1. สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม สคบ.
คุณส้ม ปิยวรรณ สมสาร์ เจ้าหน้าที่สำนักสื่อสารสาธารณะและบริการประชาชน สบท. ได้มาเล่าให้ฟังว่า สบท. เป็นหน่วยงานที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นมาได้เพียงปีกว่าๆ โดยเป็นหน่วยงานที่อยู่ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. ภารกิจหลักของ สบท. ก็คือการรับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคที่ใช้โทรศัพท์พื้นฐาน โทรศัพท์มือถือ และอินเทอร์เน็ต ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมอะไรบ้าง จากนั้น สบท. ก็จะประสานไปยังผู้ให้บริการที่ถูกร้องเรียน โดยจะเป็นตัวกลางในการเจรจาให้ผู้ให้บริการแก้ไขปัญหาของผู้บริโภคทันที
อธิบายแบบเข้าใจง่ายๆ สบท. ก็เหมือน สคบ. แต่เอาไว้ร้องเรียนเรื่องโทรศัพท์กับอินเทอร์เน็ตนั่นเองครับ
สำหรับวิธีการร้องเรียนก็ทำได้โดยโทรศัพท์ไปที่หมายเลข 1200 หรือ 08 7333 8787 เจ้าหน้าที่ก็จะขอให้ส่งสำเนาบัตรประชาชน สำเนาใบเสร็จรับเงินหรือใบแจ้งหนี้ และหลักฐานอื่นๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการร้องเรียน จากนั้น สบท. ก็จะดำเนินการเรียกร้องความเป็นธรรมจากผู้ให้บริการ โดยที่ผู้บริโภคไม่ต้องไปคอยอารมณ์เสียกับการปัดความรับผิดชอบของผู้ให้บริการเลย
คุณส้มได้พูดถึงหลายประเด็นที่สามารถร้องเรียนได้ ซึ่งบางเรื่องเป็นเรื่องที่ผมไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลยว่ากำลังถูกผู้ให้บริการเอารัดเอาเปรียบอยู่ อาจจะเป็นเพราะว่าถูกเอาเปรียบจนเคยชินไปแล้ว หรืออาจจะเป็นเพราะไม่เคยคาดหวังว่าจะร้องเรียนอะไรได้
ตัวอย่างของเรื่องที่สามารถร้องเรียนได้ก็คือ การให้บริการไม่เป็นไปตามที่โฆษณา เช่น ถ้าผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือโฆษณาโปรโมชั่นใหม่ในหน้าหนังสือพิมพ์ โดยใช้ข้อความจูงใจตัวใหญ่ๆ แต่กลับเอาเงื่อนไขหลายอย่างไปใส่เป็นหมายเหตุตัวเล็กๆ ถ้าเกิดว่าผู้บริโภคใช้บริการด้วยความเข้าใจตามข้อความจูงใจตัวใหญ่ แต่ภายหลังกลับได้รับความเดือดร้อนจากหมายเหตุตัวเล็ก แบบนี้ก็สามารถร้องเรียนได้เลย
เรื่องการใช้บริการแบบพรีเพดก็มีประเด็นที่ร้องเรียนได้ ถ้าเติมเงินไปแล้วแต่ยังใช้ไม่หมด ปรากฎว่าโทรออกไม่ได้เพราะวันหมด ซึ่งความจริงแล้วไม่ควรเป็นแบบนี้ หากเปรียบกับการเติมน้ำมันรถ ถ้าไม่ได้เอารถออกไปวิ่งเลย น้ำมันก็ยังอยู่ ไม่ได้หายไปไหน เงินที่เติมให้โทรศัพท์มือถือก็ไม่ควรหายเช่นกัน
เรื่องอินเทอร์เน็ตก็สามารถร้องเรียนได้ เช่น ใช้อินเทอร์เน็ตแบบ ADSL จ่ายเดือนละ 590 บาท ปรากฎว่าตลอดทั้งเดือนมีช่วงที่อินเทอร์เน็ตล่มรวมแล้ว 20 ชั่วโมง แบบนี้ผู้ให้บริการก็ไม่ควรเก็บเงินถึง 590 บาท หรือถ้าจ่ายเงินใช้บริการความเร็ว 2M แต่พอใช้จริงความเร็วไม่เคยถึงเลย ผู้บริโภคก็มีสิทธิ์ทักท้วงได้
ผมเชื่อว่ายังมีประเด็นอีกหลายอย่างที่ผู้บริโภคร้องเรียนได้ เพียงแต่เราอาจจะต้องช่วยกันนึกและตั้งคำถามให้ตัวเองว่า เรากำลังถูกเอารัดเอาเปรียบอยู่หรือเปล่า? ค่าส่ง SMS ตอนนี้แพงเกินไปหรือเปล่า? ต้นทุนไม่น่าจะสูงขนาดนี้เลย ค่าใช้ GPRS เป็นธรรมหรือเปล่า? ความเร็วก็ไม่ได้มากมายอะไรแต่ทำไมแพงจัง ทำไมเราจะต้องถูกผูกติดอยู่กับค่ายใดค่ายหนึ่งด้วย? เราจะย้ายค่ายโดยใช้เบอร์เดิมไม่ได้เหรอ
ช่วยกันส่งเรื่องร้องเรียนไปที่ สบท. นะครับ คุณส้มบอกว่าตอนนี้เจ้าหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนที่ สบท. ว่างงานมาก กำลังอยากทำงานเต็มที่แล้ว
โทร. 1200 หรือ 08 7333 8787
ผมโทรไปร้องเรียน เรื่อง TOT บล๊อคความเร็วโหลดบิต.....
คุณส้ม ปิยวรรณ สมสาร์ เจ้าหน้าที่สำนักสื่อสารสาธารณะและบริการประชาชน สบท. ได้มาเล่าให้ฟังว่า สบท. เป็นหน่วยงานที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นมาได้เพียงปีกว่าๆ โดยเป็นหน่วยงานที่อยู่ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. ภารกิจหลักของ สบท. ก็คือการรับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคที่ใช้โทรศัพท์พื้นฐาน โทรศัพท์มือถือ และอินเทอร์เน็ต ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมอะไรบ้าง จากนั้น สบท. ก็จะประสานไปยังผู้ให้บริการที่ถูกร้องเรียน โดยจะเป็นตัวกลางในการเจรจาให้ผู้ให้บริการแก้ไขปัญหาของผู้บริโภคทันที
อธิบายแบบเข้าใจง่ายๆ สบท. ก็เหมือน สคบ. แต่เอาไว้ร้องเรียนเรื่องโทรศัพท์กับอินเทอร์เน็ตนั่นเองครับ
สำหรับวิธีการร้องเรียนก็ทำได้โดยโทรศัพท์ไปที่หมายเลข 1200 หรือ 08 7333 8787 เจ้าหน้าที่ก็จะขอให้ส่งสำเนาบัตรประชาชน สำเนาใบเสร็จรับเงินหรือใบแจ้งหนี้ และหลักฐานอื่นๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการร้องเรียน จากนั้น สบท. ก็จะดำเนินการเรียกร้องความเป็นธรรมจากผู้ให้บริการ โดยที่ผู้บริโภคไม่ต้องไปคอยอารมณ์เสียกับการปัดความรับผิดชอบของผู้ให้บริการเลย
คุณส้มได้พูดถึงหลายประเด็นที่สามารถร้องเรียนได้ ซึ่งบางเรื่องเป็นเรื่องที่ผมไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลยว่ากำลังถูกผู้ให้บริการเอารัดเอาเปรียบอยู่ อาจจะเป็นเพราะว่าถูกเอาเปรียบจนเคยชินไปแล้ว หรืออาจจะเป็นเพราะไม่เคยคาดหวังว่าจะร้องเรียนอะไรได้
ตัวอย่างของเรื่องที่สามารถร้องเรียนได้ก็คือ การให้บริการไม่เป็นไปตามที่โฆษณา เช่น ถ้าผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือโฆษณาโปรโมชั่นใหม่ในหน้าหนังสือพิมพ์ โดยใช้ข้อความจูงใจตัวใหญ่ๆ แต่กลับเอาเงื่อนไขหลายอย่างไปใส่เป็นหมายเหตุตัวเล็กๆ ถ้าเกิดว่าผู้บริโภคใช้บริการด้วยความเข้าใจตามข้อความจูงใจตัวใหญ่ แต่ภายหลังกลับได้รับความเดือดร้อนจากหมายเหตุตัวเล็ก แบบนี้ก็สามารถร้องเรียนได้เลย
เรื่องการใช้บริการแบบพรีเพดก็มีประเด็นที่ร้องเรียนได้ ถ้าเติมเงินไปแล้วแต่ยังใช้ไม่หมด ปรากฎว่าโทรออกไม่ได้เพราะวันหมด ซึ่งความจริงแล้วไม่ควรเป็นแบบนี้ หากเปรียบกับการเติมน้ำมันรถ ถ้าไม่ได้เอารถออกไปวิ่งเลย น้ำมันก็ยังอยู่ ไม่ได้หายไปไหน เงินที่เติมให้โทรศัพท์มือถือก็ไม่ควรหายเช่นกัน
เรื่องอินเทอร์เน็ตก็สามารถร้องเรียนได้ เช่น ใช้อินเทอร์เน็ตแบบ ADSL จ่ายเดือนละ 590 บาท ปรากฎว่าตลอดทั้งเดือนมีช่วงที่อินเทอร์เน็ตล่มรวมแล้ว 20 ชั่วโมง แบบนี้ผู้ให้บริการก็ไม่ควรเก็บเงินถึง 590 บาท หรือถ้าจ่ายเงินใช้บริการความเร็ว 2M แต่พอใช้จริงความเร็วไม่เคยถึงเลย ผู้บริโภคก็มีสิทธิ์ทักท้วงได้
ผมเชื่อว่ายังมีประเด็นอีกหลายอย่างที่ผู้บริโภคร้องเรียนได้ เพียงแต่เราอาจจะต้องช่วยกันนึกและตั้งคำถามให้ตัวเองว่า เรากำลังถูกเอารัดเอาเปรียบอยู่หรือเปล่า? ค่าส่ง SMS ตอนนี้แพงเกินไปหรือเปล่า? ต้นทุนไม่น่าจะสูงขนาดนี้เลย ค่าใช้ GPRS เป็นธรรมหรือเปล่า? ความเร็วก็ไม่ได้มากมายอะไรแต่ทำไมแพงจัง ทำไมเราจะต้องถูกผูกติดอยู่กับค่ายใดค่ายหนึ่งด้วย? เราจะย้ายค่ายโดยใช้เบอร์เดิมไม่ได้เหรอ
ช่วยกันส่งเรื่องร้องเรียนไปที่ สบท. นะครับ คุณส้มบอกว่าตอนนี้เจ้าหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนที่ สบท. ว่างงานมาก กำลังอยากทำงานเต็มที่แล้ว
โทร. 1200 หรือ 08 7333 8787
ผมโทรไปร้องเรียน เรื่อง TOT บล๊อคความเร็วโหลดบิต.....
Comment