ฝนตกที่ Lehman หนาวถึง AMD
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 22 กันยายน 2551 09:41 น.
ฝนที่ตกทางโน้นหนาวถึงคนทางนี้.. เห็นทีเอเอ็มดี (Advanced Micro Devices) ผู้ผลิตชิปคอมพิวเตอร์ยักษ์ใหญ่ต้องขอยืมเพลงพี่เบิร์ดไปร้องเพราะสื่อต่าง ประเทศรายงานว่า เส้นชีวิตของ Lehman Brothers สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกาที่กำลังอยู่ในภาวะล้มละลายขณะนี้ กำลังสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับเส้นชีวิตของเอเอ็มดีโดยตรง ท่ามกลางภาวะเงินสดสำรองลดลงของเอเอ็มดี และภาพรวมการเงินของเอเอ็มดีที่มีอาการโคม่าตั้งแต่ปีที่แล้ว
Lehman นั้นเคยเปิดเผยเมื่อเดือนสิงหาคมปี 2007 ว่าเอเอ็มดีเป็นหนี้ Lehman มูลค่าทั้งสิ้น 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ คำประกาศนี้แสดงให้เห็นว่า สถาบันการเงินรายใหญ่ของสหรัฐฯอย่าง Lehman และรายอื่นๆกลายเป็นไม้ค้ำยันไม่ให้บริษัทที่มีฐานะทางการเงินไม่มั่นคงต้อง ซวนเซ ด้วยการอัดฉีดเงินลงไป
ในกรณีของ Lehman และเอเอ็มดี สื่อต่างประเทศเชื่อว่าสัญญาระหว่างสองบริษัทจะต้องเปลี่ยนแปลงเมื่อ Lehman อยู่ในภาวะล้มละลาย และ Lehman ต้องขายลูกหนี้ที่ตัวเองมีอยู่ให้กับธนาคารอื่นๆต่อไปเพื่อสร้างสภาพคล่อง ของตัวเองให้มากที่สุด เช่นเดียวกับที่สถาบันการเงินทำเพื่อสร้างกำไรให้กับตัวเอง
อย่าง ไรก็ตาม แม้สื่อจะเชื่อว่า Lehman ได้ขายหนี้สินของเอเอ็มดีไปแล้ว แต่ยังคงมองว่าปัญหาของ Lehman จะไม่มีผลกระทบใดๆต่อผลประกอบการของเอเอ็มดี ซึ่งเมื่อไตรมาสที่สิ้นสุดเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เอเอ็มดีประกาศถือเงินสดสำรอง 1.6 พันล้านเหรียญ บนหนี้สินมูลค่า 5.3 พันล้านเหรียญ
ไม่มีรายงานความเห็นเอเอ็มดีในขณะนี้ โดยหนี้สินที่กินสัดส่วนมากที่สุดของเอเอ็มดีคือการกู้เงินเพื่อซื้อกิจการ ผู้ผลิตชิปกราฟฟิกรายใหญ่อย่าง ATI Technologies ด้วยเงิน 5.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ
นักวิเคราะห์ Richard Lane จากสถาบัน Moody's Investors Services บอกว่าปัญหาใหญ่ของเอเอ็มดีด้านการเงินคือการเป็นหนี้ระยะยาว สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นข้อเสียที่ทำให้เอเอ็มดีไม่สามารถระดมทุนด้วยการขายหุ้น กู้ระยะสั้นได้แบบที่ไอบีเอ็ม (International Business Machines) หรือเอชพี (Hewlett-Packard) ทำได้ เนื่องจากการระดมทุนประเภทนี้เหมาะสำหรับบริษัทที่มีการเงินมั่นคงน่าเชื่อ ถือ ซึ่งนักลงทุนจะเลือกซื้อหุ้นกู้กับบริษัทที่แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้น
การ ระดมทุนระยะสั้นนี้เป็นวิธีที่ไอบีเอ็มและเอชพีนำมาเป็นกองทุนเพื่อรองรับ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและทำสินเชื่อลูกค้า โดย Lane บอกว่า IBM สามารถระดมทุนได้ถึง 5,000-10,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯจากการจำหน่ายหุ้นกู้ ขณะที่เอชพีสามารถทำได้ราว 6,000 ล้านเหรียญ อย่างไรก็ตาม ไม่มีรายงานความเห็นของเอชพีและไอบีเอ็มว่าเป็นไปตามข้อมูลที่ Lane ให้ไว้หรือไม่ แต่ที่แน่นอนคือเอเอ็มดีจะต้องระดมเงินจากเงินกู้ระยะยาวเป็นหลัก ซึ่งอาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะสถาบันการเงินรายอื่นในสหรัฐฯล้วนมีความ เสี่ยงล้มละลายเช่นกันในขณะนี้
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 22 กันยายน 2551 09:41 น.
ฝนที่ตกทางโน้นหนาวถึงคนทางนี้.. เห็นทีเอเอ็มดี (Advanced Micro Devices) ผู้ผลิตชิปคอมพิวเตอร์ยักษ์ใหญ่ต้องขอยืมเพลงพี่เบิร์ดไปร้องเพราะสื่อต่าง ประเทศรายงานว่า เส้นชีวิตของ Lehman Brothers สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกาที่กำลังอยู่ในภาวะล้มละลายขณะนี้ กำลังสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับเส้นชีวิตของเอเอ็มดีโดยตรง ท่ามกลางภาวะเงินสดสำรองลดลงของเอเอ็มดี และภาพรวมการเงินของเอเอ็มดีที่มีอาการโคม่าตั้งแต่ปีที่แล้ว
Lehman นั้นเคยเปิดเผยเมื่อเดือนสิงหาคมปี 2007 ว่าเอเอ็มดีเป็นหนี้ Lehman มูลค่าทั้งสิ้น 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ คำประกาศนี้แสดงให้เห็นว่า สถาบันการเงินรายใหญ่ของสหรัฐฯอย่าง Lehman และรายอื่นๆกลายเป็นไม้ค้ำยันไม่ให้บริษัทที่มีฐานะทางการเงินไม่มั่นคงต้อง ซวนเซ ด้วยการอัดฉีดเงินลงไป
ในกรณีของ Lehman และเอเอ็มดี สื่อต่างประเทศเชื่อว่าสัญญาระหว่างสองบริษัทจะต้องเปลี่ยนแปลงเมื่อ Lehman อยู่ในภาวะล้มละลาย และ Lehman ต้องขายลูกหนี้ที่ตัวเองมีอยู่ให้กับธนาคารอื่นๆต่อไปเพื่อสร้างสภาพคล่อง ของตัวเองให้มากที่สุด เช่นเดียวกับที่สถาบันการเงินทำเพื่อสร้างกำไรให้กับตัวเอง
อย่าง ไรก็ตาม แม้สื่อจะเชื่อว่า Lehman ได้ขายหนี้สินของเอเอ็มดีไปแล้ว แต่ยังคงมองว่าปัญหาของ Lehman จะไม่มีผลกระทบใดๆต่อผลประกอบการของเอเอ็มดี ซึ่งเมื่อไตรมาสที่สิ้นสุดเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เอเอ็มดีประกาศถือเงินสดสำรอง 1.6 พันล้านเหรียญ บนหนี้สินมูลค่า 5.3 พันล้านเหรียญ
ไม่มีรายงานความเห็นเอเอ็มดีในขณะนี้ โดยหนี้สินที่กินสัดส่วนมากที่สุดของเอเอ็มดีคือการกู้เงินเพื่อซื้อกิจการ ผู้ผลิตชิปกราฟฟิกรายใหญ่อย่าง ATI Technologies ด้วยเงิน 5.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ
นักวิเคราะห์ Richard Lane จากสถาบัน Moody's Investors Services บอกว่าปัญหาใหญ่ของเอเอ็มดีด้านการเงินคือการเป็นหนี้ระยะยาว สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นข้อเสียที่ทำให้เอเอ็มดีไม่สามารถระดมทุนด้วยการขายหุ้น กู้ระยะสั้นได้แบบที่ไอบีเอ็ม (International Business Machines) หรือเอชพี (Hewlett-Packard) ทำได้ เนื่องจากการระดมทุนประเภทนี้เหมาะสำหรับบริษัทที่มีการเงินมั่นคงน่าเชื่อ ถือ ซึ่งนักลงทุนจะเลือกซื้อหุ้นกู้กับบริษัทที่แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้น
การ ระดมทุนระยะสั้นนี้เป็นวิธีที่ไอบีเอ็มและเอชพีนำมาเป็นกองทุนเพื่อรองรับ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและทำสินเชื่อลูกค้า โดย Lane บอกว่า IBM สามารถระดมทุนได้ถึง 5,000-10,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯจากการจำหน่ายหุ้นกู้ ขณะที่เอชพีสามารถทำได้ราว 6,000 ล้านเหรียญ อย่างไรก็ตาม ไม่มีรายงานความเห็นของเอชพีและไอบีเอ็มว่าเป็นไปตามข้อมูลที่ Lane ให้ไว้หรือไม่ แต่ที่แน่นอนคือเอเอ็มดีจะต้องระดมเงินจากเงินกู้ระยะยาวเป็นหลัก ซึ่งอาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะสถาบันการเงินรายอื่นในสหรัฐฯล้วนมีความ เสี่ยงล้มละลายเช่นกันในขณะนี้


Comment