Announcement

Collapse
No announcement yet.

AMD มองเกี่ยวกับ การเลื่อนกำหนดการของ Intel Larrabee

Collapse
X
 
  • Filter
  • Time
  • Show
Clear All
new posts

  • #16
    ขณะนี้ ผมก็กำลังใช้ออนบอร์ด ของเอเอ็มดี...อิอิ

    Comment


    • #17
      -*-

      Comment


      • #18
        - -"

        Comment


        • #19
          อุอุ ร้อนจัง อิอิ

          Comment


          • #20
            ที่ผมอ่านมาล่าสุดนี่รู้สึกว่าจะยกเลิก larrabee ไปแล้วนะครับ

            แล้วทีนี้จากการที่ยกเลิกไปทำให้มีข่าวลือว่า Intel จะซื้อ Nvidia
            (อันนี้ต้องลองไป google เอาดูครับ "intel buy nvidia")


            สำหรับเหตุผลที่ต้องซื้อก็เพราะว่า เหมือนๆ กับว่าต้องการมีอาวุธไว้รบกับทาง AMD ประมาณนั้นล่ะครับ(อันนี้ผมสรุปรวมๆ เอาจากที่อ่านๆ มาใน google)

            ------------------------

            แต่ถ้าถามผมนะ ถ้า intel จะรวมกับ nvidia ได้คงต้องมีเงื่อนไขแปลกๆ อยู่ข้อนึง

            CEO ของ nvidia ที่ว่าเกรียนตัวพ่อน่ะครับ ถ้าไม่ได้นั่งเป็น CEO ของ intel ด้วย
            หรือถ้าไม่โดนเอาออกไปก่อน ยังไงก็ไม่มีทางได้รวมหรอกครับ

            อีกเรื่องคือ Nvidia เกลียด Intel เข้าไส้ ถ้าคู่นี้รวมกันได้จริงๆ
            เฮ้อ ไม่อยากจะคิด เหมือน สามีกับภรรยา ที่เกลียดกันแต่ต้องอยู่ด้วยกัน

            Comment


            • #21
              ก็ข่าวที่เอามาลงก่อนหน้านี้บอกแค่ว่า larrabee ในส่วนของ GPU แยกถูกยกเลิกไปแล้ว
              ส่วนตัวที่มากับ onboard ยังอยู่ครับ (แต่ฝรั่งมันโพสข่าวมันตั้งว่า ยกเลิก larrabee ทั้งหมดซะงั้น พอผมมานั่งอ่านเนื้อความจนจบสรุปคือตัวที่เป็นการ์ดจอแยกเท่านั้นที่ยกเลิก จึงมีบทความนี้ต่อยังไงครับ ตัว onboard ยังยัดเยียดขายได้กับ Mainboard เลยยังอยู่)
              เดิมที Intel กะซื้อ ATI ครับแต่โดน AMD ชิงตัดหน้าไปก่อนแถมมีกลุ่มทุนพวกอาหรับให้การสนับสนุนอีก
              ที่สำคัญ nVIDIA เนี่ยมันเกลียด Intel ยังกับอะไรดี ล่าสุดขู่ฟ้อง Intel ด้วย
              แต่ช่วงนี้ CEO nVIDIA มันเกรียน กัดเค้าไปทั่ว ศัตรูรอบด้าน

              Comment


              • #22
                ต่อให้เอเอ็มดีมันเอาชิปกราฟฟิกรวมกับซีพียูมาประสิทธิภาพก็สู้ซีพียูอย่างเดียวของอินเทลไม่ได้อยู่ดี


                ก๊ากกกกกกกกกกกกกก!!!!

                Comment


                • #23
                  Originally posted by skyline_008 View Post
                  ต่อให้เอเอ็มดีมันเอาชิปกราฟฟิกรวมกับซีพียูมาประสิทธิภาพก็สู้ซีพียูอย่างเดียวของอินเทลไม่ได้อยู่ดี


                  ก๊ากกกกกกกกกกกกกก!!!!
                  ยังไม่ทันได้ลองเลยพี่ เหอๆ

                  Comment


                  • #24
                    Originally posted by skyline_008 View Post
                    ต่อให้เอเอ็มดีมันเอาชิปกราฟฟิกรวมกับซีพียูมาประสิทธิภาพก็สู้ซีพียูอย่างเดียวของอินเทลไม่ได้อยู่ดี


                    ก๊ากกกกกกกกกกกกกก!!!!
                    ลอง Run 3DMARK ด้วย I7-975@5GHz บวกการ์ดจอเก่าๆเน่าๆซัก X300 ดูครับแล้วจะขำไม่ออก เผลอๆสู้ Athlon II X2 240 3.5GHz+5850 ไม่ได้

                    Comment


                    • #25
                      Originally posted by enola View Post
                      ลอง Run 3DMARK ด้วย I7-975@5GHz บวกการ์ดจอเก่าๆเน่าๆซัก X300 ดูครับแล้วจะขำไม่ออก เผลอๆสู้ Athlon II X2 240 3.5GHz+5850 ไม่ได้
                      เห็นด้วยอย่างแรง ถ้าอ่านบทความดีๆจะรู้ว่าเดี๋ยวนี้ AMD มันเน้นการ์ดจอมากกว่า CPU ไปแล้ว

                      Comment


                      • #26
                        +2

                        Comment


                        • #27
                          มีบทความมาฝากครับ ลองอ่านดูครับน่าสนใจทีเดียว
                          ในช่วงระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา ความสามารถของซีพียูและจีพียูได้เริ่มมาบรรจบกัน แต่เป็นการบรรจบการด้วยความเชื่องช้าเหมือนการเดินของหอยทาก แม้ว่าในขณะนี้เราจะมีจีพียูที่รองรับโค้ดที่แตกกิ่งก้านสาขาและปฏิบัติการ เลขทศนิยม double-precision ตามมาตรฐาน IEEE ได้ แต่ว่าเรายังคงไม่มีจีพียูที่สามารถรันโค้ดภาษาซีหรือฟอร์แทรนจนกว่า Nvidia GT300 จะออกสู่ท้องตลาด และเราก็ยังคงไม่มีจีพียูที่สามารถเข้าถึงหน่วยความจำระบบหรือสนับสนุนโมเดล หน่วยความจำเสมือนเพื่อบูตระบบปฏิบัติการสมัยใหม่ซึ่ง GT300 ก็ไม่สามารถทำเช่นที่ว่าได้

                          ในอีกทางหนึ่ง ความพยายามที่จะทำให้ซีพียูสามารถรองรับกราฟิกสามมิติแบบเรียลไทม์ก็ยังอยู่ ในสภาพโซซัดโซเซ สรุปแล้วยังไม่มีซีพียูตัวใดที่จะมาแทนที่จีพียู และไม่มีจีพียูตัวใดที่สามารถเข้ามาแทนที่ซีพียู สิ่งที่น่าสนใจคือที่ผ่านมาทั้งสองฝ่ายมีความคืบหน้ามากน้อยเพียงใด และจะเกิดอะไรขึ้นในช่วงหกเดือนนับต่อจากนี้ เราจะใช้ตัววัดที่นิยมใช้กันมากที่สุดของทั้งสองค่ายคือ อัตราการประมวลผลคำสั่งเลขทศนิยม GFLOPS สูงสุดและอัตราการประมวลผลเลขทศนิยม double-precision สูงสุด มาเป็นตัววัดความก้าวหน้ากัน

                          ความเร็วของซีพียูเพิ่มขึ้น

                          ชิปหกคอร์ Westmere 32 นาโนเมตรของอินเทลเป็นก้าวย่างที่สำคัญต่อไปในโรดแมพของยักษ์ใหญ่ด้านซีพียู ของโลก ซีพียู Westmere จะเปิดตัวในแบบ Dual-Processorในชื่อของ Gulftown-EP ที่ใช้กับแพลตฟอร์มเซิร์ฟเวอร์ก่อนในตอนแรก แล้วหลังจากนั้นอีกหนึ่งหรือสองเดือนก็ตามด้วยซีพียูเดี่ยวสำหรับเครื่อง เดสก์ท็อป ซึพียู Gulftown มีแคชระดับสามขนาด 12 MB มีตัวควบคุมหน่วยความจำที่ปรับปรุงให้ดีขึ้นซึ่งสามารถสนับสนุนหน่วยความจำ DDR3-1600 MHz หรือแม้แต่หน่วยความจำสำหรับเซิร์ฟเวอร์ (รองรับหน่วยความจำแบบ ECC) ซึ่งทั้งหมดนี้มีช่วงความเร็วสัญญาณนาฬิกาและขนาดไดเหมือนกับชิป Nehalem ปัจจุบัน

                          เมื่อซีพียู Gulftown ทำงานในโหมดมาตรฐาน (ไม่ใช่โหมดเทอร์โบ) 3.33 GHz ซีพียู Gulftown หนึ่งตัวจะให้พลังในการประมวลผลเลขทศนิยม double-precision แบบดิบๆ ที่ 80 GFLOPS และเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าคือ 160 GFLOPS เมื่อใช้ซีพียูสองตัว เราคาดว่าจะเห็น Gulftown 3.6 GHz ก่อนกลางปี 2010

                          อย่างไรก็ตามตัวเลขที่ Gulftown ทำได้ในขณะนี้มันดูเหมือนว่าเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าตัวเลขสูงสุดของจีพียูใน ปัจจุบัน แต่เราควรระลึกอยู่ในใจว่ามันเป็นตัวเลขสำหรับปฏิบัติการเลขทศนิยมทั่วไป อย่างสมบูรณ์สำหรับแอพพลิเคชันทุกแบบที่มีอยู่ในปัจจุบันและในอนาคต โดยไม่จำเป็นจะต้องใช้กลเม็ดเด็ดพรายในการเขียนโปรแกรมหรือเขียนโค้ดแบบใหม่ นอกจากนี้ ยังไม่เป็นที่น่าประหลาดใจที่จะเห็น Gulftown เหล่านี้ส่วนใหญ่ทำงานได้เป็นอย่างดีที่ระดับความเร็วมากกว่า 4 GHz ด้วยการโอเวอร์คล๊อกอย่างง่ายเท่านั้น และเมื่อคำนึงถึงพลังในการคำนวณระดับ 200 GFLOPS เมื่อใช้โปรเซสเซอร์สองตัว ประกอบกับหน่วยความจำ ECC สำหรับเครื่องเซิร์ฟเวอร์ DDR3-1600 MHz หรือหน่วยความจำสำหรับเครื่องเดสก์ท็อป DDR3-2000 MHz ทั้งหมดหกช่องทาง จะทำให้ซีพียูเหล่านี้ไม่มีช่วงเวลาในการรอข้อมูลจากหน่วยความจำหลักนานเกิน ไป

                          ในเวลาเดียวกันซีพียู Magny Cours ของ เอเอ็มดีที่มีได Istanbul สองตัวในแพคเกจเดียวกันจะมีคอร์สิบสองตัวที่ทำงานได้ช้ากว่า Gulftown โดยอาจมีความเร็วสัญญาณนาฬิกาในตอนเริ่มต้นไม่เกิน 2.4 GHz ไดสองตัวที่อยู่ด้วยกันนี้มีแคชระดับสามโดยรวมเท่ากับ Gulftown เดี่ยวของอินเทล แต่มันสามารถให้พลังในการประมวลผลเลขทศนิยม double-precision สูงสุดในทางทฤษฎีโดยรวมมากกว่า 110 GFLOPS หรือประมาณ 55 GFLOPS ต่อได เราหวังว่า เอเอ็มดีจะสามารถเร่งความเร็วของได Istanbul เดี่ยวได้สูงกว่า 3 GHz ในช่วงเวลาเดียวกันโดยเฉพาะรุ่นที่ใช้สำหรับเครื่องเดสก์ท็อป

                          ความก้าวหน้าของพลังในการประมวลผลเลขทศนิยมที่แท้ จริงของซีพียูทั้งของอินเทลและเอเอ็มดีควรจะแสดงออกมาให้เห็นในคอร์รุ่นยุค ถัดไปในช่วงปลายปี 2010 ซึ่งก็คือ Sandy Bridge ของอินเทล (ซึ่งมีจีพียูรวมอยู่บนได) และ Bulldozer ของเอเอ็มดี ซีพียูทั้งสองตัวควรสามารถเพิ่มสมรรถภาพในการประมวลผลเลขทศนิยม double-precision สูงสุดต่อความเร็วสัญญาณนาฬิกาได้เป็นสองเท่า อันทำให้เราได้ตัวเลขสูงสุดประมาณ 200 GFLOPS เมื่อใช้ชิปสองตัวที่มี 12 คอร์ ความเร็ว 4 GHz

                          ความก้าวหน้าของจีพียู

                          ในอีกทางหนึ่ง ลำดับความสำคัญของจีพียูมีความแตกต่างไปเล็กน้อย การเพิ่มจำนวนเธรดและจำนวนหน่วยประมวลผลแบบทวีคูณเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ มากกว่าสมรรถภาพของหน่วยประมวลผลแต่ละตัวภายในจีพียู เนื่องจากไปป์ไลน์กราฟิกทั่วไปมีลักษณะที่คาดการณ์ได้ง่ายกว่าและทำงานแบบ ขนานได้ดีกว่าเมื่อเทียบกับงานส่วนใหญ่ที่ทำงานบนซีพียูสำหรับการใช้งานทั่ว ไป ดังนั้น หากจีพียู ATI HD5870 ของเอเอ็มดีมีเฉดเดอร์อย่างง่าย 1,600 ตัวทำงานขนานกัน หรือ GT300 ของ Nvidia มีคอร์เฉดเดอร์ที่มีความซับซ้อนมากกว่าและเหมือนกับซีพียูมากกว่าทั้งหมด 512 ตัว จีพียูจะดูแตกต่างจากคอร์ซีพียู 4 หรือ 8 ตัวบนโปรเซสเซอร์ได

                          สรุปแล้ว แม้ว่าเฉดเดอร์จะมีความเร็วสัญญาณนาฬิกาของคอร์น้อยกว่าซีพียูมาตรฐานสาม หรือสี่เท่า แต่ว่าความสามารถในการทำงานหรือการประมวลผลแบบขนานอันมโหฬารของจีพียูก่อให้ เกิดพลังในการประมวลผลทางทฤษฎีสูงกว่ามาก เมื่อคำนึงถึงสมรรถภาพด้านการคำนวณเลขทศนิยม double-precision ดังที่เราได้กล่าวมาแล้ว เรามาดูกันว่าสิ่งที่เอเอ็มดีหรือ ATI และ Nvidia จะมีอะไรให้เราเห็นในช่วงหลายเดือนข้างหน้าซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาเดียวกับ Gulftown ของอินเทลและ Magny Cours ของเอเอ็มดี

                          ในฝั่ง ATI จะมีการเพิ่มความเร็วให้แก่ HD5870 สิ่งที่เรียกว่า HD58X0 ควรเป็นการขัดเกลาและปรับปรุงไดตระกูล R800 ซึ่งเมื่อใช้งานในจีพียูความเร็วปกติ 950 MHz และมีเฉดเดอร์ที่มีความเร็วเพิ่มขึ้นแบบสัมพันธ์กัน จะทำให้อุปกรณ์ตัวใหม่นี้มีสมรรถภาพในการประมวลผลเลขทศนิยม single-precision 3 TFLOPS และสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือมีสมรรถภาพในการประมวลผลเลขทศนิยม double-precision 600 GFLOPS โดยทั้งคู่ตรงตามมาตรฐาน IEEE อันที่จริง HD5870 บางตัวที่ผ่านการโอเวอร์คล็อกดังเช่นกราฟิการ์ดบางรุ่นอัสซุสก็สามารถทำงาน ด้วยความเร็วเช่นที่ว่านี้ได้แล้ว

                          ดังนั้น หากโค้ดของเราสามารถทำงานกับไลบรารี Stream ของเอเอ็มดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ การ์ด HD58X0 ซึ่งใช้จีพียูคู่ดังที่ได้สันนิษฐานไว้จะให้พลังในการประมวลผลเลขทศนิยม double-precision อยู่ที่ 1.2 TFLOPS และสมรรถภาพในการประมวลผลเลขทศนิยม single-precision อยู่ที่ 6 TFLOPS ในตอนนี้ เราต้องมั่นใจว่ามีหน่วยความจำเพียงพอสำหรับเก็บกลุ่มข้อมูลของเธรดหลายตัว โดยไม่ต้องทำงานบนบัส PCIe เพื่อเดินทางไปยังหน่วยความจำหลักที่ทำงานได้ช้ากว่าอันเป็นการลดสมรรถภาพลง ดังนั้นเราจึงขอแนะนำให้ใช้หน่วยความจำ GDDR5 ขนาด 2 GB ต่อจีพียูหากต้องการใช้จีพียูเพื่อการคำนวณ

                          ในช่วงต้นปีหน้า เราหวังว่า GT300 ของ Nvidia จะเปิดตัวสู่ท้องตลาดเพราะหากไม่เป็นเช่นที่ว่านี้ จะก่อให้เกิดปัญหาแก่ Nvidia สมมุติว่า Nvidia สามารถเปิดตัว GT300 ได้ในช่วงเวลาที่ว่า เฉดเดอร์โปรเซสเซอร์ 512 ตัวสามารถให้พลังในการประมวลผลเลขทศนิยม single-precision 512 คูณด้วยตัวคูณต่อความเร็วสัญญาณนาฬิกาหรือสมรรถภาพในการประมวลผลเลขทศนิยม 256 คูณด้วยตัวคูณต่อความเร็วสัญญาณนาฬิกา ดังนั้น หากเฉดเดอร์มีความเร็วสัญญาณนาฬิกา 1.8 GHz จะทำให้เรามีสมรรถภาพในการประมวลผลเลขทศนิยม single-precision 1.8 TFLOPS หรือ 900 GFLOPS เมื่อประมวลผลเลขทศนิยม double-precision ซึ่งดูแล้วไม่ได้ขี้เหร่แต่อย่างใด

                          แต่สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าคือ GT300 สัญญาว่าจะทำให้มีโค้ดที่สามารถใช้พลังดังกล่าวได้กว้างขวางยิ่งขึ้น เนื่องจากสถาปัตยกรรมโดยรวมของ GT300 มีความใกล้เคียงกับซีพียูมากขึ้น ทำให้โค้ดภาษาซี, C++ และฟอร์แทรนปกติควรสามารถทำงานบน GT300 แต่ใช้หน่วยความจำของจีพียู เมื่อคำนึงถึงหน่วยความจำบนบอร์ดขนาด 6 GB ที่จะออกมาในตอนแรก ตามด้วยขนาด 8 GB ที่จะตามมา ซึ่งตัวหลังมีบัสหน่วยความจำ 512 บิต ทำให้ GT300 ควรจะทำงานได้ค่อนข้างดี

                          สิ่งที่ GT300 ขาดหายจากการเป็นซีพียูที่แท้จริงซึ่งสามารถรองรับงานทั่วไป ได้แก่ การบูตเข้าระบบปฏิบัติการ, หน่วยจัดการหน่วยความจำอย่างสมบูรณ์, การแปลหน่วยความจำเสมือนเป็นหน่วยความจำทางกายภาพและชุดคำสั่งซีพียูสำหรับ การใช้งานทั่วไป นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเราจึงพูดอยู่เสมอว่า Nvidia ควรมีซีพียูที่แท้จริง (เหมือนกับที่ Alpha ทำ) ซึ่งให้สมรรถภาพในการประมวลผลสูงกว่า X86 และมีความสามารถในการรันโค้ด X86 ได้อย่างรวดเร็วผ่านทางตัวแปลซึ่งทำงานแบบเรียลไทม์เหมือนกับ FX!32 อันมีชื่อเสียงโดยไม่ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ X86

                          เราไม่ควรลืมว่า EV9 21564 ซึ่งเป็น Alpha ตัวสุดท้ายมีหน่วยประมวลผลเวคเตอร์กว้าง 8,192 ไบต์ซึ่งสามารถให้พลังในการประมวลผลเลขทศนิยม double-precision มากกว่า 100 GFLOPS เมื่อ 9 ปีก่อน ดังนั้น คงเป็นที่น่าตื่นเต้นอย่างมากเมื่อคิดว่าเราจะสามารถทำได้เท่าใดในปัจจุบัน

                          ส่วน Tegra และโปรเซสเซอร์ตระกูล ARM ยังมีความอ่อนแอเกินไปที่จะมายืนอยู่ในแถวหน้าของจีพียูที่มีความเร็วระดับ TFLOPS นอกจากนี้เพื่อให้เกิดการหลอมรวมในการทำงานที่ระดับระบบอย่างเหมาะสม เราต้องมีหน่วยความจำระบบที่กว้างและทำงานได้เร็วมาก อย่างน้อยที่สุดต้องใช้หน่วยความจำหลายกิกะไบต์หลายช่องทางเพื่อป้อนข้อมูล จากฝั่งซีพียู และการเชื่อมต่อแบบ HyperTransport หรือ QPI หรือ Alpha EV หลายชุดที่ทำงานได้อย่างรวดเร็วมากเพื่อเชื่อมจีพียูหลายตัวกับซีพียูหลัก ให้เข้าถึงหน่วยความจำที่ใช้ร่วมกันระหว่างคลังหน่วยความจำของจีพียูและซีพี ยูได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจาก Nvidia ไม่มีซีพียูที่รองรับงานทั่วไปที่สามารถทำเช่นที่ว่าได้ Nvidia อาจต้องเจรจาขอซื้อลิขสิทธิ์ QPI จากอินเทลเพื่อเชื่อมจีพียูของตนเข้ากับซีพียู Westmere และซีพียูในอนาคตโดยตรงเพื่อให้เกิดโมเดลในการทำงานร่วมกัน แต่ก่อนที่จะเกิดสิ่งที่ว่านี้ Larrabee จะเข้ามาทำงานนี้แทนหรือไม่เป็นสิ่งที่น่าคิด

                          เอเอ็มดีจะกลับมาเป็นผู้นำได้อีกครั้งหรือไม่?

                          เป็นที่ชัดเจนว่า PCI Express ทั้ง v2 และ v3 ที่กำลังจะออกมามีเวลาหน่วงและเรื่องยุ่งยากมากเกินไปที่จะนำมาเชื่อมโยงซี พียูและจีพียูให้ทำงานร่วมกันสำหรับงานทั่วไปได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยการเข้าถึงหน่วยความจำแบบเป็นหนึ่งเดียวกันมักจะเป็นปัญหาใหญ่

                          ในปัจจุบัน เอเอ็มดีเป็นบริษัทที่มีจุดเด่นที่เห็นได้ชัดประการหนึ่ง (แม้ว่าอาจจะเป็นการชั่วคราว)คือ เป็นบริษัทที่มีชิ้นส่วนทุกอย่างอยู่ในมือมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว จะเห็นว่าเอเอ็มดีมีคอร์ซีพียูที่ทำงานได้ค่อนข้างเร็ว (ซึ่งควรจะทำได้เร็วกว่านี้) ใน Istanbul Opterons 6 คอร์และรุ่นสำหรับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่จะเปิดตัวในอนาคตอันใกล้ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก HyperTransport 3 ที่มีเวลาหน่วงต่ำและทำงานได้เร็วมาก โดยมีความเร็วสูงสุด 25.6 GBps ต่อลิงค์สำหรับโปรโตคอลในการเชื่อมโยงระหว่างซีพียูกับระบบอินพุตเอาต์พุ ตเวอร์ชัน 3.1 รวมไปถึงจีพียูที่มีสมรรถภาพชั้นนำในตระกูล ATI Radeon R800 ทั้งคอร์ซีพียูและ HyperTransport มีความมั่นคงและผ่านการพิสูจน์มาเป็นระยะเวลานานแล้วดังเช่นการนำ Opteron และ HyperTransport ไปใช้ในตัวเร่ง FPGA และระบบคลัสเตอร์ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ มาเป็นเวลาหลายปี นอกจากนี้ยังมีการนำสล็อต HTX สำหรับการ์ดอินพุตเอาต์พุตไปใช้กับหน่วยความจำระบบเช่นกัน

                          เราได้กล่าวมาแล้วว่า Nvidia ขาดแคลนทั้งส่วนซีพียูและการเชื่อมต่อร่วมกัน หาก Nvidia มีสิทธิบัตร Alpha จะเป็นการแก้ไขปัญหาทั้งสองประการและยังได้กำไรตรงที่ทำให้ก้าวเป็นผู้นำ ระดับต้น ๆ ในด้านสมรรถภาพซีพียูได้ค่อนข้างเร็ว (สมมุติว่ามีโรงงานผลิตซีพียูที่น่าเชื่อถือ) ซึ่งเมื่อ 8 ปีก่อน IBM Microelectronics และ Global Foundries เคยใช้เทคโนโลยีร่วมกันเพื่อผลิต Alphas รุ่นสุดท้าย และ Nvidia อาจเดินตามรอยนั้นก็ได้

                          ในตอนนี้ หากเอเอ็มดีสามารถเปิดตัว HyperTransport สำหรับชิปตระกูล R800 ที่เพิ่มหน่วยจัดการหน่วยความจำหรืออย่างน้อยที่สุดก็เป็นกลไกในการเข้าถึง หน่วยความจำโดยตรงได้อย่างรวดเร็วเพื่อเข้าถึงหน่วยความจำหลักและทรัพยากรซี พียูผ่านทาง HTX โดยตรง และอาจมีการเชื่อมโยง HyperTransport อีกจำนวนหนึ่งเพื่อรองรับจีพียูตัวอื่นในแบบเดียวกัน โดยอาจทำงานบนหน่วยความจำ GDDR5 ที่มีอยู่แล้วเพื่อให้เข้าถึงทรัพยากรที่เหลือของระบบได้อย่างรวดเร็วและ ลื่นไหล ไม่ใช่จำกัดแค่เพียงหน่วยความจำระบบ ก็จะเป็นโอกาสของเอเอ็มดีอีกครั้ง ซึ่งเอเอ็มดีอาจใช้เทคนิคห่อหุ้มมันในลักษณะโปรเซสเซอร์ร่วมของซีพียูแบบ เดียวกับที่เคยทำกับ 80287 และ 80286 เมื่อ 25 ปีก่อน

                          ด้วยความยืดหยุ่นในการรองรับงานขนาดต่าง ๆ ของ HTX และจำนวนการเชื่อมโยงที่เพียงพอ ทำให้ซีพียูแต่ละตัวสามารถขับเคลื่อนกลุ่มจีพียู โดยต้องเพิ่มเพียงแค่แบนด์วิดธ์ระบบโดยรวมเท่านั้น เมื่อมีจีพียูตัวใหม่ เราทำเพียงแค่เพิ่มแบนด์วิดธ์ในการเชื่อมต่อร่วมกันโดยรวมและแบนด์วิดธ์ หน่วยความจำโดยรวม ซึ่งเมื่อมีการติดขัดระหว่างกันน้อยลง ทำให้ไม่เพียงแต่อัตราเฟรมในการเล่นเกม CrossFire จะปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยทั้งแอพพลิเคชัน OpenGL และโค้ดที่ใช้คำนวณเช่นกัน

                          แม้ว่าสิ่งที่กล่าวมาจะดูดี แต่หลายคนอาจสงสัยว่าเหตุใดเราจึงเรียกว่าชั่วคราว อันที่จริง อินเทลได้ทำงานอย่างหนักเพื่อใช้พื้นฐานของการเชื่อมต่อระหว่างกัน Alpha EV7 และ Alpha EV8 มาพัฒนาเป็น (QPI) Quick Path Interconnect แม้ว่า QPI จะยังคงโดน HyperTransport ทิ้ง************งในแง่ของระดับความสมบูรณ์และยังไม่มีมาตรฐานสำหรับการขยายการ์ด แต่ต้องอย่าลืมว่า QPI ก็ได้รับการหนุนหลังโดยอินเทลและส่วนแบ่งตลาดที่อินเทลครอบครองอยู่

                          ดังนั้น เมื่ออินเทลสามารถพัฒนา Larrabee ได้สำเร็จ และหากความสนใจตั้งแต่แรกเริ่มของ Larrabee ที่เน้นเรื่องการทำงานบนเครื่องเดสก์ท็อปและการทำงานด้านกราฟิกยังคงอยู่ อินเทลคงจะผลักดันให้ Larrabee รุ่นแรกทำงานกับซีพียูของตนผ่านทาง QPI โดยตรง ไม่ใช่ทำงานบน PCI ซึ่งช้ากว่า ที่ยิ่งกว่านั้นคือเนื่องจาก Larrabee มีส่วนหน้าเป็น X86 ISA อยู่แล้ว จึงเป็นเรื่องง่ายที่จะมองว่าเป็นโปรเซสเซอร์ร่วมซึ่งเข้าไปรับภาระโค้ดบาง ส่วนที่สามารถทำงานบนตัวมันเอง

                          เราคิดว่าอินเทลจะเดินไปตามแนวทางที่กล่าวมานี้ใน ช่วงระยะเวลาหนึ่งปีนับจากนี้ ซึ่งภาพอาจเปลี่ยนไปเมื่อเป็นการจับมือร่วมกันระหว่าง Xeon และ Larrabee ของอินเทลแทน ไม่ว่าอินเทลจะตัดสินใจที่จะใช้การเชื่อมโยง QPI กับ Larrabee ในตอนแรกหรือตอนหลัง มันก็เป็นการตัดสินใจของอินเทลซึ่งไม่ติดปัญหาด้านเทคนิคแต่อย่างใด ดังนั้นก่อนที่เอเอ็มดีจะถูกต้อนเข้ามุมอีกครั้ง เอเอ็มดีควรฉกฉวยโอกาสนี้ในขณะที่ยังทำได้ เพราะเมื่ออินเทลเดินไปถึงตอนนั้น โอกาสจะตกอยู่ในกำมือของอินเทลอย่างแน่นอน
                          ที่มา http://www.quickpcextreme.com/blog/archives/4865
                          Last edited by Hunterwing; 9 Dec 2009, 11:37:41.

                          Comment


                          • #28
                            งานเข้า

                            Comment


                            • #29
                              Originally posted by Khow View Post
                              AMD เขาด่าแบบสุภาพมากกว่าค่ายเขียวนะ CEO ค่ายเขียวอันนั้นเกรียนตัวพ่อเลย
                              กัดแขวะทุกบริษัทยกตนข่มท่าน อย่างตอน CUDA ก็บอกว่าของค่ายอื่นอย่าง Open CL ก็เน้นแต่ MAC
                              DX ก็เน้นแต่ windows CUDA สิแจ๋วกว่าได้หมดเลย
                              แต่ในบทความนี้ มันแอบแขวะว่า Intel ยึดตึดกับ CPU มากไป
                              ส่วนค่ายเขียวก็ยึดติดกับ GPU มากไป ซึ่งคิดไปคิดมามันก็จริงของ AMD
                              ถ้าเอาคำด่าของ AMD ไปปรับปรุงนี่ชนะได้เลยนะ นี่แหละความต่างของ AMD กับ nVIDIA
                              เยี่มครับ

                              Comment


                              • #30
                                รอ AMD ออกซีพียูที่แรงกว่านี้อนู่นา (แรงละดีกว่าอินเทล)

                                Comment

                                Working...
                                X