ตามหัวข้อเลยครับ ผมไม่มีความรู้อะไรทั้งสิ้นเลยฮะเกี่ยวกับ SSD เลยอยากรู้ครับ ขอแบบเข้าใจง่ายๆ ก็ดีนะครับ พอดีพรุ่งนี้จะไปชื้อคอมแล้วอ่ะครับ เลยจะหาความรู้เยอะๆ ตอนไปชื้อจะได้ไม่มีปัญหา แต่สงสัยว่า SSD คืออะไรน่ะครับ ขอรบกวนล่วงหน้าด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
Announcement
Collapse
No announcement yet.
SSD คืออะไรครับ
Collapse
X
-
http://www.overclockzone.com/forums/...1#post34337980Originally posted by Zyxzenze View PostSSD Information Portal : Spec, Price, Warranty and Where to buy?
เนื่องจากกระทู้เก่าเรื่องปัญหา SSD Corsair ผม ทำให้ผมเพิ่งรู้ว่า มีผู้ที่สนใจเลือกใช้ SSD กันเยอะ แต่ไม่รู้ว่า
สเป็กต่างกันยังไง เอาอย่าง OCZ Vertex 3 MAX IOPS/Agility 3 ดูเผินๆ ก็เหมือนกัน ทำไมราคามันต่างกันเป็นทุ่งงั้นล่ะ?
อันว่า SSD หรือ Solid State Drive คืออะไร?
เราเคยชินกับการใช้ฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนมานาน ซึ่งมีข้อจำกัดด้านความเร็วเพราะต้องมีการอ่านข้อมูล
ด้วยหัวอ่านแบบเคลื่อนไหว แต่ก็พอเพิ่มประสิทธิภาพได้ด้วยการทำ RAID บ้าง ซึ่งก็มีหลายแบบตั้งแต่
RAID 0, 1, 0+1 บลาๆ แต่คอขวดก็ยังเป็นคอขวด อินเตอร์เฟซ SATA/2 ยังใช้กันได้ไม่ถึงครึ่ง
และแล้ว SSD ก็มา...
พูดให้เข้าใจง่ายๆ มันก็คือ Flash Memory แบบนึง ที่มีข้อดีติดตัวมาเลยคือ Access Time
(แหงแซะ เป็นปกติของมันอยู่แล้วครับ ไม่ต้องใช้หัวอ่าน) แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาในการพัฒนาก็คือ
มี Processor Control ที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยให้การเรียกข้อมูลทำได้สุดยอดมาก
ปัจจุบัน ความเร็ว SSD ที่ไม่ใช่ตัว RAID วิ่งกันระดับ 500 MB/s เลยทีเดียว
ทั้งชิพเซ็ต SandForce SF2281 ตัวแสบ หรือ Marvell ที่ตามมาติดๆ ไม่แพ้กัน
ทำให้การเปิดปิดเครื่อง อ่านเขียนข้อมูลทำได้ไวปานสายฟ้าแล่บ โดยเฉพาะโปรแกรม
ที่ Library เยอะๆ จะพบว่ามันจอร์จมาก เพราะแม้แต่ SSD Gen 1 ที่ความเร็วราวๆ 150-160 MB/s
แต่ Sequential Read ยังไงก็ดีกว่าฮาร์ดดิสก์จานหมุนเทพๆ มากมาย เพราะ Access Time มัน <1 ms!
ขออนุญาตแปะวีดิโอนี้ให้ดูกันเลยครับ เครดิตท่าน Beaver_XT
รวมทั้งข้อดีอีกข้อคือมันไม่มีจานหมุนและส่วนเคลื่อนไหว SSD จึงมีความสามารถในการทนแรงสั่นสะเทือน
ในการทำงานได้สูงกว่า ช่วงทำงานกว้างกว่า (ทั้งอุณหภูมิและบรรยากาศ ฯลฯ)
ข้อเสียมันคือราคาต่อความจุสูงถึงสูงมาก และ Recover ข้อมูลลำบากกว่า Disk แค่นั้นเองจริงๆ
ดังนั้น ด้วยข้อดีทั้งหมดและราคาที่ลงมาอยู่ในระดับพอซื้อไหวนี่แล้ว จึงมีความน่าสนใจอย่างยิ่ง
เลยกะให้กระทู้นี้เป็นที่รวมการอัพเดตสเป็ก/ราคา ให้เปรียบเทียบกันดูครับ เผื่อคนสนใจซื้อ ถ้ามีอะไรก็แปะๆ กันได้เลยครับ
หรือ pm มาหาผมก็ได้ ผมเครดิตทุกคนและจะพยายามอัพเดตหน้าแรกถ้าไม่ลืม ถ้าลืมก็ดูโพสต์ใหม่ๆ หน้าหลังๆ กันละกันครับ
และนอกจากนี้จะแปะกระทู้อัพเดตของ Corsair เจ้าปัญหาให้ดูกันเป็นอุทาหรณ์ด้วย ว่าผมลาขาดจริงๆ สงสาร Com7 มากๆ
สำหรับตัวนี้ เพราะพยายามช่วยทุกอย่าง แต่ Tech Support มันกาก+CS เกรียนเกินไป (ฮา)
ต่อไปนี้เป็นข้อมูล SSD ที่ทุกท่านต้องการครับ เชิญครับ
-
SSD : Solid State Drives
SSD เป็นการใช้ชิปหน่วยความจำเก็บข้อมูลแทนจานแม่เหล็กในฮาร์ดดิสก์
พูดง่ายๆก็เหมือนกับ FlashDrive ที่เราใช้กันอยู่ในทุกวันนี้นั่นเอง
มีส่วนประกอบสำคัญ 2 ส่วน คือชิปหน่วยความจำ
กับชิปคอนโทรลเลอร์สำหรับควบคุมการทำงานของ SSD
SSD นั้นผลิตได้่ 2 แบบ คือ
1. NOR Flash (หน่วยความจำจะถูกเชื่อมต่อ
กันแบบขนาน ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างอิสระ อ่านข้อมูลเร็วมาก แต่ มีความจุต่ำ และราคาแพงมาก)
2. NAND Flash (เป็นแบบเข้าถึงข้อมูลทีละบล๊อก ทำให้มีความจุสูง ราคาถูก)
FlashDrive ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้จึงเป็นแบบ NAND Flash เพราะราคาถูกกว่า ซึ่งแบ่งเป็น 2 ประเภท
- Single-Level Cell (SLC) : ในแต่ละเซลเก็บข้อมูลได้ 1 บิต ทำงานเร็ว
กินพลังน้อย และมีอายุการใช้งานนาน (เขียนได้ 1 แสนครั้งโดยประมาณ)
แต่ราคาสูง
- Multi-Level Cell (MLC) : 1 เซลเก็บข้อมูลได้มากกว่า 1 บิต (ปัจจุบัน
1 เซลเก็บได้ 2 บิต และอยู่ในระหว่างการพัฒนาให้เก็บได้มากขึ้นเรื่อยๆ
ความเร็วต่ำกว่า ใช้พลังงานมากกว่า SLC เขียนได้ ไม่เกิน 1 หมื่นครั้ง แต่มีราคาถูก)
ข้อดีของ SSD
- ใช้เวลาเข้าถึงข้อมูลน้อยกว่าฮาร์ดดิสก์ เพราะไม่มีหัวอ่าน ไม่มีจานแม่เหล็ก ไม่ต้องหมุน สามารถเข้าถึงข้อมูลได้เลย ปัจจุบัน SSD มีความเร็วในการอ่านถึง 120 MB/s และเขียนที่ 100MB/s ซึ่งเกือบจะเร็วเท่าฮาร์ดดิสก
์ที่เร็วที่สุดอยู่แล้ว และสามารถพัฒนาไปได้อีกไกล(นี่เพิ่งเริ่มต้น)
- เงียบ เพราะไม่มีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวได้เหมือนอาร์ดดิสก์
- ทนแรงกระแทก การสั่นสะเทือน และอุณหภูมิที่สูงกว่า
- น้ำหนักเบา
- ที่สำคัญ ปัญหาเรื่อง การกระจายของไฟล์ (File Fragmentation)
ไม่มีผลต่อ ความเร็วของ SSD อีก (เพราะอะไรเดวจะเข้าใจ) เพราะฉะนั้น
โปรแกรม Defrag จึงไม่จำเป็นต่อ SSD
ข้อเสีย
- ราคาแพงมาก เมื่อเทียบกับฮาร์ดดิสก์
- ความจุต่ำ
- ความคงทนในการใช้งาน อย่างที่เคยกล่าวไว้แล้วว่า เขียนได้แบบจำกัดจำนวนครั้งต่อ 1 บล๊อก ส่วนอ่านไม่มีปัญหา
จึงได้มีการพัฒนา เทคนิค "Wear-Leveling" ขึ้นมาเพื่อช่วยยืด
อายุการใช้งานหน่วยความจำแบบ Flash หลักการทำงาน คือ ทำการกระจาย
การเขียนข้อมูลไปยังทุกๆบล๊อกของหน่วยความจำ เพื่อไม่ให้มีการ
เขียนข้อมูลซ้ำที่ตำแน่งเดิมบ่อย ซึ่งจะทำให้เสียเร็วกว่าตำเหน่งอื่นๆ
แบ่งเป็น 2 ประเภท
- Static Wear-Leveling เป็นการค้นหาเนื้อที่หน่วยความจำทั้งหมด
โดยจะย้ายไฟล์ในบล๊อกที่ใช้งานบ่อย ไปบล๊อกที่ใช้งานน้อยที่สุด โดยจะย้ายทั้งไฟล์ระบบ หรือไฟล์ที่ปกติไม่มีการย้ายหรือเปลี่ยนแปลงที่อยู่
- Dynamic Wear-Leveling คล้ายกับประเภทแรก แต่จะไม่ยุ่งกับ
พวกไฟล์ระบบ การย้ายและเขียนข้อมูลใหม่จึงทำในส่วนบล๊อคที่เป็นข้อมูลทั่วไป
และบล๊อกที่ว่างอยู่ (กระจายแต่ไม่ทั่วทั้งความจุ)
ถึงแม้ว่าผู้ผลิตจะมีเทคนิคดังกล่าว แต่ความคงทนในการใช้งาน
ก็ยังมีความคลุมเครืออยู่พอสมควร ผู้ผลิตบางที่บอก แสน บางที่บอกล้านครั้ง
From : http://www.trendypda.com/modules/new...?topic_id=6789
Comment
Comment