ขอเสียงผู้ใช้งานแอร์การ์ดกันหน่อยครับ
ข้อมูลเพิ่มเติมครับ(เท่าที่ลองๆหาดูนะครับใครมีรายละเอียดเสริมได้เลยครับ)
แอร์การ์ด คือ
อุปกรณ์โมเด็มอย่างหนึ่งที่ใช้เพื่อเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง PC และ Notebook เข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ตแบบไร้สายความเร็วสูงโดยผ่านโครงข่ายสัญญาณโทรศัพท์ มือถือ โดยใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า GPRS EDGE และ 3G ในปัจจุบัน ดังนั้นไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนขอแค่ให้มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือก็สามารถใช้งาน แอร์การ์ดเพื่อเข้าอินเตอร์เน็ตได้ทันที
วิธีการใช้งาน
นำซิมโทรศัพท์ที่ได้เปิดบริการ gprs แล้วมาเสียบเข้าไปในตัวแอร์การ์ด (จากนั้นก็ทำการลงโปรแกรม driver ของแอร์การ์ด ซึ่งในปัจจุบันจะมีแอร์การ์ดรุ่นใหม่ ๆ ที่จะทำงานอัตโนมัติ โดยไม่ต้องลง driver)
นำแอร์การ์ดเสียบในช่อง pcmcia , express slot หรือที่ช่อง USB interface ของ notebook จากนั้นก็เปิดโปรแกรมconnect แอร์การ์ดก็จะทำหน้าที่เชื่อมสัญญาณให้เราสามารถใช้ internet ได้ทันที
คุณสมบัติที่ควรมีใน Aircard
1. สามารถรองรับระบบปฏิบัติการได้หลากหลายระบบ เช่น Window Vista, Window XP, Window ME, Window 2000 หรือ Mac OSX ใช้งานโดยเสียบเข้ากับ USB port ได้ หรือไม่ก็ใช้ช่อง Slot PCMCIA หรือ Slot Express ของ Labtop
2. สามารถอัพเกรด firmware ได้โดยใช้งานได้ทั้งกับเครือข่าย UMTS/ EDGE/ GSM
3. สามารถรองรับซิมของระบบโทรศัพท์มือถือบ้านเราได้ทุกค่าย รองรับระบบ 3G และ EDGE Class 12/ GPRS Class 12
4. รองรับการใช้งาน Voice หรือส่ง SMS
เครดิต http://www.admininfotech.com
ในช่วงเริ่มต้นของระบบ GSM ( อาจเรียกว่าช่วง 1G )
โทรศัพท์มือถือที่ใช้จะเป็นระบบ Analog ซึ่งไม่สามารถใช้รับส่ง Data
อะไรได้เลย สามารถใช้โทรศัพท์พูดคุย ( Voice ) ได้อย่างเดียว
ซึ่งต่อมาได้พัฒนามาเป็นระบบ 2G
ระบบ 2G
จะใช้การรับส่งข้อมูลเป็นแบบ Digital ซึ่งทำให้สามารถรับส่งข้อความ SMS
จากเครื่องมือถือได้ เรียกได้ว่าเป็นยุคเริ่มต้นของการใช้โทรศัพท์มือถือ
ในการรับส่ง Data
สำหรับท่านที่อยู่ในช่วงนี้น่าจะจำกันได้ว่าโทรศัพท์มือถือ
จะมีราคาถูกลงมาก จากเครื่องละเป็นแสน เหลือแค่ 2-30,000 บาท
ต่อมา
เนื่องจากมีการใช้โทรศัพท์มือถือ รับส่ง Data มากขึ้น เช่นการ download
ringtone รูปภาพ ทำให้มีการพัฒนาระบบ เพื่อให้รองรับการรับส่ง package
ข้อมูลจำนวนมากขึ้น ระบบ 2.5Gจึงได้ถูกพัฒนาขึ้น เป็นต้นกำเนิดของระบบ
GPRS โดย GPRS นี้จะสามารถเชื่อต่อกับ Operator เพื่อรับส่ง ข้อมูล Date
ได้ที่ประมาณ 50Kbps ถ้ายังจำกันได้ ช่วงนี้การรับส่ง MMS
จะเริ่มเป็นที่นิยม เพราะระบบ GPRS สามารถรองรับการรับส่ง Data
จำนวนมากขึ้นได้
ระบบ EDGE คืออะไร / เทคโนโลยี EDGE หมายถึง / ความเร็ว EDGE
เทคโนโลยี EDGE พัฒนามาจากอะไร ระบบ EDGE คืออะไร และมี ความเร็ว เท่าไร
ระบบ
EDGE หรือที่เรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า 2.75G
ซึ่งเป็นระบบที่ออกมาขั้นกลางระหว่างระบบ 2G กับ 3G
ซึ่งเป็นระบบที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน
โดย ระบบ EDGE
นั้นจะพัฒนาจาก ระบบ GPRS ให้ความสามารถรับส่งข้อมูลต่อ slot สูงขึ้น
โดยถ้าพัฒนากันจริงๆ สามารถรับส่งข้อมูลได้สูงสุดถึง 473.6Kbps
แต่สำหรับเมืองไทยนั้น ความเร็วสูงสุดของ EDGE ที่ Operator
ปล่อยออกมานั้นจะอยู่ที่ 220 - 236.8Kbps เท่านั้น ( ต่อให้โทรศัพท์มือถือ
หรือ AirCard เครื่องไหนที่สามารถรับสัญญาณ EDGE ได้ 473.6 แต่ connect
จริงก็จะไม่เกิน 220Kbps เท่าที่ Operator ปล่อยออกมา )
ระบบ 3G คืออะไร / เทคโนโลยี 3G หมายถึง / ความเร็ว 3G
เทคโนโลยี 3G พัฒนามาจากอะไร ระบบ 3G คืออะไร และมี ความเร็ว เท่าไร
ระบบ 3G ( UMTS ) นั้นคือการนำเอาข้อดีของ ระบบ CDMA มาปรับใช้กับ GSM เรียกว่า W-CDMA ซึ่งถูกพัฒนาโดยบริษัท NTT DoCoMo ของญี่ปุ่น
สำหรับเมืองไทยนั้น ระบบ 3G จะเป็น เทคโนโลยีแบบ HSPA ซึ่งแยกย่อยได้เป็น HSDPA , HSUPA และ HSPA+
HSDPAนั้น
จะสามารถ รับส่งข้อมูลได้สูงสุดที่ Download 14.4 Mbps / Upload 384 Kbps.
( ปัจจุบันผู้ให้บริการทั่วโลกยังให้บริการอยู่ที่ Download 7.2Mbps
เท่านั้น )
HSUPAจะเหมือนกับ HSDPA ทุกอย่างแต่การ Upload ข้อมูลจะวิ่งที่ความเร็วสูงสุด 5.76 Mbps
HSPA+ เป็นระบบในอนาคต การ Download ข้อมูลจะอยู่ที่ 42 Mbps / Upload 22 Mbps
สำหรับ
ในเมืองไทยนั้น ระบบ 3G ( HSPA ) ที่ Operator AIS หรือ DTAC
นำมาใช้จะเป็น HSDPA โดยการ Download จะอยู่ที่ 7.2Mbps
ซึ่งน่าจะได้ใช้กันในไม่ช้า
ข้อควรระวังในการเลือกซื้อ AirCard
แบบที่รองรับ 3G คลื่นความถี่ 3G ที่ใช้กันทั่วโลก จะใช้อยู่ 3
ความถี่ที่เป็นมาตราฐานคือ 850 , 1900 และ 2100
ซึ่งเมืองไทยจะแบ่งเป็นดังนี้
คลื่นความถี่ ( band ) 850 จะถูกพัฒนาโดย Dtac และ True
คลื่นความถี่ ( band ) 900 จะถูกพัฒนาโดย AIS (ใช้ชั่วคราวที่เชียงใหม่ และ Central World)
คลื่นความถี่ ( band ) 2100 กำลังรอ กทช. ทำการประมูลเพื่อจัดสรรคลื่นความถี่
คลื่นความถี่ ( band ) 1900 จะถูกพัฒนาโดย TOT
ดัง
นั้นการเลือกซื้อ AirCard , Router หรือ โทรศัพท์มือถือ
และต้องการให้รอบรับ 3G ควร check ให้ดีก่อนว่าสามารถรองรับได้ทั้ง 3คลื่นหรือเพียงบางคลื่นเท่านั้น
เครดิต By:GG http://www.truevisions-ubc.com/webbo...043_th?lang=th
ปล. กำลังหาข้อมูลเบื่อเน็ต ADSL 1 เดือนใช้ได้ 10+วัน ไม่ไหว หลุด ไม่มีสัญญาณเป็นวันๆ
ข้อมูลเพิ่มเติมครับ(เท่าที่ลองๆหาดูนะครับใครมีรายละเอียดเสริมได้เลยครับ)
แอร์การ์ด คือ
อุปกรณ์โมเด็มอย่างหนึ่งที่ใช้เพื่อเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง PC และ Notebook เข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ตแบบไร้สายความเร็วสูงโดยผ่านโครงข่ายสัญญาณโทรศัพท์ มือถือ โดยใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า GPRS EDGE และ 3G ในปัจจุบัน ดังนั้นไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนขอแค่ให้มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือก็สามารถใช้งาน แอร์การ์ดเพื่อเข้าอินเตอร์เน็ตได้ทันที
วิธีการใช้งาน
นำซิมโทรศัพท์ที่ได้เปิดบริการ gprs แล้วมาเสียบเข้าไปในตัวแอร์การ์ด (จากนั้นก็ทำการลงโปรแกรม driver ของแอร์การ์ด ซึ่งในปัจจุบันจะมีแอร์การ์ดรุ่นใหม่ ๆ ที่จะทำงานอัตโนมัติ โดยไม่ต้องลง driver)
นำแอร์การ์ดเสียบในช่อง pcmcia , express slot หรือที่ช่อง USB interface ของ notebook จากนั้นก็เปิดโปรแกรมconnect แอร์การ์ดก็จะทำหน้าที่เชื่อมสัญญาณให้เราสามารถใช้ internet ได้ทันที
คุณสมบัติที่ควรมีใน Aircard
1. สามารถรองรับระบบปฏิบัติการได้หลากหลายระบบ เช่น Window Vista, Window XP, Window ME, Window 2000 หรือ Mac OSX ใช้งานโดยเสียบเข้ากับ USB port ได้ หรือไม่ก็ใช้ช่อง Slot PCMCIA หรือ Slot Express ของ Labtop
2. สามารถอัพเกรด firmware ได้โดยใช้งานได้ทั้งกับเครือข่าย UMTS/ EDGE/ GSM
3. สามารถรองรับซิมของระบบโทรศัพท์มือถือบ้านเราได้ทุกค่าย รองรับระบบ 3G และ EDGE Class 12/ GPRS Class 12
4. รองรับการใช้งาน Voice หรือส่ง SMS
เครดิต http://www.admininfotech.com
ในช่วงเริ่มต้นของระบบ GSM ( อาจเรียกว่าช่วง 1G )
โทรศัพท์มือถือที่ใช้จะเป็นระบบ Analog ซึ่งไม่สามารถใช้รับส่ง Data
อะไรได้เลย สามารถใช้โทรศัพท์พูดคุย ( Voice ) ได้อย่างเดียว
ซึ่งต่อมาได้พัฒนามาเป็นระบบ 2G
ระบบ 2G
จะใช้การรับส่งข้อมูลเป็นแบบ Digital ซึ่งทำให้สามารถรับส่งข้อความ SMS
จากเครื่องมือถือได้ เรียกได้ว่าเป็นยุคเริ่มต้นของการใช้โทรศัพท์มือถือ
ในการรับส่ง Data
สำหรับท่านที่อยู่ในช่วงนี้น่าจะจำกันได้ว่าโทรศัพท์มือถือ
จะมีราคาถูกลงมาก จากเครื่องละเป็นแสน เหลือแค่ 2-30,000 บาท
ต่อมา
เนื่องจากมีการใช้โทรศัพท์มือถือ รับส่ง Data มากขึ้น เช่นการ download
ringtone รูปภาพ ทำให้มีการพัฒนาระบบ เพื่อให้รองรับการรับส่ง package
ข้อมูลจำนวนมากขึ้น ระบบ 2.5Gจึงได้ถูกพัฒนาขึ้น เป็นต้นกำเนิดของระบบ
GPRS โดย GPRS นี้จะสามารถเชื่อต่อกับ Operator เพื่อรับส่ง ข้อมูล Date
ได้ที่ประมาณ 50Kbps ถ้ายังจำกันได้ ช่วงนี้การรับส่ง MMS
จะเริ่มเป็นที่นิยม เพราะระบบ GPRS สามารถรองรับการรับส่ง Data
จำนวนมากขึ้นได้
ระบบ EDGE คืออะไร / เทคโนโลยี EDGE หมายถึง / ความเร็ว EDGE
เทคโนโลยี EDGE พัฒนามาจากอะไร ระบบ EDGE คืออะไร และมี ความเร็ว เท่าไร
ระบบ
EDGE หรือที่เรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า 2.75G
ซึ่งเป็นระบบที่ออกมาขั้นกลางระหว่างระบบ 2G กับ 3G
ซึ่งเป็นระบบที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน
โดย ระบบ EDGE
นั้นจะพัฒนาจาก ระบบ GPRS ให้ความสามารถรับส่งข้อมูลต่อ slot สูงขึ้น
โดยถ้าพัฒนากันจริงๆ สามารถรับส่งข้อมูลได้สูงสุดถึง 473.6Kbps
แต่สำหรับเมืองไทยนั้น ความเร็วสูงสุดของ EDGE ที่ Operator
ปล่อยออกมานั้นจะอยู่ที่ 220 - 236.8Kbps เท่านั้น ( ต่อให้โทรศัพท์มือถือ
หรือ AirCard เครื่องไหนที่สามารถรับสัญญาณ EDGE ได้ 473.6 แต่ connect
จริงก็จะไม่เกิน 220Kbps เท่าที่ Operator ปล่อยออกมา )
ระบบ 3G คืออะไร / เทคโนโลยี 3G หมายถึง / ความเร็ว 3G
เทคโนโลยี 3G พัฒนามาจากอะไร ระบบ 3G คืออะไร และมี ความเร็ว เท่าไร
ระบบ 3G ( UMTS ) นั้นคือการนำเอาข้อดีของ ระบบ CDMA มาปรับใช้กับ GSM เรียกว่า W-CDMA ซึ่งถูกพัฒนาโดยบริษัท NTT DoCoMo ของญี่ปุ่น
สำหรับเมืองไทยนั้น ระบบ 3G จะเป็น เทคโนโลยีแบบ HSPA ซึ่งแยกย่อยได้เป็น HSDPA , HSUPA และ HSPA+
HSDPAนั้น
จะสามารถ รับส่งข้อมูลได้สูงสุดที่ Download 14.4 Mbps / Upload 384 Kbps.
( ปัจจุบันผู้ให้บริการทั่วโลกยังให้บริการอยู่ที่ Download 7.2Mbps
เท่านั้น )
HSUPAจะเหมือนกับ HSDPA ทุกอย่างแต่การ Upload ข้อมูลจะวิ่งที่ความเร็วสูงสุด 5.76 Mbps
HSPA+ เป็นระบบในอนาคต การ Download ข้อมูลจะอยู่ที่ 42 Mbps / Upload 22 Mbps
สำหรับ
ในเมืองไทยนั้น ระบบ 3G ( HSPA ) ที่ Operator AIS หรือ DTAC
นำมาใช้จะเป็น HSDPA โดยการ Download จะอยู่ที่ 7.2Mbps
ซึ่งน่าจะได้ใช้กันในไม่ช้า
ข้อควรระวังในการเลือกซื้อ AirCard
แบบที่รองรับ 3G คลื่นความถี่ 3G ที่ใช้กันทั่วโลก จะใช้อยู่ 3
ความถี่ที่เป็นมาตราฐานคือ 850 , 1900 และ 2100
ซึ่งเมืองไทยจะแบ่งเป็นดังนี้
คลื่นความถี่ ( band ) 850 จะถูกพัฒนาโดย Dtac และ True
คลื่นความถี่ ( band ) 900 จะถูกพัฒนาโดย AIS (ใช้ชั่วคราวที่เชียงใหม่ และ Central World)
คลื่นความถี่ ( band ) 2100 กำลังรอ กทช. ทำการประมูลเพื่อจัดสรรคลื่นความถี่
คลื่นความถี่ ( band ) 1900 จะถูกพัฒนาโดย TOT
ดัง
นั้นการเลือกซื้อ AirCard , Router หรือ โทรศัพท์มือถือ
และต้องการให้รอบรับ 3G ควร check ให้ดีก่อนว่าสามารถรองรับได้ทั้ง 3คลื่นหรือเพียงบางคลื่นเท่านั้น
เครดิต By:GG http://www.truevisions-ubc.com/webbo...043_th?lang=th
ปล. กำลังหาข้อมูลเบื่อเน็ต ADSL 1 เดือนใช้ได้ 10+วัน ไม่ไหว หลุด ไม่มีสัญญาณเป็นวันๆ
Comment