Announcement

Collapse
No announcement yet.

รบกวนพี่ๆในบอร์ดแนะนำโทรทัศน์LED24นิ้วให้ทีครับ

Collapse
X
 
  • Filter
  • Time
  • Show
Clear All
new posts

  • รบกวนพี่ๆในบอร์ดแนะนำโทรทัศน์LED24นิ้วให้ทีครับ

    พอดีผมไม่ทราบว่ามีแบรนด์ไหนทำออกมาบ้างจะได้นำมาเทียบสเปคกันถูกนะครับ(ขอเป็น24นิ้วนะครับพื้นที่ห้องไม่มีที่ว่างจริงๆครับใจจริงอยากได้26นิ้วTT)

    ตอนนี้ที่เห็นน่าสนใจก็มีToshibaรุ่นนี้http://www.lcdtvthailand.com/spec/de...T&param_id=595
    กับSanyoรุ่นนี้อ่ะครับ

    รบกวนท่านๆที่มีประสบการณ์ช่วยแนะนำทีครับ ส่วนใหญ่คงใช้ดูพวกฟรีทีวีกับเล่นเกมอ่ะครับ ขอบคุณครับ
    Last edited by pupei; 17 Mar 2011, 23:43:00.

  • #2
    ซันโย คับ

    Comment


    • #3
      Originally posted by slate View Post
      ซันโย คับ
      ขอบคุณมากครับที่มาตอบ
      Last edited by pupei; 17 Mar 2011, 23:43:29.

      Comment


      • #4
        สงสัยคงต้องไปเดินงานนี้ก่อนแล้วเดี๋ยวจะมาบอกว่าถูกหรือเปล่าสำหรับผู้ที่สนใจแล้วกันครับhttp://www.promotiontoyou.com/2011/0...2011-up-to-80/

        Comment


        • #5
          อัพๆ

          Comment


          • #6
            การเลือกซื้อ LCD TV/LED TV มีทั้งหมด 8 ประเด็นด้วยกันครับ นั่นคือ:
            1. ขนาดของจอ

            – จอ LCD มีขนาดให้เลือกค่อนข้างหลากหลายทีเดียว ที่มีขายในบ้านเรานั้นมีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 20 นิ้วไปจนถึงขนาด 80 นิ้ว ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งาน และงบประมาณของคุณ แน่นอนครับ ขนาดที่ใหญ่กว่าย่อมให้ภาพที่ใหญ่อลังการ และดูคล้ายกับจอหนังในโรงภาพยนตร์มากขึ้น จอใหญ่ๆ จะเหมาะสมกับห้องกว้างๆ เช่นห้องนั่งเล่น ที่คุณสามารถนั่งชมภาพยนตร์กับสมาชิกในครอบครัวได้ ส่วนจอที่มีขนาดเล็กลงมา จะเหมาะกับห้องที่มีขนาดเล็กลง เช่นห้องนอนเป็นต้น แต่อย่าลืมนะครับว่า ยิ่งจอใหญ่เท่าไหร่ ราคาก็ขยับสูงขึ้นไปเท่านั้น
            คนส่วนใหญ่จะเลือกซื้อจอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่งบประมาณที่ตั้งไว้จะ สามารถซื้อได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเลือกขนาดของจอที่เหมาะสม ควรพิจารณาจากระยะการรับชมเป็นหลัก โดยขนาดของจอควรมีความสัมพันธ์กับระยะ***งที่คุณตั้งใจเอาไว้ว่าคุณจะนั่งดู ทีวี ตัวอย่างเช่น หากคุณซื้อจอขนาด 40 นิ้ว เพื่อมานั่งชมในระยะ***งไม่ถึง 1 เมตร คุณคงรู้สึกไม่สบายตาแน่ๆ แต่ถ้าคุณนั่ง***งออกมาซัก 2 – 4 เมตร ก็จะเป็นระยะที่ดูแล้วสบายที่สุด และเป็นระยะที่จะได้รับประโยชน์จาก LCD TV ของคุณได้อย่างเต็มที่
            ตารางข้างล่างนี้แสดงขนาดจอที่เราแนะนำ เมื่อเปรียบเทียบกับระยะ***งในการชมที่คุณตั้งใจไว้
            ขนาดของจอ ระยะการชมที่แนะนำ (โดยประมาณ)
            20 นิ้ว 60 เซนติเมตร - 2 เมตร
            24 นิ้ว 1 – 1.8 เมตร
            26 นิ้ว 1 – 2 เมตร
            32 นิ้ว 1.2 – 3 เมตร
            37 นิ้ว 1.5 – 3.5 เมตร
            40 นิ้ว 2 – 4 เมตร
            46 นิ้ว 2.5 – 5 เมตร
            ตัวเลขจากตารางข้างบน เป็นตัวเลขที่เราแนะนำเท่านั้น การเลือกขนาดที่เหมาะสมควรเลือกขนาดที่คุณคิดว่าลงตัวที่สุดกับระยะการชมของคุณ
            2. Response time
            – การวัด response time หมายถึงค่าที่ได้จากการวัดระยะเวลาของเม็ดพิกเซลที่ใช้ในการแสดงสีดำสนิท –> เปลี่ยนเป็นสีขาวสนิท –> และเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอีกครั้ง (pixel หมายถึงเม็ดสีหรือจุดสีซึ่งเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของ LCD) ยิ่งตัวเลข response time น้อยเท่าไหร่ ยิ่งหมายความว่าคุณจะเห็นเอฟเฟคท์ต่างๆ เช่น เงา (ghosting) หรือ ขอบของวัตถุที่ลากเป็นทางยาว (streaking) ได้น้อยลงเท่านั้น ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการแสดงภาพเคลื่อนไหวเร็วๆ เช่นการเล่นเกม หรือภาพการแข่งกีฬา เป็นต้น
            3. ความละเอียดของ Panel (Panel resolution)
            – จอ LCD TV ที่มีขายในบ้านเราโดยส่วนใหญ่จะมีอยู่ 2 ประเภท นั่นคือจอ HD Ready และจอ Full HD ซึ่งตัวเลขความละเอียดของหน้าจอนั้น เป็นตัวบอกจำนวนของจุดสี (หรือเม็ดพิกเซล) ที่ประกอบขึ้นมาเป็นจอนั้น
            • จอ HD Ready มีความละเอียดอยู่ที่ 1366 x 768 พิกเซล ซึ่งหมายถึงว่ามีจำนวนพิกเซลในแนวนอน 1366 จุด และแนวตั้ง 768 จุด ซึ่งคำนวณออกมาแล้วจะได้จำนวนพิกเซลทั้งหมด 1,049,088 จุด หรือประมาณ 1 ล้านพิกเซลนั่นเอง
            • จอ Full HD มีความละเอียดอยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเมื่อคำนวณออกมาแล้วจะได้จำนวนพิกเซลทั้งหมด 2,073,600 พิกเซล หรือประมาณ 2 ล้านพิกเซลนั่นเอง
            ความละเอียดของ Panel ยิ่งสูงเท่าไหร่ ยิ่งหมายถึงว่ามันสามารถแสดงรายละเอียดของภาพได้มากขึ้นเท่านั้นแต่ถ้าคุณดูtvธรรมดาไม่ได้ดูด้วยจานก็ไม่จำเป็นต้องfull hd เพราะสัญญานtvบ้านเรามีความถี่แค่ 50 hz ไม่มีผมต่อ tv แบบ full hd
            4. ความสว่าง (brightness)
            – ความสว่างของจอ LCD นั้นเป็นการวัดความเข้มของแสงที่จอ LCD สามารถแสดงได้ โดยมีหน่วยเป็น cd/m2 (candela per square meter) หรือ nits — ความสว่างเป็นตัวแปรสำคัญตัวหนึ่งของจอ LCD ทีเดียว จอที่สว่างมาก ก็จะสามารถสู้แสงสว่างมากๆ ได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในกรณีที่คุณเอาทีวีไปตั้งไว้ในห้องที่มีแสงสว่างเยอะๆ
            5. Contrast Ratio
            – ความหมายของ Contrast ratio คืออัตราส่วนระหว่างจุดที่มืดที่สุดกับจุดที่สว่างที่สุดที่จอสามารถแสดงได้ ในเวลาเดียวกัน ซึ่งในทางปฏิบัติแล้ว Contrast ratio ที่ดีพอ จะช่วยให้จอสามารถแสดงรายละเอียดในส่วนมืด และส่วนสว่างของภาพได้ดียิ่งขึ้น และ contrast ratio สูงๆ จะช่วยให้จอสามารถแสดงรายละเอียดของภาพในฉากที่มืดๆ ได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย
            6. มุมมองการรับชม (viewing angle)
            มุมมองการรับชม หมายถึงมุมมองในการรับชมจากด้านข้าง, ด้านบน หรือด้านล่างที่สามารถรับชมได้โดยคุณภาพของภาพไม่ลดลง
            7. ความสามารถในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ (connectivity)
            อีกประเด็นที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อ LCD TV คือ จำนวนช่องสัญญาณประเภทต่างๆ ที่มีมาให้ ตรงนี้ควรเลือกให้สอดคล้องกับความต้องการของคุณ
            หลักการนี้ใช้ได้กับจอ LEDTV/LCDTV/LCD MONITOR/LED MONITOR ครับ

            Comment


            • #7
              Originally posted by chanok_a View Post
              การเลือกซื้อ LCD TV/LED TV มีทั้งหมด 8 ประเด็นด้วยกันครับ นั่นคือ:
              1. ขนาดของจอ

              – จอ LCD มีขนาดให้เลือกค่อนข้างหลากหลายทีเดียว ที่มีขายในบ้านเรานั้นมีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 20 นิ้วไปจนถึงขนาด 80 นิ้ว ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งาน และงบประมาณของคุณ แน่นอนครับ ขนาดที่ใหญ่กว่าย่อมให้ภาพที่ใหญ่อลังการ และดูคล้ายกับจอหนังในโรงภาพยนตร์มากขึ้น จอใหญ่ๆ จะเหมาะสมกับห้องกว้างๆ เช่นห้องนั่งเล่น ที่คุณสามารถนั่งชมภาพยนตร์กับสมาชิกในครอบครัวได้ ส่วนจอที่มีขนาดเล็กลงมา จะเหมาะกับห้องที่มีขนาดเล็กลง เช่นห้องนอนเป็นต้น แต่อย่าลืมนะครับว่า ยิ่งจอใหญ่เท่าไหร่ ราคาก็ขยับสูงขึ้นไปเท่านั้น
              คนส่วนใหญ่จะเลือกซื้อจอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่งบประมาณที่ตั้งไว้จะ สามารถซื้อได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเลือกขนาดของจอที่เหมาะสม ควรพิจารณาจากระยะการรับชมเป็นหลัก โดยขนาดของจอควรมีความสัมพันธ์กับระยะ***งที่คุณตั้งใจเอาไว้ว่าคุณจะนั่งดู ทีวี ตัวอย่างเช่น หากคุณซื้อจอขนาด 40 นิ้ว เพื่อมานั่งชมในระยะ***งไม่ถึง 1 เมตร คุณคงรู้สึกไม่สบายตาแน่ๆ แต่ถ้าคุณนั่ง***งออกมาซัก 2 – 4 เมตร ก็จะเป็นระยะที่ดูแล้วสบายที่สุด และเป็นระยะที่จะได้รับประโยชน์จาก LCD TV ของคุณได้อย่างเต็มที่
              ตารางข้างล่างนี้แสดงขนาดจอที่เราแนะนำ เมื่อเปรียบเทียบกับระยะ***งในการชมที่คุณตั้งใจไว้
              ขนาดของจอ ระยะการชมที่แนะนำ (โดยประมาณ)
              20 นิ้ว 60 เซนติเมตร - 2 เมตร
              24 นิ้ว 1 – 1.8 เมตร
              26 นิ้ว 1 – 2 เมตร
              32 นิ้ว 1.2 – 3 เมตร
              37 นิ้ว 1.5 – 3.5 เมตร
              40 นิ้ว 2 – 4 เมตร
              46 นิ้ว 2.5 – 5 เมตร
              ตัวเลขจากตารางข้างบน เป็นตัวเลขที่เราแนะนำเท่านั้น การเลือกขนาดที่เหมาะสมควรเลือกขนาดที่คุณคิดว่าลงตัวที่สุดกับระยะการชมของคุณ
              2. Response time
              – การวัด response time หมายถึงค่าที่ได้จากการวัดระยะเวลาของเม็ดพิกเซลที่ใช้ในการแสดงสีดำสนิท –> เปลี่ยนเป็นสีขาวสนิท –> และเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอีกครั้ง (pixel หมายถึงเม็ดสีหรือจุดสีซึ่งเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของ LCD) ยิ่งตัวเลข response time น้อยเท่าไหร่ ยิ่งหมายความว่าคุณจะเห็นเอฟเฟคท์ต่างๆ เช่น เงา (ghosting) หรือ ขอบของวัตถุที่ลากเป็นทางยาว (streaking) ได้น้อยลงเท่านั้น ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการแสดงภาพเคลื่อนไหวเร็วๆ เช่นการเล่นเกม หรือภาพการแข่งกีฬา เป็นต้น
              3. ความละเอียดของ Panel (Panel resolution)
              – จอ LCD TV ที่มีขายในบ้านเราโดยส่วนใหญ่จะมีอยู่ 2 ประเภท นั่นคือจอ HD Ready และจอ Full HD ซึ่งตัวเลขความละเอียดของหน้าจอนั้น เป็นตัวบอกจำนวนของจุดสี (หรือเม็ดพิกเซล) ที่ประกอบขึ้นมาเป็นจอนั้น
              • จอ HD Ready มีความละเอียดอยู่ที่ 1366 x 768 พิกเซล ซึ่งหมายถึงว่ามีจำนวนพิกเซลในแนวนอน 1366 จุด และแนวตั้ง 768 จุด ซึ่งคำนวณออกมาแล้วจะได้จำนวนพิกเซลทั้งหมด 1,049,088 จุด หรือประมาณ 1 ล้านพิกเซลนั่นเอง
              • จอ Full HD มีความละเอียดอยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเมื่อคำนวณออกมาแล้วจะได้จำนวนพิกเซลทั้งหมด 2,073,600 พิกเซล หรือประมาณ 2 ล้านพิกเซลนั่นเอง
              ความละเอียดของ Panel ยิ่งสูงเท่าไหร่ ยิ่งหมายถึงว่ามันสามารถแสดงรายละเอียดของภาพได้มากขึ้นเท่านั้นแต่ถ้าคุณดูtvธรรมดาไม่ได้ดูด้วยจานก็ไม่จำเป็นต้องfull hd เพราะสัญญานtvบ้านเรามีความถี่แค่ 50 hz ไม่มีผมต่อ tv แบบ full hd
              4. ความสว่าง (brightness)
              – ความสว่างของจอ LCD นั้นเป็นการวัดความเข้มของแสงที่จอ LCD สามารถแสดงได้ โดยมีหน่วยเป็น cd/m2 (candela per square meter) หรือ nits — ความสว่างเป็นตัวแปรสำคัญตัวหนึ่งของจอ LCD ทีเดียว จอที่สว่างมาก ก็จะสามารถสู้แสงสว่างมากๆ ได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในกรณีที่คุณเอาทีวีไปตั้งไว้ในห้องที่มีแสงสว่างเยอะๆ
              5. Contrast Ratio
              – ความหมายของ Contrast ratio คืออัตราส่วนระหว่างจุดที่มืดที่สุดกับจุดที่สว่างที่สุดที่จอสามารถแสดงได้ ในเวลาเดียวกัน ซึ่งในทางปฏิบัติแล้ว Contrast ratio ที่ดีพอ จะช่วยให้จอสามารถแสดงรายละเอียดในส่วนมืด และส่วนสว่างของภาพได้ดียิ่งขึ้น และ contrast ratio สูงๆ จะช่วยให้จอสามารถแสดงรายละเอียดของภาพในฉากที่มืดๆ ได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย
              6. มุมมองการรับชม (viewing angle)
              มุมมองการรับชม หมายถึงมุมมองในการรับชมจากด้านข้าง, ด้านบน หรือด้านล่างที่สามารถรับชมได้โดยคุณภาพของภาพไม่ลดลง
              7. ความสามารถในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ (connectivity)
              อีกประเด็นที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อ LCD TV คือ จำนวนช่องสัญญาณประเภทต่างๆ ที่มีมาให้ ตรงนี้ควรเลือกให้สอดคล้องกับความต้องการของคุณ
              หลักการนี้ใช้ได้กับจอ LEDTV/LCDTV/LCD MONITOR/LED MONITOR ครับ
              ขอบคุณคร๊าบได้ความรู้เพิ่ม อิอิ

              Comment


              • #8
                รู้สึกว่า

                Toshiba 24" 24PC1T มีแบตชาร์จไฟ ดูแบบไม่เสียบปลั๊กได้ แพงกว่า


                Toshiba 24" 24PS1T สเปคเหมืออันแรก แต่ไม่มีแบตชาร์จไฟ ถูกกว่า


                ดูสเปคกับราคาแล้วน่าสนใจมาก

                Comment


                • #9
                  Originally posted by exstep View Post
                  รู้สึกว่า

                  Toshiba 24" 24PC1T มีแบตชาร์จไฟ ดูแบบไม่เสียบปลั๊กได้ แพงกว่า


                  Toshiba 24" 24PS1T สเปคเหมืออันแรก แต่ไม่มีแบตชาร์จไฟ ถูกกว่า


                  ดูสเปคกับราคาแล้วน่าสนใจมาก
                  ขอบคุณครับ ผมเพิ่งรู้ข้อแตกต่างเนี่ยล่ะเห็นต่างกัน1,000 ถ้าจะซื้อจริงๆคงซื้อรุ่นPSแหละ แต่โตชิบ้าทำไมคอนทราสน้อยจัง

                  Comment

                  Working...
                  X