ผมกำลังจะติด 3bb ได้ของฟรีมาแต่คิดว่ามันไม่ไหว เลยอยากเปลี่ยน router รบกวนแนะนำทีนะครับ ขอบพระคุณมากครับ
Announcement
Collapse
No announcement yet.
router หอพัก 8 ห้อง
Collapse
X
-
แค่ 8 ห้องเท่านั้น ไม่มีเพิ่มในอนาคตนะครับ
ผมให้เป็นแนวทาง ให้คุณพิจารณาภาพร่วมนะครับ
(ถ้าคุณศึกษาแล้ว จะเลือกทางไหน ก็โพสมาปรึกษาเพื่อสมาชิกบอร์ดนี้กันมาอีกทีนะ)
ก่อนอื่นต้องคิดให้ดีๆก่อนนะครับ ว่า 8 ห้องนี้จะมีผู้ใช้หรือ(โดนผู้ใช้)กี่คน เพราะเดี๊ยวนี้ไม่ว่าเราสร้าง 8แอคเคาท์ แล้วมันจะแค่ 8แอดเคาท์ นะครับ... คุณจะเจอปัญหาแบบว่า ลูกบ้านึงห้อง มีคอม 3 เครื่อง จะโดนบางห้องแชร์ช่วงกันเองหรือเปล่า... หากระบบเราเตอร์ของคุณไม่สามารถจัดสรร"โควตา"แบ่งกันได้อย่างชัวร์ๆ เจอลูกบ้านบางห้องใช้งานหนักๆก็แย่งชาวทั้งหอได้ครับ มันไม่ไช่แค่ Bit กับ ดูบอลออนไลน์ เท่านั้นนะครับ เจอเกมFacebookอีกสารพัต(พวกนี้จะรุ่มดูดกันหมด)
ผมให้พิจารณา เป็น Step ไปนะครับ
- เอาเรื่องอินเตอร์เน็ตก่อน... ถ้าโซนพื้นที่ที่คุณอยู่สามารถรับ AIS Airnet ได้ ก็น่าสนใจเลือกมาพิจารณ์นะครับ เพราะมันมีสปีคอัพโหลดสูง ปัญหาเน็ตอืดส่วนใหญ่ ก็มักเพราะขาอัพโหลดเต็ม (ถ้าขาอัพโหลดเต็ม ต้อให้ขาดาว์นโหลดยังเหลือ มันก็จะโหลดไม่ลงครับ)
ขั้นแรก ถ้ามีงบจำกัด แล้วคิดว่า ลูกบ้าน 8 ห้อง (อาจจะเป็น ตึกแถวชั้นเดียวทรงยาวๆ) แบบนี้ ให้ลองเลือก เราเตอร์ที่สามารถอัพFWเป็น TomatoRAF/Shibby/toastman เช่น Linksys WRT54GL(1800บาท), Asus RT-N12(1700บาท), Linksys E2000(ราคา2800บาท), Asus RT-N16(สามพันกว่า)... อุปกรณ์พวกนี้+Tomatoเหมาะๆ มันจะสามารถแชร์เน็ตให้ 8 ห้องได้สบายๆ สามารถจัดสรรแบนวิท แบ่งโควตาได้ดีระดับนึง..
ข้อดี
- ลงทุนน้อย ซื้อเราเตอร์มา แล้วแชร์ได้ทั้งสายแลนและWifi
- ติดตั้งง่ายมาก อาจใช้อุปกกรณ์แค่ 3 ตัวเอง คือ ModemADSL(ที่แถมมาจากทรู/TOT/3BB) + Asus RT-N12(เป็นเราเตอร์) + APอีกตัวนึง(อาจเป๋น RT-N12/WRT54GLหรืออื่นๆก็ว่าไป) เท่านี้ก็จะแชร์ครบ8ห้องได้ไม่ยากครับ
- ข้อดีอีกอย่างนึงคือ เซตง่าย ไม่ต้องกลัวไฟดับ(ไฟมาแล้วมันจะทำงานต่อได้เอง) ส่วนเรื่องไฟกระซากอันนั้นก็ตามกรณี(จะซวย)ไป
- อุปกรณ์พวกนี้ซื้อมาไม่เสียของ สามารถสับเปลี่ยนมันไปเป็น AP(AccessPoint) ได้ครับ อนาคตขยายอุปกรณ์ได้..ไม่เสียของเก่า
ข้อเสีย
- มันแบ่งโค้วต้าได้ดีแค่ระบบนึง... หากลูกบ้านของเราเป็รคนเรียบร้อย มารยาทดี ก็OKไปครับ... แต่จะไม่เหมาะหากเจอลูกบ้านขาโหด(หรือเกรียงคอม)
* คุณก็อาจลองวางระบบแบบ "ขั้นแรก" ไปก่อนก็ได้ครับ วางงบลอยๆ1หมื่นบาท(ค่าของค่าแรง)..ไม่เกินนี้เอาอยู่ครับ แล้วทดลองให้บริการกันไปก่อน ถ้า2-3เดือนพบว่า ไม่ไหวเว๊ยลูกบ้านเราขาโหดทั้งนั้น ก็ค่อยขยายระบบได้ครับ
ขั้นสอง ถ้าคิดว่าลูกบ้านเราเอาไม่อยู่แล้ว(กรูมีให้ใช้ เมิงก็ดูดกันอดอยากไม่แบ่งใคร) ถ้าเจอปัญหานี้ เราก็ต้องหาระบบเราเตอร์ตัวใหม่ที่สามารถจัดการโควตาได้อย่างเด็ดขาดขึ้น
มัมจะมีสองตัวเลือกครับ
ตัวเลือกที่หนึง.. ใช้อุปกรณ์พวก Mikrotik เราเตอร์บอร์ดครับ ราคา 2กลางๆ-4พันกลางๆ ตามแต่จะลงทุน... ข้อดีคือติดตั้งง่าย
ตัวเลือกที่สอง.. หาคอมPCสักเครื่องนึงที่ไว้ใจได้(เปิด24ชมโมงได้) แล้วลง pfSense 2.0... ตัวเลือกนี้ถือว่าเด็ดขาดสุดสำหรับห้อพักแล้วครับ... ข้อดีคือ คุณจะได้ระบบทุกอย่างครบเลย ทั้งFirewall, บล็อกเว็บได้(แต่ยังบล็อตhttpsไม่เด็ดขาด), ทำหน้าล็อกอินได้, ขายรายชัวโมงก็ยังได้(ขาดอย่างเดี๊ยวคือ เก็บLogในตัวเองไม่ได้)... ข้อเสียคือ มันเป็นPC 1เครื่อง ฉะนั้นคุณต้องดูแลมันด้วยอารมณ์ของServer ซึ่งดูแลยากกว่า"เราเตอร์กล่องสำเร็จรูป"นิดหน่อย
*ออฟชัน ตัวเลือกสาม หากต้องการเก็บLogในตัวเองได้ด้วย.. ก็ให้เปลี่ยนจากpfSense 2.0 แล้วไปลง ClearOS6 แทนครับ... ถ้าคุณเลือกการวางเครื่องPCเป็น FirewallRouter มันก็จะไม่เสียของครับ เราสามารุปรับเปลียนSofewareได้ครับ ยืดหยุ่นกว่า... แต่มันก็จะมีความยากมากกว่า ต้องใช้ทักษะคอมมากกว่า...
-
มีเพิ่มในอนาคตครับ สำหรับเรื่องห้อง แต่อีกนานมาก
ผมกะทำแบบขั้นแรกก่อนนะครับ
คืออยากทราบว่าrouter tp link wr941nd กับ Asus RT-N12 อันไหนนี่ดีกว่ากันครับ
ส่วนเรื่องใช้คอมนี่ผมสนใจมากครับเพราะผมกะทำ server เก็บข้อมูลหอด้วยครับ(ใช้ร่วมกันได้ใช่มั้ยครับ) ติดตรงที่ผมไม่มีความรู้เรื่อง network เลย - - *
ขอบพระคุณครับ
Comment
-
ผมเลือก Asus RT-N12 ครับ (แล้วมุ่งหน้าปลายทางสู่ Tomato โล๊ด)
คุณเริ่มแนวทาง "แบบขั้นแรก" ได้เลยครับ ไม่เสียของที่ซื้อมาและเรียนรู้ด้วยตัวเองได้
ส่วน Server เก็บข้อมูลหอ อันนี้ ผมยังงงว่าจะเก็บอะไรบ่าง...??
ถ้ามาแนว pfSense 2 คุณต้องเข้าใจว่า ตัวมันถูกออกแบบให้มาเป็น FirewallRouter เป็นหลัก ฉะนั้นตัวมันเองจะไม่เอนกประสงค์ไปเสียทุกอย่าง แต่มันมีจุดเด่นตรงที่มันมีความชัวร์... แต่มันจะไม่เหมาะถ้าคุณจะคิดร่วม DMZซับซ้อน, ProxyServer, Syslog ไว้ในตัวมันเอง... pfsense จะเหมาะเป็นเครื่องตัวหนึ่ง ที่ตั้งอยู่กลางServerตัวอื่น แล้วแบ่งงานเฉพาะทางกันไปทำ
แต่ถ้าจะเอาแนวเอนกประสงค์ ดัดแปลงได้ ให้คุณไปทาง ClearOS6 (ต้องเวอร์6ด้วยนะ) เพราะตัวมันจริงๆ ก็คือ ทำนองว่า จับLinuxCentOS6มาดัดแปลงเพิ่มGUI/โปรแกรมสำหรับทำFirewall.. ฉะนั้นกำพืดเดิมของมันก็คือ CentOS/REDHAT/Fedora นั้นล่ะ คุณสามารถดัดแปลงมัน(ด้วยอารมณ์Linux)ได้... แต่มันต้องใช้ความชำนาญ/ทักษะที่ยากสะหน่อย (ก่อนคุณจะมาClearOS ก็ให้คุณผ่านpfSenseก่อนครับ... ตรงจุดนั้นคุณอาจได้เลือกเส้นทางระหว่าง BSD กับ Linux ก็ได้นะ..ก็ว่าไป คุณก็มีหอพักคุณเป็รห้องLabส่วนตัวล่ะครับ)Last edited by Dokmai; 2 Oct 2012, 14:14:48.
Comment
-
ว่าไป..ผมเคยคิดจะใช้ Adobe Air เขียน APP Android/Ipad ไว้ให้เจ้าของหอเดินจดค่าน้ำค่าไฟนะ (แต่แล้วก็ไม่ได้ทำ แล้วAdobe Air/flaxมันก็เป็นหมันไปแล้วด้วย จะพึงพาว่ามัลติแพทฟอร์มโมมายก็ไม่ได้แล้ว อิๆ)
ถ้าคุณคิดจะทำเว็บ(แบบว่าตั้งเองภายใน) ผมคิดว่าคุณแยก เครื่องออกจากกันไปครับ อย่าเอาระบบเราเตอร์ มาร่วมกับระบบอื่นๆที่ไม่เกี่ยวเลย เพราะเวลามันล่ม หรือเกิดระบบมั่วอะไรขึ้นมา มันจะได้พังเป็นตัวๆไป เวลาเราจะลบ/ล้าง/ลงใหม่ ก็จะได้ไม่กระทบกันด้วย เราจะได้แยกดูแลเป็นตัวๆได้ไง
ส่วน RT-N12 ถ้าหาไม่ได้ ก็ WRT54GL ครับ ตัวมันเอง(TomatoRAF)จัดการคอมฯลูกข่าย 10-20 เครื่อง..เอาอยู่ครับ(แต่20เครื่องนี้เริ่มตะแบงแล้วนะ) คุณคงมีลูกข่าย เริ่มต้นคงสัก10เครื่อง ก็เอาWRT54GL ก็ยังได้ครับ แล้วอนาคตค่อยเปลี่ยนมันไปเป็น AP ก็ได้..ไม่ถือว่าเสียของ มันจะWifi-G ก็ไม่เป็นไร (อย่างไงมันก็เร็วกว่าอินเตอร์ที่แชร์อยู่แล้ว)
คุณคงต้องลองเดินตลาดแล้วล่ะครับ ว่าคุณจะหาซื้ออะไรตัวไหนได้ครับ...Last edited by Dokmai; 2 Oct 2012, 14:16:33.
Comment
-
C1 คือ Rev (รุ่นการผลิตครับ)
รุ่นที่เป็น C1 จะเป็น สีดำ(คริสตอล) ลงDDWRT/TOMATOได้ครับ
พวก A (รุ่นที่ไม่มีB1หรือC1) จะตัวสีขาว มีFlash 4MB (ลงTomato k24หรือk26 ได้)
พวก B1 ตัวสีขาว มีFlash8MB (ต้องลง K26RT-N)
พวก C1 ภายในเหมือนB1 แค่เปลี่ยนเปลือกนอกเป็นสีดำ
ให้คุณเริ่มหัดจาก FW เดิมของ RT-N12 ก่อนนะครับ
พอเป็นดีแล้ว ให้คุณลองลง DDWRT
พอเป็นDDWRTแล้ว ให้คุณมาจบที่ TomatoShibby ครับ
สัปดาห์หน้าก็จะกินเจแล้ว... ผมแนะนำให้คนเล่นRT-N12C1 ต้องกินมะเขือครับ
Comment
-
อ่ะเล่าเล่นให้อ่าน...
วันนี้เพิ่งไปรับงานจากรุ่นน้องมา ประมาณเดียวกะที่ถามมาเลย...
สถานที่เป็นห้องแถว 3 ห้องติดกันตีทะลุโล่งๆ...แต่ถายหลังจะแบ่งเป็นห้องๆทั้งหมด 8ห้องรวมห้องโถงหน้าก็9ห้อง
ลูกค้าต้องการให้มีจุดปลั๊กสายแลนทุกห้อง ห้องล่ะ1จุด รวม 9 จุด..พร้อมทั้งระบบ Wifi ให้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด
ซึ่ง Wifi นี้ไม่ต้องใส่รหัสมากมาย ไม่ต้องกำหนดรายละเอียดให้มากมาย แต่ต้องพร้อมให้ใช้งานได้ดีในจำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ 10-20 ตัว
......โจทย์มาล่ะ.............
ได้เวลาคุยๆ กันล่ะ....สรุปไปจบที่..
-Router แถมมานั้นล่ะ......ลูกค้าติดตั้ง Net ไว้ล่ะ 20/1 ซ่ะด้วย..
-RT-N12C1>>>2 ตัว จับลง Tomato ซ่ะด้วย...
-Switch 10/100 16Port 1ตัว...
-สายแลน นี้รุ่นน้องจะจัดการให้แต่สั่งไปให้ Cat5E หรือ Cat6 ไปเลยก็ได้ตามสดวก..
พอจะเห็นภาพหรือยัง..........
Router บริทซ่ะ ต่อเข้า RT-N12... แล้วไปกำหนด BW ตาม IP เอาว่าจะแบ่งให้ IP ไหนเท่าไหร่ อย่างของผมนี้แบ่งง่ายๆเลย
-IP 100-110 เครื่องที่ต่อโดยตรงกะปลั๊กภายในห้องต่างๆ 3000Kb/s.....
-IP 200-240 อุปกรณ์ Wifi ต่างๆที่เอามาเชื่อมต่อ 2000Kb/s.......
โดยให้ N12 แจก IP ที่ 200-240 เท่านี้พอ..จริงๆที่จะเอามาต่อคงไม่เยอะขนาดนั้นแต่ก็ทำให้จำง่ายๆหน่อย..
ไม่ต้องกลัวเวลาเล่นจะไม่พอ มันไม่ได้ใช้งานกันพร้อมๆกันทั้งหมด แต่ถึงงั้นก็เถอะยังไม่ได้ใช้งานนิอย่าเพิ่งคิดเกินเลยดีกว่า..
อ่ะ...ตั้งค่าตัวจัดการต่างๆไปแล้วนิ....จับต่อสายลงไปที่ Switch แล้วกระจายไปตามห้องต่างๆได้เลย..
อ้อเกือบลืม ห้องท้ายๆกลัวว่า Wifi จะไม่ถึง เลยลากสายไปทิ้งไว้อีก1 เส้น RT-N12 อีกตัวก็ตั้งเป็น AP ซ่ะเลยทีนี้เดินรอบอาคารก็ไม่หลุดล่ะ..
ตอนนี้งานยังไม่ได้เริ่มนะครับ เดี๋ยวถ้าวันไหนได้ไปถึงหน้างานจะเอารูปมาฝาก.......
คิดง่ายๆ ก็ทำง่ายๆ....
Comment
หุหุหุ
Comment