อินเทล คอร์ปอเรชั่น ในสหรัฐอเมริกาได้เปิดเผยความคืบหน้าของเทคโนโลยีการผลิตขนาด 32 นาโนเมตรสำหรับสินค้าของอินเทลในอนาคต และในวันเดียวกัน นายพอล โอเทลลินี ประธานและซีอีโอของอินเทลได้ประกาศการลงทุนในเทคโนโลยีการผลิตแบบใหม่ซึ่งมี มูลค่าสูงสุดตั้งแต่เคยมีมาในการพัฒนาโรงงานในประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อ สนับสนุนการก้าวไปสู่เทคโนโลยีการผลิตขนาด 32 นาโนเมตรที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น โดยจะใช้เงินลงทุนทั้งหมดประมาณ 7 พันล้านเหรียญสหรัฐในช่วงสองปีนับจากนี้ การลงทุนครั้งนี้จะทำให้อินเทลเป็นผู้นำเทคโนโลยีการผลิตแบบ 32 นาโนเมตร (nm) ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ทำให้ชิปมีขนาดเล็กลง ใช้พลังงานน้อยลง และมีความเร็วสูงขึ้น
โอ เทลลินี กล่าวว่า เราจะลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อทำให้อินเทลคงความเป็นผู้นำในด้านนวัตกรรม เทคโนโลยีต่อไป โรงงานผลิตต่างๆ เหล่านี้จะใช้เทคโนโลยีการประมวลผลที่ทันสมัยที่สุดในโลก ความสามารถในการผลิตของโรงงานที่ใช้เทคโนโลยี 32 นาโนเมตร นี้จะมีอยู่ในระดับล้ำเลิศ และชิปที่ ผลิตจากโรงงานเหล่านี้จะกลายมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของโลกดิจิตอล ที่ช่วยสร้างผลตอบแทนทางด้านเศรษฐกิจให้กับอุตสาหกรรมไอทีและอุตสาหกรรม อื่นๆ ได้ในระยะยาว
การ ลงทุนดังกล่าว จะเป็นการลงทุนเพิ่มในโรงงานผลิตที่มีอยู่เดิมที่โอเรกอน อาริโซนา และ นิวเม็กซิโก โดยช่วยเสริมตำแหน่งงานที่มีทักษะสูงจำนวน 7,000 ตำแหน่งในโรงงานเหล่านี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแรงงานทั้งหมดของอินเทลกว่า 45,000 ตำแหน่งในอเมริกา ในขณะที่อินเทลมียอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในต่างประเทศมากกว่าร้อยละ 75 กำลังการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในอเมริกายังคงมีมากถึง ร้อยละ 75 รวมถึงงานด้านการวิจัยและพัฒนา ตลอดจนงบลงทุนในโครงการต่างๆ ในอเมริกาก็ยังมีอยู่ประมาณร้อยละ 75 เช่นเดียวกัน
เทคโนโลยีที่อินเทลใช้ในขั้นตอนการผลิตนี้จะถูกนำมาสร้างวงจรชิปที่มีขนาด 32 นาโนมเตร (หรือเทียบเท่ากับ 32/พันล้านของขนาดหนึ่งเมตร หรือประมาณ 1/ล้านของขนาดหนึ่งนิ้ว) ซึ่งจัดเป็นโครงสร้างระดับอะตอมที่มีขนาดเล็กมาก
โปรเซสเซอร์รุ่นแรกของอินเทลที่จะใช้เทคโนโลยีขั้นตอนการผลิตแบบนี้มีชื่อรหัสว่า เวสท์เมียร์ ( Westmere) ซึ่งในช่วงแรกจะนำไปใช้กับเดสก์ท้อปและโน้ตบุ๊กรุ่นเมนสตรีม โปรเซสเซอร์ เวสท์เมียร์ จะใช้สถาปัตยกรรมย่อยที่มีประสิทธิภาพสูงรุ่นล่าสุดของอินเทล (ซึ่งใช้ชื่อรหัสว่า Nehalem) และ มีกราฟิกฝังอยู่ในตัวโปรเซสเซอร์ ทำให้ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของพีซีให้สูงขึ้น และช่วยให้ขั้นตอนการผลิตพีซีทำได้ง่ายกว่าเดิมเมื่อเทียบกับระบบที่มีอยู่ ในปัจจุบัน
ขั้นตอนการผลิตที่ยอดเยี่ยมขนาด 32 นาโนเมตร และผลิตภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบช่วยให้อินเทลเร่งการผลิตโปรเซสเซอร์ เวสท์เมียร์ ได้ตั้งแต่ปี 2552 นี้เป็นต้นไป ส่วนผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ใช้ขั้นตอนการผลิตแบบ 32 นาโนเมตรเช่นกันจะทยอยออกสู่ตลาดตามมาในปี 2553
โอเทลลินี จะพูดถึงความสำคัญของเทคโนโลยีใหม่ดังกล่าว รวมถึงการลงทุนใหม่ๆ ในอนาคต ในระหว่างการปราศรัยซึ่งจัดขึ้นในวันนี้ (11 กุมภาพันธ์) ที่ อีโคโนมิค คลับ กรุงวอชิงตัน ดีซี นอกจากนั้น ผู้บริหารอีกหลายท่านของอินเทลจะมีการสาธิตให้ผู้ร่วมงานเห็นถึงประสิทธิภาพของโปรเซสเซอร์ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี 32 nm (โปรเซสเซอร์ เวสท์เมียร์ รุ่นแรก) เป็นครั้งแรกของโลก ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมของการจัดงานในครั้งนี้ได้ที่ www.intel.com/pressroom
เกี่ยวกับอินเทล
อินเทล (NASDAQ:INTC) เป็น ผู้นำระดับโลกในด้านนวัตกรรมซิลิกอน สร้างสรรค์เทคโนโลยี สินค้า รวมทั้งการริเริ่มต่างๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและการทำงานของผู้คนอย่างต่อเนื่อง ท่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอินเทลได้ที่ www.intel.com/pressroom และ blogs.intel.com


โอ เทลลินี กล่าวว่า เราจะลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อทำให้อินเทลคงความเป็นผู้นำในด้านนวัตกรรม เทคโนโลยีต่อไป โรงงานผลิตต่างๆ เหล่านี้จะใช้เทคโนโลยีการประมวลผลที่ทันสมัยที่สุดในโลก ความสามารถในการผลิตของโรงงานที่ใช้เทคโนโลยี 32 นาโนเมตร นี้จะมีอยู่ในระดับล้ำเลิศ และชิปที่ ผลิตจากโรงงานเหล่านี้จะกลายมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของโลกดิจิตอล ที่ช่วยสร้างผลตอบแทนทางด้านเศรษฐกิจให้กับอุตสาหกรรมไอทีและอุตสาหกรรม อื่นๆ ได้ในระยะยาว
การ ลงทุนดังกล่าว จะเป็นการลงทุนเพิ่มในโรงงานผลิตที่มีอยู่เดิมที่โอเรกอน อาริโซนา และ นิวเม็กซิโก โดยช่วยเสริมตำแหน่งงานที่มีทักษะสูงจำนวน 7,000 ตำแหน่งในโรงงานเหล่านี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแรงงานทั้งหมดของอินเทลกว่า 45,000 ตำแหน่งในอเมริกา ในขณะที่อินเทลมียอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในต่างประเทศมากกว่าร้อยละ 75 กำลังการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในอเมริกายังคงมีมากถึง ร้อยละ 75 รวมถึงงานด้านการวิจัยและพัฒนา ตลอดจนงบลงทุนในโครงการต่างๆ ในอเมริกาก็ยังมีอยู่ประมาณร้อยละ 75 เช่นเดียวกัน
เทคโนโลยีที่อินเทลใช้ในขั้นตอนการผลิตนี้จะถูกนำมาสร้างวงจรชิปที่มีขนาด 32 นาโนมเตร (หรือเทียบเท่ากับ 32/พันล้านของขนาดหนึ่งเมตร หรือประมาณ 1/ล้านของขนาดหนึ่งนิ้ว) ซึ่งจัดเป็นโครงสร้างระดับอะตอมที่มีขนาดเล็กมาก
โปรเซสเซอร์รุ่นแรกของอินเทลที่จะใช้เทคโนโลยีขั้นตอนการผลิตแบบนี้มีชื่อรหัสว่า เวสท์เมียร์ ( Westmere) ซึ่งในช่วงแรกจะนำไปใช้กับเดสก์ท้อปและโน้ตบุ๊กรุ่นเมนสตรีม โปรเซสเซอร์ เวสท์เมียร์ จะใช้สถาปัตยกรรมย่อยที่มีประสิทธิภาพสูงรุ่นล่าสุดของอินเทล (ซึ่งใช้ชื่อรหัสว่า Nehalem) และ มีกราฟิกฝังอยู่ในตัวโปรเซสเซอร์ ทำให้ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของพีซีให้สูงขึ้น และช่วยให้ขั้นตอนการผลิตพีซีทำได้ง่ายกว่าเดิมเมื่อเทียบกับระบบที่มีอยู่ ในปัจจุบัน
ขั้นตอนการผลิตที่ยอดเยี่ยมขนาด 32 นาโนเมตร และผลิตภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบช่วยให้อินเทลเร่งการผลิตโปรเซสเซอร์ เวสท์เมียร์ ได้ตั้งแต่ปี 2552 นี้เป็นต้นไป ส่วนผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ใช้ขั้นตอนการผลิตแบบ 32 นาโนเมตรเช่นกันจะทยอยออกสู่ตลาดตามมาในปี 2553
โอเทลลินี จะพูดถึงความสำคัญของเทคโนโลยีใหม่ดังกล่าว รวมถึงการลงทุนใหม่ๆ ในอนาคต ในระหว่างการปราศรัยซึ่งจัดขึ้นในวันนี้ (11 กุมภาพันธ์) ที่ อีโคโนมิค คลับ กรุงวอชิงตัน ดีซี นอกจากนั้น ผู้บริหารอีกหลายท่านของอินเทลจะมีการสาธิตให้ผู้ร่วมงานเห็นถึงประสิทธิภาพของโปรเซสเซอร์ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี 32 nm (โปรเซสเซอร์ เวสท์เมียร์ รุ่นแรก) เป็นครั้งแรกของโลก ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมของการจัดงานในครั้งนี้ได้ที่ www.intel.com/pressroom
เกี่ยวกับอินเทล
อินเทล (NASDAQ:INTC) เป็น ผู้นำระดับโลกในด้านนวัตกรรมซิลิกอน สร้างสรรค์เทคโนโลยี สินค้า รวมทั้งการริเริ่มต่างๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและการทำงานของผู้คนอย่างต่อเนื่อง ท่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอินเทลได้ที่ www.intel.com/pressroom และ blogs.intel.com



Comment