Announcement

Collapse
No announcement yet.

ช่วยตรวจคำตอบ ค่า "IP Subnet " ให้หน่อยครับ

Collapse
X
 
  • Filter
  • Time
  • Show
Clear All
new posts

  • ช่วยตรวจคำตอบ ค่า "IP Subnet " ให้หน่อยครับ

    ดูให้ทีครับแบ่งถูกทุกตัวไหมครับ ผิดตรงไหนช่วยแก้ให้ด้วยนะครับ

    ______________________________________________________

    สมมุติ บริษัทหนึ่งมี

    IP Address 122.154.16.64/26

    พิ้นที่ 1 มีคอมพิวเตอร์ 4 เครื่อง
    พิ้นที่ 2 มีคอมพิวเตอร์ 9 เครื่อง
    พิ้นที่ 3 มีคอมพิวเตอร์ 5 เครื่อง
    พิ้นที่ 4 มีคอมพิวเตอร์ 3 เครื่อง
    พิ้นที่ 5 มีคอมพิวเตอร์ 4 เครื่อง

    ______________________________________________________


    พิ้นที่ 1 มีคอมพิวเตอร์ 4 เครื่อง (ต้อง+เราเตอร์อีก 1 = 5)

    = IP Subnet Address : 122.154.16.72/29

    พิ้นที่ 2 มีคอมพิวเตอร์ 9 เครื่อง (ต้อง+เราเตอร์อีก 1 = 10)

    = IP Subnet Address : 122.154.16.112/28

    พิ้นที่ 3 มีคอมพิวเตอร์ 5 เครื่อง (ต้อง+เราเตอร์อีก 1 = 6)

    = IP Subnet Address : 122.154.16.96/29

    พิ้นที่ 4 มีคอมพิวเตอร์ 3 เครื่อง (ต้อง+เราเตอร์อีก 1 = 4)

    = IP Subnet Address : 122.154.16.88/29

    พิ้นที่ 5 มีคอมพิวเตอร์ 4 เครื่อง (ต้อง+เราเตอร์อีก 1 = 5)

    = IP Subnet Address : 122.154.16.80/29

  • #2
    ถามว่าถูกมั้ยก็ตอบว่าสามารถทำงานได้ แต่มันแปลกๆตรงที่ว่า

    1. วงแรกเริ่มที่ 122.154.16.64 เลยก็ได้ครับ ไม่ต้องไปเริ่มที่ 72 ให้ว่าง (ถ้าเรียนอยู่แล้วจะสอบ อันนี้แล้วแต่คนสอนนะ ตำราเก่าๆจะให้เว้น net แรกไว้เพราะใช้ network id เดียวกันกับ net วงใหญ่ แต่การใช้งานจริงสมัยนี้ router ทุกตัวสามารถเอา net วงแรกมาใช้ได้แล้วครับ ทาง cisco รู้สึกเขาจะเรียก subnet zero มั้ง ซึ่งถูก enable ไว้โดย default อยู่แล้วในปัจจุบัน)

    2. ip 104-111 ว่างอยู่ไม่ได้ใช้ ถ้าเอา net วงใหญ่ (/28) ขึ้นต้นก่อน จะไม่เกิดช่องว่างแบบนี้ หรือ ขยายวง พื้นที่ 3 เป็น /28 เลยก็ได้จะได้เต็มและ 6 เครื่องมันเต็ม subnet อยู่แล้วถ้ามีเครื่องมาเพิ่มก็ต้องทำ net ใหม่อยู่ดี ขยายรองรับไว้เลยดีกว่า

    3.อันนี้ไม่แน่ใจว่าทราบอยู่แล้วรึเปล่าว่าการคิด ip ในแต่ละ subnet ต้อง +ไปอีก 2 คือเบอร์แรกเป็น network id และเบอร์สุดท้ายเป็น broadcast ip ไม่ควรนำมาใช้งาน เช่น ถ้ามี 6 เครื่อง+router เป็น 7 ip ต้อง +อีก 2 เป็นทั้งหมด 9 คราวนี้จะใช้ /29 ไม่ได้ละต้องใช้ /28


    จะสอบหรือว่าทำงานด้าน network หละครับเนี่ย :>

    Comment


    • #3
      จะเอาไว้สอบวิชา Network อ่าครับ

      ยังไงรบกวนช่วยแสดง IP Subnet Address ตามที่คุณ core game คิดหน่อยนะครับ

      ขอบคุณครับ

      ปล.เวลาคำนวณ ควรคิดจากพื้นที่ที่มี คอมเยอะ->น้อย หรือ น้อย->เยอะ ก่อนดีครับ
      Last edited by hoomupoo; 5 Oct 2009, 20:22:32.

      Comment


      • #4
        Originally posted by core_game View Post
        ถามว่าถูกมั้ยก็ตอบว่าสามารถทำงานได้ แต่มันแปลกๆตรงที่ว่า

        1. วงแรกเริ่มที่ 122.154.16.64 เลยก็ได้ครับ ไม่ต้องไปเริ่มที่ 72 ให้ว่าง (ถ้าเรียนอยู่แล้วจะสอบ อันนี้แล้วแต่คนสอนนะ ตำราเก่าๆจะให้เว้น net แรกไว้เพราะใช้ network id เดียวกันกับ net วงใหญ่ แต่การใช้งานจริงสมัยนี้ router ทุกตัวสามารถเอา net วงแรกมาใช้ได้แล้วครับ ทาง cisco รู้สึกเขาจะเรียก subnet zero มั้ง ซึ่งถูก enable ไว้โดย default อยู่แล้วในปัจจุบัน)

        = หมายเหตุในข้อสอบ เค้าเขียนว่าให้ใช้กฏการแบ่ง subnet ตามบทเรียน (CCNA1) เพื่อให้ใช้กับอุปกรณ์รุ่นเก่าได้อ่าครับ

        2. ip 104-111 ว่างอยู่ไม่ได้ใช้ ถ้าเอา net วงใหญ่ (/28) ขึ้นต้นก่อน จะไม่เกิดช่องว่างแบบนี้ หรือ ขยายวง พื้นที่ 3 เป็น /28 เลยก็ได้จะได้เต็มและ 6 เครื่องมันเต็ม subnet อยู่แล้วถ้ามีเครื่องมาเพิ่มก็ต้องทำ net ใหม่อยู่ดี ขยายรองรับไว้เลยดีกว่า

        = "6 เครื่องมันเต็ม subnet อยู่แล้ว" หมายความว่า subnet นี้จุได้เค่ 6 เครื่องหรอครับ (2^3 - 2) ถ้าสมมุติมี 7 เครื่อง ก็ไม่ได้ใช่ป่ะครับ

        3.อันนี้ไม่แน่ใจว่าทราบอยู่แล้วรึเปล่าว่าการคิด ip ในแต่ละ subnet ต้อง +ไปอีก 2 คือเบอร์แรกเป็น network id และเบอร์สุดท้ายเป็น broadcast ip ไม่ควรนำมาใช้งาน เช่น ถ้ามี 6 เครื่อง+router เป็น 7 ip ต้อง +อีก 2 เป็นทั้งหมด 9 คราวนี้จะใช้ /29 ไม่ได้ละต้องใช้ /28

        = รู้สึกตามบทเรียนเค้าจะไม่คิดตัวแรก (IP Subnet) กับตัวสุดท้าย (IP Broadcast) น่ะครับ


        จะสอบหรือว่าทำงานด้าน network หละครับเนี่ย :>
        ..

        Comment


        • #5
          ถ้าจะสอบนะ จริงๆการแบ่ง subnet ก็ให้แบ่งอยากที่อาจารย์เขาอยากได้แหละ ที่พูดงี้ก็เพราะว่ามันแบ่งได้หลายแบบ ถ้าเอาแค่ให้ใช้งานได้ก็ทำได้เยอะแยะแต่ถ้าเอาแบบแบ่งสวยงามใช้ ip คุ้มค่าก็ต้องดูปัจจัยหลายอย่าง

          ถ้าเป็นผมแบ่งนะ คิดอย่างงี้

          แบ่งเท่าที่จำเป็นจริงๆก่อน ได้มาทั้งหมด /26 = 64 ip , วง 1=8, วง 2=16, วง 3=8, วง 4=8, วง 5=8, ใช้แน่ๆ 48 ip เหลือ 16 ip เอาไปทำไรดี

          ถึงตรงนี้ต้องเก็บความต้องการของระบบละว่าแนวโน้มในการขยายของการใช้ ip จะเป็นแบบไหน แบ่งได้ 2 อย่าง

          1. อาจมีการเพิ่ม พื้นที่ ในระบบ เช่นอนาคตอาจมีพื้นที่ 6 พื้นที่ 7 เข้ามา ผมก็จะแบ่งแบบเดิมนั่นแหละ เว้น ip ช่วงหลังๆไว้เผื่อเพิ่มพื้นที่ใหม่มาจะได้เอา ip ช่วงนั้นไปใช้ได้

          2. อาจมีการเพิ่ม เครื่องคอม ในพื้นที่เดิม ผมจะขยาย subnet ให้เต็ม 64 ip เพื่อเวลามีเครื่องมาเพิ่ม subnet จะได้ไม่เต็มไม่ต้องมานั่งหาวงใหม่ ก็ดูเลยเหลือ 16 ip เอาไปแบ่งให้สักสองวง เอาวงไหนดี ก็วงที่ปัจจุบันใช้เยอะที่สุดใกล้จะเต็ม คือเอาไปให้พื้นที่ 1 กับ 3 ให้เป็น /28 ไป จะได้

          พื้นที่ 1 122.154.16.64/28
          พื้นที่ 2 122.154.16.80/28
          พื้นที่ 3 122.154.16.96/28
          พื้นที่ 4 122.154.16.112/29
          พื้นที่ 5 122.154.16.120/29

          คงพอเห็นภาพว่ามันแบ่งได้หลายแบบละนะ ลองหาตัวอย่างอื่นมาลองแบ่งเองดูนะสนุกดี ;>

          Comment


          • #6
            Originally posted by hoomupoo View Post
            ..
            ข้อ 2 ถูกครับ /29 = 8 ip หัก ip แรก network id, ip ท้าย broadcast ip ออกใช้จริงได้แค่ 6 ip ครับ

            ข้อ 3 ผมค่อนข้างแน่ใจนะว่าทุกตำราต้องให้หัก 2 ip นี้ออก ทั้งทางทฤษฎีและแม้ทางปฏิบัติก็ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะเอา ip 2 เบอร์นี้มาใช้ครับ เหตผลนั้นเป็นทางเทคนิคที่ลึกลงไปแต่ถ้าอยากทราบจริงถามได้ครับจะอธิบายให้ฟัง มันยาวหน่อย :>

            Comment


            • #7
              Originally posted by core_game View Post
              ถ้าจะสอบนะ จริงๆการแบ่ง subnet ก็ให้แบ่งอยากที่อาจารย์เขาอยากได้แหละ ที่พูดงี้ก็เพราะว่ามันแบ่งได้หลายแบบ ถ้าเอาแค่ให้ใช้งานได้ก็ทำได้เยอะแยะแต่ถ้าเอาแบบแบ่งสวยงามใช้ ip คุ้มค่าก็ต้องดูปัจจัยหลายอย่าง

              ถ้าเป็นผมแบ่งนะ คิดอย่างงี้

              แบ่งเท่าที่จำเป็นจริงๆก่อน ได้มาทั้งหมด /26 = 64 ip , วง 1=8, วง 2=16, วง 3=8, วง 4=8, วง 5=8, ใช้แน่ๆ 48 ip เหลือ 16 ip เอาไปทำไรดี

              ถึงตรงนี้ต้องเก็บความต้องการของระบบละว่าแนวโน้มในการขยายของการใช้ ip จะเป็นแบบไหน แบ่งได้ 2 อย่าง

              1. อาจมีการเพิ่ม พื้นที่ ในระบบ เช่นอนาคตอาจมีพื้นที่ 6 พื้นที่ 7 เข้ามา ผมก็จะแบ่งแบบเดิมนั่นแหละ เว้น ip ช่วงหลังๆไว้เผื่อเพิ่มพื้นที่ใหม่มาจะได้เอา ip ช่วงนั้นไปใช้ได้

              2. อาจมีการเพิ่ม เครื่องคอม ในพื้นที่เดิม ผมจะขยาย subnet ให้เต็ม 64 ip เพื่อเวลามีเครื่องมาเพิ่ม subnet จะได้ไม่เต็มไม่ต้องมานั่งหาวงใหม่ ก็ดูเลยเหลือ 16 ip เอาไปแบ่งให้สักสองวง เอาวงไหนดี ก็วงที่ปัจจุบันใช้เยอะที่สุดใกล้จะเต็ม คือเอาไปให้พื้นที่ 1 กับ 3 ให้เป็น /28 ไป จะได้

              พื้นที่ 1 122.154.16.64/28
              พื้นที่ 2 122.154.16.80/28
              พื้นที่ 3 122.154.16.96/28
              พื้นที่ 4 122.154.16.112/29
              พื้นที่ 5 122.154.16.120/29

              คงพอเห็นภาพว่ามันแบ่งได้หลายแบบละนะ ลองหาตัวอย่างอื่นมาลองแบ่งเองดูนะสนุกดี ;>
              สรุปแล้วผมจะแบ่ง Subnet แบบนี้ล่ะกันครับ

              พื้นที่ 1 122.154.16.72/29
              พื้นที่ 2 122.154.16.96/28
              พื้นที่ 3 122.154.16.112/29
              พื้นที่ 4 122.154.16.88/29
              พื้นที่ 5 122.154.16.80/29

              เเล้วเดี๋ยวค่อยเอาไปหารายละเอียดปลีกย่อยอีก (ไว้มาถามอีกนะครับ)

              ปล.ว่าแต่การแบ่ง Subnet เนี่ยมันไม่ตายตัวใช่ไหมครับ แบ่งแบบไหน(ขอแค่ให้ใช้งานได้) ก็ถูกเหมือนกัน (กลัวมีปัญหาเวลาสอบครับ อิอิ)

              Originally posted by core_game View Post
              ข้อ 2 ถูกครับ /29 = 8 ip หัก ip แรก network id, ip ท้าย broadcast ip ออกใช้จริงได้แค่ 6 ip ครับ

              ข้อ 3 ผมค่อนข้างแน่ใจนะว่าทุกตำราต้องให้หัก 2 ip นี้ออก ทั้งทางทฤษฎีและแม้ทางปฏิบัติก็ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะเอา ip 2 เบอร์นี้มาใช้ครับ เหตผลนั้นเป็นทางเทคนิคที่ลึกลงไปแต่ถ้าอยากทราบจริงถามได้ครับจะอธิบายให้ฟัง มันยาวหน่อย :>
              อยากทราบเหมือนกันครับ

              จะเอามาไว้เป็นความรู้ประดับสมองหน่อยน่ะครับ

              พอดีผมเรียนวิศวะคอมพ์

              จะเข้าสาย Network อยู่พอดีครับ

              เลยขอมาเก็บความรู้หน่อย
              Last edited by hoomupoo; 5 Oct 2009, 21:13:39.

              Comment


              • #8
                เข้ามาตักตวงความรู้ จดๆๆๆๆ

                Comment


                • #9
                  เมื่อกี๊จะไปลอง set ip เครื่องให้เป็น network address กับ broadcast address ดู ปรากฏว่า windows ไม่ยอมให้ set ทั้งสองอันเลยอะ

                  เท่าที่พอจะนึกปัญหาออกถ้าเอา broadcast address มาใช้นะครับ

                  ปกติแล้ว broadcast address มีไว้เพื่อเป็นตัวแทนของ ip ทั้งหมดใน net นั้นๆ เมื่อมีการส่ง packet ที่มี destination ip เป็น broadcast มาใน network จะมี destination mac เป็น ff:ff:ff:ff:ff:ff ซึ่งเมื่อ switch ได้รับ packet นี้ก็จะส่งข้อมูลออกไปทุก port คือส่งออกไปทุกๆ ip ที่อยู่ใน net นั้นและเครื่องทุกเครื่องที่อยู่ใน net นั้นก็จะรับเอา packet นั้นเอาไปประมวลผลด้วย

                  ลองนึกดูถ้าหากมีเครื่องนึงเอา broadcast address นี้มาใช้ เมื่อเครื่องนี้ใช้งาน network ข้อมูลที่ต้องการจะส่งมาที่เครื่องนี้ switch ก็จะเห็นว่าเป็น broadcast จึงส่งออกไปทุกๆเครื่องใน net ข้อเสียก็คือ

                  1. bandwidth ใน network ถูกใช้ไปอย่างเสียเปล่าด้วยข้อมูลซ้ำๆที่ไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์ ยิ่ง net วงใหญ่ๆ ลองคิดดูถ้าทุก packet ที่ต้องการส่งไปเครื่องเดียวต้องส่งไปทุกๆเครื่องใน net
                  2. ทุกๆเครื่องใน net เมื่อรับ packet ไปต้องใช้ cpu ในการประมวลผลทั้งสิ้นแม้ไม่ใช่ packet ที่เป็นของเครื่องตัวเอง เปลือง local resource ไปเปล่าๆ
                  3. ด้าน security, ข้อมูลที่ควรจะถูกส่งมาเครื่องเราเพียงเครื่องเดียวกลับมองเห็นได้โดยทุกๆเครื่องใน net ถ้าเป็นข้อมูลที่เป็นความลับหรือความเป็นส่วนตัวหละ

                  อันนี้ลองคิดเอาเองนะหาจากตำราอ้างอิงยังไม่เจอ เจอแต่บอกว่าถูก reserv ไว้แต่ไม่ได้บอกเหตผลชัดเจน ซึ่งจริงๆก็เป็นข้อกำหนดตั้งแต่การออกแบบ ipv4 แล้วหละ

                  ส่วนของ network address นั้นยังนึกผลเสียของการเอามาใช้ไม่ออกนะ ใครนึกออกมาแชร์กันก็ดีครับ :>

                  Comment


                  • #10
                    Originally posted by core_game View Post
                    เมื่อกี๊จะไปลอง set ip เครื่องให้เป็น network address กับ broadcast address ดู ปรากฏว่า windows ไม่ยอมให้ set ทั้งสองอันเลยอะ

                    เท่าที่พอจะนึกปัญหาออกถ้าเอา broadcast address มาใช้นะครับ

                    ปกติแล้ว broadcast address มีไว้เพื่อเป็นตัวแทนของ ip ทั้งหมดใน net นั้นๆ เมื่อมีการส่ง packet ที่มี destination ip เป็น broadcast มาใน network จะมี destination mac เป็น ff:ff:ff:ff:ff:ff ซึ่งเมื่อ switch ได้รับ packet นี้ก็จะส่งข้อมูลออกไปทุก port คือส่งออกไปทุกๆ ip ที่อยู่ใน net นั้นและเครื่องทุกเครื่องที่อยู่ใน net นั้นก็จะรับเอา packet นั้นเอาไปประมวลผลด้วย

                    ลองนึกดูถ้าหากมีเครื่องนึงเอา broadcast address นี้มาใช้ เมื่อเครื่องนี้ใช้งาน network ข้อมูลที่ต้องการจะส่งมาที่เครื่องนี้ switch ก็จะเห็นว่าเป็น broadcast จึงส่งออกไปทุกๆเครื่องใน net ข้อเสียก็คือ

                    1. bandwidth ใน network ถูกใช้ไปอย่างเสียเปล่าด้วยข้อมูลซ้ำๆที่ไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์ ยิ่ง net วงใหญ่ๆ ลองคิดดูถ้าทุก packet ที่ต้องการส่งไปเครื่องเดียวต้องส่งไปทุกๆเครื่องใน net
                    2. ทุกๆเครื่องใน net เมื่อรับ packet ไปต้องใช้ cpu ในการประมวลผลทั้งสิ้นแม้ไม่ใช่ packet ที่เป็นของเครื่องตัวเอง เปลือง local resource ไปเปล่าๆ
                    3. ด้าน security, ข้อมูลที่ควรจะถูกส่งมาเครื่องเราเพียงเครื่องเดียวกลับมองเห็นได้โดยทุกๆเครื่องใน net ถ้าเป็นข้อมูลที่เป็นความลับหรือความเป็นส่วนตัวหละ

                    อันนี้ลองคิดเอาเองนะหาจากตำราอ้างอิงยังไม่เจอ เจอแต่บอกว่าถูก reserv ไว้แต่ไม่ได้บอกเหตผลชัดเจน ซึ่งจริงๆก็เป็นข้อกำหนดตั้งแต่การออกแบบ ipv4 แล้วหละ

                    ส่วนของ network address นั้นยังนึกผลเสียของการเอามาใช้ไม่ออกนะ ใครนึกออกมาแชร์กันก็ดีครับ :>
                    มาเก็บความรู้ไปแล้วกันครับ อิอิ

                    เผื่อเจอในข้อสอบ

                    Comment


                    • #11
                      เอาข้อสอบเก่ามาให้ช่วยดูครับ ว่าทำถูกไหม

                      (รบกวนช่วยดูให้ด้วยนะครับ ถูกผิดตรงไหนแนะนำได้ครับ จะได้เอาไปใช้ปรับปรุงเวลาสอบ)
                      __________________________________________________________

                      สมมุติ บริษัทหนึ่ง

                      IP Address 200.29.28.128/26

                      พิ้นที่ 1 มีคอมพิวเตอร์ 3 เครื่อง
                      พิ้นที่ 2 มีคอมพิวเตอร์ 4 เครื่อง
                      พิ้นที่ 3 มีคอมพิวเตอร์ 4 เครื่อง
                      พิ้นที่ 4 มีคอมพิวเตอร์ 10 เครื่อง
                      พิ้นที่ 5 มีคอมพิวเตอร์ 5 เครื่อง
                      __________________________________________________________

                      หา (แต่ละพื้นที่)

                      1.Subnet Address
                      2.Subnet Mask
                      3.Broadcast Address
                      4.Router IP Address (ให้ใช้ Host Address แรกของเเต่ละ Subnet)
                      5.Maximum Hosts per Subnet (ไม่รวมเราเตอร์)
                      6.Allocated Host IP Address (ช่วงของ IP Address ที่สามารถกำหนดให้กับอุปกรณ์เครือข่ายอื่นๆไม่รวมเราเตอร์)
                      __________________________________________________________

                      หมายเหตุ จำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มากที่สุดที่จะมีได้ในแต่ละแผนก ไม่รวมเราเตอร์
                      และให้ใช้กฏการแบ่ง Subnet เพื่อให้สามารถใช้กับอุปกรณ์รุ่นเก่าได้

                      Comment


                      • #12
                        พื้นที่ 1

                        3+1 = 4 เครื่อง

                        1.Subnet Address
                        = 200.29.28.72/29

                        2.Subnet Mask
                        = 255.255.255.248

                        3.Broadcast Address
                        = 200.29.28.79

                        4.Router IP Address (ให้ใช้ Host Address แรกของเเต่ละ Subnet)
                        = 200.29.28.73

                        5.Maximum Hosts per Subnet (ไม่รวมเราเตอร์)
                        = 2^3 = 8

                        6.Allocated Host IP Address (ช่วงของ IP Address ที่สามารถกำหนดให้กับอุปกรณ์เครือข่ายอื่นๆไม่รวมเราเตอร์)
                        = 200.29.28.73 - 200.29.28.78

                        ______________________________________________________________

                        พื้นที่ 2

                        4+1 = 5 เครื่อง

                        1.Subnet Address
                        = 200.29.28.80/29

                        2.Subnet Mask
                        = 255.255.255.248

                        3.Broadcast Address
                        = 200.29.28.87

                        4.Router IP Address (ให้ใช้ Host Address แรกของเเต่ละ Subnet)
                        = 200.29.28.81

                        5.Maximum Hosts per Subnet (ไม่รวมเราเตอร์)
                        = 2^3 = 8

                        6.Allocated Host IP Address (ช่วงของ IP Address ที่สามารถกำหนดให้กับอุปกรณ์เครือข่ายอื่นๆไม่รวมเราเตอร์)
                        = 200.29.28.81 - 200.29.28.86

                        ______________________________________________________________

                        พื้นที่ 3

                        4+1 = 5 เครื่อง

                        1.Subnet Address
                        = 200.29.28.88/29

                        2.Subnet Mask
                        = 255.255.255.248

                        3.Broadcast Address
                        = 200.29.28.95

                        4.Router IP Address (ให้ใช้ Host Address แรกของเเต่ละ Subnet)
                        = 200.29.28.89

                        5.Maximum Hosts per Subnet (ไม่รวมเราเตอร์)
                        = 2^3 = 8

                        6.Allocated Host IP Address (ช่วงของ IP Address ที่สามารถกำหนดให้กับอุปกรณ์เครือข่ายอื่นๆไม่รวมเราเตอร์)
                        = 200.29.28.89 - 200.29.28.94

                        ______________________________________________________________

                        พื้นที่ 4

                        10+1 = 11 เครื่อง

                        1.Subnet Address
                        = 200.29.28.96/28

                        2.Subnet Mask
                        = 255.255.255.240

                        3.Broadcast Address
                        = 200.29.28.111

                        4.Router IP Address (ให้ใช้ Host Address แรกของเเต่ละ Subnet)
                        = 200.29.28.97

                        5.Maximum Hosts per Subnet (ไม่รวมเราเตอร์)
                        = 2^4 = 16

                        6.Allocated Host IP Address (ช่วงของ IP Address ที่สามารถกำหนดให้กับอุปกรณ์เครือข่ายอื่นๆไม่รวมเราเตอร์)
                        = 200.29.28.97 - 200.29.28.110
                        ______________________________________________________________

                        พื้นที่ 5

                        5+1 = 6 เครื่อง

                        1.Subnet Address
                        = 200.29.28.112/29

                        2.Subnet Mask
                        = 255.255.255.248

                        3.Broadcast Address
                        = 200.29.28.119

                        4.Router IP Address (ให้ใช้ Host Address แรกของเเต่ละ Subnet)
                        = 200.29.28.113

                        5.Maximum Hosts per Subnet (ไม่รวมเราเตอร์)
                        = 2^3 = 8

                        6.Allocated Host IP Address (ช่วงของ IP Address ที่สามารถกำหนดให้กับอุปกรณ์เครือข่ายอื่นๆไม่รวมเราเตอร์)
                        = 200.29.28.113 - 200.29.28.118
                        Last edited by hoomupoo; 5 Oct 2009, 23:38:43.

                        Comment


                        • #13
                          ผิดนะ เด๋วพรุ่งนี้มาบอกนะนอนไปก่อน -.-

                          Comment


                          • #14
                            Originally posted by core_game View Post
                            ผิดนะ เด๋วพรุ่งนี้มาบอกนะนอนไปก่อน -.-
                            ขอบคุณมากครับ หุหุ

                            Comment


                            • #15
                              อัพขึ้นไปหน่อย

                              Comment

                              Working...
                              X