            เนื่องจากความรู้ผมยังด้อยและยังไม่ได้คาดหวังกับลำโพงชุดราคาย่อมเยาวน์เหล่านี้


                            ขอแอบสรุป แต่ไม่ใช่ฟันธงนะครับ เพราะอยากรู้ต้องลองหาฟังเองครับ
                            ผมยังยืนยันประโยคเดิมๆ 10รีวิวไม่เท่าหูได้ฟัง หรือไม่ว่าจะเป็น
                            ลำโพงถ้าไม่ได้ฟังอย่าซื้อ แม้บางคนจะทำได้ยากก็ตาม
                            แต่ถ้าหากมีโอกาส อยากให้ลองฟังก่อนที่จะได้ซ้อมาใช้กันครับ
                            ฟังได้ค่อนข้างหลายหลายแนว จุดเด่นคือเบสที่หนักแน่น(แต่ลงได้ไม่ลึก)
                            ราคาระดับนี้ได้เบสแบบนี้ฟังสนุกแน่ครับ
                            แหลมกุดและบางไปหน่อย ฟังนานไม่ค่อยได้ล้าหูครับ
                            อัพเกรดลำบากมากๆเพราะทุกอย่างต้องโมอย่างเดียว
                            น้ำหนักเบา ราคาจับต้องได้ ส่วนเรื่องเสียงของทั้งสามเวอร์ชั่นผมไม่อาจทราบได้ว่าแยกต่างกันอย่างไร
                            ต้องขออภัยด้วยจริงๆครับ เนื่องจากไม่มีงบประมาณและเวลาที่เพียงพอในการจัดทำในส่วนนี้


                            มาถึงเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยกัน
                            วิธีแยกว่าเป็น Black Edition หรือว่าเป็น Version1 นั่นก็คือไฟบริเวณตัวซับวูฟเฟอร์ครับ
                            Version1 ไฟจะเป็ฯสีน้ำเงินและแดง ตามรูป(บน)
                            (หารูปมาได้แค่นี้ขออภัยด้วยจริงๆครับ ชัดเจนได้สุดๆเท่านี้แหละครับ T^T)
                            ส่วน Black Edition ไฟจะเป็นสีน้ำเงินและเขียวครับ ดูรูป(ล่าง)ได้เลยถ่ายมาให้ดูกันง่ายๆครับ



                            ยังไม่จบนะครับ ยังเหลือภาคสุดท้ายคือภาคชำแหละด้านใน
                            ใครอยากรู้อยากเห็นดานในรอผมอัพรูปด้านในและเรียบเรียงข้อความซักครู่ครับ
                            Last edited by Guest; 13 Mar 2011, 14:43:21.

                            Comment


                            • #15
                              ภาคสุดท้าย

                              ส่วนนี้ผมเองก็ไม่มีความรู้ครับ และอาจทำให้หลายๆคนดูรูปแล้วถึงกับบ่นพึมพัมว่า นี่มันอะไรกันเนี่ย
                              ผมขอตั้งชื่อส่วนนี้ว่าส่วน DIY ละกันครับ เหมาะสำหรับนัก DIY ที่ต้องการซุกซนกับชุดลำโพงชุดนี้
                              โดยผมจะทำการแกะแงะให้ท่านๆดูว่าลำโพงชุดนี้ด้านในเป็นอย่างไรบ้าง
                              คำเตือน : การเปิดดูภายในอาจทำให้ประกันสิ้นสุดลง
                              เพียงแต่ชุดของผม ได้ทำการขอทาง Soundbox7 แล้วว่าผมขอทำการเปิดดูภายใน โดยที่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวใดๆกับชิ้นส่วนภายใน
                              มาดูกันเลยละกันครับ คำบรรยายอาจจะน้อย เพราะผมไม่รู้จะบรรยายอะไร -*-


                              แผงวงจรและภายในตู้ซับ ภายในตู้ซับบุมาเพียบ เบสเลยตุ๊บตั๊บไม่น่าแปลกใจ
                              ต่อไปผมจะพาชมแผงวงจรเท่าที่ผมจะถ่ายรูปมาให้ท่านๆได้ชมกัน
                              โดยที่ไม่ไปแตะต้องใดๆกับแผงวงจรนะครับ


















                              แอบขอฝากวิธีโมสายลำโพงกับสายสัญญาณของเจ้า Enzo 600 ด้วยครับ
                              แอบไปค้นเจอใน google ตอนหาข้อมูลเพื่อรีวิวลำโพงชุดนี้ครับ




                              สุดท้ายการเล่าของผมก็ขอเกือบจบลงเท่านี้ครับ
                              (ถ้ามีโอกาส อาจจะอัดคลิปลง youtube มาให้ได้ชมกัน)
                              ภาควงจรเป็นเช่นไร รูปลักษณ์ภายนอก ภายใน รวมทั้งเสียงอย่างคร่าวๆ ท่านๆก็พอทราบกันแล้ว
                              สิ่งใดที่ผมเล่าไปแล้วขาดตกบกพร่องก็ขออภัยด้วยครับ ทำทั้งหมดเกือบคนเดียวครับ

                              สุดท้ายขอขอบคุณ :
                              Siamget.com ที่เอื่อเฟื้อชุดลำโพงให้ได้ทดสอบกัน / เพื่อนม่อนที่สละเวลามาถ่ายรูปให้
                              Last edited by Guest; 13 Mar 2011, 15:38:36.

                              Comment

                              Working...
                              X