Announcement

Collapse
No announcement yet.

LED Samsung Smart tv

Collapse
X
 
  • Filter
  • Time
  • Show
Clear All
new posts

  • LED Samsung Smart tv

    ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า เพิ่งเคยใช้ LED จึงไม่ค่อยมีความรู้มากสักเท่าไหร่

    เมื่อวานไปซื้อ LED 40" รหัส 40D5500 samsung มาครับ

    มาไล่ทีละข้อเลยดีกว่าครับ

    1. ฟรีทีวี ไม่ชัดอันนี้ผมเข้าใจและยอมรับได้ครับ อ่านกระทู้มาแล้วบ้าง คืออยากถามว่าผมใช่ open box ต่อสายอะไรดีที่สุด AV ,COMPONENT,Coaxial

    2.ผมมีไอโฟน จะใช้ แอป ซัมซุงรีโมท มันต้องใช้ผ่านสัญญานอะไร ครับ เช่น บลูทูธ ไวไฟ แล้วทีวีที่ซื้อมามันต้องต่อตัวรับไวไฟหรือเปล่า ซึ่งไม่ได้แถมมา

    3.ผมใช้ DVI to HDMI ต่อจากการ์ดจอ HD4770 ซึ่งได้ภาพออกมาไม่ชัดเจน(เป็นจุดๆไม่ค่อยเนียน) มีสาเหตุจากอะไรครับ อาจเป็นเพราะว่าสาย HDMI ผมกากหรือเปล่าครับ เพราะว่า เอาสาย HDMI ที่แถมมาจากจอคอม LED ACER 24" มาต่อ และถ้าจะซื้อสาย HDMI ใหม่ แบบไหนถึงจะดีครับ

    4.ต่อ HDMI จาก การ์ดจอคอมพ์ แล้วเสียงไม่ไปที่ทีวีครับ

    5.จะใช้ HD Player สามารถใช่คู่กับ openbox dreambox อะไรพวกนี้ได้หรือป่าวครับ ตอนนี้รีโมทเยอะมากๆ


    ขอขอบคุณล่วงหน้านะครับ

    ใครมีอะไรแนะนำสำหรับเจ้า 40นิ้ว Smart TV Samsung ตัวนี้ แนะนำได้นะครับ

  • #2
    3. ช่องต่อของทีวีที่จะให้สัญญาณเหมือนภาพที่ปรากฎบน monitor คือช่อง d-sub ครับ ถ้าต่อช่องนี้ภาพจะเหมือนจอคอมเด๊ะๆ เพราะมันจะ bypass วงจรปรับภาพทุกอย่างของทีวีครับ นั่นคือไม่สามารถปรับสีหรืออะไรได้เลย (ไม่เชื่อลองกดรีโมทดู ปรับได้แต่ความสว่าง) ส่วนช่องอื่นสัญญาณภาพจะผ่านวงจรปรับภาพของทีวีก่อน มันจึงชัดสู้ภาพเพียวๆ ไม่ได้ แต่ข้อดีคือสีมันจะสดกว่า สีดำเข้มกว่า เพราะทีวีมันปรับตรงนี้ให้
    สรุป d-sub = ภาพชัด สีจืด ปรับสีไม่ได้
    hdmi = ภาพไม่ชัด สีสด เข้ม ปรับสีได้
    ดังนั้น d-sub จึงเหมาะกับการอ่าน text พิมพ์งาน ส่วน hdmi เหมาะกับหนังหรือเกม ที่ต้องการสีสดใสและมีภาพเคลื่อนไหวเยอะ แนะนำให้นั่ง***งจากจอก็จะเห็นภาพหยาบน้อยลงครับ

    4. ไปเซ็ต playback device ใน sound (control panel) ครับ ต้องลง driver การ์ดจอให้ครบก่อนนะ

    Comment


    • #3
      DVI TO HDMI เสียงจะไม่มาครับต่องต่อสายเพิ่ม

      Comment


      • #4
        ตอบข้อที่รู้นะครับ
        ข้อ1 COMPONENT ครับ ส่วน Coaxial คือช่องเสียงนะครับไว้เอาไปต่อAVRให้ถอดรหัสเสียงอีกที
        ข้อ3 ต่อพ่วง2จอหรือเปล่าถ้าต่อพ่วงปรับ resolutionให้เท่ากันด้วย หรือมีภาพมาให้ดูจะดีมาก เเล้วที่ไม่เนียนนี่ไม่เนียนตัั้งเเต่หน้าเดสท๊อปหรือว่าเวลาดูหนัง
        ข้อ4 ต้องต่อสายhdmi to hdmi ครับถึงจะมีเสียงมาด้วย
        ข้อ5 ใช้ได้ครับก็เเบ่งช่องไว้ดู

        Comment


        • #5
          Originally posted by zeratul111 View Post
          3. ช่องต่อของทีวีที่จะให้สัญญาณเหมือนภาพที่ปรากฎบน monitor คือช่อง d-sub ครับ ถ้าต่อช่องนี้ภาพจะเหมือนจอคอมเด๊ะๆ เพราะมันจะ bypass วงจรปรับภาพทุกอย่างของทีวีครับ นั่นคือไม่สามารถปรับสีหรืออะไรได้เลย (ไม่เชื่อลองกดรีโมทดู ปรับได้แต่ความสว่าง) ส่วนช่องอื่นสัญญาณภาพจะผ่านวงจรปรับภาพของทีวีก่อน มันจึงชัดสู้ภาพเพียวๆ ไม่ได้ แต่ข้อดีคือสีมันจะสดกว่า สีดำเข้มกว่า เพราะทีวีมันปรับตรงนี้ให้
          สรุป d-sub = ภาพชัด สีจืด ปรับสีไม่ได้
          hdmi = ภาพไม่ชัด สีสด เข้ม ปรับสีได้
          ดังนั้น d-sub จึงเหมาะกับการอ่าน text พิมพ์งาน ส่วน hdmi เหมาะกับหนังหรือเกม ที่ต้องการสีสดใสและมีภาพเคลื่อนไหวเยอะ แนะนำให้นั่ง***งจากจอก็จะเห็นภาพหยาบน้อยลงครับ

          4. ไปเซ็ต playback device ใน sound (control panel) ครับ ต้องลง driver การ์ดจอให้ครบก่อนนะ
          ตามหลักนะครับ HDMI ภาพชัดกว่า d-sub นะครับ เอาง่ายๆ hdmi ดีกว่า d-sub หมด
          ที่จอทีวีมี d-sub ไว้เพราะเป็นมาตรฐานของช่องสัญญาณต่ำสุดที่ต้องมีครับไม่ได้มีข้อดีกว่าอะไรเหมือนที่ยังเก็บช่องAVไว้
          เเละที่ d-sub สัญญาณทีวีไม่สามารถปรับอะไรได้เพราะการส่งสัญญาณเป็นอนาล็อคเเละมีขีดจำกัดครับ

          Comment

          Working...
          X