สืบเนื่องจากกระทู้ "มาแบ่งปันเพลงที่เหมาะกับอากาศหนาวๆเย็นๆกันครับ" ในช่วงนี้อากาศเริ่มเย็น เลยอยากจะสร้างเตาผิงขึ้นมาในร่างกายเสียหน่อย ทำให้นึกถึงดนตรีแนว Smooth Jazz ขึ้นมา ช่วงนี้จึงได้ทยอยนำแนวเพลงดังกล่าวมาฟัง กระตุ้นความคึกคักให้บังเกิดส่งท้ายปี 2553
แนวเพลง Smooth Jazz ในแต่ละอัลบั้มนั้นจริงๆก็มีอยู่หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ฟังสบายๆ อารมณ์เศร้า อารมณ์สนุกสนาน แต่ในที่นี้ผมจะเจาะลึกไปที่แนวย่อย เกี่ยวกับเพลงที่เป็น Groove หรือคือเพลงที่ฟังแล้ว เกิดความสนุสนาน เพลิดเพลิน ชวนให้อยากจะลุกขึ้นมาขยับแข้งขยับขาตามจังหวะเพลง (แต่จะไม่ถึงกับเด่นชัดเท่าเพลง Dance) ผมสะดุดใจกับแนวเพลงนี้ในตอนที่นั่งแท๊กซี่ไปธุระ แล้วบังเอิญ ได้ยินพวกรายการวิทยุ เช่น จ.ส.ร้อย เปิดคั่นเวลา ก็เคยโทรไปถามทางเค้าเหมือนกันว่าเปิดเพลงอะไร แต่เค้าก็ไม่ทราบเพราะไม่ใช่คนเปิด ครั้นจะฝากติดต่อคนที่เปิด ก็ดูจะลำบากอีก เลยนั่งหาข้อมูลเอง คลำๆจนมารู้ว่าอยุ่ในดนตรีแนว Smoot Jazz นั่นเอง และก็พยายมรวบรวมหาวงที่มีเพลงในการเล่นแบบ Groove มาเรื่อยๆ เท่าที่เจอโดยเฉลี่ย เพลงจังหวะนี้ มักจะมีไม่เยอะมาก ไม่ถึง 10% ของเพลงทั้งหมดในแต่ละศิลปินนั้นๆด้วยซ้ำ บางวงมีแค่หนึ่งหรือสองเพลงจากอัลบั้มทั้งหมดเป็นสิบๆอัลบั้มก็มี (คาดว่าคงต้องการทำเพลงที่หลากหลาย เลยไม่ค่อยเน้นหนักไปทาง Groove นัก)
ผมจะมุ่งไปทาง Instrumental Music หรือเพลงบรรเลงล้วนๆ เพราะเวลาฟัง มันจะมีรายละเอียดบางส่วนที่อัดแน่นกว่าเพลงร้อง ซึ่ง Smooth Groove Jazz ในแบบรรเลงนั้น ภาคดนตรีจะเป็นแจ๊สโดยติดกลิ่นอายฟังกี้ จังหวะกลองของแต่ละวงนั้นค่อนข้างจะคล้ายกัน อาจจะต่างกันบ้างในแง่ของความเร็วบีต บางวงก็จะมีเครื่องดนตรีเข้ามาเสริมเช่นคียบอร์ด แซกโซโฟน ฟลุ๊ต ไซดลโฟน หรือ percussion เป็นต้น บาวงก็จะมีการสร้างเสียงสังเคราะห์ หรือเอาบีตแบบ Dance เข้ามาผสมด้วย
ในเมื่อจังหวะกลองที่คล้ายคลึงกัน แล้วอะไรที่เป็นจุดต่าง? เพื่อจำกัดของเขตให้แคบลงอีก ผมขอพูดเฉพาะ Smooth Jazz ที่บรรเลงโดยมี "กีตาร์" เป็นเครื่องดนตรีนำร่อง (เพราะส่วนตัวจะชอบเสียงจากกีตาร์มากที่สุด และฟังวงที่เล่นกีตาร์เด่นเป็นหลัก) การเล่นของแต่ละวงนั้น จังหวะกลองจะตีสม่ำเสมอ และมีลูกส่งตามโอกาส ปล่อยให้กีตาร์เน้นการเล่นโน้ตไปตลอดเพลง เริ่มจากขึ้น Intro ตามด้วยการตีคอร์ดแบบ Mute แทรก (มักใช้นิ้วโป้งตีคอร์ด) จนถึงช่วงที่เล่น Riff ซึ่งเป็นท่อนที่ผู้ฟังจะจำได้แม่นที่สุด อันนี้ก็เป็นจุดที่ทำให้เราสามารถแยกแยะสำเนียงการเล่นของแต่ละวงได้แม้จะมีจังหวะเพลงที่คล้ายกัน (บางวงอาจแยกได้จากเสียงกีตาร์ที่ปรับจูนเลย แต่ส่วนมาก มักจะเซตเสียงที่ค่อนข้างคล้ายกัน และมีหลายวงที่ติดกลิ่นบลูส์ ผสม R & B มาค่อนข้างเข้มข้น) ส่วนเบสนั้น หลายวงก็มักใช้การเล่นแบบ Slap หรือตบเกี่ยว เข้ามาให้ภาคริธึ่มดูแน่นขึ้นและสอดคล้องกับจังหวะเพลง แต่จุดสำคัญอยู่หลังจากนี้ครับ คือช่วงที่เปิดให้นักดนตรีเริ่ม Solo เป็นการแสดงทักษะของนักดนตรีให้ประจักษ์ครับว่า ผู้เล่นจะสามารถนำพาการ Improvise ของตนในแบบอิสระได้โดยสอดคล้องกับท่วงทำนองและบรรเลงได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่ (ทำให้เวลาเราไปฟังพวกเขาเล่นเวอร์ชั่นสดนั้น ท่อน Solo มักจะยาวกว่าที่ฟังในแผ่น เพราะบรรยากาศด้วยส่วนหนึ่ง กระตุ้นอารมณ์ของผู้เล่นทำให้กรีดสายด้วยความพริ้วไหวไปตามจังหวะที่คิดขึ้นในหัวขณะนั้น) จากนั้นจึงต่อด้วยการเล่นทำนองหลักอีกรอบ หรือจะ improvise ต่อไปจนจบเพลง
ผมก็จะลองยกวงบางส่วนที่มีการเล่นน่าสนใจและมีจังหวะสนุก มาให้ลองฟังกันดูครับ (เผื่อใครที่ยังไม่เคยฟังแล้วติดใจ จะให้ต่อยอดไปหาวงอื่นๆที่คล้ายกันมาฟังเพิ่มเติม หรือถ้าฟังแล้วไม่ค่อยถูกใจกับแนวนี้ ก็ผ่านไปเลยครับ)
Nick Colionne - High Flyin'
Brian Hughes Ready for Freddie
Brian Tarquin - Trippin
Chieli Minucci Kickin' It Hard
Chuck Loeb - Tropical (laid back groove)
Jay Soto- Fascination
Joyce Cooling - Cool of the Night
Les Sabler- Club Street
Michael O'Neill - Wes N Les
Nils Pacific Coast Highway
Norman Brown - Stormin
Paul Brown Las Vegas
RUSS FREEMAN-brighter day
Zachary Breaux - Coming Home Baby
Zachary Breaux - Cafe Reggio
จริงๆยังมีอีกหลายเพลงที่น่าสนใจ แต่บังอิญว่าไม่มีใน Youtube ครับ ก็ลองเอามาแนะนำดู พอเป็นน้ำจิ้ม เผื่อใครฟังแล้วติดใจ ก็ลองไปหางานของศิลปินนั้นๆมาฟังเพิ่มเติมครับ
แนวเพลง Smooth Jazz ในแต่ละอัลบั้มนั้นจริงๆก็มีอยู่หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ฟังสบายๆ อารมณ์เศร้า อารมณ์สนุกสนาน แต่ในที่นี้ผมจะเจาะลึกไปที่แนวย่อย เกี่ยวกับเพลงที่เป็น Groove หรือคือเพลงที่ฟังแล้ว เกิดความสนุสนาน เพลิดเพลิน ชวนให้อยากจะลุกขึ้นมาขยับแข้งขยับขาตามจังหวะเพลง (แต่จะไม่ถึงกับเด่นชัดเท่าเพลง Dance) ผมสะดุดใจกับแนวเพลงนี้ในตอนที่นั่งแท๊กซี่ไปธุระ แล้วบังเอิญ ได้ยินพวกรายการวิทยุ เช่น จ.ส.ร้อย เปิดคั่นเวลา ก็เคยโทรไปถามทางเค้าเหมือนกันว่าเปิดเพลงอะไร แต่เค้าก็ไม่ทราบเพราะไม่ใช่คนเปิด ครั้นจะฝากติดต่อคนที่เปิด ก็ดูจะลำบากอีก เลยนั่งหาข้อมูลเอง คลำๆจนมารู้ว่าอยุ่ในดนตรีแนว Smoot Jazz นั่นเอง และก็พยายมรวบรวมหาวงที่มีเพลงในการเล่นแบบ Groove มาเรื่อยๆ เท่าที่เจอโดยเฉลี่ย เพลงจังหวะนี้ มักจะมีไม่เยอะมาก ไม่ถึง 10% ของเพลงทั้งหมดในแต่ละศิลปินนั้นๆด้วยซ้ำ บางวงมีแค่หนึ่งหรือสองเพลงจากอัลบั้มทั้งหมดเป็นสิบๆอัลบั้มก็มี (คาดว่าคงต้องการทำเพลงที่หลากหลาย เลยไม่ค่อยเน้นหนักไปทาง Groove นัก)
ผมจะมุ่งไปทาง Instrumental Music หรือเพลงบรรเลงล้วนๆ เพราะเวลาฟัง มันจะมีรายละเอียดบางส่วนที่อัดแน่นกว่าเพลงร้อง ซึ่ง Smooth Groove Jazz ในแบบรรเลงนั้น ภาคดนตรีจะเป็นแจ๊สโดยติดกลิ่นอายฟังกี้ จังหวะกลองของแต่ละวงนั้นค่อนข้างจะคล้ายกัน อาจจะต่างกันบ้างในแง่ของความเร็วบีต บางวงก็จะมีเครื่องดนตรีเข้ามาเสริมเช่นคียบอร์ด แซกโซโฟน ฟลุ๊ต ไซดลโฟน หรือ percussion เป็นต้น บาวงก็จะมีการสร้างเสียงสังเคราะห์ หรือเอาบีตแบบ Dance เข้ามาผสมด้วย
ในเมื่อจังหวะกลองที่คล้ายคลึงกัน แล้วอะไรที่เป็นจุดต่าง? เพื่อจำกัดของเขตให้แคบลงอีก ผมขอพูดเฉพาะ Smooth Jazz ที่บรรเลงโดยมี "กีตาร์" เป็นเครื่องดนตรีนำร่อง (เพราะส่วนตัวจะชอบเสียงจากกีตาร์มากที่สุด และฟังวงที่เล่นกีตาร์เด่นเป็นหลัก) การเล่นของแต่ละวงนั้น จังหวะกลองจะตีสม่ำเสมอ และมีลูกส่งตามโอกาส ปล่อยให้กีตาร์เน้นการเล่นโน้ตไปตลอดเพลง เริ่มจากขึ้น Intro ตามด้วยการตีคอร์ดแบบ Mute แทรก (มักใช้นิ้วโป้งตีคอร์ด) จนถึงช่วงที่เล่น Riff ซึ่งเป็นท่อนที่ผู้ฟังจะจำได้แม่นที่สุด อันนี้ก็เป็นจุดที่ทำให้เราสามารถแยกแยะสำเนียงการเล่นของแต่ละวงได้แม้จะมีจังหวะเพลงที่คล้ายกัน (บางวงอาจแยกได้จากเสียงกีตาร์ที่ปรับจูนเลย แต่ส่วนมาก มักจะเซตเสียงที่ค่อนข้างคล้ายกัน และมีหลายวงที่ติดกลิ่นบลูส์ ผสม R & B มาค่อนข้างเข้มข้น) ส่วนเบสนั้น หลายวงก็มักใช้การเล่นแบบ Slap หรือตบเกี่ยว เข้ามาให้ภาคริธึ่มดูแน่นขึ้นและสอดคล้องกับจังหวะเพลง แต่จุดสำคัญอยู่หลังจากนี้ครับ คือช่วงที่เปิดให้นักดนตรีเริ่ม Solo เป็นการแสดงทักษะของนักดนตรีให้ประจักษ์ครับว่า ผู้เล่นจะสามารถนำพาการ Improvise ของตนในแบบอิสระได้โดยสอดคล้องกับท่วงทำนองและบรรเลงได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่ (ทำให้เวลาเราไปฟังพวกเขาเล่นเวอร์ชั่นสดนั้น ท่อน Solo มักจะยาวกว่าที่ฟังในแผ่น เพราะบรรยากาศด้วยส่วนหนึ่ง กระตุ้นอารมณ์ของผู้เล่นทำให้กรีดสายด้วยความพริ้วไหวไปตามจังหวะที่คิดขึ้นในหัวขณะนั้น) จากนั้นจึงต่อด้วยการเล่นทำนองหลักอีกรอบ หรือจะ improvise ต่อไปจนจบเพลง
ผมก็จะลองยกวงบางส่วนที่มีการเล่นน่าสนใจและมีจังหวะสนุก มาให้ลองฟังกันดูครับ (เผื่อใครที่ยังไม่เคยฟังแล้วติดใจ จะให้ต่อยอดไปหาวงอื่นๆที่คล้ายกันมาฟังเพิ่มเติม หรือถ้าฟังแล้วไม่ค่อยถูกใจกับแนวนี้ ก็ผ่านไปเลยครับ)
Nick Colionne - High Flyin'
Brian Hughes Ready for Freddie
Brian Tarquin - Trippin
Chieli Minucci Kickin' It Hard
Chuck Loeb - Tropical (laid back groove)
Jay Soto- Fascination
Joyce Cooling - Cool of the Night
Les Sabler- Club Street
Michael O'Neill - Wes N Les
Nils Pacific Coast Highway
Norman Brown - Stormin
Paul Brown Las Vegas
RUSS FREEMAN-brighter day
Zachary Breaux - Coming Home Baby
Zachary Breaux - Cafe Reggio
จริงๆยังมีอีกหลายเพลงที่น่าสนใจ แต่บังอิญว่าไม่มีใน Youtube ครับ ก็ลองเอามาแนะนำดู พอเป็นน้ำจิ้ม เผื่อใครฟังแล้วติดใจ ก็ลองไปหางานของศิลปินนั้นๆมาฟังเพิ่มเติมครับ