เห็นตอนนี้ NAS กำลังเป็นที่นิยมกันในบ้านเรา (ประเทศไทย) เนื่องจากว่าราคาถูกลงมาเยอะ มากๆๆ แต่ว่าก้อยังมีหลายท่านยังไม่ทราบว่าจะเลือกซื้อกันยังไง บางคนก้อว่ายี่ห้อโน้นดี ยี่ห้อนี้ดี หรือ บางคนซื้อเพราะว่าราคาเป็นหลักเลยก้อมี จากหลักหมื่นมาเหลือหลักพัน ก้อเลยไปสอยมาซะเลย แฮ่ๆๆ
ผมขอเกริ่นก่อนนิดนึงว่าผมก้อไม่ได้เป็นระดับเทพ หรือเซียน แต่ก้อมีความรู้เรื่องนี้มาพอสมควรก้อเลยอยากมาแบ่งปัน...ถ้าผิดพลาดยังไงก้อขออภัยด้วยนะคับ ท่านใดอยากเพิ่มเติมก้อเชิญเลยนะคับ...อย่ามาด่าหรือต่อว่า ไม่ชอบก้อผ่านไปเลยคับ
NAS อ่านว่า แนส ย่อมาจาก Network Attached Storage คือ แหล่งเก็บข้อมูลบนเน็ตเวิร์ค ที่ทุกคนสามารถ เข้าถึงข้อมูลได้พร้อมกัน ทั้งทาง สายแลน หรือว่า สัญญาณ ไวเลส NAS ก้อเป็นอุปกรณ์ อิเลคทรอนิคกึ่งคอมพิวเตอร์ ชนิดหนึ่ง เพราะฉะนั้น สิ่งที่สำคัญที่ต้องดูเลยคือ
- CPU
- Ram
- Flash Memory
- Hard Disk
- Other Function (e.g. Online extension, Bittorent)
ผมขอกล่าวเรื่อง CPU กับ Ram ก่อนนะคับ บางคนซื้อมาแต่ไม่ได้ดูเรื่องพวกนี้เลย ตอนใช้งานจะไม่เห็นผลเท่าไหรหรอกคับ เพราะว่าเราใช้กันไม่เต็มความเร็วของมันอยู่แล้ว NAS บางตัวบอกว่าใช้งานได้ในระบบ Gigabit Ethernet เราก้อคงเข้าใจกันว่ามันต้องทำงานได้ 1000 Mbps เลย แต่ใช้งานจริงๆๆ ได้ไม่ถึงครับ เพราะว่า ความเร็ว CPU Ram ไม่ถึง ทำให้ทำงานได้แค่มากกว่า 100 mbps แค่นั้นเอง เพราะฉะนั้น จำเป็นมากที่ต้องดูเรื่องพวกนี้ไว้ด้วยคับ อีกอย่างพวก CPU กับ RAM จะช่วยได้มากสำหรับ พวกที่ทำ RAID ทั้ง RAID 1,5,6,10,30 และอื่นๆ สำหรับคนที่ทำ RAID อื่นเช่น 0, JBOD etc. ก้อไม่ต้องสนใจมากคับ ลองคิดดูนะคับ เมื่อ HDD ตัวหลักพัง อีกตัวต้องทำงานแทน หรือ ถ้าเป็น RAID 5 อีกสามตัวต้องทำงานแทน (Thaiadmin, n.d.) เมื่อเราเปลี่ยน HDD ตัวใหม่เข้าไปแทน มันจะเกิดการ Synchronize ตอนนี้ล่ะคับที่ต้องใช้ CPU กับ RAM ลองคิดดูนะคับว่า ข้อมูลระดับ TB ต้องใช้เวลานานขนาดไหน ผมเชื่อว่าคงไม่มีใครซื้อแนสมาแล้วเก็บแค่ 500 GB ยกตัวอย่าง ผมใช้ Dlink-DNS-343 4x2TB ฮาร์ดดิส พังไปหนึ่งตัว ใช้เวลาในการ ซิงโคไนซ์ สองวัน โดยประมาณคับ บางคนบอกว่า แค่นั้นเองรอได้ ถูกคับ รอได้ ถ้าซีพียูไม่พอ ระหว่างที่เราใช้งาน แนส มันก้อจะหยุดซิงค์คับแล้วก้อดึงข้อมูลจากฮาร์ดสำรองมาให้เราใช้ และลองคิดดูอีกว่า ถ้าระหว่างซิงค์ ฮาร์ดดิสสำรองพังจะเกิดอะไรขึ้นคับ แม่เจ้า....ข้อมูลหายหมด
ยกตัวอย่าง ยี่ห้อที่กำลังเป็นที่นิยมตอนนี้ บัฟฟาโล่ 4 Trays (ไม่ได้ต้องการดิสเครดิตนะคับ)
CPU - 400 Mhz (Dlink - 500 Mhz, Ram- 128 MB) ... สองวัน สำหรับ 2 TB
Ram (ไม่ทราบ แต่ไม่น่าเกิน 128 MB)....ลองคิดดูว่าถ้าต้องใช้เวลานานแค่ไหน ในการซิงค์แน่นอนว่าต้องช้ากว่า Dlink แน่นอน
ในส่วนของ Flash memory นั้นจะใช้สำหรับ พวก FTP กับ Webserver คับ เพราะว่าเดี๋ยวนี้ NAS ทำงานในส่วนพวกนี้ได้แล้ว ผมจะไม่พูดมากในส่วนนี้
Harddisk นี่ปัจจัยหลักเลยคับ ควรจะใช้ ฮาร์ดดิสที่ NAS รองรับเท่านั้นนะคับ ไม่งั้นก้อค่อนข้างเสี่ยงอยู่ เนื่องจาก ไม่เสถียร และอาจทำให้ Raid หลุดได้อันนี้อาการหนัก กว่าฮาร์ดพังอีกนะคับเพราะว่า ข้อมูลจะหายหมดเลย ส่วนฮาร์ดพังเรายังมีข้อมูลเหลือ ให้ แบ๊คอัพได้ บางคนบอกว่าใส่มาตั้งนานไม่เห็นเป็นไรเลย อย่าไปกลัว...อันนี้ก้อนานาจิตตังนะคับ ส่วนตัวผมก้อใช้แบบธรรมดาเพราะว่าราคาถูกกว่าแบบ สำหรับ Raid ค่อนข้างเยอะอยู่ แต่ใช้การ แบ๊คอัพบ่อย แทนคับ เพราะว่าฮาร์ดพวกนั้น ราคาหมื่นต้นๆ ต่อหนึ่งลูกคับ ส่วนธรรมดา ก้อ สามพัน เป็นต้นไป แล้วทาง WD ก้อออกมาประกาศ แล้วนะคับ ว่า รุ่นธรรมดาที่ขายกัน (Green, Blue, Black) ไม่รองรับ Raid ส่วนทาง Dlink ที่ผมใช้อยู่ก้อประกาศแล้วว่า มีลูกค้าใช้แล้ว Raid หลุดด้วย จะใช้ฮาร์ดดิสตัวไหน ก้อเลือกให้เหมาะนะคับ ความจำเป็นต้องใช้ 7200 rpm หรือ ประหยัดไฟ ก้อแล้วแต่ตัดสินใจคับ
ต่อไป Function เสริม
Online Extension คือ การที่ NAS อนุญาตให้เพิ่มฮาร์ด ได้หลังจากทำ Raid หรือ เปลี่ยน Raid ได้โดยที่ข้อมูลไม่หาย
Bittorent อันนี้ทุกคนคงทราบดี แต่ ขอเตือนไว้นิดนึงนะคับว่า เวลา อัพโหลดฮาร์ดดิสก้อยังทำงานอยู่ตลอด ฮาร์ดดิสท่านอาจพังก่อนเวลาอันควรได้ เพราะฉะนั้น ควรเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะกับงานนะคับ
แนะนำนะคับสำหรับคนที่อยากได้แนสตอนนี้ NAS ที่น่าเล่นที่สุด เวลานี้ คือ QNAP ถามคนที่ใช้อยู่ดูได้คับ
CPU อย่างต่ำๆ 1.2 Ghz ( ต่างกับ Mhz เป็น พันเท่าเลยคับ )
Ram 512 MB บางรุ่น ก้อเป็น DDR3 คับ
Read speed ได้ 1 Gbps จิง แต่ write ประมาณ 400 Mbps
สุดท้ายนี้ ของถูกและดี ไม่มีในโลกคับ
*****สังคมแห่งการแบ่งปัน*****
ผมขอเกริ่นก่อนนิดนึงว่าผมก้อไม่ได้เป็นระดับเทพ หรือเซียน แต่ก้อมีความรู้เรื่องนี้มาพอสมควรก้อเลยอยากมาแบ่งปัน...ถ้าผิดพลาดยังไงก้อขออภัยด้วยนะคับ ท่านใดอยากเพิ่มเติมก้อเชิญเลยนะคับ...อย่ามาด่าหรือต่อว่า ไม่ชอบก้อผ่านไปเลยคับ
NAS อ่านว่า แนส ย่อมาจาก Network Attached Storage คือ แหล่งเก็บข้อมูลบนเน็ตเวิร์ค ที่ทุกคนสามารถ เข้าถึงข้อมูลได้พร้อมกัน ทั้งทาง สายแลน หรือว่า สัญญาณ ไวเลส NAS ก้อเป็นอุปกรณ์ อิเลคทรอนิคกึ่งคอมพิวเตอร์ ชนิดหนึ่ง เพราะฉะนั้น สิ่งที่สำคัญที่ต้องดูเลยคือ
- CPU
- Ram
- Flash Memory
- Hard Disk
- Other Function (e.g. Online extension, Bittorent)
ผมขอกล่าวเรื่อง CPU กับ Ram ก่อนนะคับ บางคนซื้อมาแต่ไม่ได้ดูเรื่องพวกนี้เลย ตอนใช้งานจะไม่เห็นผลเท่าไหรหรอกคับ เพราะว่าเราใช้กันไม่เต็มความเร็วของมันอยู่แล้ว NAS บางตัวบอกว่าใช้งานได้ในระบบ Gigabit Ethernet เราก้อคงเข้าใจกันว่ามันต้องทำงานได้ 1000 Mbps เลย แต่ใช้งานจริงๆๆ ได้ไม่ถึงครับ เพราะว่า ความเร็ว CPU Ram ไม่ถึง ทำให้ทำงานได้แค่มากกว่า 100 mbps แค่นั้นเอง เพราะฉะนั้น จำเป็นมากที่ต้องดูเรื่องพวกนี้ไว้ด้วยคับ อีกอย่างพวก CPU กับ RAM จะช่วยได้มากสำหรับ พวกที่ทำ RAID ทั้ง RAID 1,5,6,10,30 และอื่นๆ สำหรับคนที่ทำ RAID อื่นเช่น 0, JBOD etc. ก้อไม่ต้องสนใจมากคับ ลองคิดดูนะคับ เมื่อ HDD ตัวหลักพัง อีกตัวต้องทำงานแทน หรือ ถ้าเป็น RAID 5 อีกสามตัวต้องทำงานแทน (Thaiadmin, n.d.) เมื่อเราเปลี่ยน HDD ตัวใหม่เข้าไปแทน มันจะเกิดการ Synchronize ตอนนี้ล่ะคับที่ต้องใช้ CPU กับ RAM ลองคิดดูนะคับว่า ข้อมูลระดับ TB ต้องใช้เวลานานขนาดไหน ผมเชื่อว่าคงไม่มีใครซื้อแนสมาแล้วเก็บแค่ 500 GB ยกตัวอย่าง ผมใช้ Dlink-DNS-343 4x2TB ฮาร์ดดิส พังไปหนึ่งตัว ใช้เวลาในการ ซิงโคไนซ์ สองวัน โดยประมาณคับ บางคนบอกว่า แค่นั้นเองรอได้ ถูกคับ รอได้ ถ้าซีพียูไม่พอ ระหว่างที่เราใช้งาน แนส มันก้อจะหยุดซิงค์คับแล้วก้อดึงข้อมูลจากฮาร์ดสำรองมาให้เราใช้ และลองคิดดูอีกว่า ถ้าระหว่างซิงค์ ฮาร์ดดิสสำรองพังจะเกิดอะไรขึ้นคับ แม่เจ้า....ข้อมูลหายหมด
ยกตัวอย่าง ยี่ห้อที่กำลังเป็นที่นิยมตอนนี้ บัฟฟาโล่ 4 Trays (ไม่ได้ต้องการดิสเครดิตนะคับ)
CPU - 400 Mhz (Dlink - 500 Mhz, Ram- 128 MB) ... สองวัน สำหรับ 2 TB
Ram (ไม่ทราบ แต่ไม่น่าเกิน 128 MB)....ลองคิดดูว่าถ้าต้องใช้เวลานานแค่ไหน ในการซิงค์แน่นอนว่าต้องช้ากว่า Dlink แน่นอน
ในส่วนของ Flash memory นั้นจะใช้สำหรับ พวก FTP กับ Webserver คับ เพราะว่าเดี๋ยวนี้ NAS ทำงานในส่วนพวกนี้ได้แล้ว ผมจะไม่พูดมากในส่วนนี้
Harddisk นี่ปัจจัยหลักเลยคับ ควรจะใช้ ฮาร์ดดิสที่ NAS รองรับเท่านั้นนะคับ ไม่งั้นก้อค่อนข้างเสี่ยงอยู่ เนื่องจาก ไม่เสถียร และอาจทำให้ Raid หลุดได้อันนี้อาการหนัก กว่าฮาร์ดพังอีกนะคับเพราะว่า ข้อมูลจะหายหมดเลย ส่วนฮาร์ดพังเรายังมีข้อมูลเหลือ ให้ แบ๊คอัพได้ บางคนบอกว่าใส่มาตั้งนานไม่เห็นเป็นไรเลย อย่าไปกลัว...อันนี้ก้อนานาจิตตังนะคับ ส่วนตัวผมก้อใช้แบบธรรมดาเพราะว่าราคาถูกกว่าแบบ สำหรับ Raid ค่อนข้างเยอะอยู่ แต่ใช้การ แบ๊คอัพบ่อย แทนคับ เพราะว่าฮาร์ดพวกนั้น ราคาหมื่นต้นๆ ต่อหนึ่งลูกคับ ส่วนธรรมดา ก้อ สามพัน เป็นต้นไป แล้วทาง WD ก้อออกมาประกาศ แล้วนะคับ ว่า รุ่นธรรมดาที่ขายกัน (Green, Blue, Black) ไม่รองรับ Raid ส่วนทาง Dlink ที่ผมใช้อยู่ก้อประกาศแล้วว่า มีลูกค้าใช้แล้ว Raid หลุดด้วย จะใช้ฮาร์ดดิสตัวไหน ก้อเลือกให้เหมาะนะคับ ความจำเป็นต้องใช้ 7200 rpm หรือ ประหยัดไฟ ก้อแล้วแต่ตัดสินใจคับ
ต่อไป Function เสริม
Online Extension คือ การที่ NAS อนุญาตให้เพิ่มฮาร์ด ได้หลังจากทำ Raid หรือ เปลี่ยน Raid ได้โดยที่ข้อมูลไม่หาย
Bittorent อันนี้ทุกคนคงทราบดี แต่ ขอเตือนไว้นิดนึงนะคับว่า เวลา อัพโหลดฮาร์ดดิสก้อยังทำงานอยู่ตลอด ฮาร์ดดิสท่านอาจพังก่อนเวลาอันควรได้ เพราะฉะนั้น ควรเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะกับงานนะคับ
แนะนำนะคับสำหรับคนที่อยากได้แนสตอนนี้ NAS ที่น่าเล่นที่สุด เวลานี้ คือ QNAP ถามคนที่ใช้อยู่ดูได้คับ
CPU อย่างต่ำๆ 1.2 Ghz ( ต่างกับ Mhz เป็น พันเท่าเลยคับ )
Ram 512 MB บางรุ่น ก้อเป็น DDR3 คับ
Read speed ได้ 1 Gbps จิง แต่ write ประมาณ 400 Mbps
สุดท้ายนี้ ของถูกและดี ไม่มีในโลกคับ
*****สังคมแห่งการแบ่งปัน*****
Comment