
สวัสดีครับ ถ้าหากจำกันได้ผมเคยรีวิวเราเตอร์รุ่น ASUS RT-AC3200 จากกระทู้นี้ http://pantip.com/topic/34006065 ซึ่ง ณ เวลานั้นก็ต้องบอกเลยว่ามันเป็นเราเตอร์ที่ทรงประสิทธิภาพระดับท๊อปในตลาดเราเตอร์แบบผู้ใช้ตามบ้านแล้ว แต่หลังจากที่ผมรีวิวไปแล้วก็มีเพื่อนมาสอบถามเยอะครับ แต่แล้วก็มีเพื่อนผมคนนึงเค้ามีปัญหากับการเล่นเกมส์ออนไลน์พวก DotA2, LoL, CS:GO รวมถึง GTA V อะไรแนวๆนี้ แบบว่ามันแลค มันหน่วง มัน...บลาๆๆๆ (ผมคิดในใจ แพ้แล้วอ้างนี่หว่า 555) แต่พอผมไปเช็คให้ที่บ้านเพื่อนก็สรุปเป็นที่เราเตอร์ที่เค้าใช้อยู่มันส่งสัญญาณไม่ครอบคลุมทั้งบ้าน เรียกได้ว่าสัญญาณอ่อนจัด! เพื่อนผมเค้าก็เลยให้ผมหาตัวเด็ดๆให้ตัวนึง ตอนแรกผมก็แนะนำให้จัด RT-AC3200 ไป แต่พอติดตามข่าวต่างประเทศก็เห็นว่า ASUS จะเปิดตัวเราเตอร์รุ่นใหม่สายเกมเมอร์เลยตั้งหน้าตั้งตารอมันออกมาจนกระทั่งวันนี้ที่มีวางขายในไทย

และวันนี้ก่อนที่ผมจะเอาไปติดตั้งให้เพื่อน เลยขออนุญาตมันเอามารีวิวให้ชาวโลกได้รับรู้กันก่อน ด้วยความที่บ้านของเพื่อนผมมันใหญ่และกว้างมาก(เรียกว่าคฤหาสน์ดีกว่า แบบว่าเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างแล้วมีออฟฟิศอยู่ในบริเวณบ้านด้วย) เรื่องงบไม่ใช่ปัญหา พี่แกเลยขอจัดเต็ม ASUS RT-AC5300 และ RT-AC88U โดยผมแนะนำให้ RT-AC5300 เป็นตัวหลัก ส่วน RT-AC88U อยู่บริเวณออฟฟิศที่ไกลออกไปราวๆ 200 เมตร ซึ่งต่อกับ Powerline ครับ

ขอเกริ่นก่อนว่าเราเตอร์ทั้งสองตัวนี้เปรียบเสมือนพี่น้องท้องชนกัน เอ้ย! พี่น้องท้องเดียวกัน แทบจะเป็นฝาแฝดด้วยฟีเจอร์ต่างๆที่มีมาให้ แตกต่างกันที่ตัว ASUS RT-AC5300 จะมาพร้อมกับเสารับส่งสัญญาณทั้งหมดถึง 8 เสา! ส่วน RT-AC88U จะมาพร้อมเสาทั้งหมด 4 เสาครับ ทั้งคู่เป็นเราเตอร์สายเกมเมอร์ มาพร้อมดีไซน์ที่โดดเด่นด้วยตัวบอดี้สีดำทมิฬขลิบด้วยลายเส้นสีแดงดูหล่อเหลาสุดๆ
ทำไมถึงเป็นเราเตอร์สายเกมเมอร์???
เพราะว่าทั้ง ASUS RT-AC5300 และ RT-AC88U มาพร้อมกับฟังก์ชั่น Game Accelerator by "WTFast" ในตัว ถามว่าฟังก์ชั่น WTFast คืออะไร ถ้าตามภาษาเน็ตเวิร์คก็คือ VPN (virtual private network) แต่ทางผู้สร้าง WTFast เรียกมันว่า GPN (Gamers Private Network) มันเปรียบเสมือนการนั่งเครื่องบินที่ออกจากกรุงเทพฯสู่มหานครนิวยอร์ก ซึ่งใช้เวลาน้อยกว่าการที่เรานั่งรถไฟหัวลำโพงจากกรุงเทพฯไปลงเชียงใหม่แล้วต่อรถทัวร์ไปลาว จากนั้นก็ข้ามไปจีน ขับมาเกาหลีใต้ จากนั้นก็นั่งเรือมาญี่ปุ่น แล้วก็นั่งเรือไปแคลิฟอร์เนีย แล้วก็ต่อรถทัวร์มาลงนิวยอร์ก "WTFast มันจะลด ping เวลาเล่นเกมส์ลงมาอย่างมหาศาล" ทาง ASUS เคลมไว้บนหน้าเว็บว่าลด ping ถึง 30-60% เลยทีเดียว เอาจริงๆถ้าอยากเห็นผลแบบชัดๆก็ต้องเล่นเซิร์ฟเวอร์ข้ามทวีปครับ เช่นเราข้ามไปเล่น US หรือ EU ถ้าเป็น ASIA คงไม่ค่อยเห็นผลเท่าไรแต่ก็สามารถลดได้เยอะอยู่ครับ
โดยปกติแล้วฟังก์ชั่น WTFast นั้นเป็นโปรแกรมตัวนึงที่สามารถดาวน์โหลดมาติดตั้งบนเครื่อง PC ครับ ซึ่งจะต้องเสียเงินค่าบริการเริ่มต้นที่ $5.99 หรือประมาณ 220 บาท แต่บอกได้เลยว่าเราเตอร์จาก ASUS ทั้งสองตัวนี้เด็ดจริงครับ เพราะเราสามารถใช้งานฟังก์ชั่น WTFast ได้ "ฟรี" ตลอดชีวิต!!! ตาไม่ฝาดครับ ตลอดชีวิตจริงๆในแบบ Basic ซึ่งมีข้อจำกัดตรงที่สามารถเปิดใช้งานได้ครั้งละ 1 เครื่องเท่านั้น ถ้าจะเปลี่ยนไปใช้กับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นก็ต้องลบอันเก่าทิ้งแล้วค่อยเพิ่มอันใหม่เข้าไป ผู้อ่านอาจจะยังนึกภาพไม่ออกครับ เดี๋ยวจะมีสอนวิธีทำในพาร์ทที่สองนะครับ ง่ายๆไม่ยากครับ
"ลองคำนวนเล่นๆนะครับสำหรับคนที่ใช้ WTFast เป็นประจำอยู่แล้ว ซื้อ RT-AC5300 มาใช้ 67 เดือนเหมือนได้เราเตอร์เทพมาใช้ฟรีๆ ส่วนรุ่น RT-AC88U ก็แค่ 54 เดือนเท่านั้นครับ หลังจากนั้นก็กำไรล้วนๆ"

แต่ต้องเข้าใจก่อนว่า Game Accelerator ที่ให้บริการโดย WTFast นั้นไม่ได้รองรับทุกเกมส์บนโลก แต่ก็มีการเพิ่มเกมส์ใหม่ๆเข้าไปตลอด โดยล่าสุดเกมส์ที่รองรับการใช้งาน WTFast มีดังนี้ครับ https://www.wtfast.com/pages/supported_games บอกเลยว่าเกมส์ดังๆเพียบ แต่ตอนนี้เฉพาะตัวฟังก์ชั่น WTFast ในเราเตอร์จะรองรับเพียงเกมส์ส์ DotA 2, League of Legends, Diablo III, World of Tanks (US), World of Tanks (ASIA), World of Tanks (EU), Counter-Strike: Global Offensive, World of Warcraft (US), World of Warcraft (EU) แต่คงมีอัพเดทเพิ่มในอนาคตครับ (บนหน้าเว็บไซต์เค้าว่างั้น)
ขอพักเรื่องเกมส์ไว้ก่อนนะครับ มาดูกันที่คุณสมบัติความเป็นเราเตอร์ของทั้งสองตัวกันก่อน
เราเตอร์ทั้งสองตัวสิ่งที่เหมือนกันคือ
1.รองรับ WiFi มาตรฐาน IEEE 802.11 a,b,g,n,ac ทั้งคลื่น 2.4GHz และ 5GHz รองรับเทคโนโลยี MIMO มีเทคโนโลยี AiRadar Beamforming ส่วนความเร็วสูงสุดที่รองรับตามนี้ครับ
802.11a : 6,9,12,18,24,36,48,54 Mbps
802.11b : 1, 2, 5.5, 11 Mbps
802.11g : 6,9,12,18,24,36,48,54 Mbps
802.11n : up to 600 Mbps
802.11ac : up to 1734 Mbps
1024QAM (2.4GHz) : up to 1000 Mbps
1024QAM (5GHz) : up to2167 Mbps
2.ใช้ CPU dual-core 1.4 GHz, ROM 128 MB และ RAM 512 MB รองรับการใช้งานหลายยูสเซอร์ได้สบายๆครับ
3.รองรับการทำ Load-Balance ครับ มีฟีเจอร์ Dual WAN มาให้
4.รองรับการ Streaming ไฟล์ภาพยนตร์ระดับ 4K ครับ (สบายๆอยู่แล้วครับแบนด์วิดขนาดนี้)
5.ระบบความปลอดภัย AiProtection ของ Trend Micro เพื่อกรองสิ่งไม่พึ่งประสงค์ที่ผ่านเข้ามาในระบบอินเทอร์เน็ตของเราครับ พวกไวรัส มัลแวร์ ว่าง่ายๆคือเหมือนเป็น Firewall ดีๆนี่เอง
6.มีฟีเจอร์ Adaptive QoS สามารถตั้งให้การเล่นเกมส์ออนไลน์ถูกจัดอยู่ในระดับความสำคัญที่สุดของระบบเน็ตเวิร์คของเราครับ ทำให้การรับส่งข้อมูลของเกมส์ลื่นไหลไร้รอยต่อ ทอเต็มผืน หลับเต็มตื่น ถรุยยย ไม่ใช่ชุดเครื่องนอนโตโต้ =w="
7.มี USB 2.0 1 ช่อง และ 3.0 1 ช่อง สามารถโหลดบิตผ่านเราเตอร์ได้โดยไม่ต้องเปิดคอม สามารถต่อ external HDD โหลดได้เลย (แต่ต้องตั้งค่าในคอมก่อนนะ หรือจะตั้งผ่านมือถือก็ได้ คือต้อง upload ไฟล์ .torrent เข้าไปก่อน)
8.มาพร้อมฟังก์ชั่น Game Accelerator ให้บริการโดย WTFast ในตัว สามารถตั้งค่าผ่านตัวเราเตอร์ได้เลย
สิ่งที่แตกต่างกันคือ
1.ASUS RT-AC5300 มีเสารับส่งคลื่น 2.4GHz 2 เสา 5GHz-1 2 เสา และ 5GHz-2 2 เสา รวมเป็น 8 เสา แบนด์วิดรวม 1000+2167+2167 Mbps = 5334 Mbps ส่วน RT-AC88U จะมีเสารับส่งคลื่น 2.4GHz 2 เสา 5GHz-1 2 เสา รวมเป็น 4 เสา แบนด์วิดรวม 1000+2167 Mbps = 3167 Mbps จะไม่มีช่วง 5GHz-2 มาให้ครับเลยหายไป 2167 Mbps ความครอบคลุมในแนวตั้ง/ดิ่งจะต่างกัน 1 แกน แล้วแต่ทิศทางการปรับเสาครับ
2.พอร์ท LAN ตัว ASUS RT-AC5300 จะมีทั้งหมด 4 พอร์ทเป็นพอร์ท Gigabit ส่วน RT-AC88U จะมีมาให้ถึง 8 พอร์ทครับ เป็น Gigabit ทั้งหมดเช่นกัน โดยทั้ง 2 รุ่นยังรองรับการทำ Link Aggregation คือการส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูงถึง 2 Gbps โดยการใช้สาย LAN จำนวน 2 สายเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ปลายทางครับ จัดว่ารองรับการใช้งานระดับโปรด้วย
สรุปคือทั้งสองตัวแตกต่างกันไม่มากครับ หลักๆคือเรื่องของการรองรับจำนวนยูสเซอร์ที่เข้ามาเชื่อมต่อกับเราเตอร์ แล้วก็การครอบคลุมพื้นที่สัญญาณ Wi-Fi ซึ่ง RT-AC5300 จะได้เปรียบตรงที่มีเสา 5GHz เพิ่มขึ้นมาให้อีกหนึ่งชุด ทำให้เราสามารถปรับองศาของเสาได้อีกหนึ่งแกนครับ แต่ความหล่อนี่ต้องยกให้ RT-AC5300 เลยนะ แบบว่าโพสลงเฟสมีแต่เพื่อนถามว่ามันมาจากดาวดวงไหน 5555+
ต่อไปผมขอพาเพื่อนๆไปยลโฉม ASUS RT-AC5300 กันก่อนแล้วก็ตบท้ายด้วยการทดสอบความแรงสัญญาณ ส่วนอีกกระทู้นึงจะเป็นคิวของ RT-AC88U + การใช้งานฟังก์ชั่น WTFast เพื่อไม่ให้บทความยาวเกินไปครับ การทดสอบนี้เกิดขึ้นที่บ้านของผมนะครับพอดีขอเพื่อนมารีวิวก่อนที่จะไปติดตั้งให้ ดังนั้นยึด layout สถานที่จากบทความที่แล้วได้เลยครับ(แต่ย้ายเราเตอร์ไปไว้ชั้นบนสุดแทนนะครับ)

"หง่อวววววววว" คือคำอุทานแรกของผมเมื่อประกอบเสาทั้ง 8 เสร็จครับ ASUS RT-AC5300 เป็นเราเตอร์ที่หล่อมากๆ ลองยกแล้วรู้สึกมีน้ำหนัก ไม่ก๊องแก๊ง ฐานมั่นคง ภายนอกเป็นพลาสติกทั้งตัวครับ ด้านบนมีช่องระบายความร้อนพร้อมรวดลายเท่ๆประมาณ 80% ของพื้นที่ งานประกอบแน่นหนาดีกดไปไม่มียุบยวบใดๆทั้งสิ้น


ด้านหน้ามีไฟบอกสถานะดวงเล็กๆอยู่ครับ ไล่ตั้งแต่ไฟสถานะปุ่มเปิดเครื่อง, สถานะการเปิดใช้งาน Wi-Fi คลื่น 2.4 และ 5GHz (ไม่ได้แยกเป็น 5GHz-1 กับ 5GHz-2), ไฟบอกการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต, ไฟบอกว่ามีการเชื่อมต่อผ่านพอร์ท LAN และดวงสุดท้ายที่ดับอยู่เป็นไฟบอกสถานะการเชื่อมต่อแบบ WPS ครับ ซึ่งผมไม่ได้ใช้งานตรงส่วนนี้

ด้านข้างเป็นในส่วนของช่องต่อ USB 2.0 , ปุ่มเปิดปิดไฟสถานะ , ปุ่มเข้ารหัสใช้งาน WPS และปุ่มเปิด/ปิด Wi-Fi ครับ

ด้านหลังก็จะเป็นที่อยู่ของปุ่มพาวเวอร์, ที่ต่อปลั๊กไฟ คั่นด้วยเสาส่ง แล้วก็มาเป็นพอร์ท USB 3.0, พอร์ท WAN และพอร์ท LAN Gigabit จำนวน 4 พอร์ทครับ

หงายท้องดูด้านล่าง จะเห็นช่องระบายอากาศแบบเต็มพื้นที่ครับ เพราะเวลาใช้งานนั้นตัวเราเตอร์ค่อยข้างร้อนเลยทีเดียว ถ้าไม่ได้เอาไว้ในห้องแอร์ก็แนะนำเอาไปวางบนพัดลมโน๊ตบุ๊คครับ ช่วยได้มากเลยทีเดียว ส่วนขารองเราเตอร์วัสดุทำจากยางรูปสามเหลี่ยมขนาดใหญ่ยกสูงขึ้นมาเพื่อให้มีอากาศถ่ายเทด้านล่างครับ
ต่อไปจะมาลองทดสอบความแรงสัญญาณดูบ้างครับ โดยตัวเราเตอร์นั้นถูกวางไว้อยู่ชั้นบนสุดของตึก (ตึกมีทั้งหมด 3 ชั้น ครึ่ง รวมชั้นลอยครับ ตีกลมๆว่า 4 ชั้นละกัน) และตัวผมอยู่ชั้นล่างสุดครับ การปรับเสาเป็นไปในแนวตั้งฉากกับพื้นทั้ง 8 ต้น เพื่อดูความแรงสัญญาณในแนวดิ่งครับ

อุปกรณ์ที่ใช้ทดสอบ Wi-Fi คือมือถือรุ่นเรือธงของ LG นั่นก็คือ LG G4 ครับ ความแรงสัญญาณของ ASUS RT-AC5300 ต้องบอกว่าทะลุโลกใกล้เคียงกับ ASUS RT-AC3200 ที่เคยรีวิวไปครับ การส่งสัญญาณจากชั้นบนสุดของตึกก็คือชั้น 4 ลงมาถึงชั้น 1 ระดับสัญญาณยังอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถเล่นได้อย่างสบายๆสำหรับคลื่น 2.4GHz ส่วนคลื่น 5GHz นั้นก็ตามคาดครับ 4 ชั้นไม่ไหว ทำได้เต็มที่คือหาสัญญาณเจอแต่ไม่สามารถเชื่อมต่อได้ แต่พอขยับขึ้นมาอีกชั้นนึงก็จะสามารถใช้งานได้ตามปกติเลยครับ ส่วนนึงต้องยกความดีความชอบให้เทคโนโลยี AiRadar beamforming

ลองทดสอบกับแอพ Speedtest จะเห็นว่าสัญญาณนิ่งมากครับ (โปรเน็ต AIS Fibre 20/7Mbps) ส่วน Ping เพิ่มมาจากเดิมอีก 1 ms อยู่ในเกณฑ์ที่ยอดเยี่ยมเลยสำหรับการส่งสัญญาณจากชั้น 4 สำหรับบ้านทั่วๆไปที่มี 2 - 3 ชั้น สามารถวางไว้กลางบ้าน รับรองได้ว่าครอบคลุมทั้งหลังแน่นอนครับ ตัวเดียวเอาอยู่เลย

ส่วนเรื่องการสตรีมมิ่งวีดีโอ 4K สามารถทำได้อย่างลื่นไหลครับ ผมก็เอาไฟล์ 4K ไปก๊อปใส่ external HDD ที่ต่อกับตัวเราเตอร์ผ่านพอร์ท USB 3.0 ครับ ใช้งานง่ายไม่ยากเย็นอะไร
สำหรับรีวิวพาร์ทแรกขอจบเพียงเท่านี้ก่อนครับ เดี๋ยวพาร์ทสองจะเป็นในส่วนของ RT-AC88U + การใช้งานฟังก์ชั่น WTFast บนเราเตอร์ครับผม


Comment