Originally posted by Buddykung
View Post
Announcement
Collapse
No announcement yet.
เผยโฉม 'Windows 8' กับภาพลักษณ์ใหม่แกะกล่อง?
Collapse
X
-
8 คุณสมบัติสุดเริ่ดใน Windows 8
8 คุณสมบัติสุดเริ่ดใน Windows 8
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 14 กันยายน 2554 19:20 น.
อย่ามัวแต่บ่นว่า Windows 7 ยังไม่ทันได้ใช้ Windows 8 ก็แจ้งเกิดออกมาแล้ว ตามไปตรวจแถว 8 คุณสมบัติสุดเวิร์กของระบบปฏิบัติการรุ่นต่อไปของไมโครซอฟท์ที่ทำให้สื่อมวลชนและนักพัฒนาในงาน Windows Build Conference ออกอาการอึ้งและทึ่งมาแล้ว
คุณสมบัติโดยรวมของ Windows 8 คือผู้ใช้สามารถเลือกใช้งานได้ 2 มุมมอง คือ "Desktop View" รูปแบบคลาสสิกสำหรับใช้งานบนคอมพิวเตอร์พีซี และ "Metro View" รูปแบบสำหรับใช้งานบนแท็บเล็ตหรืออุปกรณ์หน้าจอสัมผัส ทั้งหมดนี้ ไมโครซอฟท์ยืนยันว่าวินโดวส์เวอร์ชัน 8 จะยังไม่พร้อมวางตลาดจนกว่าจะถึงปีหน้า (2012)
สำหรับ 8 คุณสมบัติต่อไปนี้ถูกคัดเลือกมาจากคุณสมบัติใหม่ "หลายร้อยจุด" ซึ่งสตีฟ ไซนอฟสกี้ (Steve Sinofsky) ประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์วินโดวส์และวินโดวส์ไลฟ์ระบุไว้ ทั้งหมดเป็นคุณสมบัติที่ทำให้สื่อต่างชาติลุกจากเก้าอี้เพื่อมองให้ถนัดว่าคุณสมบัตินั้นทำงานอย่างไร ถือเป็นส่วนหนึ่งของคุณสมบัติที่เชื่อว่าจะทำให้สาวกวินโดวส์ตื่นเต้นที่สุดในบรรดาข้อมูลของ Windows 8 ที่ถูกประกาศออกมาในขณะนี้
เพียงแตะภาพสาวที่จมูก จากนั้นแตะที่แก้วน้ำมะนาว แล้วลากนิ้วปาดจากขอบเรือมาสู่ขอบแก้ว ก็สามารถปลดล็อกเครื่อง Windows 8 ได้อย่างเก๋ไก๋
1. ปลดล็อกด้วยการแตะ-ปาดภาพ
ทีมไมโครซอฟท์คุยฟุ้งถึงระบบป้อนรหัสผ่านแนวใหม่ที่จะทำให้ผู้ใช้มีทางเลือกอื่นในการปลดล็อกหน้าจอคอมพิวเตอร์ Windows 8 จากเดิมที่สาวกวินโดวส์จะต้องพิมพ์รหัสผ่านที่เป็นตัวอักษร แต่ Windows 8 จะทำให้ผู้ใช้ป้อนรหัสผ่านด้วยการ "ปาดและแตะ" ภาพ ซึ่งจะให้อารมณ์ที่คล้ายกับผู้ใช้อุปกรณ์พกพาแอนดรอยด์ (Android) เล็กน้อย
ระบบรหัสผ่านใหม่ของ Windows 8 จะเปิดให้ผู้ใช้สามารถตั้งรหัสผ่านได้ด้วยการเลือกรูปภาพ และเลือกพื้นที่ภาพที่ต้องการแตะและปาดเพื่อปลดล็อกเครื่อง จากการสาธิตของ Julie Larson-Green รองประธานกลุ่มธุรกิจองค์กร ผลิตภัณฑ์วินโดวส์ ในงานประชุม Windows Build เธอสามารถเลือกภาพลูกสาวซึ่งยืนอยู่บนเรือสำราญพร้อมแก้วน้ำมะนาวในมือ ซึ่งเมื่อเธอแตะภาพลูกสาวที่จมูก จากนั้นที่แก้วน้ำมะนาว แล้วลากนิ้วปาดจากขอบเรือมาสู่ขอบแก้ว ก็สามารถปลดล็อกได้อย่างเก๋ไก๋
Windows 8 สามารถแสดงข้อมูลอีเมลใหม่บน Lock Screen ทำให้ผู้ใช้ Windows 8 สามารถทราบได้ทันทีว่าได้พลาดอะไรไปเมื่อไม่อยู่หน้าเครื่อง
2. แจ้งเตือนอีเมลใหม่บนหน้าจอล็อกเครื่อง
ไมโครซอฟท์ดัดแปลงความสามารถในการแสดงข้อมูลบน Lock Screen หรือหน้าจอที่แสดงว่าเครื่องสมาร์ทโฟนถูกล็อกมาใช้อย่างฉลาด โดยแทนที่จะแสดงเป็นภาพนิ่งหรือนาฬิกาทั่วไป แต่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ Windows 8 จะสามารถรับรู้ข้อมูลใหม่ทั้งปฏิทินงานที่ใกล้มาถึงและอีเมลใหม่ได้แม้จะอยู่***งจากคีย์บอร์ดไปนาน การดึงข้อมูลแจ้งเตือนแบบอัตโนมัตินี้เชื่อว่าจะมีประโยชน์อย่างมากต่อผู้ใช้คอมพิวเตอร์พีซี เช่นเดียวกับที่มีประโยชน์กับผู้ใช้สมาร์ทโฟนพกพามาแล้ว
แม้จะเป็นการอัปเกรดที่ไม่มาก และประหยัดเวลาให้ผู้ใช้ไม่เกิน 2 วินาที แต่คุณสมบัติข้อนี้ทำให้ผู้ใช้ Windows 8 สามารถทราบได้ทันทีว่าได้พลาดอะไรไปเมื่อไม่อยู่หน้าเครื่อง ขณะเดียวกันก็ลดความจำเป็นในการปลดล็อกเครื่องลง โดยระบบสามารถอัปเดทข้อมูลใหม่ให้กับผู้ใช้พีซีที่พักเครื่องไปนานได้ สำหรับในอุปกรณ์พกพา หน้าจอ Lock Screen ของ Windows 8 สามารถแสดงข้อมูลแบตเตอรี่ เวลา และข้อความสนทนาใหม่ได้ครบถ้วน
3. เร็วจริงอะไรจริง
ความเร็วของ Windows 8 สร้างความฮือฮาเหลือเกินในงาน Build Conference ทั้งหมดกินเวลาไม่เกิน 8 วินาที
หลักการทำงานของ Windows 8 ที่ทำให้สามารถเปิดการทำงานได้เร็วเช่นนี้นั้นมีลักษณะเดียวกับระบบปฏิบัติการของแอปเปิล คือการไม่ปิดการทำงานของเคอร์แนลแต่ใช้วิธีการพักชั่วคราวเพื่อให้สามารถเปิดกลับมาทำงานอีกครั้งได้แบบทันที วิดีโอสาธิตข้างบนนี้ทำให้เห็นว่าโน้ตบุ๊กที่ไม่ได้เสียบไฟและไม่มีแหล่งพลังงานก็สามารถใช้เวลาเปิด Windows 8 ในเวลาพริบตาเดียว
ปุ่ม Refresh ระบบในเมนู General ภายในหน้า Control Panel ของ Windows 8
4. ทำ System Refresh โดยไฟล์ไม่หาย
คุณสมบัตินี้ไม่ได้แปลว่าสาวกวินโดวส์ไม่จำเป็นต้องสำรองไฟล์ในไดร์ฟพกพาหรือเลิกใช้บริการ Dropbox อีกต่อไป แต่หมายถึงไมโครซอฟท์การันตีว่าผู้ใช้ Windows 8 จะสามารถรีสโตร์หรือตั้งค่าระบบใหม่โดยไม่ทำให้ไฟล์เพลง ภาพยนตร์ หรือเอกสารที่ทำไว้หายไป
คุณสมบัตินี้อยู่ในรูปปุ่ม Refresh ระบบในเมนู General ภายในหน้า Control Panel ซึ่งไมโครซอฟท์ประกาศชัดเจนพร้อมกับเสนอปุ่มให้ผู้ใช้กดเพื่อเริ่มรีสโตร์ระบบ ถือเป็นการเพิ่มความอุ่นใจให้กับผู้ใช้พีซีทั่วไปอีกมาก
Task Manager ใหม่ใช้ง่ายของ Windows 8
5. หน้า Task Manager ใหม่ใช้ง่าย
ผู้บริหารไมโครซอฟท์นั้นกล่าวไว้ในงาน Build Conference ว่า ไมโครซอฟท์ออกแบบหน้าต่างจัดการงานหรือ task manager ใหม่ต่อเนื่องมานานกว่า 10 ปีแล้ว ครั้งนี้ Windows 8 ก็ถูกออกแบบให้อีกครั้งให้มีรูปแบบการอ่านและใช้งานได้ง่ายกว่าเดิม
จุดเด่นของทาสก์แมเนเจอร์ใน Windows 8 ไม่ได้อยู่ที่การจัดข้อมูลในรูปตารางที่อ่านง่ายกว่าเดิมเท่านั้น แต่อยู่ที่เปิดให้ผู้ใช้สามารถเพิ่มหรือลบรายชื่อโปรแกรมที่ต้องการให้ระบบเปิดใช้งานอัตโนมัติเมื่อเริ่มเปิดเครื่อง จุดนี้ถือเป็นคุณสมบัติที่สามารถป้องกันมัลแวร์หรือซอฟต์แวร์ประสงค์ร้ายได้มาก แถมยังประหยัดกำลังของหน่วยประมวลผลได้ทั้งในอุปกรณ์พกพาและคอมพิวเตอร์พีซี
คีย์บอร์ดเสมือนที่แยกจากกันเป็น 2 ฝั่งของ Windows 8
6. คีย์บอร์ดแยกเพื่อการพิมพ์ด้วยนิ้วโป้ง
ต้องปรบมือให้ความสามารถนี้ของ Windows 8 เพราะไมโครซอฟท์เข้าใจหัวอกของผู้ใช้แท็บเล็ตทั่วโลกได้ดีเหลือเกิน ซึ่งนับจากนี้ หากชาวแท็บเล็ตถือจับเครื่องด้วย 2 มือ ก็จะสามารถพิมพ์งานด้วยนิ้วโป้งได้ สะดวกกว่าการพิมพ์บนคีย์บอร์ดเดิมซึ่งต้องใช้การเคลื่อนมือทั้งมือ
ไมโครซอฟท์พัฒนาให้ Windows 8 มีคีย์บอร์ดเสมือนที่แยกจากกันเป็น 2 ฝั่ง แทนที่จะติดกันเป็นแพอยู่ชิดขอบจอ คุณสมบัตินี้ถูกวิเคราะห์ว่าจะช่วยให้ชาววินโดวส์สามารถทำงานขณะเคลื่อนที่ได้ดีกว่าเดิม ซึ่งหากไม่จำเป็น ผู้ใช้ Windows 8 ก็สามารถเลือกใช้คีย์บอร์ด QWERTY ติดกันแบบปกติได้
ผู้ใช้ Windows 8 สามารถกดที่ปุ่ม "Share Charm" เพื่อเปิดไซด์บาร์หรือแถบเมนูที่จะเลื่อนมาจากด้านข้าง
7. แชร์แสนสะดวก
ใน 'Metro View' ผู้ใช้ Windows 8 สามารถกดที่ปุ่ม "Share Charm" เพื่อเปิดไซด์บาร์หรือแถบเมนูที่จะเลื่อนมาจากด้านข้าง ซึ่งจะเปิดทางให้ผู้ใช้เลือกแบ่งปันข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันที่ต่างกันได้ ความสามารถนี้สะท้อนว่าไมโครซอฟท์ให้ความสำคัญเรื่องการโต้ตอบและการสื่อสารของผู้ใช้อย่างมาก
และเมื่อโปรแกรมที่รองรับ Windows 7 สามารถทำงานบน Windows 8 ได้ ความสามารถในการแชร์ข้อมูลจึงสะท้อนว่าไมโครซอฟท์กำลังพยายามดันบริการ Windows Live สู่ระบบคลาวด์มากขึ้น ผู้ใช้ Windows 8 สามารถแบ่งปันข้อมูลที่ต้องการแก่ใครก็ได้ที่มีอีเมลแอดเดรส โดยกดปุ่ม Send ในโปรแกรม Share
ไมโครซอฟท์ยืนยันว่า Windows 8 ใช้แรมเพียง 281MB ในการเปิดทำงาน เทียบกับ 404MB ของ Windows 7
8. ใช้ RAM น้อยลง (มาก)
ก่อนหน้านี้ ทุกคนอาจจะคิดว่าคุณสมบัติเริ่ดหรูของ Windows 8 ทั้งอินเทอร์เฟซสวยงาม การรองรับเทคโนโลยีสัมผัส รวมถึงการทำงานแบบเสมือน จะทำให้ Windows 8 ใช้งานหน่วยความจำสำรองหรือ RAM จำนวนมหาศาล แต่เปล่าเลย ผู้บริหารไมโครซอฟท์ยืนยันว่า Windows 8 ใช้แรมเพียง 281MB ในการเปิดทำงาน เทียบกับ 404MB ของ Windows 7
อย่างไรก็ตาม ปริมาณการประหยัดแรมที่น่าประทับใจนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลง เพราะคุณสมบัติทั้งหมดมาจาก Windows 8 เวอร์ชันทดสอบ ซึ่งไมโครซอฟท์ยังต้องนำเสียงตอบรับมาพัฒนาอีกในอนาคต
Company Related Link :
Microsoft
Comment
-
ไมโครซอฟท์ร่วมวงแอปเปิลคว่ำบาตร "Flash"
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 16 กันยายน 2554 10:44 น.
แท็บเล็ต Windows 8 จากซัมซุงในงานประชุม Build Conference ล่าสุดไมโครซอฟท์ยอมรับตรงๆว่าระบบปฏิบัติการวินโดวส์เวอร์ชันใหม่ล่าสุด "วินโดวส์ 8 (Windows 8)" เวอร์ชันมุมมอง Metro View นั้นจะไม่รองรับแฟลชและลูกเล่นเสริม (plug-in) อื่นๆ
ดูเหมือนว่าอนาคตของรูปแบบไฟล์ภาพเคลื่อนไหวนามสกุลแฟลช (Flash) ในตลาดอุปกรณ์พกพานั้นมีความเสี่ยงถูกหรี่แสงลงเรื่อยๆ เพราะยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตระบบปฏิบัติการระดับโลกทยอยไม่สนับสนุนแฟลชอย่างชัดเจน โดยไมโครซอฟท์ยอมรับว่าระบบปฏิบัติการวินโดวส์เวอร์ชันใหม่ล่าสุด "วินโดวส์ 8 (Windows 8)" เวอร์ชันมุมมอง Metro View สำหรับอุปกรณ์แท็บเล็ตหน้าจอทัชสกรีนนั้นจะไม่รองรับแฟลชและโปรแกรมลูกเล่นเสริม (plug-in) อื่นๆ ถือเป็นการเดินตามรอยคู่แข่งอย่างแอปเปิลซึ่งตั้งใจคว่ำบาตรให้อุปกรณ์พกพาทั้งไอโฟน ไอแพด และไอพ็อดทัชไม่รองรับแฟลชมาตลอด
Dean Hachamovitch หัวหน้าทีมพัฒนาเว็บเบราว์เซอร์ไออี (Internet Explorer) ประกาศชัดเจนว่า Windows 8 เวอร์ชันมุมมอง Metro View จะรองรับมาตรฐานเว็บไซต์ HTML5 เท่านั้น โดยหากมีการเปิดเว็บไซต์ที่มีรูปแบบไฟล์เคลื่อนไหวอื่นอย่าง ActiveX ระบบปฎิบัติการจะส่งผู้ใช้ออกจากมุมมอง Metro ไปยังมุมมองคลาสสิกสไตล์คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะดั้งเดิมแทน
Hachamovitch อธิบายเหตุผลในการพัฒนาเบราว์เซอร์ IE เวอร์ชันสำหรับอุปกรณ์หน้าจอสัมผัสที่ไม่รองรับแฟลชและโปรแกรมเสริมอื่นๆว่าต้องการยกระดับการยืดอายุแบตเตอรี่เครื่องและความปลอดภัย รวมถึงความเสถียรและปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน ซึ่งเป็นเหตุผลเดียวกับแอปเปิลที่ไม่สนับสนุนแฟลชในสินค้าตระกูลพกพาของตัวเอง
?การทำให้เบราว์เซอร์เข้ากันได้กับเทคโนโลยี plug-in เดิมๆนั้นจะลดค่าประสบการณ์ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบนวินโดวส์ 8 หน้าโปรแกรมแบบ Metro ลง มากกว่าที่จะพัฒนาขึ้น? Hachamovitch ระบุในบล็อกของไมโครซอฟท์
แน่นอนว่าเรื่องนี้ บริษัทอโดบี (Adobe) ซึ่งเป็นเจ้าของเทคโนโลยีแฟลชนั้นออกมาปกป้องแฟลชในทันที โดยระบุว่าแม้อุปกรณ์พกพาของไมโครซอฟท์จะไม่รองรับแฟลช แต่คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและโน้ตบุ๊กก็จะยังรอบรับแฟลชได้อยู่ดี เท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้แฟลชสามารถอยู่ยงในสังเวียนมาตรฐานเว็บได้ต่อไป
?เราคาดว่าคอมพ์ตั้งโต๊ะระบบปฏิบัติการวินโดวส์จะได้รับความนิยมต่อเนื่องอีกหลายปี ซึ่งคอมพ์เหล่านี้จะสนับสนุนแฟลชได้ ทั้งเกมออนไลน์และวิดีโอที่พัฒนาบนเทคโนโลยีแฟลช? ตามคำกล่าวของผู้บริหารอโดบีในรายงานของ Wired.com
554000012510301.JPEG
นี่ถือเป็นอีกขวากหนามของเทคโนโลยีอโดบีในวงการอุปกรณ์พกพา ก่อนหน้านี้ แฟลชถูกแอปเปิลสั่งแบนแบบต่อเนื่องในระบบปฏิบัติการสำหรับอุปกรณ์พกพาของแอปเปิล จนล่าสุด แอปเปิลตัดสินใจไม่สนับสนุนแฟลชทั้งในสินค้ากลุ่มคอมพิวเตอร์พกพาอย่าง MacBook Air รุ่นปี 2010 ซึ่งทำให้คอมพ์พกพาหน้าจอ 11 นิ้วนี้มีแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นอีก 2 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม ยักษ์ใหญ่อย่างกูเกิลก็ยังพัฒนาให้แอนดรอยด์ (Android) สามารถรองรับแฟลชต่อเนื่องในปัจจุบัน (นับตั้งแต่เวอร์ชัน 2.2 หรือ Froyo) ทำให้สมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์หลากรุ่นในท้องตลาดสามารถแสดงผลแฟลชได้เหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์ แม้จะทำได้ไม่ดีนักเพราะแฟลชนั้นต้องการทรัพยากรสูงในการทำงาน ทั้งหมดนี้นักวิเคราะห์เชื่อว่ายังไม่ชัดเจนว่าแอนดรอยด์จะยังรองรับแฟลชต่อไปหรือไม่ เพราะแฟลชคือ 1 ในจุดขายที่สำคัญของแอนดรอยด์ ขณะเดียวกันแฟลชก็ทำให้แท็บเล็ตแอนดรอยด์ไม่เร็วทันใจเหมือนแท็บเล็ตแบรนด์อื่น
นอกจากนี้ ยังมีระบบปฏิบัติการคิวเอ็นเอ็กซ์ (QNX) ในแท็บเล็ตตระกูลบีบีอย่างเพลย์บุ๊ก (BlackBerry PlayBook) ที่สามารถรองรับแฟลชได้อย่างไร้ที่ติ ซึ่งการทดลองโดย Wired.com พบว่าเกมและเว็บไซต์แฟลชนั้นสามารถทำงานบนเพลย์บุ๊กได้ดีที่สุดเมื่อเทียบกับแท็บเล็ตแบรนด์อื่น
ข่าวนี้ถือเป็นอีกหนึ่งชัยชนะของ HTML5 ซึ่งกำลังมาแทนที่มาตรฐานภาพเคลื่อนไหวอย่าง Adobe Flash ปัจจุบันมาตรฐาน HTML5 ถูกใช้ในบริการวิดีโอสตรีมมิ่งเพื่อการดูวิดีโอออนไลน์แบบลื่นไหลบนไอแพด โดยการสำรวจประจำเดือนมีนาคมที่ผ่านมา พบว่าวิดีโอบนเว็บไซต์ทั้วโลกกว่า 63% นั้นรองรับมาตรฐาน HTML5 ทั้งสิ้น สวนทางกับแฟลชซึ่งกำลังลดบทบาทลง
และแม้แฟลชจะลดบทบาทลง แต่อโดบีก็ไม่ได้ยอมลดบทบาทตาม โดยกำลังพัฒนาเครื่องมือแปลงไฟล์แฟลชให้รองรับมาตรฐาน HTML5 ในชื่อ Edge ซึ่งกำลังเปิดให้นักพัฒนาทดสอบอยู่ในขณะนี้ ขณะเดียวกันยังมีแพลตฟอร์มการทำงานใหม่ Adobe AIR เพื่อให้นักพัฒนาสามารถใช้ไฟล์แฟลชและเครื่องมืออื่นในการพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันแบบสแตนอโลนเพื่อใช้ในอุปกรณ์พกพาด้วย
Company Related Links :
Adobe
Apple
Microsoft
Comment
-
เดิมพันไมโครซอฟท์ !?! (Cyber Weekend)
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 กันยายน 2554 11:02 น.
สตีเวน ไซนอฟสกี
ไมโครซอฟท์ ยักษ์ใหญ่ในวงการซอฟต์แวร์โลก ได้ส่งสัญญาณดังๆ ออกมาให้บรรดาสาวก ผู้ใช้ระบบปฏิบัติการ 'วินโดว์ส' ทั้งหลายว่าจะมี 'วินโดว์ส 8' วางขายในปีหน้าแน่ เหมือนจะย้ำเตือนว่ายังมีระบบปฏิบัติการวินโดว์สอยู่ในตลาด
ความเคลื่อนไหวของ วินโดว์ส 8 ตั้งแต่ต้นปีค่อนข้างเงียบมาก ชนิดที่เรียกได้ว่าหลุดจากความสนใจของตลาดไปพอสมควร หรือแม้กระทั่ง วินโดว์ส โฟน ก็สร้างกระแสได้สักพักหนึ่งแล้วก็เงียบไปเช่นกัน เพราะทุกคนต่างมุ่งไปที่ระบบปฎิบัติการ 'ไอโอเอส' กับ 'ไลออน' ของค่ายแอปเปิล และแอนดรอยด์ กับ 'โครมบุ๊ก' มากกว่า
ไมโครซอฟท์ปักธงไปแล้วว่า จะโชว์ศักยภาพของ วินโดว์ส 8 ตัวเป็นๆ ในงานประชุมที่ใช้ชื่อว่า Build 2011 ที่จัดขึ้นสำหรับนักพัฒนาในค่ายไมโครซอฟท์โดยเฉพาะกว่า 5,000 คน ซึ่งคล้ายๆ กับที่แอปเปิลเคยเปิดตัวไอโอเอส 5 ต่อหน้านักพัฒนาของตนมาแล้ว
จากรูปร่างหน้าตาของ วินโดว์ส 8 ที่เปิดตัวนั้น น่าจะถือเป็นการ 'ยกเครื่อง' หรือ การปรับปรุงครั้งใหญ่สุดของไมโครซอฟท์เลยก็ว่าได้ ถ้าหากไม่นับครั้งที่ไมโครซอฟท์ยุคที่ 'บิล เกตต์' ยังคงเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโออยู่ ทำการเปิดตัว วินโดว์ส 95 ที่เปลี่ยนโฉมจาก วินโดวส์ 3.11 ซึ่งเป็นครั้งแรกทำให้ผู้ใช้พีซีทั่วโลกรู้จักปุ่มสตาร์ท (Start) และแถบแสดงงานที่ทำหรือทาสก์บาร์
ก็ต้องบอกว่า ' วินโดว์ส 8' เป็นการยกเครื่องครั้งที่ร้อนแรงมากที่สุดหรืออาจจะเรียกว่า การปฏิวัติไมโครซอฟท์เลยก็ว่าได้
***ใช้งานได้ทุกอุปกรณ์
การปฏิวัติแนวคิดระบบปฏิบัติการของไมโครซอฟท์ ในครั้งนี้ มีด้วยกัน 4 ด้านคือ1. ความสามารถในการทำงานได้ทุกอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นแท็บเล็ต โน้ตบุ๊ก และคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 2.มีรูปแบบการควบคุมแบบใหม่ที่เรียกว่า เมโทรแอนด์ทัช (Metro & Touch) 3.ความเร็วทั้งการเปิดเครื่องและการทำงาน และ 4. การเพิ่มร้านที่เรียกว่า วินโดว์ส แอป สโตร์ สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการซื้อแอปพลิเคชัน
จากถ้อยแถลงของ 'สตีเวน ไซนอฟสกี' ประธานฝ่ายธุรกิจ วินโดว์ส ของไมโครซอฟท์ที่ประกาศต่อหน้านักพัฒนา ระบุว่าวินโดว์ส เวอร์ชันใหม่ล่าสุดนี้จะทำให้ผู้ใช้สามารถจัดการแอปพลิเคชันและเอกสารที่มีอยู่ในทุกอุปกรณ์ได้ดีกว่าเดิม เรียกว่า สามารถใช้งานได้กับอุปกรณ์ที่ใช้หน่วยประมวลผลที่เป็นสถาปัตยกรรม 'ARM' ซึ่งเป็นซีพียูแบบประหยัดพลังงานที่นิยมใช้งานบนอุปกรณ์พกพา และสถาปัตยกรรมที่เรียกว่า x86 ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมหลักของซีพียูที่มีประสิทธิภาพสูงที่ออกแบบมาสำหรับใช้งานบนคอมพิวเตอร์แบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโน้ตบุ๊ก คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ทั้งของเอเอ็มดีและอินเทล ซึ่งหมายถึงว่า จะใช้งานได้ตั้งแต่แท็บเล็ต จนถึงคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหน้าจอใหญ่ความละเอียดสูงแบบเอชดี
'ต่อไปจะไม่มีข้อจำกัดระหว่างอุปกรณ์พกพาและคอมพิวเตอร์อีกต่อไป ระบบปฏิบัติการวินโดว์ส 8 สามารถใช้งานได้ในทุกๆ ดีไวซ์ แม้แต่เน็ตบุ๊กที่ใช้ซีพียูประหยัดพลังงานอย่าง อะตอม รุ่นแรก มีหน่วยความจำแค่ 1 กิกะไบต์ ก็สามารถใช้งานได้'
สาเหตุที่ไมโครซอฟท์ต้องทำให้ระบบปฎิบัติการใหม่นี้ใช้งานได้หลากหลายอุปกรณ์ น่าจะเป็นผลมาจากแนวโน้มของตลาดที่เปลี่ยนไป
บริษัท วิจัย 'การ์ทเนอร์' ได้คาดการณ์ยอดขายพีซีทั่วโลกล่าสุดในปีนี้ว่า จะมีอัตราการเติบโตลงจาก 9.8% ลงเหลือ 3.8% หรือคิดเป็น 352 ล้านเครื่อง การปรับลดตัวเลขลงของการ์ทเนอร์นั้นไม่ใช่ครั้งแรก จริงๆ แล้วมีการปรับลดประมาณการยอดขายพีซีในปีนี้ลงมาเรื่อยๆ ตั้งแต่เดือนธ.ค.ปีที่แล้ว ที่คาดหมายว่า ยอดขายพีซี ในปีนี้จะตกประมาณ 406.6 ล้านเครื่องคิดเป็นอัตราการเติบโต 15.9% แต่พอถึงเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา การ์ทเนอร์ก็ลดตัวเลขดังกล่าวลงเหลือ 387.8 ล้านเครื่องหรือเพิ่มขึ้น 10.5%
ขณะที่ 'ไอดีซี' ได้มีการปรับลดตัวเลขคาดการณ์การเติบโตลงจาก 7.1% เหลือ 4.2% เมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลมาจากการตลาดที่เติบโตเต็มที่แล้วอย่างยุโรปและสหรัฐอเมริกากำลังเผชิญกับยอดขายชะลอตัว เนื่องจากผู้บริโภคที่เป็นห่วงเรื่องการใช้จ่าย เลื่อนการเปลี่ยนคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ออกไป และเปลี่ยนไปใช้สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตโดยเฉพาะไอแพดของแอปเปิลแทน
นักวิเคราะห์ของไอดีซีได้ส่งสัญญาณเตือนว่า แท็บเล็ตจะเริ่มส่งผลกระทบต่อยอดขายพีซีในราคาระดับล่างอาทิ เน็ตบุ๊ก สถานการณ์ดังกล่าวเริ่มเกิดขึ้นแล้วในตลาดที่เติบโตเต็มที่อย่างในอเมริกาเหนือและยุโรป 80-90%ของยอดขายพีซีมาจากการซื้อเพื่อนำไปเปลี่ยนกับเครื่องเก่า
นอกจากนี้ การ์ทเนอร์ยังปรับลดประมาณการการเติบโตของพีซีในปีหน้าลงด้วยโดยคาดว่ายอดขายพีซีจะอยู่ที่ 404 ล้านเครื่องในปีหน้าเพิ่มขึ้น 10.9% จากปีนี้ แต่เป็นตัวเลขที่ต่ำกว่า 12.8% ที่คาดไว้แต่เดิม
ทีมพัฒนากำลังสาธิตการใช้งานบนโน้ตบุ๊ก
ข้อมูลดังกล่าวเป็นสิ่งกระตุ้นหนึ่งให้ไมโครซอฟท์ต้องเร่งเปิดตัววินโดว์ส 8 เข้าสู่ตลาดในช่วงนี้ เพราะถ้าสถานการณ์ไปในทิศทางที่การ์ทเนอร์และไอดีซีวิเคราะห์ เท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้คู่แข่งรายสำคัญอย่าง แอปเปิล ที่มีระบบปฎิบัติการที่พร้อมใช้งานบนอุปกรณ์ต่างๆ อย่าง ไอโอเอส หรือ กูเกิล ที่มีระบบปฎิบัติการ 'ฮันนีเวลล์' บนแท็บเล็ต และ 'แอนดรอยด์' ระบบปฏิบัติการบนสมาร์ทโฟน กินส่วนแบ่งตลาดได้มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งถ้าหากไมโครซอฟท์ยังไม่ดำเนินการอะไร มีโอกาสสูงที่ผู้บริโภคจะแปรพักตร์ไปใช้ระบบปฏิบัติการอื่นแทนได้
เพื่อแก้เกมดังกล่าว ไมโครซอฟท์ถึงได้ชูจุดขายอันดับแรกเรื่องการรองรับทุกอุปกรณ์ทั้งคอมพ์ตั้งโต๊ะ โน้ตบุ๊กพกพา และแท็บเล็ตขึ้นมาไว้อันดับต้นๆ เพราะที่ผ่านมา ระบบปฏิบัติการวินโดว์ส นั้นถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานบนโน้ตบุ๊กและคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเท่านั้น แต่ครั้งนี้ วินโดว์ส 8 สามารถใช้งานได้ดีบนแท็บเล็ตด้วย
แถมยังสร้างความประหลาดใจยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อไมโครซอฟท์ใจกว้างเป็นทะเล เปิดให้นักพัฒนาทั่วโลกเริ่มทดลองดาวน์โหลด Windows 8 Developer Preview หรือ วินโดว์ส 8 เวอร์ชันทดสอบนั้นไปใช้งานบนเว็บไซต์ของไมโครซอฟท์ ตั้งแต่วันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งโปรแกรมที่ให้ดาวน์โหลดประกอบด้วยโปรแกรมเวอร์ชันขนาดตั้งแต่ 2.8GB (32 บิต) ถึง 4.8GB (64 บิต) โดยไม่มีเงื่อนไข
และเพื่อไม่ให้น้อยหน้า แอปเปิล เมื่อตอนที่จัดงานให้กับนักพัฒนาแอปฯในสังกัดที่มีการแจกแมคบุ๊กโปรให้ทุกคนที่ลงทะเบียน ทางไมโครซอฟท์ ก็แจกแท็บเล็ตซัมซุงที่ใช้ระบบปฏิบัติการ วินโดว์ส 8 เวอร์ชันทดสอบ ให้นักพัฒนา 5,000 คน ที่เข้าร่วมงานนี้ให้ได้ทดลองใช้ด้วยเช่นกัน
แถมยังออกตัวอีกว่า ผลิตภัณฑ์ที่ได้เห็นในตอนนี้เป็นเวอร์ชันทดสอบ ดังนั้นเวลาใช้งานอาจจะพบกับปัญหาเล็กๆ น้อยๆ บ้าง และคงมีปัญหาอื่นๆ ให้เห็นต่อจากนี้ โดย วินโดว์ส 8 จะมีการปรับแต่งใหม่จากความช่วยเหลือของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ช่วยแสดงความเห็นกลับมา
***ศัลยกรรมใหม่หมด
ทั้งหมดนี้สะท้อนชัดเจนในจุดขายสำคัญอันดับ 2 นั่นคือ หน้าตาโปรแกรมที่ไมโครซอฟท์ตั้งชื่อว่า เมโทรแอนด์ทัช ซึ่งมีลักษณะเป็นช่องสี่เหลี่ยมตารางๆ เช่นเดียวกับที่เห็นบนวินโดว์ส โฟน ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ แทนที่จะเป็นเมนู Start ตามปกติที่พบเห็นใน วินโดว์ส ผู้ใช้จะได้พบหน้าจอ Start screen แทนในกรณีที่ติดตั้ง วินโดว์ส 8 ลงบนอุปกรณ์พกพาอย่าง แท็บเล็ต โดยผู้ใช้สามารถเลื่อนดูหรือ scroll อย่างรวดเร็วตามแนวขวาง ขณะที่ผู้ใช้พีซีก็ยังคงสามารถใช้เมนู Start ได้ตามปกติ
***บูทเร็วภายใน 8 วินาที
จุดขายอันดับ 3 ที่ไมโครซอฟท์คุยไว้ก็คือ ความเร็วในการบูทระบบปฏิบัติการขึ้นมาใช้งาน โดยการันตีว่า วินโดว์ส 8 ทำให้คอมพิวเตอร์สามารถเปิดเครื่องพร้อมใช้งานในเวลาน้อยกว่า 8 วินาที แถมยังรองรับการโอนถ่ายข้อมูลความเร็วสูงผ่านพอร์ตยูเอสบี 3.0 ซึ่งคาดว่าจะมีบทบาทมากในอนาคต แต่ไม่ได้ระบุว่าจะรองรับการโอนข้อมูลผ่านพอร์ตใหม่ อย่าง Thunderbolt หรือไม่ เช่นเดียวกับเทคโนโลยี Hyper-V เพื่อการถ่ายโอนข้อมูลระหว่างอุปกรณ์เก็บความจำภายนอก ที่ไมโครซอฟท์บอกว่า จะว่องไวกว่าวินโดวส์ 7 ที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันอย่างชัดเจน
***วินโดว์ส ก็มีแอปสโตร์
จุดขายสุดท้ายที่ไมโครซอฟท์น่าจะเติมเต็มเข้ามาก็คือ การซื้อขายแอปพลิเคชันผ่านทางหน้าร้านที่เรียกว่า วินโดว์ส แอป สโตร์ (Windows App Store) เพื่อให้ผู้ใช้คอมพิวเตอร์พีซีมีโอกาสซื้อแอปฯ ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์เดียวกับที่แอปเปิล นำมาใช้ซื้อขายแอปฯบนสมาร์ทโฟน แทนที่จะทำการติดตั้งผ่านแผ่นดีวีดีหรือดาวน์โหลดแอปฯลงในเครื่องก่อนแล้วค่อยติดตั้งในรูปแบบไลเซนส์เฉพาะเครื่องนั้นๆ
จุดนี้ถือเป็นการตอกย้ำความสำเร็จของร้านไอโอส แอป สโตร์ของแอปเปิล ซึ่งสามารถสร้างระบบนิเวศน์ทางเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ชนิดที่ไมโครซอฟท์ต้องเดินตาม
ผลก็คือ วินโดว์ส 8 จะทำให้นักพัฒนาอิสระรายย่อยมีช่องทางในการสร้างรายได้มากขึ้นจากการสร้างและจำหน่ายแอปฯ คาดว่า ในอนาคตตลาดแอปฯสำหรับวินโดว์ส จะทวีความร้อนแรงต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังมีการยืนยันว่า ไมโครซอฟท์จะพ่วงโปรแกรมที่เรียกว่า Security Essentials มาพร้อมใน วินโดว์ส 8 เพื่อให้เป็นมาตรฐานการปกป้องภัยคุกคามจากไวรัสคอมพิวเตอร์มาให้ด้วย โดยจะเปลี่ยนแปลงจากปัจจุบันที่ผู้บริโภคต้องดาวน์โหลดโปรแกรม Security Essentials เองต่างหาก มาเป็นการพ่วงไปกับแพกเกจ Windows Defender ซึ่งจะถูกผนึกใน วินโดว์ส ซึ่งจุดนี้ มีการวิเคราะห์ว่า จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้วินโดว์สทั่วโลก แต่อาจไม่ใช่ข่าวดีของผู้ให้บริการซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสที่อาจมีรายได้น้อยลง หรือจะเป็นโอกาสที่จะทำให้ไมโครซอฟท์ถูกด่ามากยิ่งขึ้น ซึ่งคงจะต้องติดตามเรื่องนี้กันยาวๆ
ทางด้าน 'อันตวน เลอบลอนด์' รองประธานอาวุโสของไมโครซอฟท์ได้เสริมเรื่องเกี่ยวกับแอปสโตร์ว่า ไมโครซอฟท์เตรียมข้อมูลรายละเอียดไว้ให้นักพัฒนาทราบว่า กระบวนการอนุมัติให้ทำแอปฯของไมโครซอฟท์นั้นไปถึงขั้นไหนแล้ว เนื่องจากนักพัฒนาซอฟต์แวร์มักมีปัญหากับขั้นตอนการขอพัฒนาแอปฯของแอปเปิล ที่มักล่าช้าและไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลใดๆ ได้เลย
วินโดว์ส 8 จะร้อนแรงสมใจเหล่าสาวกไมโครซอฟท์แค่ไหน ไม่นานรู้กัน !!!
Company Relate Link :
Microsoft http://www.microsoft.com/
Comment
Comment