หากการประมูล 3G บนความถี่มาตรฐาน 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ของกทช.ทำให้ประเทศไทยมีระบบโทรศัพท์มือถือ 3G แบบชั่วข้ามคืน อาจเห็นผู้ประกอบการบางรายดีใจจนแทบกลั้นน้ำตาไม่ไหว เพราะสามารถตักตวงผลประโยชน์มหาศาลจากทรัพยากรความถี่ของชาติที่อดีตได้แค่สิทธิในการให้บริการ ในขณะที่รัฐวิสาหกิจบางแห่งอาจต้องกลืนเลือดน้ำตาคลอเบ้า เพราะนับวันยิ่งถูกทิ้ง***งกาชื่อทิ้งจากสารบบผู้ให้บริการโทรคมนาคมชั้นนำของประเทศ
ถ้าวิเคราะห์แบบฟันธง เกม 3G ของผู้เล่นแต่ละรายต่างมีกลยุทธ์และเป้าหมายที่แตกต่างกัน 1.บริษัท ทีโอที เป้าหมายหลักวันนี้คือต้องการยืดเวลาการประมูล 3G ของกทช.ออกไปให้นานที่สุด เพื่อให้บริการ 3G ของตัวเองมีเวลาสร้างฐานลูกค้า โดยเริ่มปฐมบทในวันที่ 3ธ.ค. เปิดให้บริการในกทม.และปริมณฑลก่อน พร้อมแผนวางโครงข่าย 3G ทั่วประเทศ 2 หมื่นล้านบาท
ทีโอทีไม่มีความต้องการประมูลไลเซ่นส์ 3G ของกทช.และทีโอทียังเห็นว่าการประมูล 3G ของกทช.ไม่มีผลกระทบอะไรกับทีโอที เพียงแต่จะทำให้เกิดการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น ในขณะเดียวกันทีโอทีเป็นห่วงบริษัทสัมปทานอย่างเอไอเอส ที่อาจตุกติกใช้ประโยชน์จากโครงข่าย 2G จากสัมปทานเดิม ต่อยอดสร้างโครงข่าย 3G เพราะทุกวันนี้ทีโอทีหมดปัญญาในการตรวจสอบทรัพย์สินต่างๆที่เอกชนโอนมาให้ รวมทั้งปัญหาการถ่ายโอนฐานลูกค้าของเอกชนจะทำให้ส่วนแบ่งรายได้หายไปอย่างมีนัยสำคัญ
เกมของทีโอทีคือยื้อเวลาประมูล 3G พร้อมทั้งโยนโจทย์เรื่องโครงข่าย 2G ให้รัฐหาทางช่วยเหลือ
2.บริษัท กสท โทรคมนาคม วันนี้กสทเป็นหนึ่งใน 4 ที่คาดว่าจะได้รับใบอนุญาต 3G จากการประมูลของกทช.แน่นอน อยู่ที่ว่าจะจับมือกับพันธมิตรในช่วงเวลาไหนถึงจะเหมาะสมที่สุด ปัญหาของกสทเช่นเดียวกับทีโอที คือ กลัวในเรื่องการถ่ายโอนลูกค้าที่จะทำให้ส่วนแบ่งรายได้หายไป แต่กสทกลายเป็นองค์กรที่ดูเซ็กซี่ขึ้นทันตาเห็น เพราะจะมีโครงข่าย CDMA ที่จะถูกพัฒนาให้เป็น 3G ทั่วประเทศหลังจากซื้อกิจการฮัทช์เรียบร้อย ฐานลูกค้าที่ได้พร้อมสถานที่ติดตั้งสถานีฐานจะเป็นแรงดึงดูดพาร์ตเนอร์ต่างชาติให้มาร่วมประมูล 3G
กสทจะเป็นผู้ให้บริการรายเดียวที่มี 2 เทคโนโลยี 3G คือ CDMA / EV-DO กับ WCDMA บนความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ที่จะประมูลไลเซ่นส์กทช. สำหรับธุรกิจสื่อสารไร้สายหรือโทรศัพท์มือถือ 3G ดูเหมือนกสทจะอยู่ในตำแหน่งที่ดูดีกว่าทีโอทีไปแล้ว
3.เอไอเอส วันนี้ 3G เป็นความจำเป็นมากถึงมากที่สุดสำหรับเอไอเอส เพราะปัจจุบันซูเปอร์ 3G ของเอไอเอสในพื้นที่ให้บริการเทียบความเร็วกับ 3G ดีแทคแล้ว เอไอเอสดูเหมือนจะช้ากว่าอย่างเห็นได้ชัด เพราะความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ของเอไอเอสมีข้อจำกัดมากเหมือนถนนมีแค่ 4 เลนแต่มีรถทุกชนิดวิ่งแออัดยัดเยียด ต่างจากดีแทคที่ถนนกว้างกว่าแถมยังมีเลนพิเศษให้ข้อมูลวิ่งต่างหาก
เอไอเอสจึงต้องทำทุกวิธีให้การประมูล 3G เกิดโดยเร็ว เพื่อชิงความถี่จำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์ ต่อยอดบริการ รักษาความเป็นผู้นำในตลาดผู้ให้บริการมือถือต่อไป
4.ทรูมูฟ สำหรับการประมูล 3Gทรูมูฟมาในแนวชอบของดีราคาถูก ไม่อยากให้ราคากลางหรือราคาเริ่มต้นประมูลสูงเป็นหมื่นล้านบาท เพราะเกรงสู้พวกมีต่างชาติหนุนหลังไม่ไหว ทรูมูฟเป็นโอเปอเรเตอร์อีกรายที่ต้องการ 3G บนความถี่มาตรฐาน เพราะทุกวันนี้ได้แค่ทดสอบ โดยอาศัยความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์ของกสท ซึ่งคาราคาซังไม่สามารถเปิดบริการเชิงพาณิชย์เก็บเงินได้ เนื่องจากต้องผ่านการพิจารณาคณะกรรมการตามพรบ.ร่วมทุนปี 2535
ทรูมูฟต้องการไลเซ่นส์ 3G เพื่อมาต่อยอดบริการคอนเวอร์เจนซ์ สร้างนิยายรักที่สวยงาม ไว้หาพันธมิตรต่างชาติที่ถึงตอนนั้นจะยอมรับเงื่อนไขขนเงินมาลงทุนแต่อำนาจบริหารเป็นของกลุ่มทรู
5.ดีแทค วันนี้แทบจะไม่ต้องออกอาวุธอะไรมากนัก ใช้กลยุทธ์ mee too คือใครออกแรงให้ประมูล 3G โดยเร็ว ดีแทคก็ได้ด้วย ถ้าใครยื้อประมูล ดีแทคก็ยังมีบริการ HSPA หรือ 3G บนความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์ที่เปิดให้กลุ่มเป้าหมายทดสอบอยู่ ซึ่งการใช้งานอยู่ในระดับน่าพอใจอย่างมาก เหลือแต่เพียงขั้นตอนตามพรบ.ร่วมทุนปี 2535 เท่านั้นที่ยังทำให้ไม่สามารถเก็บค่าบริการได้
ดีแทคจะเป็นโอปอเรเตอร์ที่จะมีความถี่ 3G 2 ย่านคือ 850 เมกะเฮิรตซ์ในปัจจุบันและ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ในอนาคตที่ได้จากการประมูล
6.คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) จากการกระ******************************นกระหือรือที่จะประมูล 3G ให้ทันภายในปีนี้ ก็ออกอาการถอดใจ หลังส่งเรื่องให้กฤษฎีกาตีความรัฐธรรมนูญมาตรา 47 วรรค 2 ว่ากทช.ชุดนี้มีอำนาจจัดประมูลหรือไม่ เพราะอาจเกิดปัญหาฟ้องร้องวุ่นวายถ้าประมูลไปแล้วกฤษฎีกาตีความว่ากทช.ไม่มีอำนาจ ซึ่งหลังจากถูกกระแสสังคมต้านหนักไม่ว่าเรื่องนอมินีต่างชาติ ราคากลาง และปัญหาความมั่นคง ดูเหมือนกทช.พยายามหาทางออกเพื่ออธิบายสังคมโดยเฉพาะเรื่องราคากลางเคาะที่ 4,600 กับ 5,200 ล้านบาท ส่วนปัญหานอมินีต่างชาติ กทช.ดูจะมั่นใจมากเพราะบริษัทลูกๆของโอปอเรเตอร์ต่างก็ได้ไลเซ่นส์จากกทช.มาหลายใบแล้ว โดยไม่ถูกตีตกในประเด็นไม่ใช่นิติบุคคลสัญชาติไทย
ส่วนผู้บริโภค การมี 3G ประโยชน์ได้รับสูงสุดคือการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงการส่งภาพ เสียงและข้อมูลได้พร้อมกัน การสื่อสารในรูปแบบวิดีโอ สตรีมมิ่ง ที่คาดว่ายังมีกลุ่มคนสัก 10% ที่พร้อมใช้บริการในรูปแบบแปลกใหม่ที่ได้ประโยชน์ทั้งความบันเทิงและการใช้ในธุรกิจ ซึ่งในมุมผู้บริโภค ไม่ว่า 3G จะมาเร็วหรือมาช้า แต่ค่าบริการเป็นหัวใจสำคัญที่สุดที่กทช.จะต้องคำนึงถึง
*******ประชาพิจารณ์ 9 เรื่อง
ในการประชุมบอร์ดกทช.เมื่อวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมากทช.ได้สรุปหัวข้อประชาพิจารณ์ 3G ในวันที่ 12พ.ย.52ถี่ยิบ 9 เรื่องเพื่อตอบข้อสงสัยในการทำประชาพิจารณ์ครั้งที่ผ่านประกอบด้วย 1.คุณสมบัติผู้เข้าร่วมการประมูล 2.ระยะเวลายื่นความจำนงของผู้สนใจเข้าร่วมประมูล3G จากเดิมกำหนดไว้ 30 วันเปลี่ยนเป็น 45-60 วัน 3.ข้อกำหนดเรื่องการลงทุนโครงข่ายแบ่งเป็น 2 เรื่องใหญ่ คือควรกำหนดให้ผู้ประกอบการลงทุนเองกี่เปอร์เซ็นต์ และควรให้มีการเช่าใช้โครงข่ายผู้อื่นได้กี่เปอร์เซ็นต์
4.การลงทุนโครงข่ายควรกำหนดพื้นที่การลงทุนด้วยหรือไม่ 5.ควรเปิดโอกาสให้ผู้ชนะการประมูลผ่อนจ่ายค่าไลเซ่นส์ในระยะ 6เดือนหรือ 1 ปีหรือไม่ 6.การโอนย้ายลูกค้าจาก 2 G ไป 3 G 7.เรื่องความมั่นคงกทช.ควรกำหนดประเด็นใดเพิ่มเติมอีกหรือไม่ 8.การใช้โครงข่ายพื้นฐานร่วมกันและ9. MVNO ควรบังคับให้ทำด้วยไหม
บทสรุปส่งท้ายของ 3G ในวันนี้ พล.อ.ชูชาติ พรหมพระสิทธิ์ ประธานกทช.กล่าวยืนยันว่ารู้สึกดีใจที่ทุกภาคส่วนของสังคมออกมาให้ความเห็นและเสนอแนะแนวทางต่างๆเพื่อให้การประมูล 3G ออกมาดีที่สุด โดยย้ำว่าทุกเรื่องที่กทช.ทำต้องอธิบายกับสังคมได้ และถ้าหากกฤษฎีกาตีความว่ากทช.ไม่มีอำนาจ ก็จบไม่ต้องดำเนินการประมูล กทช.ชุดนี้ทำได้แต่เพียงเตรียมการล่วงหน้าเท่านั้น
ข่าว : CyberBiz
ถ้าวิเคราะห์แบบฟันธง เกม 3G ของผู้เล่นแต่ละรายต่างมีกลยุทธ์และเป้าหมายที่แตกต่างกัน 1.บริษัท ทีโอที เป้าหมายหลักวันนี้คือต้องการยืดเวลาการประมูล 3G ของกทช.ออกไปให้นานที่สุด เพื่อให้บริการ 3G ของตัวเองมีเวลาสร้างฐานลูกค้า โดยเริ่มปฐมบทในวันที่ 3ธ.ค. เปิดให้บริการในกทม.และปริมณฑลก่อน พร้อมแผนวางโครงข่าย 3G ทั่วประเทศ 2 หมื่นล้านบาท
ทีโอทีไม่มีความต้องการประมูลไลเซ่นส์ 3G ของกทช.และทีโอทียังเห็นว่าการประมูล 3G ของกทช.ไม่มีผลกระทบอะไรกับทีโอที เพียงแต่จะทำให้เกิดการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น ในขณะเดียวกันทีโอทีเป็นห่วงบริษัทสัมปทานอย่างเอไอเอส ที่อาจตุกติกใช้ประโยชน์จากโครงข่าย 2G จากสัมปทานเดิม ต่อยอดสร้างโครงข่าย 3G เพราะทุกวันนี้ทีโอทีหมดปัญญาในการตรวจสอบทรัพย์สินต่างๆที่เอกชนโอนมาให้ รวมทั้งปัญหาการถ่ายโอนฐานลูกค้าของเอกชนจะทำให้ส่วนแบ่งรายได้หายไปอย่างมีนัยสำคัญ
เกมของทีโอทีคือยื้อเวลาประมูล 3G พร้อมทั้งโยนโจทย์เรื่องโครงข่าย 2G ให้รัฐหาทางช่วยเหลือ
2.บริษัท กสท โทรคมนาคม วันนี้กสทเป็นหนึ่งใน 4 ที่คาดว่าจะได้รับใบอนุญาต 3G จากการประมูลของกทช.แน่นอน อยู่ที่ว่าจะจับมือกับพันธมิตรในช่วงเวลาไหนถึงจะเหมาะสมที่สุด ปัญหาของกสทเช่นเดียวกับทีโอที คือ กลัวในเรื่องการถ่ายโอนลูกค้าที่จะทำให้ส่วนแบ่งรายได้หายไป แต่กสทกลายเป็นองค์กรที่ดูเซ็กซี่ขึ้นทันตาเห็น เพราะจะมีโครงข่าย CDMA ที่จะถูกพัฒนาให้เป็น 3G ทั่วประเทศหลังจากซื้อกิจการฮัทช์เรียบร้อย ฐานลูกค้าที่ได้พร้อมสถานที่ติดตั้งสถานีฐานจะเป็นแรงดึงดูดพาร์ตเนอร์ต่างชาติให้มาร่วมประมูล 3G
กสทจะเป็นผู้ให้บริการรายเดียวที่มี 2 เทคโนโลยี 3G คือ CDMA / EV-DO กับ WCDMA บนความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ที่จะประมูลไลเซ่นส์กทช. สำหรับธุรกิจสื่อสารไร้สายหรือโทรศัพท์มือถือ 3G ดูเหมือนกสทจะอยู่ในตำแหน่งที่ดูดีกว่าทีโอทีไปแล้ว
3.เอไอเอส วันนี้ 3G เป็นความจำเป็นมากถึงมากที่สุดสำหรับเอไอเอส เพราะปัจจุบันซูเปอร์ 3G ของเอไอเอสในพื้นที่ให้บริการเทียบความเร็วกับ 3G ดีแทคแล้ว เอไอเอสดูเหมือนจะช้ากว่าอย่างเห็นได้ชัด เพราะความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ของเอไอเอสมีข้อจำกัดมากเหมือนถนนมีแค่ 4 เลนแต่มีรถทุกชนิดวิ่งแออัดยัดเยียด ต่างจากดีแทคที่ถนนกว้างกว่าแถมยังมีเลนพิเศษให้ข้อมูลวิ่งต่างหาก
เอไอเอสจึงต้องทำทุกวิธีให้การประมูล 3G เกิดโดยเร็ว เพื่อชิงความถี่จำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์ ต่อยอดบริการ รักษาความเป็นผู้นำในตลาดผู้ให้บริการมือถือต่อไป
4.ทรูมูฟ สำหรับการประมูล 3Gทรูมูฟมาในแนวชอบของดีราคาถูก ไม่อยากให้ราคากลางหรือราคาเริ่มต้นประมูลสูงเป็นหมื่นล้านบาท เพราะเกรงสู้พวกมีต่างชาติหนุนหลังไม่ไหว ทรูมูฟเป็นโอเปอเรเตอร์อีกรายที่ต้องการ 3G บนความถี่มาตรฐาน เพราะทุกวันนี้ได้แค่ทดสอบ โดยอาศัยความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์ของกสท ซึ่งคาราคาซังไม่สามารถเปิดบริการเชิงพาณิชย์เก็บเงินได้ เนื่องจากต้องผ่านการพิจารณาคณะกรรมการตามพรบ.ร่วมทุนปี 2535
ทรูมูฟต้องการไลเซ่นส์ 3G เพื่อมาต่อยอดบริการคอนเวอร์เจนซ์ สร้างนิยายรักที่สวยงาม ไว้หาพันธมิตรต่างชาติที่ถึงตอนนั้นจะยอมรับเงื่อนไขขนเงินมาลงทุนแต่อำนาจบริหารเป็นของกลุ่มทรู
5.ดีแทค วันนี้แทบจะไม่ต้องออกอาวุธอะไรมากนัก ใช้กลยุทธ์ mee too คือใครออกแรงให้ประมูล 3G โดยเร็ว ดีแทคก็ได้ด้วย ถ้าใครยื้อประมูล ดีแทคก็ยังมีบริการ HSPA หรือ 3G บนความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์ที่เปิดให้กลุ่มเป้าหมายทดสอบอยู่ ซึ่งการใช้งานอยู่ในระดับน่าพอใจอย่างมาก เหลือแต่เพียงขั้นตอนตามพรบ.ร่วมทุนปี 2535 เท่านั้นที่ยังทำให้ไม่สามารถเก็บค่าบริการได้
ดีแทคจะเป็นโอปอเรเตอร์ที่จะมีความถี่ 3G 2 ย่านคือ 850 เมกะเฮิรตซ์ในปัจจุบันและ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ในอนาคตที่ได้จากการประมูล
6.คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) จากการกระ******************************นกระหือรือที่จะประมูล 3G ให้ทันภายในปีนี้ ก็ออกอาการถอดใจ หลังส่งเรื่องให้กฤษฎีกาตีความรัฐธรรมนูญมาตรา 47 วรรค 2 ว่ากทช.ชุดนี้มีอำนาจจัดประมูลหรือไม่ เพราะอาจเกิดปัญหาฟ้องร้องวุ่นวายถ้าประมูลไปแล้วกฤษฎีกาตีความว่ากทช.ไม่มีอำนาจ ซึ่งหลังจากถูกกระแสสังคมต้านหนักไม่ว่าเรื่องนอมินีต่างชาติ ราคากลาง และปัญหาความมั่นคง ดูเหมือนกทช.พยายามหาทางออกเพื่ออธิบายสังคมโดยเฉพาะเรื่องราคากลางเคาะที่ 4,600 กับ 5,200 ล้านบาท ส่วนปัญหานอมินีต่างชาติ กทช.ดูจะมั่นใจมากเพราะบริษัทลูกๆของโอปอเรเตอร์ต่างก็ได้ไลเซ่นส์จากกทช.มาหลายใบแล้ว โดยไม่ถูกตีตกในประเด็นไม่ใช่นิติบุคคลสัญชาติไทย
ส่วนผู้บริโภค การมี 3G ประโยชน์ได้รับสูงสุดคือการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงการส่งภาพ เสียงและข้อมูลได้พร้อมกัน การสื่อสารในรูปแบบวิดีโอ สตรีมมิ่ง ที่คาดว่ายังมีกลุ่มคนสัก 10% ที่พร้อมใช้บริการในรูปแบบแปลกใหม่ที่ได้ประโยชน์ทั้งความบันเทิงและการใช้ในธุรกิจ ซึ่งในมุมผู้บริโภค ไม่ว่า 3G จะมาเร็วหรือมาช้า แต่ค่าบริการเป็นหัวใจสำคัญที่สุดที่กทช.จะต้องคำนึงถึง
*******ประชาพิจารณ์ 9 เรื่อง
ในการประชุมบอร์ดกทช.เมื่อวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมากทช.ได้สรุปหัวข้อประชาพิจารณ์ 3G ในวันที่ 12พ.ย.52ถี่ยิบ 9 เรื่องเพื่อตอบข้อสงสัยในการทำประชาพิจารณ์ครั้งที่ผ่านประกอบด้วย 1.คุณสมบัติผู้เข้าร่วมการประมูล 2.ระยะเวลายื่นความจำนงของผู้สนใจเข้าร่วมประมูล3G จากเดิมกำหนดไว้ 30 วันเปลี่ยนเป็น 45-60 วัน 3.ข้อกำหนดเรื่องการลงทุนโครงข่ายแบ่งเป็น 2 เรื่องใหญ่ คือควรกำหนดให้ผู้ประกอบการลงทุนเองกี่เปอร์เซ็นต์ และควรให้มีการเช่าใช้โครงข่ายผู้อื่นได้กี่เปอร์เซ็นต์
4.การลงทุนโครงข่ายควรกำหนดพื้นที่การลงทุนด้วยหรือไม่ 5.ควรเปิดโอกาสให้ผู้ชนะการประมูลผ่อนจ่ายค่าไลเซ่นส์ในระยะ 6เดือนหรือ 1 ปีหรือไม่ 6.การโอนย้ายลูกค้าจาก 2 G ไป 3 G 7.เรื่องความมั่นคงกทช.ควรกำหนดประเด็นใดเพิ่มเติมอีกหรือไม่ 8.การใช้โครงข่ายพื้นฐานร่วมกันและ9. MVNO ควรบังคับให้ทำด้วยไหม
บทสรุปส่งท้ายของ 3G ในวันนี้ พล.อ.ชูชาติ พรหมพระสิทธิ์ ประธานกทช.กล่าวยืนยันว่ารู้สึกดีใจที่ทุกภาคส่วนของสังคมออกมาให้ความเห็นและเสนอแนะแนวทางต่างๆเพื่อให้การประมูล 3G ออกมาดีที่สุด โดยย้ำว่าทุกเรื่องที่กทช.ทำต้องอธิบายกับสังคมได้ และถ้าหากกฤษฎีกาตีความว่ากทช.ไม่มีอำนาจ ก็จบไม่ต้องดำเนินการประมูล กทช.ชุดนี้ทำได้แต่เพียงเตรียมการล่วงหน้าเท่านั้น
ข่าว : CyberBiz

Comment