Philips LED 32" 32PFL5605 เป็นงัยบ้างครับ มีใครอยู่บ้าง แนะนำด้วยข้อดีข้อเสีย
Announcement
Collapse
No announcement yet.
ตัวนี้ใครใช้ Philips LED 32" 32PFL5605
Collapse
X
-
ใช้ตัว 40 นิ้ว อยู่ครับ แต่ระหัสรุ่นเดียวกันแหละ
ลูกเล่นการปรับภาพอาจจะไม่ถึงใจเท่า lg (แต่ยี่ห้ออื่น ๆ ก็ประมาณนี้แหละ) แต่ก็ ok ดีนะ
ตอนซื้อมาใหม่ ๆ ดูหนังน๊อยส์เยอะสีไม่ดี (ตอนลองที่ร้านไม่ค่อยเห็น) โดยเฉพาะตอนดูหนังฉากสลัว ๆ แต่ใช้มาเรื่อย ๆ ก็ดีขึ้นเรื่อย ๆจนน่าพอใจแล้ว คงต้องพ้นเบิร์นกระมัง
-
มันมีเบิร์น LED ด้วยหรอท่าน ผมเคยได้ยินแต่ เบิร์น PDP แล้วแล้วภาพสวยขึ้นนะ (ไม่รู้จิงๆ อยากรู้เหมือนกัน)Originally posted by m-1 View Postใช้ตัว 40 นิ้ว อยู่ครับ แต่ระหัสรุ่นเดียวกันแหละ
ลูกเล่นการปรับภาพอาจจะไม่ถึงใจเท่า lg (แต่ยี่ห้ออื่น ๆ ก็ประมาณนี้แหละ) แต่ก็ ok ดีนะ
ตอนซื้อมาใหม่ ๆ ดูหนังน๊อยส์เยอะสีไม่ดี (ตอนลองที่ร้านไม่ค่อยเห็น) โดยเฉพาะตอนดูหนังฉากสลัว ๆ แต่ใช้มาเรื่อย ๆ ก็ดีขึ้นเรื่อย ๆจนน่าพอใจแล้ว คงต้องพ้นเบิร์นกระมัง
Philips LED 32" 32PFL5605
ข้อดี
1.full HD
2.เป็น full LED (TV ส่วนใหญ่เป็น edge LED คือ LED แค่ขอบจอคับ)
3.มี 100 HZ
4.ภาพสวย (philips ชนะด้วยภาพ ความเห็นส่วนตัว555+)
5.LED ประหยัดไฟ
ข้อเสีย
1.ราคาเริ่มลงแล้วแต่ก็ยังแรง 17-18k
2.ดู free TV ไม่ชัด
2.พวก setting ปรับยากสาส เคยลองเเล้วมึน
3.รีโมทไม่สวย ใช้งานยาก
อันนี้ความเห็นส่วนตัว
1.ราคาประมาณนี้ได้ 40/42 LCD/PDP เพราะราคาก็เริ่มลงๆกันหมด (ใครๆก็ชอบจอใหญ่)
2.32" ไม่ต้องห่วง 2-3 อาทิตย์เจอโรคจอหดแน่ๆ (โดนมากับตัวเอง)
3.ผมยังไม่เห็นความต่างด้านภาพ LCD LED ทั้งๆที่ LED แพงกว่า หรือแค่ของใหม่55+ (ตัวล่างๆนะ ตัว topๆก็ต่างอยู่)
4.ถ้าจะซื้อช่วงนี้ แนะนำ ไปงาน home works ไบเทคบางนา ราคาลงทั้งนั้น แต่ philips รู้สึกจะไม่ลง- -"
5.ไปดูด้วยตา จะดีที่สุด
Comment
-
3.ผมยังไม่เห็นความต่างด้านภาพ LCD LED ทั้งๆที่ LED แพงกว่า หรือแค่ของใหม่55+ (ตัวล่างๆนะ ตัว topๆก็ต่างอยู่)
ส่วนที่ต่างกันแบบเห็น ๆ คือความดำครับ อย่างดูหนัง 16:9 เหลือขอบดำบน-ล่าง ถ้าเป็นจอ lcd ตัวเก่าผม ถ้าปิดไฟดูหนัง ส่วนขอบดำบนล่างมันจะไม่ดำสนิท แต่ตัวนี้ดำสนิท
เรื่องจอ 32"หด มันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ครับ เล่นแล้วไม่จบ แนะนำให้เล่นอย่างน้อย 42" ไปเลยครับ หรือใหญ่ที่สุดเท่าที่จะมีกำลังทรัพย์ ผมอัพจาก 32" มา 40" รู้สึกว่าใหญ่ขึ้นนิดเดียว ดูหนังไม่กี่วัน ชินตาเป็น 32" ซะอย่างงั้น ไม่รู้จะจบอีกป่าว อิอิ
Comment
-
เนื่องจาก 5605 เป็น Direct LED (Full LED เต็มแผงหลัง) ให้ภาพสว่างและชัดมาก
ปกติหนังทั่วไปที่ถ่ายทำจากกล้อง และเป็นฉากมืด กลางคืน จะมี noise อยู่แล้วครับ ดังนั้น หากปรับแจ่มๆแรงๆ ข้อเสียก็คือจะเห็น noise ชัดไปด้วย แต่ไม่ใช่ปัญหาของทีวีแต่อย่างไร ไม่เชื่อให้ใช้ค่า setting เดียวกันนี้ เปิดหนังการ์ตูน Hi-Def ซักเรื่องสิครับ มันทำจากคอมพิวเตอร์ ไม่ได้ถ่ายมา จะไม่เห็น noise
ข้อเสียรุ่นนี้มี 2 ข้อในความคิดของผมก็คือ
1. 32FL5605 กินไฟน้อยกว่า 40FL5605 แค่ 10% และตัว 40FL5605 เวลาดูทีวีทั่วไป ก็อาจปรับให้ประหยัดพลังงานได้ และมันจะกินเพียง 50 วัตต์เท่านั้น ทำให้ดูเหมือนว่า ซื้อตัว 40FL5605 เลยคุ้มกว่า
2. ระบบ 100Hz ของมัน ยังรับมือกับหนังโหดๆอย่าง AVATAR Blu-Ray 50 GB ไม่ได้ แต่สำหรับหนังเรื่องอื่นๆแล้ว ไม่มีปัญหานะ พูดง่ายๆ คือระบบ 100Hz ยังไม่เต็ม ที่100% เมื่อเทียบกับค่ายอื่น
Comment
-
ที่ดำสนิทกว่า เป็นเพราะมันเป็น Full LED การทำ Local Dimming ย่อมดีกว่าครับ ลองดูจากวีดีโออันนี้ น่าจะเห็นชัดOriginally posted by m-1 View Post3.ผมยังไม่เห็นความต่างด้านภาพ LCD LED ทั้งๆที่ LED แพงกว่า หรือแค่ของใหม่55+ (ตัวล่างๆนะ ตัว topๆก็ต่างอยู่)
ส่วนที่ต่างกันแบบเห็น ๆ คือความดำครับ อย่างดูหนัง 16:9 เหลือขอบดำบน-ล่าง ถ้าเป็นจอ lcd ตัวเก่าผม ถ้าปิดไฟดูหนัง ส่วนขอบดำบนล่างมันจะไม่ดำสนิท แต่ตัวนี้ดำสนิท
เรื่องจอ 32"หด มันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ครับ เล่นแล้วไม่จบ แนะนำให้เล่นอย่างน้อย 42" ไปเลยครับ หรือใหญ่ที่สุดเท่าที่จะมีกำลังทรัพย์ ผมอัพจาก 32" มา 40" รู้สึกว่าใหญ่ขึ้นนิดเดียว ดูหนังไม่กี่วัน ชินตาเป็น 32" ซะอย่างงั้น ไม่รู้จะจบอีกป่าว อิอิ
เทียบระหว่าง Plasma // Full LED และ EDGE LED
ถ้ายังเห็นไม่ชัดระหว่าง LCD กับ LED ว่าหลักการทำงานต่างกันอย่างไรก็ต้องที่นี่เลยครับ >_<
Comment
-
อันนี้ความเห็นส่วนตัว<<<<<<<<<
3.ผมยังไม่เห็นความต่างด้านภาพ LCD LED ทั้งๆที่ LED แพงกว่า หรือแค่ของใหม่55+
ในสายตาผม led รุ่นล่างๆ ภาพ สี หรือความดำ ผมว่ายังสู้ lcd รุ่น topๆ ที่ราคาใกล้เคียงกันไม่ได้เลยคับ ลองไปดูกันเอง ยังไงก็ตาใครตามัน 555+
ปล.ผมก็กำลังจะถอยรุ่นนี้แหละ 32PFL5605+40PFL6605 ถอยรวดเดียวเลย
Comment
-
ที่บอกว่าระบบ 100Hz ยังไม่เต็มที่หมายความว่าไงอะคับ หรือ มันคือ100 Hz (fake) ที่เป็น ship50Hz+50Hz ที่ Sony เคยทำออกมาประมาณนั้นหรอคับOriginally posted by kjcomputer View Postเนื่องจาก 5605 เป็น Direct LED (Full LED เต็มแผงหลัง) ให้ภาพสว่างและชัดมาก
ปกติหนังทั่วไปที่ถ่ายทำจากกล้อง และเป็นฉากมืด กลางคืน จะมี noise อยู่แล้วครับ ดังนั้น หากปรับแจ่มๆแรงๆ ข้อเสียก็คือจะเห็น noise ชัดไปด้วย แต่ไม่ใช่ปัญหาของทีวีแต่อย่างไร ไม่เชื่อให้ใช้ค่า setting เดียวกันนี้ เปิดหนังการ์ตูน Hi-Def ซักเรื่องสิครับ มันทำจากคอมพิวเตอร์ ไม่ได้ถ่ายมา จะไม่เห็น noise
ข้อเสียรุ่นนี้มี 2 ข้อในความคิดของผมก็คือ
1. 32FL5605 กินไฟน้อยกว่า 40FL5605 แค่ 10% และตัว 40FL5605 เวลาดูทีวีทั่วไป ก็อาจปรับให้ประหยัดพลังงานได้ และมันจะกินเพียง 50 วัตต์เท่านั้น ทำให้ดูเหมือนว่า ซื้อตัว 40FL5605 เลยคุ้มกว่า
2. ระบบ 100Hz ของมัน ยังรับมือกับหนังโหดๆอย่าง AVATAR Blu-Ray 50 GB ไม่ได้ แต่สำหรับหนังเรื่องอื่นๆแล้ว ไม่มีปัญหานะ พูดง่ายๆ คือระบบ 100Hz ยังไม่เต็ม ที่100% เมื่อเทียบกับค่ายอื่น
Comment
-
ไม่ใช่ครับ ระบบ 100Hz ของรุ่น 5605 ทำงานยังไม่เท่ายี่ห้ออื่น (เมื่อทดสอบกับหนังสุดยอดอย่าง AVATAR Blu-Ray 50GB) แต่จากการทดสอบกับเรื่องอื่น 100 เรื่อง ไม่มีปัญหาครับ
ไม่ต้องคิดมาก ความคุ้มค่าขึ้นกับประสิทธิภาพเทียบกับราคา หากมีคนขาย 40FL5605 ในราคา 2 หมื่นต้นๆ หรือมือสองหมื่นปลายๆ ผมคิดว่าคุ้มมากแล้วครับ
ในขณะที่ 40FL6605 เหลือ 2 หมื่นกลางๆ (เพิ่มแสดงไฟหลังจออีก)
Comment
-
สนใจรุ่นนี้อยู่เหมือนกันครับ ขออนุญาติฝากคำถามหน่อยว่า
รุ่นนี้ถ้าเอามาเล่นเกมส์แล้วเป็นยังไงบ้าง เรื่องภาพเคลื่อนไหวและอินพุทแลค พอเทียบเท่ากับของ Samsung UA-32C5000 ไหม ?
พอดีจะเอามาต่อกับคอม เอาไว้เล่นเกมส์ ดูหนัง ดูบอล แล้วก็เข้าเว็บ น่ะครับ
ราคาที่ได้จากร้าน
Samsung UA-32C5000 @17300
Philips 32PFL5605 @18500
หรือถ้ามีรุ่นไหนดี ๆ ที่ราคาใกล้เคียงกัน ก็ช่วยแนะนำให้หน่อยนะครับ
ขอบคุณครับ
Comment
-
วัตถุประสงค์การใช้งานของท่านมันก็ครอบคลุมการใช้งานทีวีทั้งโลกแล้วครับ 555 เอาไปใช้ทำทุกอย่างเลยOriginally posted by exstep View Post
พอดีจะเอามาต่อกับคอม เอาไว้เล่นเกมส์ ดูหนัง ดูบอล แล้วก็เข้าเว็บ น่ะครับ
แต่ผมก็ไ่่ม่ใช่คอเกม ไม่มีเครื่องเล่นเกมทดสอบ แต่เราสามารถพิจารณาตามหลักการได้ นั่นคือ ควรต่อ HDMI-HDMI เพื่อส่งสัญญาณดิจิตอลให้เร็ว , มีโหมดเกมโดยเฉพาะ , มี response ต่ำ ไม่ควรเกิน 5 ms
สรุปคือ 2 รุ่นที่ท่านว่ามานั้น กินไฟพอๆกัน แต่สเปคอื่นไม่เท่ากันนะครับ
Samsung 32C5000 เป็น Edge LED LCD TV ทำให้ตัวบางกว่า แต่อาจพบไฟรั่วที่มุมและขอบจอ , ไม่ใช่ 100Hz , มี response time (ระยะเวลาตอบสนองหลังจากสัญญาณภาพเข้าไป) คือ 4 ms (4/1000 วินาที) , เล่นไฟล์หนังได้ (แต่บาง format เท่านั้น)
Philips 32PFL5605 เป็น Direct LED LCD TV นั่นคือหลอด LED เต็มแผงหลังจอ ทำให้ตัวหนากว่าหน่อย , เป็น 100 Hz , มี response time = 2 ms (ยิ่งน้อยก็ยิ่งดี จะได้ไม่ lag) , เล่นไฟล์หนังแค่ mp4 เท่านั้น
สรุปคือ ตามสเปคแล้ว Phlips 32PFL5605 ได้เปรียบกว่าสำหรับคอเกม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นกับท่านเองว่าชอบตัวไหน อย่างไร ผมไม่ขอฟันธงให้ใคร คนเราล้วนนานาจิตตัง
Comment

Comment