Announcement
Collapse
No announcement yet.
เตรียมพบแพตช์แก้ช่องโหว่ซีพียูอินเทลเร็วๆ นี้ ประสิทธิภาพอาจลดลงถึง 23%
Collapse
X
-
เห็นบอกว่าเป็นความผิดพลาดในการออกแบบสถาปัตยกรรม x86-64 ของอินเทล
ถ้าแบบนั้นผมกลัวว่ามันจะเป็นช่องโหว่ที่มีมาตั้งแต่การเปิดตัวสถาปัตยกรรม Core ของอินเทลเมื่อปี 2006 และนั่นหมายความว่าซีพียูทุกรุ่นนับตั้งแต่ Core 2 Duo เป็นต้นมาก็จะช้าลงหมด และมันก็อาจจะหมายความว่า ซีพียูอินเทลสิบกว่าปีที่ผ่านมา อาจจะไม่ได้เร็วขึ้นไปกว่ายุค NetBurst เท่าไหร่นักเลยหลังมีการแก้แพตช์นี้ หรือเปล่า
แต่เท่าที่ทราบ เห็นว่าประสิทธิภาพซิงเกิ้ลเทรดไม่กระทบเท่าไหร่ครับ แต่โปรแกรมที่กระทบมากคือพวกโปรแกรมทางด้านเซิร์ฟเวอร์หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวกับ Virtualization ที่มีผลกระทบหนักมาก แต่งานเรนเดอร์ เกม วิดีโอ หรืองานทั่วไปของผู้ใช้ตามบ้านยังไม่ค่อยมีผล
คนเดือดร้อนคิดว่าคงเป็นพวกที่มีเครื่อง Xeon อยู่ในมือนั่นแหละครับทั้งที่ซื้อใหม่และที่ซื้อมือสองมาทำงานหรือมาเป็นเครื่องเซิร์ฟเวอร์ ได้น้ำตาตกกันถ้วนหน้า
รองลงมาคงเป็นพวกเครื่อง Mac
หลังวันที่ 10 ใครที่ยังมีเครื่อง Core 2 หรือ Core i เจนแรกอยู่ มาลองทดสอบกันหน่อยนะครับ เพราะผมรู้สึกว่าเรื่องนี้คงไม่ได้กระทบแต่ตลาดของใหม่อย่างเดียว แต่น่าจะมีผลไปถึงตลาดมือสองเกือบทั้งหมดด้วย (หวังว่าคงไม่ถึงขั้นที่ Core 2 Quad หรือ i7 เจนแรก ประสิทธิภาพตกไปเท่า Pentium D นะครับ)Last edited by KarnRedsun; 3 Jan 2018, 23:54:15.
Comment
-
คนที่ใช้ 8700k แบบนี้รอดตัวแน่นอน สำหรับเกมส์ คิดว่าพวกที่มากกว่า 4 เทรดคงไม่ได้ผลกระทบเท่าไร แต่เกมส์แบบbf1 ที่กินเทรดหมดก็ต้องดูกันอีกทีว่าจะแรงตกรึเปล่าOriginally posted by Botvinnik View Postเล่นเกมบน Linux 8700K + Vega 64 เทียบก่อนและหลังแพทช์
เกมบน Windows รอไปก่อนยังไม่มีผลเทส
Phoronix, Linux Hardware Reviews, Linux hardware benchmarks, Linux server benchmarks, Linux benchmarking, Desktop Linux, Linux performance, Open Source graphics, Linux How To, Ubuntu benchmarks, Ubuntu hardware, Phoronix Test Suite

ผมว่าพวก4เทรด น่าจะมีปัญหา
Comment
-
Project Zero รายงานช่องโหว่ซีพียูที่พบตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว และกลายเป็นต้นกำเนิดของแพตช์ KPTI ที่ทำให้ประสิทธิภาพของเครื่องลดลง ตอนนี้ทางโครงการก็ปล่อยรายละเอียดออกมาแล้ว โดยมีการโจมตีสองแบบ สาม CVE และสี่รูปแบบการโจมตี
ใช้ช่องโหว่ CVE-2017-5753 ช่องโหว่ข้ามการตรวจสอบขอบเขตหน่วยความจำ ทำให้สามารถอ่านข้อมูลข้ามเขตหน่วยความจำของไปอ่านข้อมูลส่วนอื่นในโปรเซสเดียวกันได้ กระทบ Haswell Xeon, AMD FX, AMD PRO, และ ARM Cortex-A57
ใช้ช่องโหว่ CVE-2017-5753 อ่านหน่วยความจำของเคอร์เนลได้ กระทบ Haswell Xeon เท่านั้น และ AMD PRO จะได้รับผลกระทบหากเปิดฟีเจอร์เคอร์เนล BPF JIT ซึ่งปกติไม่ได้เปิดไว้
ใช้ช่องโหว่ CVE-2017-5715 ทำให้เครื่อง guest ที่รันบน KVM สามารถอ่านหน่วยความจำของเคอร์เนลเครื่อง host ได้ กระทบซีพียู Haswell Xeon
ใช้ช่องโหว่ CVE-2017-5754 ทำให้โปรเซสผู้ใช้ทั่วไปสามารถอ่านหน่วยความจำเคอร์เนลได้ กระทบ Haswell Xeon
การโจมตีทั้ง 4 รูปแบบเป็นเพียงการทดสอบของ Project Zero เท่านั้น ซีพียูที่อยู่นอกชุดทดสอบก็อาจจะได้รับผลกระทบได้ เช่น ARM ออกมาระบุแล้วว่า Cortex-A15, A57, และ A72 นั้นได้รับผลกระทบจากช่องโหว่ CVE-2017-5754 ที่ Project Zero ระบุว่ากระทบเฉพาะ Haswell Xeon
กูเกิลในฐานะผู้ค้นพบช่องโหว่เองก็ดูจะได้เปรียบในแง่เวลาเตรียมตัวพอสมควร โดยมีช่องทางแก้ปัญหาแล้วแทบทุกสินค้า โครงสร้างพื้นฐานได้รับแพตช์ทั้งหมดแล้ว โดยหากใครใช้ Google Cloud ทางกูเกิลก็แนะนำให้ลงแพตช์ในเครื่องของตัวเองอีกที สำหรับแอนดรอยด์แม้จะโจมตีได้ยากแต่ก็มีแพตช์แล้วสำหรับเดือนมกราคมนี้
Project Zero รายงานช่องโหว่ซีพียูที่พบตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว และกลายเป็นต้นกำเนิดของแพตช์ KPTI ที่ทำให้ประสิทธิภาพของเครื่องลดลง ตอนนี้ทางโครงการก็ปล่อยรายละเอียดออกมาแล้ว โดยมีการโจมตีสองแบบ สาม CVE และสี่รูปแบบการโจมตี
สรุปมีโอกาสโดนกันหมดทุกรุ่นทุกตัวในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี่ละครับ รอทดสอบ
Comment
-
สรุป 775 ตรูก็ไม่รอด หรืองานนี้หรืออินเทลโดนวางยาตั้งแต่ตอนแลกบางส่วนของ x64 AMD Athlon64 กับ intel แล้ว(อันนี้มโนล้วนๆ)Originally posted by KarnRedsun View Postเห็นบอกว่าเป็นความผิดพลาดในการออกแบบสถาปัตยกรรม x86-64 ของอินเทล
ถ้าแบบนั้นผมกลัวว่ามันจะเป็นช่องโหว่ที่มีมาตั้งแต่การเปิดตัวสถาปัตยกรรม Core ของอินเทลเมื่อปี 2006 และนั่นหมายความว่าซีพียูทุกรุ่นนับตั้งแต่ Core 2 Duo เป็นต้นมาก็จะช้าลงหมด และมันก็อาจจะหมายความว่า ซีพียูอินเทลสิบกว่าปีที่ผ่านมา อาจจะไม่ได้เร็วขึ้นไปกว่ายุค NetBurst เท่าไหร่นักเลยหลังมีการแก้แพตช์นี้ หรือเปล่า
แต่เท่าที่ทราบ เห็นว่าประสิทธิภาพซิงเกิ้ลเทรดไม่กระทบเท่าไหร่ครับ แต่โปรแกรมที่กระทบมากคือพวกโปรแกรมทางด้านเซิร์ฟเวอร์หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวกับ Virtualization ที่มีผลกระทบหนักมาก แต่งานเรนเดอร์ เกม วิดีโอ หรืองานทั่วไปของผู้ใช้ตามบ้านยังไม่ค่อยมีผล
คนเดือดร้อนคิดว่าคงเป็นพวกที่มีเครื่อง Xeon อยู่ในมือนั่นแหละครับทั้งที่ซื้อใหม่และที่ซื้อมือสองมาทำงานหรือมาเป็นเครื่องเซิร์ฟเวอร์ ได้น้ำตาตกกันถ้วนหน้า
รองลงมาคงเป็นพวกเครื่อง Mac
หลังวันที่ 10 ใครที่ยังมีเครื่อง Core 2 หรือ Core i เจนแรกอยู่ มาลองทดสอบกันหน่อยนะครับ เพราะผมรู้สึกว่าเรื่องนี้คงไม่ได้กระทบแต่ตลาดของใหม่อย่างเดียว แต่น่าจะมีผลไปถึงตลาดมือสองเกือบทั้งหมดด้วย (หวังว่าคงไม่ถึงขั้นที่ Core 2 Quad หรือ i7 เจนแรก ประสิทธิภาพตกไปเท่า Pentium D นะครับ)
Comment





Comment